Masukหลังจากจับได้ว่าลู่เยี่ยนนอกใจ ฉันให้โอกาสเขาถึงสามครั้ง ครั้งแรก ฉันหยิบจดหมายรักที่ลู่เยี่ยนวัยสิบแปดปีผู้ใสซื่อ เคยมอบให้ฉันด้วยมือที่สั่นเทาออกมา เขารับจดหมายรักไป ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด และลบไลน์ของเสิ่นรั่วเฟยต่อหน้าฉัน ครั้งที่สอง ฉันเปิดวิดีโอแต่งงานในอัลบั้มโทรศัพท์ เป็นภาพของเขาที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและดูสง่าผ่าเผยในตอนที่มารับตัวฉัน ลู่เยี่ยนนิ่งเงียบดูอยู่นาน จากนั้นสั่งให้ รปภ. ไล่เสิ่นรั่วเฟยที่มาขอเงินออกไป แต่ในคืนนั้นเขากลับดื่มจนเมามายไม่ได้สติ ครั้งที่สาม คือวันนี้ หน้าห้องผู้ป่วยของเสิ่นรั่วเฟย ฉันยื่นใบรายงานผลตรวจครรภ์ให้ลู่เยี่ยน ลู่เยี่ยนจุดบุหรี่ขึ้นมวนหนึ่ง ฉันสำลักจนไอไม่หยุด ทว่าสายตาของเขากลับไม่ละไปจากเสิ่นรั่วเฟยที่อยู่ในห้องผู้ป่วยเลย คำตอบนั้นชัดเจนในตัวอยู่แล้ว วินาทีนั้น ฉันรู้ดีว่าฉันกับเขาไม่จำเป็นต้องมีวันข้างหน้าร่วมกันอีกต่อไป
Lihat lebih banyakเช้าวันรุ่งขึ้นพอตื่นมา ฉันรู้สึกเพียงแค่ปวดเมื่อยไปทั้งตัวเขายังจะเอาอีก ฉันเลยเตะเขาออกไปเต็มแรงเขาทำอาหารเช้าให้ฉันด้วยท่าทางตัดพ้อฉันตอบรับการขอแต่งงานบนบอลลูนที่โจวเย่วางแผนไว้อย่างพิถีพิถันสามเดือนหลังจากขอแต่งงาน ฉันกับโจวเย่เดินทางกลับประเทศพร้อมกันเพื่อเตรียมฟ้องหย่าอย่างเป็นทางการในวันฟ้องหย่า ฉันได้พบกับลู่เยี่ยนอีกครั้งสามเดือนผ่านไป ใบหน้าของลู่เยี่ยนปรากฎขึ้นตรงหน้าฉันอีกครั้งฉันอดไม่ได้ที่จะแสดงความรังเกียจออกมาทางสีหน้าทันทีที่เห็นหน้าฉัน สีหน้าของลู่เยี่ยนก็เต็มไปด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความประหม่า“อินอิน คุณหายไปไหนมาตลอดช่วงที่ผ่านมา คุณรู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณแค่ไหน!”เห็นฉันไม่พูดอะไร ลู่เยี่ยนก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง“อินอิน ขอโทษนะ ผมผิดไปแล้ว ผมเห็นธาตุแท้ของเสิ่นรั่วเฟยแล้ว หล่อนเป็นนังสารเลว! ตอนนี้หล่อนได้รับผลกรรมที่สมควรได้รับแล้ว”“อินอิน คุณให้อภัยผมได้ไหม?”ฉันจ้องมองเขาเขม็ง ก่อนจะเอ่ยคำว่า ไม่ ออกมาท่ามกลางแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเขา“แต่คนเราไม่สามารถย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว และฉันก็ทำไม่
ลู่เยี่ยนรู้สึกราวกับโลกมืดมนลงกะทันหันสวี่อินจากเขาไปแล้วจริงๆเขารู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามาสวี่อินไม่เคยหายไปจากโลกของเขาอย่างเด็ดขาดไร้เยื่อใยขนาดนี้มาก่อนโลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก สวี่อินอยากจะไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นแล้วเขาจะไปหาเธอเจอได้ยังไงน้ำตาของเขาไหลรินออกมาอย่างเงียบงันเขาควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป จึงตบหน้าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งหมอและพยาบาลต้องรีบเข้ามาช่วยกันดึงตัวเขาเอาไว้เขาเดินอย่างคนไร้สติกลับมาที่ห้องผู้ป่วยของเสิ่นรั่วเฟยแต่กลับบังเอิญมาเห็นเสิ่นรั่วเฟยกำลังยืนคุยอยู่กับหมอพอดีนับเป็นครั้งแรกที่ลู่เยี่ยนไม่ยอมเคาะประตู ทว่ากลับแอบแนบหูฟังอยู่ตรงหน้าประตูแทน“คุณเสิ่นครับ เงินที่คุณสัญญาไว้จะโอนเข้าบัญชีเมื่อไหร่ครับ พวกเราคนทำงานก็ลำบากเหมือนกัน! การช่วยคุณปลอมแปลงเอกสารประวัติการรักษามันมีความเสี่ยงสูงมากเลยนะ”เสิ่นรั่วเฟยแสดงสีหน้าหงุดหงิดเต็มทน “รู้แล้วน่า ฉันอุตส่าห์ไล่นังแพศยาสวี่อินนั่นออกไปได้แล้ว! ถึงตอนนั้นตระกูลลู่ทั้งตระกูลก็เป็นของฉัน คุณยังต้องกลัวว่าฉันไม่มีปัญญาจ่ายเงินห้าล้านนั่นอีกหรือไง!”ลู่เยี่ยนก้าวถอยหลังโ
ตอนที่ลู่เยี่ยนอุ้มเสิ่นรั่วเฟยที่เนื้อตัวชุ่มด้วยเลือดไปโรงพยาบาลในใจของเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกลนลานและหวาดหวั่นอยู่ตลอดเวลาเบื้องหน้าของเขามักจะผุดภาพใบหน้าที่เศร้าโศกเจียนตายของสวี่อินขึ้นมาไม่หยุดก้นบึ้งของหัวใจเขาพลันกระตุกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรงเขาอดคิดไม่ได้ว่า ครั้งนี้ตัวเองทำเกินไปแล้วจริงๆ หรือเปล่าบางทีสวี่อินอาจจะแค่หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ ตอนนี้รั่วเฟยก็ไม่ได้มีอันตรายถึงชีวิตแล้วไม่ใช่รึไงสวี่อินก็แค่สภาพจิตใจย่ำแย่เพราะกำลังตั้งท้อง ทำไมตัวเองถึงเห็นใจเธอสักนิดไม่ได้นะ?ตอนที่หมอมาแจ้งว่าเสิ่นรั่วเฟยฟื้นแล้ว ในสมองของเขากลับมีแต่ภาพของสวี่อินเต็มไปหมดสวี่อินผู้เคยแจกยิ้มสดใสราวกับดอกไม้ผลิบานให้เขามานับครั้งไม่ถ้วนในวัยเยาว์แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เธอไม่เคยยิ้มให้เขาอีกเลยเป็นตอนที่เขานอกใจครั้งแรก หรือครั้งที่สองกันนะเขาจำไม่ได้แล้วจริงๆเสิ่นรั่วเฟยที่มีผ้าพันแผลพันอยู่ตามตัว มองมาที่เขาด้วยนัยน์ตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา“ประธานลู่คะ เรื่องนี้อย่าไปตำหนิคุณนายเลยนะคะ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่ควรมาอยู่ข้างกายคุณเลย ไม่ควรมาทำตัวขวาง
วินาทีต่อมา บานประตูกลับถูกผลักเปิดออกมาจากด้านในเสิ่นรั่วเฟยที่สวมชุดนอนของฉัน เมื่อเห็นฉันกำลังยืนจ้องมองลูกบิดประตูเธอก็แลบลิ้นใส่ฉัน พลางส่งยิ้มให้ด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน“คุณนายคะ พอดีประธานลู่เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่น่ะค่ะ ฉันเองก็ยังไม่มีโอกาสได้บอกคุณเลย”“ความจำของฉันแย่มากเลย วันครบรอบแต่งงานของพวกคุณฉันจำไม่ได้ ประธานลู่เขาก็เลยเปลี่ยนรหัสผ่านให้เป็นวันเกิดของฉันแทน”ฉันเงยหน้าขึ้นมองลู่เยี่ยน แต่เขากลับเบนสายตาหนีไม่ยอมสบตาด้วย“ผมพาตัวรั่วเฟยกลับมาดูแลที่บ้านสักพัก คุณอย่าคิดมากไปเลย”ฉันพยักหน้ารับด้วยท่าทีเรียบเฉย ไม่มีอะไรที่จำเป็นต้องเก็บเอาไปคิดมากอีกแล้วเสิ่นรั่วเฟยรีบเข้ามาดึงมือฉันไว้ด้วยท่าทีกระตือรือร้น “คุณนายคะ เมื่อบ่ายวันนี้ฉันกับประธานลู่เพิ่งจะพากันไปเลือกซื้อข้าวของให้เจ้าตัวเล็กมาตั้งเยอะแยะเลยค่ะ”พูดไปพลาง มือข้างหนึ่งของเธอก็ดึงตัวฉันไว้ ส่วนมืออีกข้างก็จูงลู่เยี่ยนเอาไว้แล้วพากันเดินตรงไปยังห้องนอนแขกภายในห้องนั้นถูกอัดแน่นไปด้วยเตียงเด็กอ่อน รถเข็นเด็ก รวมถึงของเล่นจนแทบไม่มีที่ว่างเสิ่นรั่วเฟยคอยหยิบของแต่ละชิ้นขึ้นมาแนะนำให้ฉันฟังทีละอย





