Share

ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!
ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!
Author: นักเขียนบ้านนา

บทที่1 สนามรบ

last update Last Updated: 2026-01-28 12:38:24

ในสนามรบที่กลิ่นควันปืนเพิ่งจางไปในอากาศ หลังการเซ็นสัญญาหยุดยิงของผู้นำความมั่นคงแห่งซามาร์ “นักรบ” นายทหารชั้นประทวนหนุ่มคลานออกมาจากบังเกอร์ เหลียวซ้ายแลขวา กวาดสายตาไปรอบๆ พบว่าสหายร่วมรบต่างคลานออกมาจากบังเกอร์ไม่ต่างจากเขา ไกลออกไป ควันปืนจางไปแล้วนั้น เผยให้เห็นร่างทหารฝ่ายตรงข้ามทอดร่างบนพื้นดิน ในสภาพน่าสยดสยอง บ้างเหลือเพียงกองเลือด บ้างเหลือเพียงเข่าลงไปถึงเท้า บ้างเหลือเพียงข้อเท้า อันเป็นผลจากการทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศแห่งซามาร์

          ขณะที่ทหารฝ่ายตรงข้ามอีกส่วนหนึ่งต่างถอดชุดทหารออก วิ่งหนีจากความสยดสยองตรงหน้า หวังให้ตนเองหลุดพ้นจากความเป็นนักรบฝ่ายตรงข้าม คงมีเพียงทหารฝ่ายตรงข้ามคนหนึ่งกำลังคลานออกมาจากบังเกอร์ ทั้งที่มือข้างหนึ่งยังคงถือระเบิดเอาไว้

          “พวกมึง ตาย!” เสียงแผดคำรามราวมัจจุราชที่พร้อมจะหยิบยื่นความตายให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทว่าทุกอย่างกลับผิดพลาด การสู้รบที่ยาวนาน ทำให้เขาอ่อนล้า ไร้เรื่อวแรงแม้แต่จะยืนหยัดต่อสู้ ประสาอะไรจะมีแรงขว้างลูกระเบิดในมือ จากหวังผลทำลายชีวิตคู่ต่อสู้ จึงกลายเป็นว่า เขาขว้างมันไม่พ้นตัว

ตูม...แรงระเบิดดังสนั่น แรงอัดมหาศาล พาให้ร่างมนุษย์ร่างกายครบ 32 นั้น เหลือะพียงเศษเนื้อแหลกเละในพริบตา ปิดฉากชีวิตทหารคู่สงครามกับซามาร์ลงเพียงเท่านั้น

          “เฮ้ย!” ภาพความสยดสยองตรงหน้า พาให้นักรบเบิกตากว้าง ภาพหลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิด เต็มไปด้วยภาพตนเองจับปืนเอ็ม 16 ปืนกล กราดยิงทหารฝ่ายตรงข้ามล้มตายราวใบไม้ร่วง และภาพหนึ่งที่เขาไม่อาจลืมเลยก็คือ สหายร่วมรบสองนาย บุกตะบันนำเขาขึ้นไปยังเนินเขาคอเคส หนึ่งในทหารกล้ายังคงพาดธงชาติซามาร์ไว้บนบ่า หวังเพียงประกาศอธิปไตยเหนือผืนดินคอเคสที่เคยถูกรุกราน

          แต่แล้ว สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อทหารกล้าทั้งสองกลับถูกทหารฝ่ายตรงข้ามกราดยิงเข้าใส่จนทะลุปรุพรุนไปทั้งร่าง ต้องทิ้งลมหายใจสุดท้ายไว้บนผืนแผ่นดินแห่งนั้น

“ไม่” คำพูดเดียวนั้นหลุดจากปากนักรบ ปืนในมือร่วงหล่นลงบนพื้น พร้อมกับสติสัมปชัญญะดับวูบลง เขาไม่รู้ตัวเลยว่า ร่างทั้งร่างล้มลงกับพื้น ท่ามกลางความตื่นตระหนกของสหายร่วมรบ และเขาคงได้หัวน็อคพื้นไปแล้ว หากสหายร่วมรบสองนายไม่เข้ามารับร่างเขาเอาไว้ได้ทัน

          สำหรับทหารบาดเจ็บหลายนาย อาจมีบาดแผลทางกายกลับไปในฐานะผู้กล้า แต่ใครจะรู้เล่าว่า แม้นักรบจะไม่มีบาดแผลทางกายใด แต่กลับมีบาดแผลทางใจฝังรากลึกเกินเยียวยา

          หลังจากฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล เขายังคงนอนไม่หลับ หากหลับก็มักจะฝันร้ายถึงภาพเหตุการณ์ซ้ำๆ ในสงครามจนต้องพบจิตแพทย์ เขาได้รับการวินิจฉัยว่า ป่วยเป็น PTSD ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้านจิตเวชอย่างเร่งด่วน

          ทหารกล้าหลายคนอาจมีบ้านให้กลับ มีคนในครอบครัวให้กอด ให้ได้เยียวยาจิตใจ แต่สำหรับชายหนุ่มอายุ 25 ปี อยู่ตัวคนเดียว พ่อแม่ต่างเสียชีวิตหมดแล้ว ไร้ญาติ มีเพียงเพื่อนสมัยเรียนที่อยู่ห่างกันคนละเมือง จะมีใครช่วยเยียวยาจิตใจเขาให้หายดีได้ หรือว่าเขาต้องกลายเป็นคนป่วยทางจิตใจแบบนี้ไปตลอดชีวิตกันนะ

          นักรบถามตัวเอง มือกร้านแดดแตกด้านจากการจับอาวุธปืนหยิบยาระงับประสาทสั่นระริก ยามยัดยาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตาม หวังให้ฤทธิ์ยาทำให้เขาข่มตาลงได้อีกครั้ง

เพียงยาออกฤทธิ์ เขาก็หลับลงได้อย่างง่ายดาย หากแต่ภายในจิตสำนึก กลับเต็มไปด้วยภาพการเข่มฆ่าในสนามรบ นักรบแห่งซามาร์ต่างจับอาวุธปืนในมือกระหน่ำยิงทหารคู่สงคราม ขณะที่บนฟ้าไกลออกไป เต็มไปด้วยลูกจรวด BM21 ยิงกระหน่ำราวห่าฝนจนท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงไฟ ขณะที่กองทัพอากาศของซามาร์เองกำลังส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ฐานทหารฝ่ายศัตรูไม่มีหยุดหย่อน ภาพที่เห็นตรงหน้าพาให้เขาสัมผัสได้ถึงการเต้นของหัวใจกระหน่ำแรง พยายามพาตัวเองออกไปจากภาพการเข่นฆ่าตรงหน้า แต่กลับไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้เลย

“ไม่ ไม่ ไม่...” เขาร่ำร้อง โสดประสาทยินเสียงตนเองสะท้อนก้องไปมาจากทุกทิศทุกทาง ก่อนร่างจะดึดผึงขึ้นจากที่นอน เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดพรายเต็มดวงหน้า ไหลโทรมกายราววิ่งมาราธอนมาไกลนับสิบกิโลเมตร  ลมหายใจหอบแรงพาช่องอกสะท้อนขึ้นลง ดวงตาที่ควรจะข่มให้หลับได้แข็งค้าง ตลอดชั่วชีวิตนี้ เขาคงไม่อาจนอนหลับอย่างเป็นสุขได้เหมือนเดิมแล้วสินะ

          เขาควรจะทำยังไงดี ถึงจะหลุดพ้นจากสิ่งที่เป็นอยู่ เขาควรจะรับการรักษาในโรงพยาบาลด้านจิตเวชต่อไป หรือควรปิดฉากชีวิตตัวเองลงไว้เพียงแค่นี้ดีล่ะ

          ถ้าเขาตาย...ทุกอย่างก็คงจบ...

ชีวิตที่อ้างว้าง เดียวดาย ตอนเด็กๆ ก็เป็นแค่เด็กกำพร้าคนหนึ่ง ขาดพ่อไร้แม่ มีแค่ย่าที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่แบเบาะจนโตเป็นหนุ่มน้อยวัย 15 ปี

          “นักรบ ถ้าย่าไม่อยู่แล้ว ดูแลตัวเองดีๆ นะลูกนะ” นั่นเป็นคำสั่งเสียของย่า ก่อนจากลาตลอดกาลในวันนั้น

“ย่าครับ อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ย่าจะต้องอยู่กับผมไปนานๆ ย่าจะต้องไม่เป็นอะไรนะครับย่า”

“ย่ารู้ตัวดี ถึงเวลาแล้วที่ย่าจะต้องตามไปอยู่กับพ่อแม่ของเจ้า จำไว้นะลูก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้ลูกรักตัวเองให้มากๆ รับปากย่านะ”

ถ้าไม่มีเสียงของย่าคอยฉุดรั้งไว้ เขาคงจะเดินออกไปนอกห้องนอน หาเชือกซักเส้นมาจบทุกอย่างลงเพียงเท่านี้แล้ว ในเมื่อเขารับปากย่าเอาไว้แล้ว ก็ต้องทำตามสัญญาลูกผู้ชาย ซ้ำยังเป็นชายชาติทหารผ่านสงครามมาแล้วสินะ

นักรบระบายลมหายใจหนักๆ ลุกจากเตียงมาหยิบภาพถ่ายของย่าในกรอบรูปวิทยาศาสตร์มากอดไว้แนบอก แล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง พยายามกำหนดลมหายใจเข้าออก ทั้งที่ยากเย็นเหลือเกิน เปลือกตาเต้นระริกค่อยๆ ปิดแน่น พาตนเองจมดิ่งลงสู้ห้วงนิทราอีกครั้ง

          หากแต่ครั้งนี้ เขาไม่รู้ตัวเลยว่า ร่างของตนเองได้หายไปจากที่นอน คงเหลือเพียงภาพถ่ายของย่าวางอยู่ข้างหมอนเท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!   บทที่ 4 อ่านใจ

    อีกครั้งที่บุรุษผู้นั้นขมวดคิ้ว แน่นอนว่า เขาได้ยินเสียงในใจของขันทีน้อยผู้นี้อีกแล้ว ดูเหมือนเขาจะพูดอะไรแปลกๆ ที่ฟังไม่เข้าใจเอาซะเลย ครั้นจะถามก็เกรงว่าคนนอกจะล่วงรู้ว่า เขาสามารถอ่านความรู้สึกนึกคิดของผู้คนได้ จึงต้องนิ่งเงียบต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เอ่อ ท่านผู้มีน้ำใจ เหตุใดท่านจึงไปที่วัด อย่าบอกนะว่า ท่านจะไปบวชแล้วน่ะ เสียดายนะฮะ ท่านยังหนุ่มยังแน่น หากต้องบวช ก็คงน่าเสียดายแย่” นักรบจีบปากจีบคอ ดูเหมือนเจ้าของร่างนี้จะช่างพูดช่างจาไม่น้อยเลยนะ เขาถึงได้หาเรื่องคุยกับคนแปลกหน้าได้ ทั้งที่ปกติไม่ใช่คนช่างพูดช่างจาซักเท่าไหร่ “ถ้าข้าจะออกบวชเล่า เจ้าคิดว่าอย่างไร” “เอ่อ”“...คนที่โลกของผมนะ ถ้าไม่บวชตั้งแต่ยังเป็นเณร ก็คงบวชตอนแก่แล้ว วัยขนาดผมกับคุณน่ะ เขาไม่บวชกันหรอก เพราะต้องไปทำงาน หาเลี้ยงตัวเอง ยิ่งคนซามาร์ด้วยแล้ว คนหนุ่มๆ ที่จะบวชก็มีแต่คนอกหักเท่านั้นแหละ…” อีกครั้งที่เสียงในใจเขาดังขึ้น และบุรุษผู้นั้นก็ตั้งใจฟังอย่างตื่นตะลึง จนต้องเสหลบสายตา เพื่อมิให้อีกฝ่ายรู้ว่า เขากำลังตื่นตะลึงกับคำพูดของขันทีน้อยผู้นี้ “...โลกของผมงั้นหรือ เขาพูดอย่างกับว่า เขาไม่ใ

  • ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!   บทที่ 3 บุรุษรูปงาม

    ต่อไปคงไม่มีใครมาวุ่นวายกับชีวิตน้อยๆ ของเขาในโลกบ้าๆ นี่แล้วละมั้งโอ๊ย! นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่แล้ว น่าหวาดเสียวชิบหายไม่เพียงโถแก้วนั่นที่นักรบได้มาจากขันทีผู้นั้น เขายังกำชับอีกว่า ให้นักรบไปที่วัดอิงซื่อ ที่อยู่นอกวังหลวง โดยไม่ลืมมอบป้ายผ่านทางให้เขาเก็บไว้แสดงต่อหน้านายทหารเฝ้าประตูวังด้วย “นายน้อย แม่นมหลิ่วสั่งความแก่ข้าไว้ ไม่ว่าอย่างไร หากท่านมาเมืองหลวง และเข้ามาในวังสำเร็จแล้ว ก็ต้องเร่งไปหาแม่นมหลิ่วให้ได้นะฮะ” “อึม ผ เอ่อ ข้าจะรีบไป” นักรบกวาดสายตาผ่านทหารวังเฝ้าประตูใต้ พลางสำรวจไปทั่วบริเวณ จากวังหลวงที่สวยงามโอ่อ่า ความทรงจำของร่างนี้บอกเขาว่า มีอาคารนับร้อยหลังมีห้องมากมายถึง 9,999 ห้อง กำแพงสูงล้อมรอบแบ่งแยกชีวิตของผู้คน ภายนอกและผู้คนหลังกำแพงวังได้ชัดเจน ผู้คนในวัง ต่างมีหน้าตางดงามแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา หญิงสูงศักดิ์เกล้าผมอย่างปราณีตประดับเครื่องประดับแสดงยศฐาบรรดาศักดิ์สวมเสื้อคลุมตัวยาวปักลวดลายงดงาม ขณะที่นางกำนันเองก็แต่งกายตามแต่ว่าเจ้านายของตนเองจะมียศฐาบรรดาศักดิ์สูงส่งเพียงใด นี่ยังไม่รวมขุนนาง ที่สวมหมวกทรงสูง สวมเสื้อคลุม หลากสีตาม

  • ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!   บทที่ 2 ข้ามมิติ

    เสียงทุบโครมครามดังมาจากหน้าประตู ปลุกให้นักรบสะดุ้งตื่น กระเด้งตัวลุกจากที่นอนอย่างรวดเร็ว เพราะคิดว่าคงมีเพื่อนทหารมาปลุกให้เขาตื่นไปพาน้องๆ พลทหารวิ่งรอบกองร้อย ทว่าภาพที่เห็นหลังแรกลืมตา กลับกลายเป็นว่า ตัวเองนอนอยู่บนเตียงไม้แข็งๆ ไม่ใช่ห้องนอนที่คุ้นเคยซะแล้ว “...ที่นี่ที่ไหนวะเนี่ย” เขากวาดสายตาไปรอบๆ พบว่าห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นนเลย ทั้งด้านหน้าและหลังห้องเป็นหน้าต่างไม้ดูคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน ยังไม่ทันจะได้คำตอบให้ตัวเอง เสียงทุบประตูก็ดังมา“เสี่ยวอันจือ ตื่นเดี๋ยวนี้นะ”สิ้นเสียงนั้น คนข้างนอกก็ถีบประตูให้เปิดออก ตามมาด้วยชายคนหนึ่ง สวมหมวกทรงสูง เสื้อคลุมสีเขียวเข้มไร้ลวดลาย คาดทับด้วยสายคาดเอวสีดำก็เดินมา “นี่ เสี่ยวอันจื่อ เอาเสื้อผ้าพระสนมไปซักเดี๋ยวนี้” ท่าทางกระตุ้งกระติ้งแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ คงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากขันทีจีนโบราณอย่างแน่นอน ...ว่าแต่เขากำลังฝันอยู่ใช่ไหม อาการต้องแย่ขนาดไหนถึงฝันเห็นขันทีแบบนี้ได้เนี่ย ยังไม่ทันได้จับต้นชนปลายด้วยซ้ำ ตะกร้าสานใบใหญ่ใส่เสื้อผ้าผู้หญิงเต็มจนเกือบล้นก็ถูกโยนโครมเข้ามา ก่อนประ

  • ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!   บทที่1 สนามรบ

    ในสนามรบที่กลิ่นควันปืนเพิ่งจางไปในอากาศ หลังการเซ็นสัญญาหยุดยิงของผู้นำความมั่นคงแห่งซามาร์ “นักรบ” นายทหารชั้นประทวนหนุ่มคลานออกมาจากบังเกอร์ เหลียวซ้ายแลขวา กวาดสายตาไปรอบๆ พบว่าสหายร่วมรบต่างคลานออกมาจากบังเกอร์ไม่ต่างจากเขา ไกลออกไป ควันปืนจางไปแล้วนั้น เผยให้เห็นร่างทหารฝ่ายตรงข้ามทอดร่างบนพื้นดิน ในสภาพน่าสยดสยอง บ้างเหลือเพียงกองเลือด บ้างเหลือเพียงเข่าลงไปถึงเท้า บ้างเหลือเพียงข้อเท้า อันเป็นผลจากการทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศแห่งซามาร์ ขณะที่ทหารฝ่ายตรงข้ามอีกส่วนหนึ่งต่างถอดชุดทหารออก วิ่งหนีจากความสยดสยองตรงหน้า หวังให้ตนเองหลุดพ้นจากความเป็นนักรบฝ่ายตรงข้าม คงมีเพียงทหารฝ่ายตรงข้ามคนหนึ่งกำลังคลานออกมาจากบังเกอร์ ทั้งที่มือข้างหนึ่งยังคงถือระเบิดเอาไว้ “พวกมึง ตาย!” เสียงแผดคำรามราวมัจจุราชที่พร้อมจะหยิบยื่นความตายให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทว่าทุกอย่างกลับผิดพลาด การสู้รบที่ยาวนาน ทำให้เขาอ่อนล้า ไร้เรื่อวแรงแม้แต่จะยืนหยัดต่อสู้ ประสาอะไรจะมีแรงขว้างลูกระเบิดในมือ จากหวังผลทำลายชีวิตคู่ต่อสู้ จึงกลายเป็นว่า เขาขว้างมันไม่พ้นตัว ตูม...แรงระเบิดดังสนั่น แร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status