Share

บทที่ 4

Penulis: พั่งหู่
ฉันถอดกุญแจบ้านออกจากพวงกุญแจ แล้ววางมันลงบนตู้รองเท้า

พี่ชายหน้าถอดสี “แกกำลังทำอะไร?”

“ก็พี่บอกเองไม่ใช่หรอว่าอีกเดี๋ยวฉันก็จะต้องแต่งเข้าบ้านตระกูลเฮ่อแล้ว?”

ฉันกอดอัลบั้มรูปเอาไว้ “ที่นี่ก็ยกให้เธอไปเถอะ”

เขาคว้าแขนฉันหมับ “จือเวย เมื่อกี้พี่แค่พูดเพราะโมโหนะ”

ฉันก้มลงมองมือของเขา

“แต่ผนังนั่นมันหายไปแล้วจริงๆ นี่”

เขารีบปล่อยมือออกช้าๆ ราวกับโดนของร้อน

ผนังด้านหลังนั่นขาวโพลนจนแสบตา

พี่ชายอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่ได้พูดคำว่า “เดี๋ยวพี่วาดกลับคืนให้ใหม่” ออกมา

เขาเองก็คงรู้ดี ว่าลายมือของพ่อไม่มีทางวาดกลับคืนมาได้อีกแล้ว

ฉันเดินออกจากประตู

กุญแจดอกนั้นที่ใช้มาเป็นสิบปีถูกทิ้งไว้บนตู้รองเท้า

และครั้งนี้ ฉันก็ไม่มีข้ออ้างที่จะกลับมาที่นี่อีกแล้ว

วันที่ไปจดทะเบียนสมรส เฮ่อชวนใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวที่ฉันชอบที่สุด

เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนี้ เป็นตัวที่ฉันเลือกให้ตอนไปลองชุดสูทแต่งงานเป็นเพื่อนเขา

พอเห็นหน้าฉัน เขาก็ยิ้มแฉ่ง “เป็นไง เชื่อฟังเมียแล้วดูเด็กลงใช่ไหม?”

เขายื่นน้ำเต้าหู้ร้อนๆ มาให้

ไม่ใส่น้ำตาล และไม่มีกลิ่นผักชีที่ฉันเกลียด

“แต่งงานเสร็จกลับไปบ้านแล้วยอมให้ลงโทษตามใจชอบเลย จะให้คุกเข่าบนคีย์บอร์ดหรือรีโมททีวี เธอเลือกมาเลย”

พี่ชายกับถังถังก็มาด้วย ถังถังจัดการตั้งค่าโทรศัพท์เป็นโหมดปิดเสียงไปเลย

ฉันคิดว่า จะขอลองเชื่อใจเป็นครั้งสุดท้าย

ตอนที่คิวก่อนหน้าเหลืออีกแค่สี่คิว โทรศัพท์ของเฮ่อชวนก็ดังขึ้น

ซ่งเหยา

เขาไม่รับสาย

ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ในที่สุดเขาก็ลุกเดินออกไปคุยด้านข้าง

ตอนที่กลับมา รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไปแล้ว

“เดี๋ยวฉันออกไปข้างนอกแป๊บนะ”

ฉันถาม “ไปไหน?”

“เธอไปเอาของที่บ้านโจวเหิง แล้วดันไปเจอเขาอยู่กับภรรยาที่เพิ่งแต่งงานด้วย ตอนนี้นั่งร้องไห้อยู่ตรงบันไดทางเดินน่ะ”

พี่ชายรีบลุกพรวดขึ้นมาทันที “เดี๋ยวฉันไปเอง”

ถังถังก็ลุกขึ้นตาม

แต่เฮ่อชวนกลับหยิบกุญแจรถขึ้นมาแล้ว “เธอไม่ฟังพวกนายหรอก”

ฉันจ้องหน้าเขา “เหลืออีกแค่สี่คิวเองนะ”

“รู้แล้วน่า”

เขากดไหล่ฉันเอาไว้ “ยี่สิบนาที เดี๋ยวฉันส่งเธอขึ้นรถแล้วจะรีบกลับมา”

“เฮ่อชวน”

“หืม?”

“วันนี้เรามาจดทะเบียนกันนะ”

แววตาของเขาวูบไหวไปชั่วขณะ แต่ก็ยังฝืนยิ้ม “ก็เพราะว่าเป็นวันนี้น่ะสิ ถึงต้องรีบไปจัดการ ไม่งั้นเธอก็จะโวยวายไม่เลิก”

พูดจบ เขาก็บีบแก้มฉันเบาๆ

“รอฉันนะ วันนี้ยังไงก็ต้องแต่งเธอเข้าบ้านให้ได้”

จากนั้นเขาก็เดินจากไป

เจ้าหน้าที่เรียกชื่อของเราเป็นครั้งแรก

ฉันตอบไปว่า “ฝ่ายชายกำลังรีบมาค่ะ”

เรียกครั้งที่สองก็ยังไม่มีใครมา คิวจึงถูกยกเลิกไป

ถังถังสีหน้าดูแย่มาก “กดคิวใหม่เถอะ ยังไงก็ทันแน่นอน”

ฉันต่อคิวใหม่อีกรอบ พอใกล้จะถึงคิวที่สอง ฉันก็โทรหาเฮ่อชวน

นานมากกว่าเขาจะรับสาย

เสียงแบ็กกราวด์ยังมีเสียงร้องไห้แทรกเข้ามาด้วย

ฉันถาม “นายจะกลับมาหรือยัง?”

เขาเงียบไปสองวินาที “วันนี้คงไม่ทันแล้วล่ะ”

“ไหนบอกแค่ไปส่งขึ้นรถไง?”

“สภาพเธอเป็นแบบนี้ ขืนฉันทิ้งไปแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจะทำไง?”

“แล้วฉันล่ะ?”

ดูเหมือนในที่สุดเขาก็จะรำคาญที่โดนเซ้าซี้

“เธอนั่งอยู่ในสำนักงานเขตมันจะไปมีเรื่องอะไรได้ฮะ?”

บรรยากาศเงียบกริบลงทันที สีหน้าของพี่ชายก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

เฮ่อชวนรีบเปลี่ยนคำพูดอย่างรวดเร็ว “จือเวย ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นนะ”

ฉันไม่พูดอะไร

เขาถอนหายใจ น้ำเสียงอ่อนลงอีกครั้ง “โอเคๆ ฉันผิดไปแล้ว จดทะเบียนช้าไปวันนึงคงไม่ชิ้นเนื้อหลุดหายไปไหนหรอกน่า พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ดีไหม?”

“เธออย่าดื้อหัวชนฝาแบบนี้สิ”

“ยังไงเธอก็หนีไปไหนไม่รอดอยู่แล้ว”

สี่ทุ่ม เขากลับมาถึง

ในมือยังหิ้วเกาลัดคั่วมาด้วย ฉันนั่งรอเขาอยู่ในห้องรับแขก

พอเข้าประตูมา เขาก็ย่อตัวลงมาถอดรองเท้าให้ฉันเป็นอย่างแรก “ยืนมาทั้งวัน เท้าบวมหมดแล้วมั้งเนี่ย”

ฉันหดเท้าหนี

เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มอย่างจนใจ “ฉันก็กลับมาแล้วนี่ไง เธอจะเอาอะไรอีก? จดทะเบียนช้าไปวันนึงมันไม่หมดอายุหรอกน่า”

ฉันจ้องหน้าเขา

เขาจำได้ว่าฉันเจ็บเท้า ไม่กินผักชี ชอบกินเกาลัดร้านไหน แต่กลับลืมไปว่า วันนี้ที่ฉันไปนั่งรออยู่ตรงนั้น ก็เพื่อที่จะแต่งงานกับเขา

ฉันถอดแหวนออก แล้ววางลงบนฝ่ามือของเขา

“ยกเลิกงานแต่งซะ”

เขาก้มมองแวบหนึ่ง ยังคงส่งยิ้ม “อย่าเอาเรื่องนี้มาขู่ฉันเลยน่า”

ฉันเข็นกระเป๋าเดินทางของเขาออกไปนอกประตู

ป้ายห้อยกระเป๋าทริปฮันนีมูนสีแดงแกว่งไปมาสองที ฉันดึงมันออกแล้วโยนทิ้งลงไปในกระเป๋า

“ทะเบียนสมรสก็ไม่ต้องจดแล้ว”

ในที่สุดรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็หายไป

ฉันเดินไปที่กลอนประตู แล้วลบลายนิ้วมือของเขาออก

“ติ๊ด—”

ลบข้อมูลสำเร็จ

เฮ่อชวนคว้ามือฉันเอาไว้หมับ “สวี่จือเวย นี่เธอเอาจริงดิ?”

ฉันชักมือกลับ

“ไม่ใช่เพราะเรื่องวันนี้นะ”

“แต่เป็นเพราะทุกๆ ครั้งต่างหาก”

ประตูค่อยๆ ปิดลง

จู่ๆ เขาก็ยื่นมือมาดันเอาไว้

น้ำเสียงฟังดูลุกลี้ลุกลนเป็นครั้งแรก

“จือเวย!”

“เธออย่าเพิ่งปิดประตูนะ!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ   บทที่ 9

    ตอนที่ช่องประตูเหลือเพียงนิดเดียวก่อนจะปิดสนิท จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมา“วันนี้แม่ฉันยังถามอยู่เลย ว่าทำไมเจ้าสาวถึงยังมาไม่ถึงอีก”มือของฉันชะงักไปชั่วครู่“ฉันไม่กล้าบอกแม่หรอก ว่าฉันเป็นคนทำเจ้าสาวหล่นหายไปเอง”พอพูดจบ เขาก็ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อก่อนเวลาเขาเข้ามาในประตูบานนี้ไม่เคยต้องเคาะประตู น้ำในตู้เย็นก็หยิบกินเองได้ตามสบาย แม้กระทั่งในชีวิตของฉัน เขาก็ยังคิดว่าตัวเองมีที่ทางอยู่ตรงนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาแต่ตอนนี้เขากลับยืนอยู่ข้างนอกประตูแม้แต่ปลายรองเท้าก็ยังไม่ได้ล้ำข้ามธรณีประตูเข้ามาเลยฉันปิดประตูลงด้านหลังมีเสียงหม้อไฟเดือดปุดๆ เพื่อนร่วมงานยังคงหัวเราะร่าเริงวันนั้นไม่มีงานแต่งงานแต่เป็นครั้งแรกที่ฉันไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองสูญเสียอะไรไปเลยครึ่งปีต่อมา ฉันก็ตกแต่งบ้านใหม่จนเสร็จดีไซเนอร์ถามฉัน “ยังจะเอาสไตล์เรือนหอเหมือนเดิมอยู่ไหมครับ?”ฉันตอบ “ไม่ต้องแล้วค่ะ”ที่นอนในห้องนอนใหญ่ ฉันไปลองเทสต์เองสีผ้าม่าน ฉันเป็นคนเลือกเองโถงทางเดินไม่จำเป็นต้องเผื่อพื้นที่ตู้รองเท้าผู้ชายไว้อีกแล้วโต๊ะอาหารก็ไม่จำเป็นต้องซื้อแบบหกที่นั่งอยู่คนเดียว ไม่จำเป

  • ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ   บทที่ 8

    ถังถังก้มหน้าบีบแก้วในมือ“ช่วงนี้ฉันเอาแต่คิดมาตลอด ว่าทำไมฉันถึงกล้าพูดออกไปว่าให้ซ่งเหยาไปอยู่เรือนหอของแกเพื่อขอรับสิริมงคล”ฉันไม่พูดอะไร“ก็เพราะฉันคิดว่ายังไงแกก็ไม่มีทางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟไงล่ะ”“พวกเรารู้จักกันมาตั้งยี่สิบปี ฉันคิดมาตลอดว่าความสัมพันธ์ที่สนิทกันระดับพวกเราเนี่ย จะพูดอะไรก็ไม่เป็นไร จะขอยืมอะไรก็ไม่เป็นไร”เธอฝืนยิ้มขื่น“ฉันเอาความดีที่แกมีให้ฉัน มาใช้เป็นความมั่นใจในการทำอะไรโดยไม่สนความรู้สึกของแก”คำพูดประโยคนี้มีประโยชน์กว่าคำว่า “ขอโทษ” เยอะอย่างน้อยก็ฟังดูเป็นภาษาคนขึ้นมาหน่อยฉันถาม “ตอนนี้เข้าใจแล้วใช่ไหม?”“อืม”เธอไม่ได้ร้องไห้ทำเพียงแค่มองผ้าม่านที่ฉันเพิ่งเปลี่ยนใหม่ “ผืนนี้ดูสวยกว่าผืนก่อนหน้านี้นะ”“ฉันก็คิดงั้นเหมือนกัน”คืนวันที่สองหลังจากที่เธอกลับไป เฮ่อชวนก็มาในมืออุ้มกล่องรองเท้ามาด้วยด้านในคือรองเท้าส้นสูงคู่ที่ฉันใส่ไปวันที่จะจดทะเบียนสมรสส้นรองเท้าด้านหลังถูกหุ้มทำใหม่เรียบร้อยแล้ว“ต่อไปนี้มันจะไม่กัดเท้าอีกแล้วล่ะ”ฉันปรายตามองแวบหนึ่ง“ฉันไม่ใส่แล้วล่ะ”เขาร่างกายแข็งค้างไปทั้งตัว “ทำไมล่ะ?”“เห็นแล้วมันนึกถึง

  • ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ   บทที่ 7

    วันหยุดสุดสัปดาห์ เขาส่งรูปถ่ายมาให้หนึ่งรูป“ลายมือของพ่อ พี่ไม่กล้าเขียนเลียนแบบหรอก”ฉันจ้องมองอยู่นานมาก ก่อนจะตอบกลับไปแค่คำว่า “อืม”ตกดึก เขาก็ส่งข้อความมาอีก“เจอชามเคลือบใบเก่าที่พ่อเคยใช้แล้วนะ”สุดท้ายฉันก็ยอมกลับไปที่นั่นจนได้สภาพห้องถูกจัดให้กลับมาเหมือนเดิมมากข้าวของของซ่งเหยาถูกขนออกไปหมดแล้วผ้าปูที่นอนถูกเปลี่ยนกลับมา อัลบั้มรูปก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะเหมือนเดิมบนผนังด้านนั้น รอยดินสอที่เพิ่งถูกขีดขึ้นมาใหม่เรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อยแต่มันกลับดูปลอมยิ่งกว่าเดิมเสียอีกพี่ชายยืนอยู่ข้างหลังฉัน แล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ยังเหมือนเมื่อก่อนอยู่ไหม?”ฉันไม่ได้ตอบเขาเป็นฝ่ายก้มหน้าลงไปก่อน “พี่รู้ว่ามันไม่เหมือนหรอก”บนโต๊ะอาหารมีซุปกระดูกหมูรากบัววางอยู่ตอนเด็กๆ เวลาฉันมีไข้ พ่อจะชอบตุ๋นซุปนี้ให้กินเสมอพี่ชายตักใส่ชามให้ฉัน “กินสิ”ฉันชิมไปหนึ่งคำ“เค็มไป”เขาชะงัก “เค็มมากเลยหรอ?”“อืม”เขาก้มหน้าลงไปชิมบ้าง แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมาหัวเราะจนตาแดงก่ำ“เมื่อก่อนพ่อชอบด่าพี่ประจำเลยว่าแยกความเค็มไม่ออก”ฉันไม่ได้พูดรับมุกอะไรและในตอนนั้นเอง โ

  • ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ   บทที่ 6

    ที่นอนในเรือนหอหลังนั้น เป็นตอนที่ซ่งเหยาย้ายเข้ามาอยู่แล้วบ่นว่ามันแข็งไป เฮ่อชวนก็เลยไปเป็นเพื่อนเธอเพื่อเลือกซื้อใหม่เงินเขาก็เป็นคนจ่ายฉันต้องการจะคืนที่นอน ทางร้านจึงต้องโอนเงินคืนตามช่องทางการชำระเงินเดิม เฮ่อชวนก็เลยรู้เรื่องนี้อย่างรวดเร็วตอนที่ฉันไปห้างเฟอร์นิเจอร์เพื่อเลือกที่นอนใหม่ เขาก็โผล่มาจริงๆ ด้วยฉันเพิ่งจะลองเทสต์ไปได้แค่หลังที่สอง เสียงของเขาก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง “อย่าแนะนำแบบที่นิ่มเกินไปให้เธอนะครับ”พนักงานขายหันกลับไปมองเฮ่อชวนเดินเข้ามา ใช้ฝ่ามือกดลงบนที่นอน “เอวเธอไม่ค่อยดี ถ้านิ่มเกินไปพรุ่งนี้เช้าเธอจะลุกไม่ขึ้นเอาน่ะครับ”พนักงานขายยิ้ม “คุณผู้ชายรู้ใจจังเลยนะคะ”เขาเผลอกระตุกยิ้มมุมปากโดยสัญชาตญาณ “แปดปีแล้วนี่ครับ”พอพูดจบสามคำนี้ ตัวเขาเองกลับชะงักไปก่อนฉันลุกขึ้นยืน “ฉันเอาหลังนี้แหละค่ะ”เฮ่อชวนยื่นมือออกมา “ฉันจ่ายเอง”แต่ฉันสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว“จ่ายเสร็จแล้วล่ะ”สีหน้าของเขาขรึมลงทันที “นี่เธอจะขีดเส้นแบ่งแยกกับฉันให้ชัดเจนขนาดนี้เลยหรอ?”“ก็บ้านของฉัน ที่นอนก็ต้องเป็นฉันซื้อสิ”“เมื่อก่อนฉันก็เป็นคน…”เขาพู

  • ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ   บทที่ 5

    เฮ่อชวนยืนรออยู่หน้าประตูทั้งคืนตีสอง เขาก็ยังคงเคาะประตูอยู่“เปิดประตูหน่อย ฉันไม่เข้าไปหรอก ขอพูดด้วยแค่สองประโยค”“กระเพาะเธอไม่ค่อยดี อย่าปล่อยให้ท้องว่างแล้วไปนอนนะ”“เกาลัดวางไว้หน้าประตูแล้วนะ ถ้ามันเย็นชืดแล้วก็อย่ากินล่ะ”จนกระทั่งตีสี่ ในที่สุดเขาก็เลิกเคาะแต่กลับส่งข้อความมาประโยคหนึ่ง“โอเค เธอโกรธอยู่”“จะยกเลิกงานแต่งก็ไม่เป็นไร รอเธอหายโกรธเมื่อไหร่ เราค่อยจัดใหม่”ฉันจ้องมองข้อความสองประโยคนั้นอยู่นานมากจนถึงป่านนี้ เขาก็ยังคิดว่าฉันแค่กำลังงี่เง่าเรียกร้องความสนใจเช้าวันรุ่งขึ้น ฉันจัดการยกเลิกทั้งออแกไนเซอร์ โรงแรม และช่างภาพงานแต่งทั้งหมดตอนเที่ยง เฮ่อชวนพุ่งมาหาฉันถึงใต้ตึกบริษัทนัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ พออ้าปากประโยคแรกก็ยังคงเป็น“กินข้าวเช้าหรือยัง?”ฉันเดินเบี่ยงหลบเขาเขาเดินตามมา“ทำไมถึงไปยกเลิกงานแต่งจริงๆ ฮะ?”“ก็เพราะว่าไม่แต่งแล้วไง”“สวี่จือเวย เมื่อคืนฉันก็ยอมให้เธอยกเลิกแล้วไง แล้วตอนนี้เธอยังจะมาปั้นปึ่งอะไรกับฉันอีก?”ฉันหยุดเดิน“นายคิดว่าฉันกำลังปั้นปึ่งเรียกร้องความสนใจจากนายอยู่หรอ?”“ถ้าไม่ใช่งั้นแ

  • ขอไม่รับคำอวยพรขึ้นบ้านใหม่จากพวกเธอ   บทที่ 4

    ฉันถอดกุญแจบ้านออกจากพวงกุญแจ แล้ววางมันลงบนตู้รองเท้าพี่ชายหน้าถอดสี “แกกำลังทำอะไร?”“ก็พี่บอกเองไม่ใช่หรอว่าอีกเดี๋ยวฉันก็จะต้องแต่งเข้าบ้านตระกูลเฮ่อแล้ว?”ฉันกอดอัลบั้มรูปเอาไว้ “ที่นี่ก็ยกให้เธอไปเถอะ”เขาคว้าแขนฉันหมับ “จือเวย เมื่อกี้พี่แค่พูดเพราะโมโหนะ”ฉันก้มลงมองมือของเขา“แต่ผนังนั่นมันหายไปแล้วจริงๆ นี่”เขารีบปล่อยมือออกช้าๆ ราวกับโดนของร้อนผนังด้านหลังนั่นขาวโพลนจนแสบตาพี่ชายอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่ได้พูดคำว่า “เดี๋ยวพี่วาดกลับคืนให้ใหม่” ออกมาเขาเองก็คงรู้ดี ว่าลายมือของพ่อไม่มีทางวาดกลับคืนมาได้อีกแล้วฉันเดินออกจากประตูกุญแจดอกนั้นที่ใช้มาเป็นสิบปีถูกทิ้งไว้บนตู้รองเท้าและครั้งนี้ ฉันก็ไม่มีข้ออ้างที่จะกลับมาที่นี่อีกแล้ววันที่ไปจดทะเบียนสมรส เฮ่อชวนใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวที่ฉันชอบที่สุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนี้ เป็นตัวที่ฉันเลือกให้ตอนไปลองชุดสูทแต่งงานเป็นเพื่อนเขาพอเห็นหน้าฉัน เขาก็ยิ้มแฉ่ง “เป็นไง เชื่อฟังเมียแล้วดูเด็กลงใช่ไหม?”เขายื่นน้ำเต้าหู้ร้อนๆ มาให้ไม่ใส่น้ำตาล และไม่มีกลิ่นผักชีที่ฉันเกลียด“แต่งงานเสร็จกลับไปบ้านแ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status