Share

บทที่ 3 บุรุษรูปงาม

last update Last Updated: 2026-01-28 13:03:16

ต่อไปคงไม่มีใครมาวุ่นวายกับชีวิตน้อยๆ ของเขาในโลกบ้าๆ นี่แล้วละมั้ง

โอ๊ย! นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่แล้ว น่าหวาดเสียวชิบหาย

ไม่เพียงโถแก้วนั่นที่นักรบได้มาจากขันทีผู้นั้น เขายังกำชับอีกว่า ให้นักรบไปที่วัดอิงซื่อ ที่อยู่นอกวังหลวง โดยไม่ลืมมอบป้ายผ่านทางให้เขาเก็บไว้แสดงต่อหน้านายทหารเฝ้าประตูวังด้วย

นายน้อย แม่นมหลิ่วสั่งความแก่ข้าไว้ ไม่ว่าอย่างไร หากท่านมาเมืองหลวง และเข้ามาในวังสำเร็จแล้ว ก็ต้องเร่งไปหาแม่นมหลิ่วให้ได้นะฮะ” 

อึม ผ เอ่อ ข้าจะรีบไป” 

นักรบกวาดสายตาผ่านทหารวังเฝ้าประตูใต้ พลางสำรวจไปทั่วบริเวณ จากวังหลวงที่สวยงามโอ่อ่า ความทรงจำของร่างนี้บอกเขาว่า มีอาคารนับร้อยหลังมีห้องมากมายถึง 9,999 ห้อง กำแพงสูงล้อมรอบแบ่งแยกชีวิตของผู้คน ภายนอกและผู้คนหลังกำแพงวังได้ชัดเจน ผู้คนในวัง ต่างมีหน้าตางดงามแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา หญิงสูงศักดิ์เกล้าผมอย่างปราณีตประดับเครื่องประดับแสดงยศฐาบรรดาศักดิ์สวมเสื้อคลุมตัวยาวปักลวดลายงดงาม ขณะที่นางกำนันเองก็แต่งกายตามแต่ว่าเจ้านายของตนเองจะมียศฐาบรรดาศักดิ์สูงส่งเพียงใด นี่ยังไม่รวมขุนนาง ที่สวมหมวกทรงสูง สวมเสื้อคลุม หลากสีตามกรมกองของตน ด้านหน้าตัวเสื้อปักลวดลายแสดงยศถาบรรดาศักดิ์ ของขุนนางแต่ละคน ขณะที่เบื้องนอกกำแพงวังนั้น ผู้คนส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านต่างแต่งกายเรียบง่าย คงมีเพียงพ่อค้าแม่ค้า มีร้านรวมเป็นของตนเอง ภรรยาบุตรธิดาขุนนางเท่านั้นที่แต่งกายหรูหรา สวม เครื่องประดับมีค่า เห็นแล้วนักรบก็อดคิดไม่ได้ว่าหากเขาสามารถนำเครื่องประดับพวกนี้กลับไปยังโลกปัจจุบันได้คงจะทำกำไรในร้านขายของเก่าได้ไม่น้อยเลย

พูดถึงการเดินทางไปหาแม่นมหลิ่ว ความทรงจำของร่างนี้บอกเขาว่าจะต้องเดินทางไปตามถนนออกนอกเมือง ไปไกล แถมยังต้องขึ้นเขาไปอีกรวมระยะทาง ถึง 500 ลี้ทีเดียว กว่าจะถึงอารามซื่ออิง

ถ้าวันนี้อากาศ เย็นสบายก็คงไม่เป็นไร แต่นี่อากาศค่อนข้างหนาวเย็น ยิ่งสายลมพัดมาก็ทำให้เจ้าของร่างหนาวสะท้าน แม้จะสวมเครื่องกันหนาวมาพอประมาณ หากส่วนที่โผล่พ้นเสื้อกันหนาวออกมา อย่างมือและหน้าก็ทำให้นักรบรู้สึกหนาวจน มือชาหน้าชา จะว่าไปแล้วอากาศที่นี่หนาวเย็นกว่าที่ซามาร์หลายเท่านัก นี่ดีนะที่เขาเคยไปฝึกหน่วยรบพิเศษที่ต่างประเทศหลายครั้งแล้วจึงพอมีโอกาสต้องผจญกับสภาพอากาศเลวร้ายมาบ้าง ไม่อย่างนั้นล่ะก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากเขาเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่เคยผ่านการฝึกฝนร่างกายอย่างหนักมาก่อนจะทนต่อสภาพอากาศเช่นนี้ได้อย่างไร แต่จะว่าไปเจ้าขันทีคนนี้ก็แข็งแกร่งเหมือนกันนะ ถึงตัวจะเล็กกว่าเขาไปสักหน่อย แต่ก็ถือได้ว่ามีร่างกายแข็งแรง เดินไกลในสภาพอากาศเช่นนี้ก็ยังไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไรมากนัก

ว่าแต่เจ้าของร่างนี้ ทำไมถึงถูกส่งเข้ามาในวัง โดยที่ไม่ผ่านการตอนได้นะ แล้วแม่นมหลิ่วที่ว่า เป็นใครยิ่งใหญ่มาจากไหนกันถึงทำให้ขันทีที่ดูเป็นขันทีอาวุโสผู้นั้นเกรงกลัวขนาดนี้

นักรบถามตนเอง มองผู้คนเดิน เข้าออกด่านประตูเมืองบางตา พอเดินไปถึงหน้าด่าน ก็ส่งป้ายผ่านทางให้ทหารหน้าด่านดู

ขันทีน้อย เจ้าจะออกไปนอกเมืองหรือ กงๆให้เจ้าไปทำธุระข้างนอกหรือ

เจ้าฮ่ะดีนะที่เขาเคยดูหนังจีนโบราณผ่านตามาบ้าง ก็เลยพอจะรู้ว่าต้องพูดจาอย่างไร

อากาศหนาวแบบนี้กงกงก็เหลือเกิน ยังอุตส่าห์ใช้เจ้าออกไปข้างนอกอีกทหารเฝ้าประตูบ่นไม่จริงจังนักขณะยกไม้กั้นขึ้นให้ขันทีน้อยผ่านประตูออกไป

นักรบเดินเร็วๆ ไปตามถนนสายเล็กๆ ลัดเลาะไปตามแนวป่าเขียวขจี พื้นเบื้องล่างปกคลุมด้วยหิมะสีขาวฟู ดูเหมือนเมื่อคืนหิมะจะตกหนักพอดู และคงจะหยุดตกได้ไม่นานเป็นแน่ ถึงได้มีหิมะมากมายบนพื้นเช่นนี้ ความเป็นทหารหน่วยรบพิเศษ สอนให้เขากวาดสายตาสำรวจไปทั่วบริเวณตามความเคยชิน ดูเหมือนป่าแห่งนี้จะไม่มีสัตว์ร้ายเลย หรือถึงมีพวกมันก็คงจำศีลอยู่ในถ้ำ ในรวงรังของตนเอง คงไม่ออกหาอาหารตอนนี้ล่ะมั้ง เขาบอกตัวเอง

แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อโสดประสาทยินเสียงฝีเท้าม้าใกล้เข้ามา

เขาหลบมาเดินข้างทางโดยอัตโนมัติ มองรถม้าแล่นใกล้เข้ามา แรกทีเดียวเขาคิดว่าสารถีคงจะพารถม้าคันนั้นแล่นผ่านไปแล้ว หากไม่เพราะคนที่นั่งอยู่ด้านในตัวรถไม่ร้องสั่งขึ้น

หยุดรถก่อน” 

เพียงเท่านั้น สารถีหนุ่มร่างใหญ่ก็รีบทำตามคำสั่ง หยุดรถรวดเร็ว ก่อนคนด้านในจะแหวกม่านออก เผยให้นักรบเห็นว่า เขาคือบุรุษรูปงาม หน้าหวานราวสตรีที่จงใจแต่งเป็นบุรุษ น้ำเสียงเอ่ยออกมานั่นเล่าก็ช่างคล้ายจงใจดัดให้ห้าวอย่างบุรุษ ฟังดูแปลกหูดีเหมือนกัน

ไม่รู้ว่าคนโบราณจะรู้ไหม แต่คนผ่านการฝึกฝนศาสตร์และศิลป์ในด้านการทหารอย่างเขาชักจะสงสัยซะแล้วสิ

ขึ้นมาสิ” 

ฮะ ฮ่ะขืนปฏิเสธละก็ คงได้เดินจนขาลากแน่ มิสู้ขึ้นรถม้าไปกับบุรุษผู้นั้นดีกว่า เผื่อจะย่นระยะทางได้บ้างไม่มากก็น้อย

เจ้าจะไปที่ใดงั้นหรือบุรุษผู้นั้นถามเรียบๆ ขณะรถม้ากำลังเคลื่อนไปตามทางอย่างช้าๆ

เอ่อ วั ดซื่ออิงฮ่ะ” 

ดูจากการแต่งตัวแล้วเจ้าคงเป็นขันทีน้อย เจ้ามีธุระจำเป็นอันใดต้องไปที่นั่นหรือ

เอ่อ กงกงวานให้ข้าน้อยไปธุระฮ่ะ” 

งั้นหรือบุรุษผู้นั้นพยักหน้ารับรู้

เป็นโชคดีของเจ้าแล้ว ข้าก็จะไปที่นั่นเช่นกัน” 

ฟังคำตอบของเขาแล้ว นักรบก็ดีใจนัก อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องเดินให้เมื่อยแล้ว

“...โชคดีของฉันแล้ว ผู้ชายคนนี้มีน้ำใจดีจริงๆ ฉันเลยโชคดีไม่ต้องเดินให้เมื่อย โคตรดีเลยอ่ะ…เสียงของความคิดดังขึ้นในใจเขา

วินาทีนี้ เขาไม่อาจล่วงรู้หรอกว่า บุรุษผู้นี้ถึงกับต้องขมวดคิ้วมุ่นทีเดียว เมื่อได้ยินคำพูดแปลกๆ ในใจเขา ซึ่งแตกต่างจากเสียงความคิดในใจของผู้อื่นอย่างน่าประหลาด

เจ้าว่า เจ้าโชคดีหรือไม่” 

เอ่อ ก็ต้องโชคดีสิฮะ ท่านผู้มีน้ำใจ อากาศหนาวเช่นนี้ เป็นวาสนาของข้าที่ได้เจอท่านเขายกยอไปตามเรื่อง ที่จริงก็ไม่อยากพูดอะไรกับคนแปลกหน้ามากหรอก แค่แสดงจริตขันทีไปตามเรื่องให้ดูสมจริงหน่อยเท่านั้นเอง

“...จะว่าไป ถ้าเอารถมานี่ด้วยได้ก็ดีน่ะสิ จะได้ขับไป ป่านนี้อาจจะถึงวัดนั่นแล้วก็ได้…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!   บทที่ 4 อ่านใจ

    อีกครั้งที่บุรุษผู้นั้นขมวดคิ้ว แน่นอนว่า เขาได้ยินเสียงในใจของขันทีน้อยผู้นี้อีกแล้ว ดูเหมือนเขาจะพูดอะไรแปลกๆ ที่ฟังไม่เข้าใจเอาซะเลย ครั้นจะถามก็เกรงว่าคนนอกจะล่วงรู้ว่า เขาสามารถอ่านความรู้สึกนึกคิดของผู้คนได้ จึงต้องนิ่งเงียบต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เอ่อ ท่านผู้มีน้ำใจ เหตุใดท่านจึงไปที่วัด อย่าบอกนะว่า ท่านจะไปบวชแล้วน่ะ เสียดายนะฮะ ท่านยังหนุ่มยังแน่น หากต้องบวช ก็คงน่าเสียดายแย่” นักรบจีบปากจีบคอ ดูเหมือนเจ้าของร่างนี้จะช่างพูดช่างจาไม่น้อยเลยนะ เขาถึงได้หาเรื่องคุยกับคนแปลกหน้าได้ ทั้งที่ปกติไม่ใช่คนช่างพูดช่างจาซักเท่าไหร่ “ถ้าข้าจะออกบวชเล่า เจ้าคิดว่าอย่างไร” “เอ่อ”“...คนที่โลกของผมนะ ถ้าไม่บวชตั้งแต่ยังเป็นเณร ก็คงบวชตอนแก่แล้ว วัยขนาดผมกับคุณน่ะ เขาไม่บวชกันหรอก เพราะต้องไปทำงาน หาเลี้ยงตัวเอง ยิ่งคนซามาร์ด้วยแล้ว คนหนุ่มๆ ที่จะบวชก็มีแต่คนอกหักเท่านั้นแหละ…” อีกครั้งที่เสียงในใจเขาดังขึ้น และบุรุษผู้นั้นก็ตั้งใจฟังอย่างตื่นตะลึง จนต้องเสหลบสายตา เพื่อมิให้อีกฝ่ายรู้ว่า เขากำลังตื่นตะลึงกับคำพูดของขันทีน้อยผู้นี้ “...โลกของผมงั้นหรือ เขาพูดอย่างกับว่า เขาไม่ใ

  • ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!   บทที่ 3 บุรุษรูปงาม

    ต่อไปคงไม่มีใครมาวุ่นวายกับชีวิตน้อยๆ ของเขาในโลกบ้าๆ นี่แล้วละมั้งโอ๊ย! นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่แล้ว น่าหวาดเสียวชิบหายไม่เพียงโถแก้วนั่นที่นักรบได้มาจากขันทีผู้นั้น เขายังกำชับอีกว่า ให้นักรบไปที่วัดอิงซื่อ ที่อยู่นอกวังหลวง โดยไม่ลืมมอบป้ายผ่านทางให้เขาเก็บไว้แสดงต่อหน้านายทหารเฝ้าประตูวังด้วย “นายน้อย แม่นมหลิ่วสั่งความแก่ข้าไว้ ไม่ว่าอย่างไร หากท่านมาเมืองหลวง และเข้ามาในวังสำเร็จแล้ว ก็ต้องเร่งไปหาแม่นมหลิ่วให้ได้นะฮะ” “อึม ผ เอ่อ ข้าจะรีบไป” นักรบกวาดสายตาผ่านทหารวังเฝ้าประตูใต้ พลางสำรวจไปทั่วบริเวณ จากวังหลวงที่สวยงามโอ่อ่า ความทรงจำของร่างนี้บอกเขาว่า มีอาคารนับร้อยหลังมีห้องมากมายถึง 9,999 ห้อง กำแพงสูงล้อมรอบแบ่งแยกชีวิตของผู้คน ภายนอกและผู้คนหลังกำแพงวังได้ชัดเจน ผู้คนในวัง ต่างมีหน้าตางดงามแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา หญิงสูงศักดิ์เกล้าผมอย่างปราณีตประดับเครื่องประดับแสดงยศฐาบรรดาศักดิ์สวมเสื้อคลุมตัวยาวปักลวดลายงดงาม ขณะที่นางกำนันเองก็แต่งกายตามแต่ว่าเจ้านายของตนเองจะมียศฐาบรรดาศักดิ์สูงส่งเพียงใด นี่ยังไม่รวมขุนนาง ที่สวมหมวกทรงสูง สวมเสื้อคลุม หลากสีตาม

  • ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!   บทที่ 2 ข้ามมิติ

    เสียงทุบโครมครามดังมาจากหน้าประตู ปลุกให้นักรบสะดุ้งตื่น กระเด้งตัวลุกจากที่นอนอย่างรวดเร็ว เพราะคิดว่าคงมีเพื่อนทหารมาปลุกให้เขาตื่นไปพาน้องๆ พลทหารวิ่งรอบกองร้อย ทว่าภาพที่เห็นหลังแรกลืมตา กลับกลายเป็นว่า ตัวเองนอนอยู่บนเตียงไม้แข็งๆ ไม่ใช่ห้องนอนที่คุ้นเคยซะแล้ว “...ที่นี่ที่ไหนวะเนี่ย” เขากวาดสายตาไปรอบๆ พบว่าห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นนเลย ทั้งด้านหน้าและหลังห้องเป็นหน้าต่างไม้ดูคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน ยังไม่ทันจะได้คำตอบให้ตัวเอง เสียงทุบประตูก็ดังมา“เสี่ยวอันจือ ตื่นเดี๋ยวนี้นะ”สิ้นเสียงนั้น คนข้างนอกก็ถีบประตูให้เปิดออก ตามมาด้วยชายคนหนึ่ง สวมหมวกทรงสูง เสื้อคลุมสีเขียวเข้มไร้ลวดลาย คาดทับด้วยสายคาดเอวสีดำก็เดินมา “นี่ เสี่ยวอันจื่อ เอาเสื้อผ้าพระสนมไปซักเดี๋ยวนี้” ท่าทางกระตุ้งกระติ้งแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ คงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากขันทีจีนโบราณอย่างแน่นอน ...ว่าแต่เขากำลังฝันอยู่ใช่ไหม อาการต้องแย่ขนาดไหนถึงฝันเห็นขันทีแบบนี้ได้เนี่ย ยังไม่ทันได้จับต้นชนปลายด้วยซ้ำ ตะกร้าสานใบใหญ่ใส่เสื้อผ้าผู้หญิงเต็มจนเกือบล้นก็ถูกโยนโครมเข้ามา ก่อนประ

  • ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!   บทที่1 สนามรบ

    ในสนามรบที่กลิ่นควันปืนเพิ่งจางไปในอากาศ หลังการเซ็นสัญญาหยุดยิงของผู้นำความมั่นคงแห่งซามาร์ “นักรบ” นายทหารชั้นประทวนหนุ่มคลานออกมาจากบังเกอร์ เหลียวซ้ายแลขวา กวาดสายตาไปรอบๆ พบว่าสหายร่วมรบต่างคลานออกมาจากบังเกอร์ไม่ต่างจากเขา ไกลออกไป ควันปืนจางไปแล้วนั้น เผยให้เห็นร่างทหารฝ่ายตรงข้ามทอดร่างบนพื้นดิน ในสภาพน่าสยดสยอง บ้างเหลือเพียงกองเลือด บ้างเหลือเพียงเข่าลงไปถึงเท้า บ้างเหลือเพียงข้อเท้า อันเป็นผลจากการทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศแห่งซามาร์ ขณะที่ทหารฝ่ายตรงข้ามอีกส่วนหนึ่งต่างถอดชุดทหารออก วิ่งหนีจากความสยดสยองตรงหน้า หวังให้ตนเองหลุดพ้นจากความเป็นนักรบฝ่ายตรงข้าม คงมีเพียงทหารฝ่ายตรงข้ามคนหนึ่งกำลังคลานออกมาจากบังเกอร์ ทั้งที่มือข้างหนึ่งยังคงถือระเบิดเอาไว้ “พวกมึง ตาย!” เสียงแผดคำรามราวมัจจุราชที่พร้อมจะหยิบยื่นความตายให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทว่าทุกอย่างกลับผิดพลาด การสู้รบที่ยาวนาน ทำให้เขาอ่อนล้า ไร้เรื่อวแรงแม้แต่จะยืนหยัดต่อสู้ ประสาอะไรจะมีแรงขว้างลูกระเบิดในมือ จากหวังผลทำลายชีวิตคู่ต่อสู้ จึงกลายเป็นว่า เขาขว้างมันไม่พ้นตัว ตูม...แรงระเบิดดังสนั่น แร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status