LOGINเวินเหยาเหยาพูดกับเพื่อนสาวที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในบ้าน สายตาเหลือบไปเห็นญาติผู้ใหญ่นั่งกันอยู่ก็ทำความเคารพก่อนจะทักทายพี่ชายของตัวเอง
“พี่รอง”
“อืม” ซ่งเฉวียนพยักหน้าให้ลูกพี่ลูกน้อง ทั้งที่เขาเองก็ถามก่อนออกจากบ้านแล้วแท้ๆ ว่าจะมาด้วยกันหรือเปล่า แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ
“เหยาเหยาขอโทษที พอดีว่าคนขับรถของฉัน” หญิงสาวกำลังจะสาวไส้คนขับรถให้เพื่อนสาวฟัง แต่บังเอิญว่าผู้ใหญ่อยู่กันเยอะเกินไปเลยพูดขึ้นว่า “ท้องเสียน่ะ”
“ไอหยา..ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง อี้เอ๋อร์ครั้งหน้าถ้าเกิดว่าที่บ้านเกิดเรื่องโทรมาบอกเราสักคำ ให้คนขับรถที่ตระกูลเวินไปรับก็ได้ ไม่ต้องลำบากหลานแบบนี้” คุณย่าซ่งเห็นหลานสาววิ่งกระหืดกระหอบมาก็สงสารจับใจ
“ช่างเถอะๆ รีบไปกันเถอะ ขืนช้ากว่านี้ไม่ทันสอบแน่” เหยาเหยาไม่อยากอยู่ที่นี่นาน เพราะซ่งเฉวียนเอาแต่จ้องหน้าเธอไม่ยอมพูดจา
“ฉันไปส่ง” ซ่งเฉวียนพูดขึ้น
“ไม่รบกวนตี้ตีหรอก วันนี้ฉันรับหน้าที่เป็นคนขับรถให้เอง” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาแต่ไกล
“จื้อหมิง คุณมารับฉันเหรอคะ” ในขณะเดียวกันนั้น เวินอวิ๋นซีก็เพิ่งลงมาจากชั้นบนพอดี เห็นคู่หมั้นของตัวเองเดินเข้ามาในบ้าน ก็เข้าใจผิดคิดว่าเขามารับเธอไปทำงาน
“ไปกับฉัน” เหยาเหยาเบื่อเรื่องวุ่นวาย ใครจะไปส่งใครก็เชิญเถอะ เธอไม่ได้จนตรอกขนาดนั้น
“ลุงเหมา ฝากไปส่งฉีฉีด้วยนะครับ” ซ่งเฉวียนเห็นแบบนั้นก็เดินตามหลังหญิงสาวไป
“เสื้อผ้าดีๆ ไม่มีใส่หรือไงถึงได้เอาชุดเด็กมาใส่” นอกจากจะไม่สนใจคู่หมั้นของตัวเองแล้ว ก็ยังไม่สนใจอีกด้วยว่าใครจะอยู่ตรงนี้ เขาสนใจแค่หญิงสาวที่เพิ่งเดินผ่านหน้าเขาไป ชุดของเธอมันรัดรูปจนเห็นสัดส่วนชัดเจน แน่นอนว่ามันทำให้เขาหงุดหงิด
“ต้าเกอ ไม่สิอาเขย นั่นปากเหรอ ถ้าพูดอะไรดีๆ ออกมาไม่ได้ก็เก็บปากไว้เคี้ยวข้าวเถอะ” เหยาเหยาหันมาสบตากับอีกฝ่าย ทั้งสองต่างก็จ้องตากันแบบไม่มีใครหลบสายตาใคร
“ไปกันเถอะ” ซ่งเฉวียนถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ของตัวเองคลุมทับให้กับร่างผอมเพรียว
“นี่” เหยาเหยาไม่ทันจะได้พูดอะไร ซ่งเฉวียนก็จับข้อมือกึ่งลากออกไปที่ลานหน้าบ้าน
“เม่ยเมยมานี่” ซ่งจื้อหมิงไม่สนใจ แต่กลับกวักมือเรียกน้องสาวให้ไปหาตัวเองแทน
“ต้าเกอ” ตอนนี้คนที่ลำบากใจที่สุดอีกคนหนึ่งก็คงจะหนีไม่พ้นซ่งหมิงอี้ ซ้ายคือพี่รอง ขวาคือพี่ใหญ่ ไม่รู้จริงๆ ว่าต้องไปทางไหน
“ถ้างั้นก็เอาเงินค่าขนมเมื่อวานมา”
“ก็ได้ๆ” หญิงสาวรีบเดินไปยืนข้างพี่ชายคนโต แต่แล้วก็เห็นสายตาของเขาหันไปทางเพื่อนสาวก็เข้าใจได้ทันที ว่าเหตุผลที่พวกเขายังยืนเถียงกันอยู่ตรงนี้เป็นเพราะอะไร
“เฉวียนเกอ รอเดี๋ยว ฉันมารับเหยาเหยา เพราะฉะนั้นต้องไปกับฉันเท่านั้น” หมิงอี้ใช้อภิสิทธิ์น้องเล็กของบ้านงอแงใส่พี่ชาย
“ขึ้นรถ เกอจะไปส่ง” ซ่งเฉวียนสั่งน้องสาว ขณะที่เขาก็กำลังจะเปิดประตูให้เหยาเหยา
“ไม่ๆ ของฉันอยู่ที่รถของต้าเกอ เฉวียนเกอขอร้องล่ะฉันมีสอบเก็บคะแนนในคาบเรียนแรก ถ้าขืนช้ากว่านี้ต้องไม่ทันการแน่”
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังยื้อยุดกันอยู่นั้น เสียงแตรรถคันข้างหลังก็ดังขึ้น เร่งเตือนว่ามีคนกำลังรออยู่ “เม่ยเมย จะไปหรือไม่ไป”
เหยาเหยาหันไปมองเธอไม่อยากไปกับผู้ชายปากจัดอย่างซ่งจื้อหมิง แต่ก็ไม่อยากไปกับซ่งเฉวียนด้วยเหมือนกัน เห็นเวินฉีฉีเดินหน้าเศร้าไปขึ้นรถกับลุงเหมา แล้วก็อาเล็กที่กำลังวิ่งตามคู่หมั้นทั้งที่เพิ่งใส่รองเท้าได้ข้างเดียว
อาศัยจังหวะที่ซ่งเฉวียนคลายมือที่จับข้อมือของเธออยู่ หญิงสาวบิดข้อมือแรงๆ จนหลุด แล้วก็วิ่งไปขึ้นรถของซ่งจื้อหมิง เทียบกันแล้วเธอยอมกัดกับผู้ชายปากหมาดีกว่าทนมองหน้าผู้ชายที่ตัวเองเกลียด
ทว่าพอเธอขึ้นรถได้ คนขับก็เคลื่อนรถออกไปทันที ก่อนจะไปเขาลดกระจกลงแล้วบอกกับน้องสาวว่า “เม่ยเมยให้เจ้ารองไปส่งก็แล้วกัน” พูดจบชายหนุ่มก็เหยียบคันเร่งออกจากลานหน้าคฤหาสน์เวินไปในทันที
“นี่”
“จื้อหมิง รอฉันก่อน จื้อหมิง” เวินอวิ๋นซีวิ่งตามรถของคู่หมั้นเหมือนคนบ้า แต่สุดท้ายก็วิ่งตามไม่ทัน ได้แต่กรีดร้องเสียงเพื่อระบายความโกรธ “มองอะไร”
“ประสาท” หมิงอี้ไม่ชอบใจผู้หญิงแบบนี้ที่สุด เธอคิดเอาไว้ในใจว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่มีทางรับผู้หญิงคนนี้มาเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ของตัวเองอย่างแน่นอน “เฉวียนเกอไปเถอะ”
ซ่งเฉวียนได้แต่กำหมัดแน่น เขารู้ว่าที่พี่ชายทำแบบนี้ก็เพื่อต้องการจะหักหน้าเขา และบีบบังคับให้เขาเลือกว่าตกลงจะหมั้นกับใครระหว่างเวินเหยาเหยากับเวินฉีฉี
“รอเดี๋ยว”
“ขอเตือนไว้ก่อนนะคะ ถ้ารับเวินฉีฉีขึ้นรถ ฉันไปสอบไม่ทันแน่” หมิงอี้กอดอกพูดอย่างเอาแต่ใจ
สุดท้ายพี่ชายอย่างเขาจึงได้แต่ทำตามที่น้องสาวบอก รีบขับรถออกไปให้ทันคันก่อนหน้า
ทางด้านเหยาเหยาเองก็รับศึกหนักไม่แพ้กัน เพราะความเร็วที่ซ่งจื้อหมิงขับนั้นทำให้เธอต้องคอยช่วยเขาเหยียบเบรกแทบจะทุกโค้ง
“ใส่เสื้ออะไรขี้เหร่ชะมัด” พูดจบก็กระชากเสื้อคลุมทหารทิ้งไป แล้วโยนเสื้อสูทราคาแพงของตัวเองให้แทน “ใส่ตัวนี้แทน”
เหยาเหยาเห็นด้วยว่าเสื้อคลุมทหารตัวนี้โคตรเชย ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเธอชอบลงได้ยังไง “นี่ ขับช้าๆ หน่อยไม่ได้หรือไง” เธอหันไปแหวใส่นักขับ
“หึ เธอรีบไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มยักคิ้วข้างหนึ่ง แล้วหันไปสนใจถนนข้างหน้าต่อ
แต่แล้วพอใกล้จะถึงร้านปิ่งฉา ซึ่งเป็นร้านประจำของเธอเขาก็ชะลอ แล้วจอดหน้าร้านซึ่งเป็นพื้นที่ห้ามจอด ลดกระจกลงไม่ทันไรก็มีพนักงานหิ้วอาหารเช้ามาส่ง
“รับสิ ไม่มีมือเหรอ” เห็นอีกฝ่ายนั่งนิ่งไม่ยอมรับของจากพนักงาน เขาก็พูดขึ้น
“จิ๊” หญิงสาวมุ่ยหน้า แต่ก็หันไปรับห่ออาการเช้าจากพนักงาน ไม่ลืมที่จะให้เงินเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ และแน่นอนว่าเธอหยิบมาจากในรถของเขาอย่างถือวิสาสะ จนพนักงานแทบจะโขกศีรษะขอบคุณเธอ
“คุณหนูใหญ่ใจกว้างจริงๆ” ชายหนุ่มพูดประชดประชัน กะด้วยสายตาเงินที่เธอให้กับพนักงานน่าจะไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันหยวน
“เล็กน้อย ไปได้แล้ว” ได้เอาคืนเขาเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เธออารมณ์ดีขึ้น ทั้งยังได้กินกลิ่นอาหารที่ชอบ อารมณ์ของเธอก็ยิ่งดีขึ้นเป็นเท่าตัว
“กินบนรถได้หรือเปล่า” เธอหันไปถามเจ้าของรถก่อน
“อยากจะกินบนหลังคาก็เรื่องของเธอเถอะ” เขาตอบ ขณะที่ขับก็ชะลอความเร็วลงให้อีกฝ่ายกินได้ถนัดขึ้น
เหยาเหยาเหมือนจะชินกับความปากร้ายของอีกฝ่ายแล้ว เธอทำหูทวนลมแล้วสนใจของกินตรงหน้าแทน ฮะเก๋าไส้กุ้งพอดีคำถูกเอาเข้าปาก เคี้ยวคำแรกน้ำซุปในแตกใส่ปาก ได้รสชาติของกุ้งเต็มๆ คำ เธอกำลังจะอ้าปากกินลูกที่สามก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาว่า
“ไม่มีน้ำใจ”
หญิงสาวชะงักมือแล้วหันไปมอง เห็นคนขับรถหน้าบึ้ง “กินข้าวเช้าเป็นด้วยเหรอ”
“ฉันก็คนไหมล่ะ” ชายหนุ่มเถียงกลับทันควัน
“อ้อเหรอ นึกว่ากินเป็นแค่ยอดข้าว เห็นหมิงอี้บอกว่าอาเขยชอบกินเหล้ามากกว่ากินข้าว”
“ใครเป็นอาเขยของเธอ” เขาหันไปมองตาขวาง ทั้งสีหน้าแล้วก็แววตาไม่มีท่าทีว่าจะเล่นเลยสักนิด
“ก็คุณไง” นิ้วเรียวชี้ไปตรงหน้าเขาอย่างท้าทาย แต่แล้วก็ต้องร้องเสียงหลงออกมาเมื่อเขางับนิ้วเธอ ทำให้ปลายนิ้วเผลอไปสัมผัสโดนปลายลิ้นของเขาอย่างไม่ตั้งตัว
“อี๋” เหยาเหยารีบดึงนิ้วกลับ แล้วไปเช็ดที่ตัวเขาอย่างนึกรังเกียจ
“หึ ถ้าเธอไม่แบ่งฉันกิน ต่อไปจะไม่แค่กินนิ้วเธอแล้วนะ” คนเจ้าเล่ห์ยกยิ้มมุมปากพร้อมทั้งพูดขู่
“อ่ะ เอาไป” เธอยืนซาลาเปาให้ แต่สองมือของเขากลับกำพวงมาลัยแน่น ทั้งที่ก่อนหน้าขับรถแค่มือเดียว
ชายหนุ่มอ้าปาก เป็นเชิงบอกว่าให้ป้อน เหยาเหยาเห็นแบบนั้นก็ยัดซาลาเปาทั้งลูกเข้าปาก เขาหันมาถลึงตาใส่เธอหนึ่งที แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เอียงข้างหันออกมองนอกหน้าต่างรถแทน เลยพลาดโอกาสได้เห็นว่ารอยยิ้มเต็มๆ ของคนข้างๆ นั้นมีเสน่ห์มากแค่ไหน
อร๋า ยย ย วุ่นวายพายถุงดีจริงๆ อลม่านจบลงด้วนเค้าจีบกันเฉยเลย เอ่อใช่จีบไหมนะ จีบแหละแบบฮาร์ดคอด้วย อิอิ
มกราคม1989ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล อาการป่วยของหยงจวิ้นเจี๋ยดีขึ้นตามลำดับ แม้ว่าเขายังต้องกายภาพทุกวันและอยู่ในความดูแลของนักกายภาพ คุณย่าหยงกับพ่อหยงก็กลับเซินเจิ้นไปได้สักพักแล้วเสียงถอนหายใจแรงของคนป่วย เขาออกจากโรงพยาบาลได้เกือบเดือนแล้ว อาการป่วยภายนอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แผลถลอกตามตัวตกสะเก็ดและหายเกือบหมดแล้ว จะมีก็แต่ที่หลังที่ได้รับการผ่าตัดถึงสองครั้ง“โถ่เว้ย” เสียงสบถของคนป่วยดังขึ้นวันนี้ก็เหมือนทุกวัน ที่นักกายภาพและพยาบาลส่วนตัวจะมาช่วยเขากายภาพ ฝึกเดิน เพราะตอนนี้เขายังต้องนั่งรถเข็นอยู่ อีกทั้งที่เอวยังต้องใส่ที่ช่วยพยุงหลังเพราะยังมีเหล็กดามหลังอยู่“เกิดอะไรขึ้นคะ” เหยาเหยาที่กำลังจะออกไปตรวจงานเหมือนทุกวัน ได้ยินเสียงสามีก็รีบวิ่งออกมาดู“คะ คุณนาย” พยาบาลสาวเห็นเหยาเหยาเดินเข้ามาก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พวกเธอไม่สามารถทนรับแรงกดดันจากท่านนายพลหนุ่มคนนี้ได้ เขาโหดเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหว“ไปเตรียมยาเถอะ ฉันจัดการเอง”ไม่ใช่ครั้งแรกที่จวิ้นเจี๋ยใส่อารมณ์ และทุกครั้งก็จะเป็นเธอที่เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ แต่ว่าครั้งนี้ต่างออกไป คนป่วยนั่งบนรถเข็น สีหน้าเรียบเฉย ต่า
เมื่อไปถึงโรงพยาบาลทหาร กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศอันตึงเครียดปกคลุมไปทั่วโถงทางเดิน เหยาเหยาเดินตรงไปยังหน้าห้องฉุกเฉินด้วยหัวใจที่บีบคั้นเจ้าหน้าที่ให้เธอเซ็นเอกสารสำหรับการรักษา ทั้งนี้ก็เพื่อหาเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้น เธอจะไม่เรียกร้องหรือเอาผิดกับทางโรงพยาบาล ในใจของเธอตอนนี้ขอแค่แพทย์และพยาบาลรักษาสามีอย่างเต็มที่ก็พอแล้วเหยาเหยานั่งรอหน้าห้องผ่าตัดไม่ยอมเคลื่อนย้ายไปไหน แม้ว่าเถาฮวากับถิงโจวจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอนอนพัก เพราะการผ่าตัดตอนนี้ใช้เวลาไปนานเกือบ 5 ชั่วโมง ตั้งแต่ค่ำจนกระทั่งเกือบเที่ยงคืนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จ“เจี๋ย พูดอะไรหน่อยสิครับ” ถิงโจวตาแดงก่ำ มองพี่สาวที่เอาแต่นั่งเหม่อไม่ยอมพูดจา แต่น้ำตากลับไหลอาบสองแก้มไม่หยุด เขาเห็นแล้วก็รู้สึกปวดใจ“คุณหนู อย่าเป็นแบบนี้เลยนะคะ พี่ใจจะขาดอยู่แล้ว” เถาฮวาร้องไห้ยิ่งกว่าเจ้านายของเธอเสียอีก เวลาที่คุยกันไม่มีคนอื่น ทั้งสองจะพูดคุยเสมือนเป็นพี่น้องกันไม่มีผิด“….”เหยาเหยาอ้าปาก พยายามเค้นเสียงออกจากลำคอ แต่ก็จนใจที่เธอจุกจนพูดไม่ออก อาการเบื้องต้นที่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นแทบไม่มีหวังว่าสามีจะกลับมาได้ คง
เมษายน 1988ลมฤดูใบไม้ผลิในเมืองหลวงเริ่มพัดเอาความแห้งแล้งออกไป แทนที่ด้วยกลิ่นอายของดอกไม้นานาพันธุ์ แต่ในเรือนสี่ประสานบรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยแผนการใหญ่ที่ร้อนแรงยิ่งกว่า"ประกาศอย่างเป็นทางการมาแล้วเหรอคะ"“อืม” จวิ้นเจี๋ยวางหนังสือพิมพ์รายวันลงบนโต๊ะ พาดหัวข่าวระบุชัดเจนถึงการยกฐานะไหหลำขึ้นเป็นมณฑล และเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอีกด้วยเหยาเหยาได้รับการยืนยันแล้วก็ดวงตาเป็นประกาย "นี่คือขุมทองที่แท้เลยก็ว่าได้นะคะ ได้ยินที่ปรึกษาหลินบอกว่าต่อไปที่นั่นจะเป็นฮาวายแห่งตะวันออก ใครที่มีที่ดินริมหาดได้ก่อน คนนั้นคือผู้ชนะในทศวรรษหน้า"จวิ้นเจี๋ยนิ่งคิด ภรรยาเอ่ยปากออกมาแบบนี้ คงไม่แคล้วต้องไปกว้านที่ที่ดินแถวไหหลำอีกเป็นแน่ เหมือนกับที่หนานซานและเกาะฮ่องกงที่เธอไปมาแล้ว เขารู้ดีว่าการขยับตัวครั้งนี้ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล และที่สำคัญต้องมีคนที่ไว้ใจได้"ฉันตัดสินใจแล้วค่ะ ฉันจะถอนเงินปันผลที่ทำกำไรได้ในเซี่ยงไฮ้ และจะโยกเงินส่วนตัวของฉันอีกสมทบเข้าไป" เหยาเหยาพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ฉันจะส่งโทรเลขหาคุณพ่อที่เซินเจิ้นก่อน ให้ท่านเป็นธุระล่องใต้ลงไปที่ไหหลำด่วนที่สุด"จ
เวินฉีฉีกับสามีย้ายไปอยู่กับแม่หยางที่บ้าน เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เธอได้มาเหยียบที่นี่ ซึ่งต้องยอมรับว่าต่างจากที่เธอคิดเอาไว้มาก เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้แม่หยางขึ้นชื่อว่าร่ำรวยอันดับต้นๆ ของเมืองเป่ย แต่ใครจะไปคิดว่าท่านจะติดดินได้ขนาดนี้“อยู่ได้หรือเปล่า” แม่หยางถามลูกสาวลูกเขย“คุณตารู้หรือเปล่าว่าแม่อยู่บ้านหลังเล็กแบบนี้” เวินฉีฉีถูกความสบายและสวมบทบาทลูกหลานผู้ดีมาหลายปี ทำให้เธอลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ตัวเองกินอยู่ยังไงต่างจากเฉินอวี้ เขาเป็นคนเซี่ยงไฮ้โดยกำเนิด รสนิยมของเขาเป็นคนสมัยใหม่ แต่เพราะมีลูกค้าหลากหลายอาชีพ เพราะฉะนั้นวิสัยทัศน์เขาจึงกว้างกว่าฉีฉีมากแม้ว่าบ้านหลังนี้จะดูเล็กเมื่อเทียบกับคฤหาสน์ตระกูลเวิน แต่เมื่อเข้ามาข้างในบ้าน ถึงได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเศรษฐีตัวจริง“ผมอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้” ชายหนุ่มรีบพูดเอาใจแม่ยาย“ดี ที่นี่ไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน ต้องทำงานถึงจะมีเงินใช้ มีข้าวกิน โตกันจนอายุปูนนี้แล้วจะอยู่บ้านเฉยๆ เหมือนเมื่อก่อนก็คงไม่ได้แล้ว”“ใครจะให้นายมาอยู่ด้วยไม่ทราบ" เวินฉีฉีถลึงตาใส่เฉินอวี้“ยังต้องรอให้ใครอนุญาตอีกเหรอ” แม่หยางถามกลับลูกสาว ทำเอา
เฉินอวี้เหมือนคนจนตรอก เขาสูญเสียทุกอย่างไปก็เพราะเวินฉีฉี เพราะฉะนั้นจะให้เขาปล่อยหล่อนไปมีความสุข แล้วตัวเองต้องใช้ชีวิตแบบตกต่ำก็คงจะเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายก็ตัดสินใจมาหาเธอที่เมืองเป่ยการที่เขาจะหาว่าบ้านของผู้บัญชาการสูงสุดอยู่ที่ไหนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การที่จะเข้าไปถึงตัวของคนเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมียามเฝ้าหน้าประตูอย่างแน่นหนา เขาไม่มีมีแม้แต่โอกาสจะได้เห็นด้วยซ้ำว่าประตูบ้านของพวกเขาสีอะไรแต่แล้วเหมือนสวรรค์จะเห็นใจในความพยายาม เมื่อรถยนต์คันหรูกำลังขับออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ นั่นก็คือเวินถิงโจว เขาเพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านและกำลังจะขับรถกลับเมืองหลวง ทว่ากลับมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งขวางหน้ารถเขาเอาไว้เสียก่อนอยู่ที่เมืองหลวง ถิงโจวมักจะไปฝากท้องที่เรือนสี่ประสานของพี่สาว แล้วก็เล่นกับหลานสาวอยู่บ่อยๆ ได้ยินชื่อเฉินอวี้อยู่บ่อยครั้ง แล้วก็รู้ด้วยว่าเขากำลังคบกับเวินฉีฉีอยู่เสียงรถยนต์เบรกเสียงดัง ทำเอายามเฝ้าหน้าประตูตกใจ รีบปรี่เข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ยังดีที่ถิงโจวเบรกได้ทัน ไม่อย่างนั้นเฉินอวี้อาจจะถูกเขาชนไปแล้ว“อยากตายหรือไง” ประโยคนี้ถิงโจวไม่ได้เป็นคนพูด แต่กลั
ทางด้านพ่อเวินแม้ปากจะบอกว่ายกให้คุณย่าเวินจัดการ แต่ถึงยังไงท่านก็ยังอยากได้ที่ดินกลับคืนมา แต่จะเอาเงินจากไหนมากมายขนาดนั้น“ลองไปให้แม่ของหล่อนช่วยดีไหมคะ อย่างน้อยๆ ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน” คุณนายเวินบอกกับสามีพ่อเวินได้ยินก็ชะงักไป นึกถึงใบหน้าอ่อนหวานของอดีตภรรยาแล้วก็พลอยทำให้หัวใจเต้นแรง ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าอยากจะไปเยี่ยม แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปในฐานะอะไร ครั้งนี้มีโอกาสแล้วท่านจึงรีบคว้าเอาไว้“อืม คุณพูดมีเหตุผล”“งั้นฉันจะไปเป็นเพื่อน”“ไม่ต้องหรอก” พ่อเวินรีบปฏิเสธ แต่พอเห็นหน้าจับผิดของภรรยาเด็กก็รีบแก้ต่างให้ตัวเองว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อีกอย่างเรากำลังจะไปขอความช่วยเหลือ ถ้าเกิดหล่อนเห็นหน้าคุณที่เป็นภรรยาใหม่ ก็อาจจะเปลี่ยนใจไม่ช่วย”“ทำไมละคะ ในเมื่อตอนนั้นหล่อนหย่ากับคุณไปแล้ว มีสิทธิ์อะไรมาหึงหวงคุณอีก” สามีไปเจออดีตภรรยา ใครจะทำใจกว้างได้บ้าง“ไม่ใช่แบบนั้น ผมแค่คิดว่าเรากำลังจะไปเอาจากเขา ก็ควรทำทุกอย่างให้อีกฝ่ายพอใจมากที่สุด วางใจเถอะ ทั้งแก่แล้วก็พิการ ผมไม่มีทางกลับไปกินของเก่าแน่นอน”ก่อนไปพ่อเวินก็ทำให้ภรรยาเด็กมั่นใจเสียก่อน ว่าท่านจะไม่วอกแวก


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




