Share

บทที่ 2

Penulis: พั่งหู่
เฮ่อชวนรีบรับลูกทันที “ได้ยินหรือยัง? คนเขายังอุตส่าห์กลัวว่าจะรบกวนเธอเลยนะ”

ฉันจ้องหน้าเขา “งั้นฉันต้องขอบใจเธอด้วยงั้นสิ?”

เขาชะงักจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะแก้เก้อ แล้วยื่นมือมาขยี้หัวฉัน

“โอเคๆ ฉันพูดไม่เข้าหูเองแหละ แม่ทูนหัว เลิกทำหน้าตึงใส่ฉันสักทีเถอะน่า”

ฉันเบี่ยงหัวหลบ

เขาก็ไม่ได้โกรธอะไร หันไปหิ้วกระเป๋าเดินทางสองใบของซ่งเหยาขึ้นมา “เดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่โรงแรมก่อนนะ”

ตอนที่เดินผ่านตัวฉัน เขาจงใจกดเสียงต่ำ “เดี๋ยวตอนเย็นซื้อเกาลัดคั่วมาฝากนะ เมื่อก่อนเธอกินไอ้นี่ทีไรก็หายโกรธตลอด อย่าบอกนะว่าตอนนี้มันใช้ไม่ได้ผลแล้วน่ะ”

หลังจากพวกเขาไปแล้ว ฉันก็ย่อตัวลงจัดเก็บข้าวของในห้องนอนใหญ่

ด้านหลังตู้หัวเตียงมีใบเสร็จของบริษัทรับจ้างย้ายบ้านทับอยู่

วันที่ระบุไว้คือเมื่อห้าวันก่อน

จุดเริ่มต้นคือโรงแรม จุดหมายปลายทางคือที่นี่

ตรงช่องหมายเหตุเขียนเอาไว้ว่า “อยู่อาศัยระยะยาว สัมภาระค่อนข้างเยอะ โปรดระมัดระวังในการขนย้าย”

ผู้เซ็นรับของ… เฮ่อชวน

ฉันพลิกไปดูด้านหลัง ทางบริษัทรับจ้างย้ายบ้านยังใช้ปากกาสีแดงวงกลมเน้นข้อความเอาไว้ประโยคหนึ่ง

“เฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนใหญ่ถูกเคลียร์ออกล่วงหน้าแล้ว สามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันที”

ฉันจ้องมองตัวหนังสือบรรทัดนั้น แล้วจู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อห้าวันก่อน ฉันยังถามพวกเขาในกรุ๊ปอยู่เลยว่า จะไปช่วยกันจัดเรือนหอวันไหนดี

ทั้งสามคนต่างก็บอกว่ายุ่ง

คำว่าเซอร์ไพรส์น่ะ ไม่ใช่เรื่องที่ซ่งเหยากลับมาหรอก

แต่เป็นเรื่องที่พวกเขาตัดสินใจแทนฉันเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว แล้วก็แค่รอให้ฉันปั้นหน้ายิ้มยอมรับมันก็เท่านั้น

สามวันต่อมา คือวันเกิดอายุครบยี่สิบหกปีของฉัน

เวลาสิบแปดนาฬิกาสี่สิบนาที เฮ่อชวนปรากฏตัวตรงเวลาเป๊ะ

เขาประคองช่อดอกทิวลิปสีขาวที่ฉันชอบมาด้วย ส่วนมืออีกข้างก็หิ้วเค้ก “ดูเวลาสิ ไม่สายใช่ไหม? ใครเทนัดเธอก็เป็นหมาแล้ว วันนี้ฉันไม่ยอมเป็นหมาหรอกนะ”

ฉันยิ้มออกมานิดหนึ่ง

เขาเลิกคิ้ว “ในที่สุดก็ยอมยิ้มสักที หลายวันมานี้เธอทำหน้ายังกับมีคนติดหนี้เธออยู่สี่สิบล้านแหนะ”

พี่ชายกับถังถังก็มาถึงตรงเวลาเช่นกัน

เฮ่อชวนดันของขวัญมาตรงหน้าฉัน

มันคือสร้อยข้อมือเส้นที่ฉันเล็งมานานแล้ว

“คราวก่อนตอนเดินผ่านเคาน์เตอร์ เห็นเธอมองอยู่นาน ฉันก็รู้แล้วล่ะว่าเธอชอบ”

เขาเป็นคนสวมมันให้กับฉัน ปลายนิ้วโป้งของเขาปัดป่ายผ่านข้อมือของฉันไป

“สวี่จือเวย เธออย่าเปลี่ยนแฟนเลยจะดีกว่า ขืนเปลี่ยนไปคบคนอื่น ใครมันจะไปจำนิสัยจุกจิกน่ารำคาญของเธอได้เยอะขนาดนี้ล่ะ”

ถังถังที่อยู่ข้างๆ ส่งเสียงโห่ร้องแซว “พวกแกสองคนรีบๆ ไปจดทะเบียนกันสักทีเถอะน่า เลิกมาทำตัวหวานเลี่ยนใส่พวกฉันทุกวันได้ป้ะ”

วินาทีนั้น ฉันเคยรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาจริงๆ

บางทีเรื่องเรือนหอ ปล่อยผ่านไปก็ได้มั้ง

แต่พอมีดตัดเค้กลงไปได้แค่ดาบแรก โทรศัพท์ของเฮ่อชวนก็ดังขึ้น

เขาเห็นชื่อคนโทรเข้า แต่ก็ไม่ได้รับสาย

ครั้งที่สองก็ดังขึ้นอีก

เขาจับโทรศัพท์คว่ำหน้าลงกับโต๊ะดื้อๆ “วันนี้ฉันจะไม่สนใจใครทั้งนั้น”

ฉันช้อนตาขึ้นมองเขา

เขายิ้มให้ฉัน “ก็บอกแล้วไง วันนี้เจ้าของวันเกิดใหญ่สุด”

ทว่าโทรศัพท์ของพี่ชายกลับดังขึ้นมาติดๆ

หลังจากเขารับสาย สีหน้าก็ดูแย่ลงเล็กน้อย “เหยาเหยาได้รับการ์ดแต่งงานของโจวเหิง เลยดื่มไปเยอะน่ะ”

ถังถังก็ได้รับข้อความเสียงเช่นกัน

ซ่งเหยาร้องไห้จนหายใจแทบไม่ทัน “พวกเธอไม่ต้องมาหรอก ฉันก็แค่จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองมันล้มเหลวเอามากๆ เลย…”

พี่ชายหยิบเสื้อคลุมลุกขึ้นยืนแล้ว “ฉันไปดูเธอหน่อยดีกว่า”

ถังถังลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะลุกขึ้นยืนตาม “ฉันไปเป็นเพื่อนพี่ด้วยละกัน”

เฮ่อชวนยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ

เขายังคีบเนื้อปลาชิ้นหนึ่งใส่ลงในชามของฉันด้วยซ้ำ “สองคนนั้นไปก็พอแล้วล่ะ”

ความรู้สึกปวดหนึบในใจของฉันถูกกดทับเอาไว้

แต่สิบนาทีต่อมา เขาก็เริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีก

พอถึงครั้งที่สาม ฉันก็เลยพูดขึ้น “อยากไปก็ไปเถอะ”

เขาขมวดคิ้ว “ใครอยากไปกันล่ะ แค่ตอบแชตเฉยๆ หรอกน่า”

ห้านาทีต่อมา เขาเดินกลับมาจากห้องน้ำ พร้อมกับกุญแจรถในมือ

“ฉันแวะไปดูหน่อยดีกว่า”

ฉันจ้องหน้าเขา “เมื่อกี้นายเพิ่งพูดเองนะ ว่าวันนี้จะไม่สนใจใครทั้งนั้น”

“รู้แล้วน่า”

“รู้แล้วนายยังจะไปอีกหรอ?”

เขาดูหงุดหงิดนิดหน่อย แต่ก็รีบเก็บอาการอย่างรวดเร็ว โน้มตัวลงมาบีบหลังคอฉันเบาๆ “เธอเมาหนักมาก เฉิงอันคนเดียวเอาไม่อยู่หรอก เสี่ยวถังก็บอกว่าเธอเอาแต่อ้วกไม่หยุด เดี๋ยวฉันพาไปส่งโรงพยาบาล เต็มที่ก็แค่ครึ่งชั่วโมงแหละ”

พูดจบ เขาก็ก้มลงมาจูบที่หน้าผากของฉัน

“เก็บเค้กไว้ให้ฉันชิ้นนึงด้วยนะ รอฉันกลับมาแล้วค่อยฉลองกันต่อ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ   บทที่ 9

    ตอนที่ช่องประตูเหลือเพียงนิดเดียวก่อนจะปิดสนิท จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมา“วันนี้แม่ฉันยังถามอยู่เลย ว่าทำไมเจ้าสาวถึงยังมาไม่ถึงอีก”มือของฉันชะงักไปชั่วครู่“ฉันไม่กล้าบอกแม่หรอก ว่าฉันเป็นคนทำเจ้าสาวหล่นหายไปเอง”พอพูดจบ เขาก็ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อก่อนเวลาเขาเข้ามาในประตูบานนี้ไม่เคยต้องเคาะประตู น้ำในตู้เย็นก็หยิบกินเองได้ตามสบาย แม้กระทั่งในชีวิตของฉัน เขาก็ยังคิดว่าตัวเองมีที่ทางอยู่ตรงนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาแต่ตอนนี้เขากลับยืนอยู่ข้างนอกประตูแม้แต่ปลายรองเท้าก็ยังไม่ได้ล้ำข้ามธรณีประตูเข้ามาเลยฉันปิดประตูลงด้านหลังมีเสียงหม้อไฟเดือดปุดๆ เพื่อนร่วมงานยังคงหัวเราะร่าเริงวันนั้นไม่มีงานแต่งงานแต่เป็นครั้งแรกที่ฉันไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองสูญเสียอะไรไปเลยครึ่งปีต่อมา ฉันก็ตกแต่งบ้านใหม่จนเสร็จดีไซเนอร์ถามฉัน “ยังจะเอาสไตล์เรือนหอเหมือนเดิมอยู่ไหมครับ?”ฉันตอบ “ไม่ต้องแล้วค่ะ”ที่นอนในห้องนอนใหญ่ ฉันไปลองเทสต์เองสีผ้าม่าน ฉันเป็นคนเลือกเองโถงทางเดินไม่จำเป็นต้องเผื่อพื้นที่ตู้รองเท้าผู้ชายไว้อีกแล้วโต๊ะอาหารก็ไม่จำเป็นต้องซื้อแบบหกที่นั่งอยู่คนเดียว ไม่จำเป

  • ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ   บทที่ 8

    ถังถังก้มหน้าบีบแก้วในมือ“ช่วงนี้ฉันเอาแต่คิดมาตลอด ว่าทำไมฉันถึงกล้าพูดออกไปว่าให้ซ่งเหยาไปอยู่เรือนหอของแกเพื่อขอรับสิริมงคล”ฉันไม่พูดอะไร“ก็เพราะฉันคิดว่ายังไงแกก็ไม่มีทางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟไงล่ะ”“พวกเรารู้จักกันมาตั้งยี่สิบปี ฉันคิดมาตลอดว่าความสัมพันธ์ที่สนิทกันระดับพวกเราเนี่ย จะพูดอะไรก็ไม่เป็นไร จะขอยืมอะไรก็ไม่เป็นไร”เธอฝืนยิ้มขื่น“ฉันเอาความดีที่แกมีให้ฉัน มาใช้เป็นความมั่นใจในการทำอะไรโดยไม่สนความรู้สึกของแก”คำพูดประโยคนี้มีประโยชน์กว่าคำว่า “ขอโทษ” เยอะอย่างน้อยก็ฟังดูเป็นภาษาคนขึ้นมาหน่อยฉันถาม “ตอนนี้เข้าใจแล้วใช่ไหม?”“อืม”เธอไม่ได้ร้องไห้ทำเพียงแค่มองผ้าม่านที่ฉันเพิ่งเปลี่ยนใหม่ “ผืนนี้ดูสวยกว่าผืนก่อนหน้านี้นะ”“ฉันก็คิดงั้นเหมือนกัน”คืนวันที่สองหลังจากที่เธอกลับไป เฮ่อชวนก็มาในมืออุ้มกล่องรองเท้ามาด้วยด้านในคือรองเท้าส้นสูงคู่ที่ฉันใส่ไปวันที่จะจดทะเบียนสมรสส้นรองเท้าด้านหลังถูกหุ้มทำใหม่เรียบร้อยแล้ว“ต่อไปนี้มันจะไม่กัดเท้าอีกแล้วล่ะ”ฉันปรายตามองแวบหนึ่ง“ฉันไม่ใส่แล้วล่ะ”เขาร่างกายแข็งค้างไปทั้งตัว “ทำไมล่ะ?”“เห็นแล้วมันนึกถึง

  • ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ   บทที่ 7

    วันหยุดสุดสัปดาห์ เขาส่งรูปถ่ายมาให้หนึ่งรูป“ลายมือของพ่อ พี่ไม่กล้าเขียนเลียนแบบหรอก”ฉันจ้องมองอยู่นานมาก ก่อนจะตอบกลับไปแค่คำว่า “อืม”ตกดึก เขาก็ส่งข้อความมาอีก“เจอชามเคลือบใบเก่าที่พ่อเคยใช้แล้วนะ”สุดท้ายฉันก็ยอมกลับไปที่นั่นจนได้สภาพห้องถูกจัดให้กลับมาเหมือนเดิมมากข้าวของของซ่งเหยาถูกขนออกไปหมดแล้วผ้าปูที่นอนถูกเปลี่ยนกลับมา อัลบั้มรูปก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะเหมือนเดิมบนผนังด้านนั้น รอยดินสอที่เพิ่งถูกขีดขึ้นมาใหม่เรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อยแต่มันกลับดูปลอมยิ่งกว่าเดิมเสียอีกพี่ชายยืนอยู่ข้างหลังฉัน แล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ยังเหมือนเมื่อก่อนอยู่ไหม?”ฉันไม่ได้ตอบเขาเป็นฝ่ายก้มหน้าลงไปก่อน “พี่รู้ว่ามันไม่เหมือนหรอก”บนโต๊ะอาหารมีซุปกระดูกหมูรากบัววางอยู่ตอนเด็กๆ เวลาฉันมีไข้ พ่อจะชอบตุ๋นซุปนี้ให้กินเสมอพี่ชายตักใส่ชามให้ฉัน “กินสิ”ฉันชิมไปหนึ่งคำ“เค็มไป”เขาชะงัก “เค็มมากเลยหรอ?”“อืม”เขาก้มหน้าลงไปชิมบ้าง แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมาหัวเราะจนตาแดงก่ำ“เมื่อก่อนพ่อชอบด่าพี่ประจำเลยว่าแยกความเค็มไม่ออก”ฉันไม่ได้พูดรับมุกอะไรและในตอนนั้นเอง โ

  • ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ   บทที่ 6

    ที่นอนในเรือนหอหลังนั้น เป็นตอนที่ซ่งเหยาย้ายเข้ามาอยู่แล้วบ่นว่ามันแข็งไป เฮ่อชวนก็เลยไปเป็นเพื่อนเธอเพื่อเลือกซื้อใหม่เงินเขาก็เป็นคนจ่ายฉันต้องการจะคืนที่นอน ทางร้านจึงต้องโอนเงินคืนตามช่องทางการชำระเงินเดิม เฮ่อชวนก็เลยรู้เรื่องนี้อย่างรวดเร็วตอนที่ฉันไปห้างเฟอร์นิเจอร์เพื่อเลือกที่นอนใหม่ เขาก็โผล่มาจริงๆ ด้วยฉันเพิ่งจะลองเทสต์ไปได้แค่หลังที่สอง เสียงของเขาก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง “อย่าแนะนำแบบที่นิ่มเกินไปให้เธอนะครับ”พนักงานขายหันกลับไปมองเฮ่อชวนเดินเข้ามา ใช้ฝ่ามือกดลงบนที่นอน “เอวเธอไม่ค่อยดี ถ้านิ่มเกินไปพรุ่งนี้เช้าเธอจะลุกไม่ขึ้นเอาน่ะครับ”พนักงานขายยิ้ม “คุณผู้ชายรู้ใจจังเลยนะคะ”เขาเผลอกระตุกยิ้มมุมปากโดยสัญชาตญาณ “แปดปีแล้วนี่ครับ”พอพูดจบสามคำนี้ ตัวเขาเองกลับชะงักไปก่อนฉันลุกขึ้นยืน “ฉันเอาหลังนี้แหละค่ะ”เฮ่อชวนยื่นมือออกมา “ฉันจ่ายเอง”แต่ฉันสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว“จ่ายเสร็จแล้วล่ะ”สีหน้าของเขาขรึมลงทันที “นี่เธอจะขีดเส้นแบ่งแยกกับฉันให้ชัดเจนขนาดนี้เลยหรอ?”“ก็บ้านของฉัน ที่นอนก็ต้องเป็นฉันซื้อสิ”“เมื่อก่อนฉันก็เป็นคน…”เขาพู

  • ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ   บทที่ 5

    เฮ่อชวนยืนรออยู่หน้าประตูทั้งคืนตีสอง เขาก็ยังคงเคาะประตูอยู่“เปิดประตูหน่อย ฉันไม่เข้าไปหรอก ขอพูดด้วยแค่สองประโยค”“กระเพาะเธอไม่ค่อยดี อย่าปล่อยให้ท้องว่างแล้วไปนอนนะ”“เกาลัดวางไว้หน้าประตูแล้วนะ ถ้ามันเย็นชืดแล้วก็อย่ากินล่ะ”จนกระทั่งตีสี่ ในที่สุดเขาก็เลิกเคาะแต่กลับส่งข้อความมาประโยคหนึ่ง“โอเค เธอโกรธอยู่”“จะยกเลิกงานแต่งก็ไม่เป็นไร รอเธอหายโกรธเมื่อไหร่ เราค่อยจัดใหม่”ฉันจ้องมองข้อความสองประโยคนั้นอยู่นานมากจนถึงป่านนี้ เขาก็ยังคิดว่าฉันแค่กำลังงี่เง่าเรียกร้องความสนใจเช้าวันรุ่งขึ้น ฉันจัดการยกเลิกทั้งออแกไนเซอร์ โรงแรม และช่างภาพงานแต่งทั้งหมดตอนเที่ยง เฮ่อชวนพุ่งมาหาฉันถึงใต้ตึกบริษัทนัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ พออ้าปากประโยคแรกก็ยังคงเป็น“กินข้าวเช้าหรือยัง?”ฉันเดินเบี่ยงหลบเขาเขาเดินตามมา“ทำไมถึงไปยกเลิกงานแต่งจริงๆ ฮะ?”“ก็เพราะว่าไม่แต่งแล้วไง”“สวี่จือเวย เมื่อคืนฉันก็ยอมให้เธอยกเลิกแล้วไง แล้วตอนนี้เธอยังจะมาปั้นปึ่งอะไรกับฉันอีก?”ฉันหยุดเดิน“นายคิดว่าฉันกำลังปั้นปึ่งเรียกร้องความสนใจจากนายอยู่หรอ?”“ถ้าไม่ใช่งั้นแ

  • ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ   บทที่ 4

    ฉันถอดกุญแจบ้านออกจากพวงกุญแจ แล้ววางมันลงบนตู้รองเท้าพี่ชายหน้าถอดสี “แกกำลังทำอะไร?”“ก็พี่บอกเองไม่ใช่หรอว่าอีกเดี๋ยวฉันก็จะต้องแต่งเข้าบ้านตระกูลเฮ่อแล้ว?”ฉันกอดอัลบั้มรูปเอาไว้ “ที่นี่ก็ยกให้เธอไปเถอะ”เขาคว้าแขนฉันหมับ “จือเวย เมื่อกี้พี่แค่พูดเพราะโมโหนะ”ฉันก้มลงมองมือของเขา“แต่ผนังนั่นมันหายไปแล้วจริงๆ นี่”เขารีบปล่อยมือออกช้าๆ ราวกับโดนของร้อนผนังด้านหลังนั่นขาวโพลนจนแสบตาพี่ชายอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่ได้พูดคำว่า “เดี๋ยวพี่วาดกลับคืนให้ใหม่” ออกมาเขาเองก็คงรู้ดี ว่าลายมือของพ่อไม่มีทางวาดกลับคืนมาได้อีกแล้วฉันเดินออกจากประตูกุญแจดอกนั้นที่ใช้มาเป็นสิบปีถูกทิ้งไว้บนตู้รองเท้าและครั้งนี้ ฉันก็ไม่มีข้ออ้างที่จะกลับมาที่นี่อีกแล้ววันที่ไปจดทะเบียนสมรส เฮ่อชวนใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวที่ฉันชอบที่สุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนี้ เป็นตัวที่ฉันเลือกให้ตอนไปลองชุดสูทแต่งงานเป็นเพื่อนเขาพอเห็นหน้าฉัน เขาก็ยิ้มแฉ่ง “เป็นไง เชื่อฟังเมียแล้วดูเด็กลงใช่ไหม?”เขายื่นน้ำเต้าหู้ร้อนๆ มาให้ไม่ใส่น้ำตาล และไม่มีกลิ่นผักชีที่ฉันเกลียด“แต่งงานเสร็จกลับไปบ้านแ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status