Share

7

Author: Scince
last update publish date: 2026-09-05 01:10:54

เมื่อมาถึงมหาวิทยาลัย หญิงสาวนั่งนิ่งตามความเคยชิน เพราะคุณหนูเวินเหยาเหยาไม่เคยเปิดประตูลงจากรถเอง

“ถึงแล้วทำไมยังไม่ลง” แต่แล้วเสียงเผด็จการก็ดังขึ้น ทำให้เธอต้องหันไปมองอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“เชื่อเขาเลย” เธอทำหน้าบูดบึ้ง โยนเสื้อสูทใส่คนข้างๆ โดยไม่สนใจราคา จะลงจากรถ แต่ว่าประตูเปิดไม่ออก

“ล้อเล่นน่า คุณหนูใหญ่อารมณ์เสียง่ายจริงๆ” แหย่คนข้างๆ ให้อารมณ์เสียเสร็จก็ยกยิ้ม จากนั้นก็ทำหน้าที่สารถีที่ดีเดินอ้อมไปเปิดประตูให้ “เชิญครับคุณหนูใหญ่”

เหยาเหยานั่งหลังตรง คอตั้ง กำลังจะลงจากรถ แต่กลับถูกอีกฝ่ายค้ำยันประตูขวางทางลง ถ้าเกิดเธอลงไปตอนนี้ แน่นอนว่าคนข้างนอกมองมาคงกำลังคิดว่าเธอกับเขากำลังทำอะไรไม่ดีกันอยู่

“ถอยไปสิคะ” เธอบอก

“เลิกเรียนกี่โมง” คนถามไม่หลบ แต่ยังมองผ่านไปยังขาเรียว มันยากที่จะละสายตาไปได้จริงๆ

“ยุ่งอะไรด้วย” เพราะถูกเขายั่วโมโหเลยไม่อยากคุยด้วย คนที่เธอควรอยู่ให้ห่างรองลงมาจากซ่งเฉวียนก็คงจะไปเป็นเขาคนนี้แหละ กวนประสาทเหลือเกิน คงจะเป็นมิตรไม่ไหว

“พอดีว่าลงใต้ครั้งนี้เงินเหลือนิดหน่อย เลยจะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ เห็นเอาชุดเด็กมาใส่แล้วก็สงสาร ตระกูลเวินได้หลานสาวตัวจริงมาแล้วลืมดูแลหลานสาวคนนี้หรือยังไง”

เหยาเหยามองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าเย็นชา ยิ่งได้ยินคำพูดของเขาเธอก็ยิ่งเชิดหน้าขึ้นอีก

ซ่งจื้อหมิงเห็นท่าทางเย็นชาของอีกฝ่ายแล้วถึงกับเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง แต่ยังทำปากดี พูดกวนประสาทไปว่า “ทำไม แค่นี้ทำเป็นรับไม่ได้เหรอ เธอโชคดีกว่ายัยนั่นเป็นไหนๆ เสพสุขที่ตระกูลเวินมาได้ตั้ง 19 ปี หล่อนเป็นตัวจริงกลับต้องลำบากมาถึง 19 ปี”

หญิงสาวได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกว่าทนฟังไม่ไหว รู้สึกแสบจมูกแสบตาอย่างห้ามไม่อยู่ “แล้วจะให้ฉันทำยังไง ต้องกลับไปทำไร่ไถนาเหมือนที่หล่อนเคยทำเหรอถึงจะพอใจทุกคน หลีกไป” พูดจบเธอก็ผลักเขาออกเต็มแรง จดชื่อซ่งจื้อหมิงเอาไว้ในใจว่าเขาคือศัตรูของเธออีกคน

ไม่นานรถของซ่งเฉวียนก็มาจอดต่อท้าย ซ่งหมิงอี้รีบลงจากรถ กำลังจะวิ่งขึ้นห้องเรียน แต่กลับถูกพี่ชายดึงแขนเอาไว้

“ต้าเกอ” เธอเห็นแล้วถึงกับพูดอย่างเอือมระอา

“วันนี้เหยาเหยาเลิกกี่โมง” เขาไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป เจาะจงไปที่เป้าหมายโดยตรง

“เหยาเหยา ขาเธอยังไม่หายดีน่าจะไม่อยู่ซ้อม สอบแค่บ่ายโมงก็เลิก ไอหยาต้าเกอ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันกำลังจะเข้าห้องสอบไม่ทันแล้ว”

“ได้ ถ้าอย่างนั้นบ่ายโมงฉันมารับ” ได้คำตอบที่พอใจแล้วก็ปล่อยแขนน้องสาวให้เป็นอิสระ

ขณะที่กำลังจะหันหลังกลับไปขึ้นรถ น้องชายต่างแม่ก็เดินเข้ามาใกล้ สีหน้าของเขาเรียบเฉย ยังคงเก็บอารมณ์ได้ดีเสมอต้นเสมอปลาย

“มาคุยกันหน่อยสิ” ซ่งเฉวียนบอกกับพี่ชาย

“เอาสิ” ซ่งจื้อหมิงพยักหน้าแล้วเดินตามน้องชายไปที่ข้างตึก

ภาพพี่น้องคนดังของเมืองเป่ยสองคนกำลังเดินตามหลังกันไป เป็นอะไรที่น่าจับตามองมากที่สุด คุณชายใหญ่กับคุณชายรองซ่ง ผู้ชายที่สาวๆ ทั่วทั้งเมืองเป่ยอยากจะได้มาเป็นสามีมากที่สุด

ซ่งจื้อหมิงหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ชื่อเสียงของเขาค่อนไปทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คุณชายเจ้าสำราญ ควงสาวไม่ซ้ำหน้า แต่กลับเป็นนักธุรกิจหัวสมัยใหม่ เขาใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองแค่ไม่กี่ปี ก็สามารถคุมตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของท่าเรือได้

“ฉันรู้สึกว่าช่วงนี้นายเข้ามายุ่งวุ่นวายกับคนของฉันมากเกินไป” ซ่งเฉวียนเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

“คนของนาย? คนไหนล่ะ เหยาเหยาหรือว่า ยัยคุณหนูตัวจริง” เขาแบ่งแยกชัดเจนว่าสนิทกับใครมากกว่า

“ทั้งสองคน คนที่นายควรจะสนใจควรเป็นเวินอวิ๋นซีมากกว่านะ” ซ่งเฉวียนมองหน้าพี่ชายเหยียดๆ

“งั้นเหรอ ตี้ตี…คิดจะควบสองแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่มั้ง ถ้าเกิดท่านนายพลรู้เข้า จะแย่เอานะ” พูดจบก็อัดบุหรี่เข้าปอด แล้วพ่นควันกลุ่มใหญ่ใส่หน้าน้องชาย

“ฉันไม่มั่วแบบนายหรอก”

“งั้นก็ดี แต่ที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้น่าขยะแขยงยิ่งกว่าฉันอีก คนอย่างฉันแสดงออกชัดเจน ไม่ชอบก็คือไม่เข้าใกล้ แต่ถ้าฉันชอบ ฉันก็พร้อมที่จะแย่ง” พูดจบมุมปากซ้ายก็ยกขึ้นเบาๆ

“ซ่งจื้อหมิง” นายทหารหนุ่มพูดเสียงลอดไรฟัน

“ทำไม ซ่งเฉวียน กลัวจะลืมชื่อต้าเกอเหรอ” เขาแสยะยิ้ม ดูดบุหรี่อีกรอบแล้วพ่นควันขึ้นข้างบน ทิ้งก้นบุหนี่แล้วพูดว่า “เอาล่ะ ฉันยังธุระต้องจัดการ ไม่ได้มีหน้าที่มารับส่งผู้หญิงไปวันๆ ขอตัวก่อนนะ” พูดจบก็ตบไหล่น้องชายเบาๆ แล้วก็เดินกลับไปที่รถ โดยไม่สนใจเลยว่าสาวๆ ที่อยู่บริเวณนั้นจะรู้สึกอ่อนระทวยกับท่าทางของเขามากแค่ไหน

“สำหรับฉันแล้วต้องคุณชายใหญ่เท่านั้น” นักศึกษาสาวคนหนึ่งมองตามอย่างเพ้อฝัน

“ไม่เอาหรอก ดูก็รู้ว่าไม่ธรรมดา ขืนไปเผลอเล่นด้วยมีหวังน้ำตาเช็ดหัวเข่า”

“ใช่ๆ ต้องคุณชายรองสิถึงจะดี หล่อ สุภาพแล้วก็ดูอบอุ่น เหมาะที่จะเป็นสามีแห่งชาติมากที่สุด”

“ใช่แล้วๆ เสียดายที่เป็นคู่หมั้นของเวินเหยาเหยาไปแล้ว แต่พวกเขาก็เหมาะสมกันจริงๆ นั่นแหละ” หญิงสาวพูดจบก็ทำหน้าเสียดาย

“ก็ไม่แน่หรอก ฉันได้ข่าววงในมาว่า ยังมีคุณหนูเวินอีกคนหนึ่งโผล่มา เรื่องนี้คงต้องรอให้ตระกูลเวินประกาศอย่างเป็นทางการ เจินเจินบ้านเธอคลุกคลีอยู่วงใน ลองไปสืบมาหน่อยสิ”

“ได้ เรื่องนี้ฉันไม่พลาดอยู่แล้ว”

นักศึกษาสาวกลุ่มหนึ่ง มองผู้ชายหน้าตาทั้งสองคนแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางด้วยความรู้สึกเดียวกันคือ อกหัก เพราะทั้งสองเป็นผู้ชายที่พวกเธอต่างก็เอื้อมไม่ถึง

ทางด้านเหยาเหยาเดินมาถึงหน้าห้องเรียน ลืมไปเลยว่าเพื่อนสาวยังมาไม่ถึงเลยยืนรอที่หน้าห้อง พร้อมทั้งปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่

“แม้แต่หมอนั่นก็มองว่าฉันไม่คู่ควรที่จะอยู่ที่นี่อย่างนั้นเหรอ” เธอนึกถึงคำพูดของซ่งจื้อหมิงแล้วเก็บเอามาคิดมาก

ชาติที่แล้วใครๆ ต่างก็พูดว่า มันไม่ใช่ของเธอตั้งแต่แรก ถ้าเธออยู่ให้เป็นก็คงไม่มีจุดจบแบบนั้น แต่เธอไม่คิดแบบนั้น ถ้าไม่ใช่ก็แค่ต้องไขว่คว้าแล้วรักษาเอาไว้ให้ได้ นี่แหละคือนิยามของเธอ

“เหยาเหยา” ไม่นานหมิงอี้ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา

“ใกล้จะได้เวลาแล้ว เข้าห้องสอบกันเถอะ”

“อื้อ” หมิงอี้เห็นเพื่อนสาวอารมณ์ไม่ดีเลยยังไม่ได้บอกเรื่องที่พี่ชายถามตารางเรียนของเพื่อน

ครึ่งวันเช้าหมดไปกับการทำข้อสอบ หลังจากออกจากห้องทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำไม่ได้ จะมีก็แต่เหยาเหยาเท่านั้นที่รู้แนวข้อสอบ เพราะเคยทำไปเมื่อชาติที่แล้ว เลยเลือกที่จะจำเฉพาะส่วนที่ออกสอบ

“เหยาเหยาเธอนี่สุดยอดไปเลย” หมิงอี้รีบเดินเข้ามากอดแขนเพื่อสาวเอาไว้ด้วยความดีใจ เพราะหลายวันก่อนเพื่อนสาวได้บอกเนื้อหาที่อ่านสอบให้ ทำให้เธอไม่ต้องอดหลับอดนอนท่องหนังสือตั้งแต่ต้นเทอม

“อื้อ ไหนล่ะรางวัล”

“ไอหยาคุณหนูใหญ่เวิน นับวันเธอจะยิ่งหน้าเลือดเข้าไปทุกวันแล้วนะ” หญิงสาวบ่นอุบ ทั้งยังตีมือที่อีกฝ่ายแบมือมาขอรางวัล

“ช่วยไม่ได้ฉันกำลังจะตกกระป๋องก็ต้องรีบกอบโกย” เธอยักไหล่พูดแบบไม่ใส่ใจ

หมิงอี้ได้ยินแบบนั้นก็หุบยิ้ม “เหยาเหยาเธอไม่ต้องกลัว ต่อให้ตระกูลเวินจะทอดทิ้งเธอเพราะลูกสาวตัวจริงของพวกเขามาจริงๆ เฉวียนเกอก็ไม่มีทางทิ้งเธอหรอก” หญิงสาวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“อาอี้ เธออย่าปลอบใจฉันอีกเลย พี่รองของเธอคิดยังไงกับฉันยังจะต้องให้ฉันพูดอีกเหรอ” เธอส่ายหน้ายิ้มๆ ให้กับคำปลอบใจของเพื่อนสาว “วันนี้ฉันไม่ซ้อมนะ”

“ได้ ฉันจะบอกอาจารย์ให้"

ทั้งสองคนเป็นนักเต้นของมหาวิทยาลัย นอกจากเรียนแล้วเวลาว่าที่เหลือก็อุทิศให้กับการซ้อมเต้น ชาติที่แล้วเธอไม่ได้จริงจังเท่าไหร่นัก เพราะคิดว่ายังไงก็ต้องแต่งงานไปเป็นคุณนายซ่ง ชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยขวากหนาม และมีแค่เธอเท่านั้นที่จะต้องถากถางทางเดินของตัวเอง

“รอตั้งนาน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   159

    มกราคม1989ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล อาการป่วยของหยงจวิ้นเจี๋ยดีขึ้นตามลำดับ แม้ว่าเขายังต้องกายภาพทุกวันและอยู่ในความดูแลของนักกายภาพ คุณย่าหยงกับพ่อหยงก็กลับเซินเจิ้นไปได้สักพักแล้วเสียงถอนหายใจแรงของคนป่วย เขาออกจากโรงพยาบาลได้เกือบเดือนแล้ว อาการป่วยภายนอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แผลถลอกตามตัวตกสะเก็ดและหายเกือบหมดแล้ว จะมีก็แต่ที่หลังที่ได้รับการผ่าตัดถึงสองครั้ง“โถ่เว้ย” เสียงสบถของคนป่วยดังขึ้นวันนี้ก็เหมือนทุกวัน ที่นักกายภาพและพยาบาลส่วนตัวจะมาช่วยเขากายภาพ ฝึกเดิน เพราะตอนนี้เขายังต้องนั่งรถเข็นอยู่ อีกทั้งที่เอวยังต้องใส่ที่ช่วยพยุงหลังเพราะยังมีเหล็กดามหลังอยู่“เกิดอะไรขึ้นคะ” เหยาเหยาที่กำลังจะออกไปตรวจงานเหมือนทุกวัน ได้ยินเสียงสามีก็รีบวิ่งออกมาดู“คะ คุณนาย” พยาบาลสาวเห็นเหยาเหยาเดินเข้ามาก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พวกเธอไม่สามารถทนรับแรงกดดันจากท่านนายพลหนุ่มคนนี้ได้ เขาโหดเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหว“ไปเตรียมยาเถอะ ฉันจัดการเอง”ไม่ใช่ครั้งแรกที่จวิ้นเจี๋ยใส่อารมณ์ และทุกครั้งก็จะเป็นเธอที่เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ แต่ว่าครั้งนี้ต่างออกไป คนป่วยนั่งบนรถเข็น สีหน้าเรียบเฉย ต่า

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   158

    เมื่อไปถึงโรงพยาบาลทหาร กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศอันตึงเครียดปกคลุมไปทั่วโถงทางเดิน เหยาเหยาเดินตรงไปยังหน้าห้องฉุกเฉินด้วยหัวใจที่บีบคั้นเจ้าหน้าที่ให้เธอเซ็นเอกสารสำหรับการรักษา ทั้งนี้ก็เพื่อหาเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้น เธอจะไม่เรียกร้องหรือเอาผิดกับทางโรงพยาบาล ในใจของเธอตอนนี้ขอแค่แพทย์และพยาบาลรักษาสามีอย่างเต็มที่ก็พอแล้วเหยาเหยานั่งรอหน้าห้องผ่าตัดไม่ยอมเคลื่อนย้ายไปไหน แม้ว่าเถาฮวากับถิงโจวจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอนอนพัก เพราะการผ่าตัดตอนนี้ใช้เวลาไปนานเกือบ 5 ชั่วโมง ตั้งแต่ค่ำจนกระทั่งเกือบเที่ยงคืนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จ“เจี๋ย พูดอะไรหน่อยสิครับ” ถิงโจวตาแดงก่ำ มองพี่สาวที่เอาแต่นั่งเหม่อไม่ยอมพูดจา แต่น้ำตากลับไหลอาบสองแก้มไม่หยุด เขาเห็นแล้วก็รู้สึกปวดใจ“คุณหนู อย่าเป็นแบบนี้เลยนะคะ พี่ใจจะขาดอยู่แล้ว” เถาฮวาร้องไห้ยิ่งกว่าเจ้านายของเธอเสียอีก เวลาที่คุยกันไม่มีคนอื่น ทั้งสองจะพูดคุยเสมือนเป็นพี่น้องกันไม่มีผิด“….”เหยาเหยาอ้าปาก พยายามเค้นเสียงออกจากลำคอ แต่ก็จนใจที่เธอจุกจนพูดไม่ออก อาการเบื้องต้นที่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นแทบไม่มีหวังว่าสามีจะกลับมาได้ คง

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   157

    เมษายน 1988ลมฤดูใบไม้ผลิในเมืองหลวงเริ่มพัดเอาความแห้งแล้งออกไป แทนที่ด้วยกลิ่นอายของดอกไม้นานาพันธุ์ แต่ในเรือนสี่ประสานบรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยแผนการใหญ่ที่ร้อนแรงยิ่งกว่า"ประกาศอย่างเป็นทางการมาแล้วเหรอคะ"“อืม” จวิ้นเจี๋ยวางหนังสือพิมพ์รายวันลงบนโต๊ะ พาดหัวข่าวระบุชัดเจนถึงการยกฐานะไหหลำขึ้นเป็นมณฑล และเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอีกด้วยเหยาเหยาได้รับการยืนยันแล้วก็ดวงตาเป็นประกาย "นี่คือขุมทองที่แท้เลยก็ว่าได้นะคะ ได้ยินที่ปรึกษาหลินบอกว่าต่อไปที่นั่นจะเป็นฮาวายแห่งตะวันออก ใครที่มีที่ดินริมหาดได้ก่อน คนนั้นคือผู้ชนะในทศวรรษหน้า"จวิ้นเจี๋ยนิ่งคิด ภรรยาเอ่ยปากออกมาแบบนี้ คงไม่แคล้วต้องไปกว้านที่ที่ดินแถวไหหลำอีกเป็นแน่ เหมือนกับที่หนานซานและเกาะฮ่องกงที่เธอไปมาแล้ว เขารู้ดีว่าการขยับตัวครั้งนี้ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล และที่สำคัญต้องมีคนที่ไว้ใจได้"ฉันตัดสินใจแล้วค่ะ ฉันจะถอนเงินปันผลที่ทำกำไรได้ในเซี่ยงไฮ้ และจะโยกเงินส่วนตัวของฉันอีกสมทบเข้าไป" เหยาเหยาพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ฉันจะส่งโทรเลขหาคุณพ่อที่เซินเจิ้นก่อน ให้ท่านเป็นธุระล่องใต้ลงไปที่ไหหลำด่วนที่สุด"จ

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   156

    เวินฉีฉีกับสามีย้ายไปอยู่กับแม่หยางที่บ้าน เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เธอได้มาเหยียบที่นี่ ซึ่งต้องยอมรับว่าต่างจากที่เธอคิดเอาไว้มาก เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้แม่หยางขึ้นชื่อว่าร่ำรวยอันดับต้นๆ ของเมืองเป่ย แต่ใครจะไปคิดว่าท่านจะติดดินได้ขนาดนี้“อยู่ได้หรือเปล่า” แม่หยางถามลูกสาวลูกเขย“คุณตารู้หรือเปล่าว่าแม่อยู่บ้านหลังเล็กแบบนี้” เวินฉีฉีถูกความสบายและสวมบทบาทลูกหลานผู้ดีมาหลายปี ทำให้เธอลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ตัวเองกินอยู่ยังไงต่างจากเฉินอวี้ เขาเป็นคนเซี่ยงไฮ้โดยกำเนิด รสนิยมของเขาเป็นคนสมัยใหม่ แต่เพราะมีลูกค้าหลากหลายอาชีพ เพราะฉะนั้นวิสัยทัศน์เขาจึงกว้างกว่าฉีฉีมากแม้ว่าบ้านหลังนี้จะดูเล็กเมื่อเทียบกับคฤหาสน์ตระกูลเวิน แต่เมื่อเข้ามาข้างในบ้าน ถึงได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเศรษฐีตัวจริง“ผมอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้” ชายหนุ่มรีบพูดเอาใจแม่ยาย“ดี ที่นี่ไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน ต้องทำงานถึงจะมีเงินใช้ มีข้าวกิน โตกันจนอายุปูนนี้แล้วจะอยู่บ้านเฉยๆ เหมือนเมื่อก่อนก็คงไม่ได้แล้ว”“ใครจะให้นายมาอยู่ด้วยไม่ทราบ" เวินฉีฉีถลึงตาใส่เฉินอวี้“ยังต้องรอให้ใครอนุญาตอีกเหรอ” แม่หยางถามกลับลูกสาว ทำเอา

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   155

    เฉินอวี้เหมือนคนจนตรอก เขาสูญเสียทุกอย่างไปก็เพราะเวินฉีฉี เพราะฉะนั้นจะให้เขาปล่อยหล่อนไปมีความสุข แล้วตัวเองต้องใช้ชีวิตแบบตกต่ำก็คงจะเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายก็ตัดสินใจมาหาเธอที่เมืองเป่ยการที่เขาจะหาว่าบ้านของผู้บัญชาการสูงสุดอยู่ที่ไหนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การที่จะเข้าไปถึงตัวของคนเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมียามเฝ้าหน้าประตูอย่างแน่นหนา เขาไม่มีมีแม้แต่โอกาสจะได้เห็นด้วยซ้ำว่าประตูบ้านของพวกเขาสีอะไรแต่แล้วเหมือนสวรรค์จะเห็นใจในความพยายาม เมื่อรถยนต์คันหรูกำลังขับออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ นั่นก็คือเวินถิงโจว เขาเพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านและกำลังจะขับรถกลับเมืองหลวง ทว่ากลับมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งขวางหน้ารถเขาเอาไว้เสียก่อนอยู่ที่เมืองหลวง ถิงโจวมักจะไปฝากท้องที่เรือนสี่ประสานของพี่สาว แล้วก็เล่นกับหลานสาวอยู่บ่อยๆ ได้ยินชื่อเฉินอวี้อยู่บ่อยครั้ง แล้วก็รู้ด้วยว่าเขากำลังคบกับเวินฉีฉีอยู่เสียงรถยนต์เบรกเสียงดัง ทำเอายามเฝ้าหน้าประตูตกใจ รีบปรี่เข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ยังดีที่ถิงโจวเบรกได้ทัน ไม่อย่างนั้นเฉินอวี้อาจจะถูกเขาชนไปแล้ว“อยากตายหรือไง” ประโยคนี้ถิงโจวไม่ได้เป็นคนพูด แต่กลั

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   154

    ทางด้านพ่อเวินแม้ปากจะบอกว่ายกให้คุณย่าเวินจัดการ แต่ถึงยังไงท่านก็ยังอยากได้ที่ดินกลับคืนมา แต่จะเอาเงินจากไหนมากมายขนาดนั้น“ลองไปให้แม่ของหล่อนช่วยดีไหมคะ อย่างน้อยๆ ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน” คุณนายเวินบอกกับสามีพ่อเวินได้ยินก็ชะงักไป นึกถึงใบหน้าอ่อนหวานของอดีตภรรยาแล้วก็พลอยทำให้หัวใจเต้นแรง ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าอยากจะไปเยี่ยม แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปในฐานะอะไร ครั้งนี้มีโอกาสแล้วท่านจึงรีบคว้าเอาไว้“อืม คุณพูดมีเหตุผล”“งั้นฉันจะไปเป็นเพื่อน”“ไม่ต้องหรอก” พ่อเวินรีบปฏิเสธ แต่พอเห็นหน้าจับผิดของภรรยาเด็กก็รีบแก้ต่างให้ตัวเองว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อีกอย่างเรากำลังจะไปขอความช่วยเหลือ ถ้าเกิดหล่อนเห็นหน้าคุณที่เป็นภรรยาใหม่ ก็อาจจะเปลี่ยนใจไม่ช่วย”“ทำไมละคะ ในเมื่อตอนนั้นหล่อนหย่ากับคุณไปแล้ว มีสิทธิ์อะไรมาหึงหวงคุณอีก” สามีไปเจออดีตภรรยา ใครจะทำใจกว้างได้บ้าง“ไม่ใช่แบบนั้น ผมแค่คิดว่าเรากำลังจะไปเอาจากเขา ก็ควรทำทุกอย่างให้อีกฝ่ายพอใจมากที่สุด วางใจเถอะ ทั้งแก่แล้วก็พิการ ผมไม่มีทางกลับไปกินของเก่าแน่นอน”ก่อนไปพ่อเวินก็ทำให้ภรรยาเด็กมั่นใจเสียก่อน ว่าท่านจะไม่วอกแวก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status