Short
ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ

ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ

By:  พั่งหู่Completed
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
9Chapters
5views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เรือนหอใช้เวลาตกแต่งอยู่ครึ่งปี คู่หมั้นบอกว่าโปรเจกต์รัดตัว พี่ชายบอกว่าต้องออกไปคุยงานต่างจังหวัดตลอด เพื่อนสนิทก็บอกว่าที่บ้านมีธุระ ไม่มีใครว่างมาช่วยฉันเลยสักคน ทว่าก่อนวันย้ายเข้าเพียงหนึ่งวัน พวกเขากลับปิดตาฉันไว้ แล้วบอกว่ามีคนคนหนึ่งที่ฉันคิดไม่ถึงเด็ดขาดกลับมาร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ของฉัน พอประตูเปิดออก ฉันก็เห็นซ่งเหยาเพื่อนสมัยเด็กที่ไม่ได้เจอกันหลายปีสวมรองเท้าแตะของฉันอยู่ เธอยิ้มกว้างแล้วพุ่งเข้ามากอด “เซอร์ไพรส์ไหม!” ฉันเซอร์ไพรส์จริงๆ จนกระทั่งเธอพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า “ช่วงที่ผ่านมานี้โชคดีมากที่ได้อาชวนไปเป็นเพื่อนเลือกที่นอน พี่ชายเธอก็มาช่วยฉันขนกระเป๋า เสี่ยวถังก็ยังไปเป็นเพื่อนเลือกผ้าม่านให้อีก” รอยยิ้มบนใบหน้าของฉันค่อยๆ จางลง ที่แท้พวกเขาก็ไม่ได้ยุ่งอะไรเลย เพียงแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องของเธอคนเดียวเท่านั้น ฉันผลักประตูห้องนอนใหญ่เข้าไป ชุดเครื่องนอนที่ฉันซื้อมาถูกเปลี่ยนสี โต๊ะเครื่องแป้งมีของของเธอวางจนเต็ม ตู้เสื้อผ้าก็ถูกแบ่งพื้นที่ไปกว่าครึ่ง ฉันถามขึ้น “เธอมาอยู่ที่นี่ แล้วจะให้ฉันไปอยู่ที่ไหนล่ะ?” คู่หมั้นขมวดคิ้ว “เหยาเหยาเพิ่งโดนถอนหมั้นมานะ สภาพจิตใจเธอยังไม่ค่อยดี เธอยอมกลับไปอยู่บ้านพี่ชายก่อนสักครึ่งเดือนเถอะน่า” พี่ชายเองก็ช่วยเกลี้ยกล่อม “ก็โตๆ มาด้วยกันทั้งนั้น เธออย่าทำตัวใจแคบไปหน่อยเลยน่า” เพื่อนสนิทหัวเราะแห้งๆ ช่วยพูดไกล่เกลี่ย “ช่วงนี้เหยาเหยาเจอเรื่องซวยๆ มาเยอะแล้ว ให้เธอมาพักที่เรือนหอของเธอ จะได้ถือโอกาสรับพลังบวกล้างซวยไงล่ะ” ฉันยืนมองหน้าพวกเขาทีละคนอยู่หลายวินาที ก่อนจะยิ้มออกมาบ้าง จากนั้นก็เดินตรงไปที่โถงทางเดินหน้าประตู แล้วจัดการตั้งรหัสผ่านประตูดิจิทัลใหม่ทั้งหมด คู่หมั้นหน้าถอดสี “นี่เธอทำบ้าอะไรเนี่ย!” “ก็เปล่านี่” “แค่จู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่า โฉนดบ้านหลังนี้ มันมีชื่อฉันเป็นเจ้าของแค่คนเดียวนี่นา”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

เฮ่อชวนจ้องมองตัวล็อกประตูอยู่สองวินาที แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมา

“โอเคๆ คุณนายเจ้าของบ้านแผลงฤทธิ์ซะแล้ว”

เขาก้มหน้าไปรื้อเอารองเท้าแตะพื้นนิ่มของฉันออกมาจากชั้นล่างสุดของตู้รองเท้า แล้วโยนแหมะลงตรงเท้าฉัน

“เปลี่ยนรองเท้าก่อนไป วันนี้วิ่งวุ่นอยู่ตลาดค้าวัสดุก่อสร้างมาทั้งวัน ไม่ปวดเท้าหรือไง?”

เขาพูดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติเหลือเกิน

ทั้งไซซ์รองเท้าของฉัน ยาแก้โรคกระเพาะวางไว้ตรงไหน หรือแม้แต่ตอนดื่มน้ำเต้าหู้ฉันไม่ใส่น้ำตาล เขาก็จำได้หมดทุกอย่าง

แต่ในขณะเดียวกันเขากลับสามารถจำเรื่องพวกนี้ได้พร้อมๆ กับการย้ายผู้หญิงอีกคนเข้ามาอยู่ในเรือนหอของฉัน

ซ่งเหยาตาแดงก่ำเดินไปลากกระเป๋าเดินทาง “จือเวยไม่พอใจ งั้นฉันกลับไปอยู่โรงแรมดีกว่า เดิมทีก็แค่กะจะมาเซอร์ไพรส์ ไม่คิดว่าจะทำให้ทุกคนต้องมาอึดอัดใจกันแบบนี้”

เฮ่อชวนยื่นมือไปกดที่จับกระเป๋าไว้ “กระเป๋าก็หนักขนาดนี้ อย่าลำบากเลยน่า”

ฉันตวัดสายตามอง “ปล่อยให้เธอไป”

รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจางลงเล็กน้อย “จือเวย เธอเพิ่งโดนถอนหมั้นมานะ”

“แล้วไง?”

“เธอก็เลยกำลังรู้สึกแย่มากๆ ไงล่ะ”

“นั่นมันก็เรื่องของเธอป้ะ”

เฮ่อชวนขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นในทันที ราวกับคิดไม่ถึงว่าฉันจะพูดจาตรงไปตรงมาขนาดนี้

พี่ชายสวี่เฉิงอันชิงพูดขึ้นมาก่อน “ตอนเด็กๆ เวลาพ่อแม่เหยาเหยาทะเลาะกัน มีครั้งไหนบ้างที่เธอไม่ได้มานอนห้องแก? โตป่านนี้แล้ว มาขออาศัยอยู่แค่ไม่กี่วัน แกกลับทำตัวห่างเหินกับเธอไปได้”

ถังถังก็เข้ามาดึงแขนฉัน “ที่จริงเธอก็ตั้งใจกลับมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้เธอนั่นแหละ มาอยู่ล่วงหน้าสักสองสามวัน ก็ถือซะว่ามาช่วยฉลองขึ้นบ้านใหม่ให้เธอไง”

ฉันหันไปมองซ่งเหยา “ย้ายเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“เมื่อห้าวันก่อน”

“ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาอยู่?”

เธอหันไปมองเฮ่อชวนโดยสัญชาตญาณ

เฮ่อชวนเลยยอมรับออกไปตรงๆ “ฉันเอง”

ฉันแค่นหัวเราะ “ไหนนายบอกว่าครึ่งเดือนนี้ต้องเร่งปั่นโปรเจกต์ไง?”

“โปรเจกต์ก็ไม่ได้เสียงานเสียการสักหน่อย”

“แล้วเรื่องที่นอนล่ะ?”

เขาชะงักไปนิดหนึ่ง “ก็แค่แวะไปเป็นเพื่อนเธอลองเทสต์ดูตอนเป็นทางผ่าน”

“แล้วผ้าม่านล่ะ?”

ถังถังพูดเสียงอ่อย “ฉันเป็นคนไปเลือกเป็นเพื่อนเธอเองแหละ”

ฉันหันไปมองพี่ชายอีกรอบ

เขาก็ยอมรับออกมาตรงๆ “ที่ฉันบอกว่าไปคุยงานต่างจังหวัดสองสามรอบนั้นน่ะ ความจริงคือไปช่วยเธอทำเรื่องคืนห้องเช่าแล้วก็ย้ายบ้าน”

คนสามคน อ้างว่ายุ่งทั้งสามคน โกหกฉันทั้งสามคน

ครึ่งปีที่ผ่านมานี้ ฉันต้องวิ่งวุ่นไปตลาดค้าวัสดุก่อสร้างอยู่คนเดียว ต้องหอบตัวอย่างกระเบื้องไปเบียดเสียดผู้คนบนรถไฟใต้ดิน ถ่ายรูปสีบานพับตู้เสื้อผ้าส่งเข้ากรุ๊ปตอนเที่ยงคืน แต่พอเช้าวันรุ่งขึ้น กลับได้รับแค่คำตอบส่งๆ จากเฮ่อชวนว่า “ได้หมด”

ที่แท้พวกเขาก็ไม่ได้ไม่มีเวลา

แต่เวลาทั้งหมดนั้น เอาไปทุ่มให้ซ่งเหยาคนเดียวต่างหาก

ซ่งเหยายังคงพยายามอธิบาย “เป็นฉันเองที่บอกไม่ให้พวกเขาบอกเธอ เธอใกล้จะแต่งงานอยู่รอมร่อ ฉันไม่อยากเอาเรื่องเน่าๆ ของตัวเองไปกวนใจเธอหรอกนะ”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
9 Chapters
บทที่ 1
เฮ่อชวนจ้องมองตัวล็อกประตูอยู่สองวินาที แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมา“โอเคๆ คุณนายเจ้าของบ้านแผลงฤทธิ์ซะแล้ว”เขาก้มหน้าไปรื้อเอารองเท้าแตะพื้นนิ่มของฉันออกมาจากชั้นล่างสุดของตู้รองเท้า แล้วโยนแหมะลงตรงเท้าฉัน“เปลี่ยนรองเท้าก่อนไป วันนี้วิ่งวุ่นอยู่ตลาดค้าวัสดุก่อสร้างมาทั้งวัน ไม่ปวดเท้าหรือไง?”เขาพูดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติเหลือเกินทั้งไซซ์รองเท้าของฉัน ยาแก้โรคกระเพาะวางไว้ตรงไหน หรือแม้แต่ตอนดื่มน้ำเต้าหู้ฉันไม่ใส่น้ำตาล เขาก็จำได้หมดทุกอย่างแต่ในขณะเดียวกันเขากลับสามารถจำเรื่องพวกนี้ได้พร้อมๆ กับการย้ายผู้หญิงอีกคนเข้ามาอยู่ในเรือนหอของฉันซ่งเหยาตาแดงก่ำเดินไปลากกระเป๋าเดินทาง “จือเวยไม่พอใจ งั้นฉันกลับไปอยู่โรงแรมดีกว่า เดิมทีก็แค่กะจะมาเซอร์ไพรส์ ไม่คิดว่าจะทำให้ทุกคนต้องมาอึดอัดใจกันแบบนี้”เฮ่อชวนยื่นมือไปกดที่จับกระเป๋าไว้ “กระเป๋าก็หนักขนาดนี้ อย่าลำบากเลยน่า”ฉันตวัดสายตามอง “ปล่อยให้เธอไป”รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจางลงเล็กน้อย “จือเวย เธอเพิ่งโดนถอนหมั้นมานะ”“แล้วไง?”“เธอก็เลยกำลังรู้สึกแย่มากๆ ไงล่ะ”“นั่นมันก็เรื่องของเธอป้ะ”เฮ่อชวนขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นในท
Read more
บทที่ 2
เฮ่อชวนรีบรับลูกทันที “ได้ยินหรือยัง? คนเขายังอุตส่าห์กลัวว่าจะรบกวนเธอเลยนะ”ฉันจ้องหน้าเขา “งั้นฉันต้องขอบใจเธอด้วยงั้นสิ?”เขาชะงักจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะแก้เก้อ แล้วยื่นมือมาขยี้หัวฉัน“โอเคๆ ฉันพูดไม่เข้าหูเองแหละ แม่ทูนหัว เลิกทำหน้าตึงใส่ฉันสักทีเถอะน่า”ฉันเบี่ยงหัวหลบเขาก็ไม่ได้โกรธอะไร หันไปหิ้วกระเป๋าเดินทางสองใบของซ่งเหยาขึ้นมา “เดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่โรงแรมก่อนนะ”ตอนที่เดินผ่านตัวฉัน เขาจงใจกดเสียงต่ำ “เดี๋ยวตอนเย็นซื้อเกาลัดคั่วมาฝากนะ เมื่อก่อนเธอกินไอ้นี่ทีไรก็หายโกรธตลอด อย่าบอกนะว่าตอนนี้มันใช้ไม่ได้ผลแล้วน่ะ”หลังจากพวกเขาไปแล้ว ฉันก็ย่อตัวลงจัดเก็บข้าวของในห้องนอนใหญ่ด้านหลังตู้หัวเตียงมีใบเสร็จของบริษัทรับจ้างย้ายบ้านทับอยู่วันที่ระบุไว้คือเมื่อห้าวันก่อนจุดเริ่มต้นคือโรงแรม จุดหมายปลายทางคือที่นี่ตรงช่องหมายเหตุเขียนเอาไว้ว่า “อยู่อาศัยระยะยาว สัมภาระค่อนข้างเยอะ โปรดระมัดระวังในการขนย้าย”ผู้เซ็นรับของ… เฮ่อชวนฉันพลิกไปดูด้านหลัง ทางบริษัทรับจ้างย้ายบ้านยังใช้ปากกาสีแดงวงกลมเน้นข้อความเอาไว้ประโยคหนึ่ง“เฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนใหญ่ถูกเคล
Read more
บทที่ 3
ประตูปิดลงครึ่งชั่วโมงผ่านไปหนึ่งชั่วโมงผ่านไปพนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามาถามว่าจะให้เก็บโต๊ะเลยไหมฉันตอบ “เก็บเลยค่ะ”เธอเพิ่งจะเตรียมยกเค้กไปเก็บ ก็รีบร้อนหันหลังกลับมา ด้านหลังมีไรเดอร์เดินตามเข้ามาด้วย“คุณสวี่คะ ขอโทษด้วยนะคะ พอดีร้านเดียวกันบัญชีเดียวกันสั่งมาสองออเดอร์ ระบบหลังบ้านโน้ตที่อยู่สลับกันน่ะค่ะ เค้กก้อนใหญ่ก้อนนี้ต้องส่งไปที่โรงแรมไห่เยว่ ส่วนก้อนเล็กนี้ถึงจะเป็นของคุณค่ะ”เค้กขนาดสิบสองนิ้วประดับไปด้วยรูปโพลารอยด์เต็มไปหมด ตรงกลางมีป้ายช็อกโกแลตปักเอาไว้“ต้อนรับเหยาเหยากลับมา เรื่องร้ายๆ ขอให้เป็นศูนย์ จากนี้ไปพวกเราจะอยู่ตรงนี้เสมอ”คนสั่งซื้อ เฮ่อชวนโทรศัพท์ก็หน้าจอสว่างขึ้นมาพอดีถังถังอัปสเตตัสในโมเมนต์ซ่งเหยาสวมหมวกวันเกิดนั่งอยู่ตรงกลาง พี่ชายกำลังรินเหล้าให้เธอ ถังถังโอบกอดเธอเอาไว้เฮ่อชวนยืนอยู่ด้านหลังกำลังก้มหน้าช่วยจัดหมวกที่เอียงให้ตรงแคปชันมีแค่ประโยคเดียว“เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ช่างมัน เริ่มต้นกันใหม่นะ”ฉันก้มมองสร้อยข้อมือสีเงินบนข้อมือ แสงไฟสาดส่องจนมันสว่างจ้าแสบตาที่แท้เขาก็ไม่ได้ลืมว่าฉันชอบอะไรและไม่ใช่ว่าไม่ได้เตรียมเซอร์ไ
Read more
บทที่ 4
ฉันถอดกุญแจบ้านออกจากพวงกุญแจ แล้ววางมันลงบนตู้รองเท้าพี่ชายหน้าถอดสี “แกกำลังทำอะไร?”“ก็พี่บอกเองไม่ใช่หรอว่าอีกเดี๋ยวฉันก็จะต้องแต่งเข้าบ้านตระกูลเฮ่อแล้ว?”ฉันกอดอัลบั้มรูปเอาไว้ “ที่นี่ก็ยกให้เธอไปเถอะ”เขาคว้าแขนฉันหมับ “จือเวย เมื่อกี้พี่แค่พูดเพราะโมโหนะ”ฉันก้มลงมองมือของเขา“แต่ผนังนั่นมันหายไปแล้วจริงๆ นี่”เขารีบปล่อยมือออกช้าๆ ราวกับโดนของร้อนผนังด้านหลังนั่นขาวโพลนจนแสบตาพี่ชายอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่ได้พูดคำว่า “เดี๋ยวพี่วาดกลับคืนให้ใหม่” ออกมาเขาเองก็คงรู้ดี ว่าลายมือของพ่อไม่มีทางวาดกลับคืนมาได้อีกแล้วฉันเดินออกจากประตูกุญแจดอกนั้นที่ใช้มาเป็นสิบปีถูกทิ้งไว้บนตู้รองเท้าและครั้งนี้ ฉันก็ไม่มีข้ออ้างที่จะกลับมาที่นี่อีกแล้ววันที่ไปจดทะเบียนสมรส เฮ่อชวนใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวที่ฉันชอบที่สุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนี้ เป็นตัวที่ฉันเลือกให้ตอนไปลองชุดสูทแต่งงานเป็นเพื่อนเขาพอเห็นหน้าฉัน เขาก็ยิ้มแฉ่ง “เป็นไง เชื่อฟังเมียแล้วดูเด็กลงใช่ไหม?”เขายื่นน้ำเต้าหู้ร้อนๆ มาให้ไม่ใส่น้ำตาล และไม่มีกลิ่นผักชีที่ฉันเกลียด“แต่งงานเสร็จกลับไปบ้านแ
Read more
บทที่ 5
เฮ่อชวนยืนรออยู่หน้าประตูทั้งคืนตีสอง เขาก็ยังคงเคาะประตูอยู่“เปิดประตูหน่อย ฉันไม่เข้าไปหรอก ขอพูดด้วยแค่สองประโยค”“กระเพาะเธอไม่ค่อยดี อย่าปล่อยให้ท้องว่างแล้วไปนอนนะ”“เกาลัดวางไว้หน้าประตูแล้วนะ ถ้ามันเย็นชืดแล้วก็อย่ากินล่ะ”จนกระทั่งตีสี่ ในที่สุดเขาก็เลิกเคาะแต่กลับส่งข้อความมาประโยคหนึ่ง“โอเค เธอโกรธอยู่”“จะยกเลิกงานแต่งก็ไม่เป็นไร รอเธอหายโกรธเมื่อไหร่ เราค่อยจัดใหม่”ฉันจ้องมองข้อความสองประโยคนั้นอยู่นานมากจนถึงป่านนี้ เขาก็ยังคิดว่าฉันแค่กำลังงี่เง่าเรียกร้องความสนใจเช้าวันรุ่งขึ้น ฉันจัดการยกเลิกทั้งออแกไนเซอร์ โรงแรม และช่างภาพงานแต่งทั้งหมดตอนเที่ยง เฮ่อชวนพุ่งมาหาฉันถึงใต้ตึกบริษัทนัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ พออ้าปากประโยคแรกก็ยังคงเป็น“กินข้าวเช้าหรือยัง?”ฉันเดินเบี่ยงหลบเขาเขาเดินตามมา“ทำไมถึงไปยกเลิกงานแต่งจริงๆ ฮะ?”“ก็เพราะว่าไม่แต่งแล้วไง”“สวี่จือเวย เมื่อคืนฉันก็ยอมให้เธอยกเลิกแล้วไง แล้วตอนนี้เธอยังจะมาปั้นปึ่งอะไรกับฉันอีก?”ฉันหยุดเดิน“นายคิดว่าฉันกำลังปั้นปึ่งเรียกร้องความสนใจจากนายอยู่หรอ?”“ถ้าไม่ใช่งั้นแ
Read more
บทที่ 6
ที่นอนในเรือนหอหลังนั้น เป็นตอนที่ซ่งเหยาย้ายเข้ามาอยู่แล้วบ่นว่ามันแข็งไป เฮ่อชวนก็เลยไปเป็นเพื่อนเธอเพื่อเลือกซื้อใหม่เงินเขาก็เป็นคนจ่ายฉันต้องการจะคืนที่นอน ทางร้านจึงต้องโอนเงินคืนตามช่องทางการชำระเงินเดิม เฮ่อชวนก็เลยรู้เรื่องนี้อย่างรวดเร็วตอนที่ฉันไปห้างเฟอร์นิเจอร์เพื่อเลือกที่นอนใหม่ เขาก็โผล่มาจริงๆ ด้วยฉันเพิ่งจะลองเทสต์ไปได้แค่หลังที่สอง เสียงของเขาก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง “อย่าแนะนำแบบที่นิ่มเกินไปให้เธอนะครับ”พนักงานขายหันกลับไปมองเฮ่อชวนเดินเข้ามา ใช้ฝ่ามือกดลงบนที่นอน “เอวเธอไม่ค่อยดี ถ้านิ่มเกินไปพรุ่งนี้เช้าเธอจะลุกไม่ขึ้นเอาน่ะครับ”พนักงานขายยิ้ม “คุณผู้ชายรู้ใจจังเลยนะคะ”เขาเผลอกระตุกยิ้มมุมปากโดยสัญชาตญาณ “แปดปีแล้วนี่ครับ”พอพูดจบสามคำนี้ ตัวเขาเองกลับชะงักไปก่อนฉันลุกขึ้นยืน “ฉันเอาหลังนี้แหละค่ะ”เฮ่อชวนยื่นมือออกมา “ฉันจ่ายเอง”แต่ฉันสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว“จ่ายเสร็จแล้วล่ะ”สีหน้าของเขาขรึมลงทันที “นี่เธอจะขีดเส้นแบ่งแยกกับฉันให้ชัดเจนขนาดนี้เลยหรอ?”“ก็บ้านของฉัน ที่นอนก็ต้องเป็นฉันซื้อสิ”“เมื่อก่อนฉันก็เป็นคน…”เขาพู
Read more
บทที่ 7
วันหยุดสุดสัปดาห์ เขาส่งรูปถ่ายมาให้หนึ่งรูป“ลายมือของพ่อ พี่ไม่กล้าเขียนเลียนแบบหรอก”ฉันจ้องมองอยู่นานมาก ก่อนจะตอบกลับไปแค่คำว่า “อืม”ตกดึก เขาก็ส่งข้อความมาอีก“เจอชามเคลือบใบเก่าที่พ่อเคยใช้แล้วนะ”สุดท้ายฉันก็ยอมกลับไปที่นั่นจนได้สภาพห้องถูกจัดให้กลับมาเหมือนเดิมมากข้าวของของซ่งเหยาถูกขนออกไปหมดแล้วผ้าปูที่นอนถูกเปลี่ยนกลับมา อัลบั้มรูปก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะเหมือนเดิมบนผนังด้านนั้น รอยดินสอที่เพิ่งถูกขีดขึ้นมาใหม่เรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อยแต่มันกลับดูปลอมยิ่งกว่าเดิมเสียอีกพี่ชายยืนอยู่ข้างหลังฉัน แล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ยังเหมือนเมื่อก่อนอยู่ไหม?”ฉันไม่ได้ตอบเขาเป็นฝ่ายก้มหน้าลงไปก่อน “พี่รู้ว่ามันไม่เหมือนหรอก”บนโต๊ะอาหารมีซุปกระดูกหมูรากบัววางอยู่ตอนเด็กๆ เวลาฉันมีไข้ พ่อจะชอบตุ๋นซุปนี้ให้กินเสมอพี่ชายตักใส่ชามให้ฉัน “กินสิ”ฉันชิมไปหนึ่งคำ“เค็มไป”เขาชะงัก “เค็มมากเลยหรอ?”“อืม”เขาก้มหน้าลงไปชิมบ้าง แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมาหัวเราะจนตาแดงก่ำ“เมื่อก่อนพ่อชอบด่าพี่ประจำเลยว่าแยกความเค็มไม่ออก”ฉันไม่ได้พูดรับมุกอะไรและในตอนนั้นเอง โ
Read more
บทที่ 8
ถังถังก้มหน้าบีบแก้วในมือ“ช่วงนี้ฉันเอาแต่คิดมาตลอด ว่าทำไมฉันถึงกล้าพูดออกไปว่าให้ซ่งเหยาไปอยู่เรือนหอของแกเพื่อขอรับสิริมงคล”ฉันไม่พูดอะไร“ก็เพราะฉันคิดว่ายังไงแกก็ไม่มีทางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟไงล่ะ”“พวกเรารู้จักกันมาตั้งยี่สิบปี ฉันคิดมาตลอดว่าความสัมพันธ์ที่สนิทกันระดับพวกเราเนี่ย จะพูดอะไรก็ไม่เป็นไร จะขอยืมอะไรก็ไม่เป็นไร”เธอฝืนยิ้มขื่น“ฉันเอาความดีที่แกมีให้ฉัน มาใช้เป็นความมั่นใจในการทำอะไรโดยไม่สนความรู้สึกของแก”คำพูดประโยคนี้มีประโยชน์กว่าคำว่า “ขอโทษ” เยอะอย่างน้อยก็ฟังดูเป็นภาษาคนขึ้นมาหน่อยฉันถาม “ตอนนี้เข้าใจแล้วใช่ไหม?”“อืม”เธอไม่ได้ร้องไห้ทำเพียงแค่มองผ้าม่านที่ฉันเพิ่งเปลี่ยนใหม่ “ผืนนี้ดูสวยกว่าผืนก่อนหน้านี้นะ”“ฉันก็คิดงั้นเหมือนกัน”คืนวันที่สองหลังจากที่เธอกลับไป เฮ่อชวนก็มาในมืออุ้มกล่องรองเท้ามาด้วยด้านในคือรองเท้าส้นสูงคู่ที่ฉันใส่ไปวันที่จะจดทะเบียนสมรสส้นรองเท้าด้านหลังถูกหุ้มทำใหม่เรียบร้อยแล้ว“ต่อไปนี้มันจะไม่กัดเท้าอีกแล้วล่ะ”ฉันปรายตามองแวบหนึ่ง“ฉันไม่ใส่แล้วล่ะ”เขาร่างกายแข็งค้างไปทั้งตัว “ทำไมล่ะ?”“เห็นแล้วมันนึกถึง
Read more
บทที่ 9
ตอนที่ช่องประตูเหลือเพียงนิดเดียวก่อนจะปิดสนิท จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมา“วันนี้แม่ฉันยังถามอยู่เลย ว่าทำไมเจ้าสาวถึงยังมาไม่ถึงอีก”มือของฉันชะงักไปชั่วครู่“ฉันไม่กล้าบอกแม่หรอก ว่าฉันเป็นคนทำเจ้าสาวหล่นหายไปเอง”พอพูดจบ เขาก็ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อก่อนเวลาเขาเข้ามาในประตูบานนี้ไม่เคยต้องเคาะประตู น้ำในตู้เย็นก็หยิบกินเองได้ตามสบาย แม้กระทั่งในชีวิตของฉัน เขาก็ยังคิดว่าตัวเองมีที่ทางอยู่ตรงนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาแต่ตอนนี้เขากลับยืนอยู่ข้างนอกประตูแม้แต่ปลายรองเท้าก็ยังไม่ได้ล้ำข้ามธรณีประตูเข้ามาเลยฉันปิดประตูลงด้านหลังมีเสียงหม้อไฟเดือดปุดๆ เพื่อนร่วมงานยังคงหัวเราะร่าเริงวันนั้นไม่มีงานแต่งงานแต่เป็นครั้งแรกที่ฉันไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองสูญเสียอะไรไปเลยครึ่งปีต่อมา ฉันก็ตกแต่งบ้านใหม่จนเสร็จดีไซเนอร์ถามฉัน “ยังจะเอาสไตล์เรือนหอเหมือนเดิมอยู่ไหมครับ?”ฉันตอบ “ไม่ต้องแล้วค่ะ”ที่นอนในห้องนอนใหญ่ ฉันไปลองเทสต์เองสีผ้าม่าน ฉันเป็นคนเลือกเองโถงทางเดินไม่จำเป็นต้องเผื่อพื้นที่ตู้รองเท้าผู้ชายไว้อีกแล้วโต๊ะอาหารก็ไม่จำเป็นต้องซื้อแบบหกที่นั่งอยู่คนเดียว ไม่จำเป
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status