Share

บทที่ 4 อ่านใจ

last update Huling Na-update: 2026-01-28 13:19:18

อีกครั้งที่บุรุษผู้นั้นขมวดคิ้ว แน่นอนว่า เขาได้ยินเสียงในใจของขันทีน้อยผู้นี้อีกแล้ว ดูเหมือนเขาจะพูดอะไรแปลกๆ ที่ฟังไม่เข้าใจเอาซะเลย ครั้นจะถามก็เกรงว่าคนนอกจะล่วงรู้ว่า เขาสามารถอ่านความรู้สึกนึกคิดของผู้คนได้ จึงต้องนิ่งเงียบต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เอ่อ ท่านผู้มีน้ำใจ เหตุใดท่านจึงไปที่วัด อย่าบอกนะว่า ท่านจะไปบวชแล้วน่ะ เสียดายนะฮะ ท่านยังหนุ่มยังแน่น หากต้องบวช ก็คงน่าเสียดายแย่นักรบจีบปากจีบคอ ดูเหมือนเจ้าของร่างนี้จะช่างพูดช่างจาไม่น้อยเลยนะ เขาถึงได้หาเรื่องคุยกับคนแปลกหน้าได้ ทั้งที่ปกติไม่ใช่คนช่างพูดช่างจาซักเท่าไหร่

ถ้าข้าจะออกบวชเล่า เจ้าคิดว่าอย่างไร” 

เอ่อ

...คนที่โลกของผมนะ ถ้าไม่บวชตั้งแต่ยังเป็นเณร ก็คงบวชตอนแก่แล้ว วัยขนาดผมกับคุณน่ะ เขาไม่บวชกันหรอก เพราะต้องไปทำงาน หาเลี้ยงตัวเอง ยิ่งคนซามาร์ด้วยแล้ว คนหนุ่มๆ ที่จะบวชก็มีแต่คนอกหักเท่านั้นแหละ…” 

อีกครั้งที่เสียงในใจเขาดังขึ้น และบุรุษผู้นั้นก็ตั้งใจฟังอย่างตื่นตะลึง จนต้องเสหลบสายตา เพื่อมิให้อีกฝ่ายรู้ว่า เขากำลังตื่นตะลึงกับคำพูดของขันทีน้อยผู้นี้

“...โลกของผมงั้นหรือ เขาพูดอย่างกับว่า เขาไม่ใช่คนที่นี่อย่างไรอย่างนั้น ดูเหมือนคนที่มีความคิดเดียวกันนี้ จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่า เขาจะมาจากโลกอื่น…บุรุษหนุ่มตั้งข้อสันนิษฐาน พลางหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอ่าน เพื่อปกปิดความวูบไหวในใจ

ณจวนหย่งผิงอ๋อง ปกคลุมด้วยแมกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ แม้หิมะจะโปรยปรายลงมาจนผืนหญ้าเบื้องล่างปกคลุมด้วยหิมะสีขาวฟูฟ่อง หากแต่พืชพันธุ์เหล่านั้นก็ยังคงยืนต้นตระหง่านอยู่ได้ แม้จะยังไม่ได้ออกดอกบานสะพรั่งก็ตาม

ภายในตำหนักไม้โอ่อ่ารโหฐาร รายล้อมด้วยข้าทาสบริวาร ทั้งทหารองครักษ์ สาวรับใช้บ่าวรับใช้ ซึ่งถูกส่งออกมาจากในกำแพงวัง

ภายในห้องดนตรีท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ เซี่ยจิ้งเสียน อ๋องวัย 40 ชันษา หน้าตางดงามหมดจด ดูสุขุมเยือกเย็น กำลังกรีดนิ้วไปตามเส้นสายกู่ฉิน นิ้วมือทั้งสิบพลิ้วไหวดุจสายลม เกิดเป็นท่วงทำนองเพลงคลอเคล้ากับสายลมหนาว เสียงดนตรีนั้น พลิ้วไหว และคงจะฟังดูไพเราะยิ่งกว่านี้ เป็นสิบเป็นร้อยเท่าแน่ หากไม่มีเสียงไอหนักๆ ดังมาเป็นระยะๆ

ท่านอ๋อง อากาศเย็นเช่นนี้ สวมเสื้อหน่อยเถิดขอรับบ่าวรับใช้คนสนิทว่าพลางหยิบเสื้อคลุมขนเป็ดทอสลับกับขนแกะสีขาวมาห่มคลุมให้กับเจ้านายของเขาอย่างเบามือ

อึม ขอบใจ ข้าล่ะเบื่ออากาศเช่นนี้จริงๆ เพราะมันทำให้อาการไอของข้ายิ่งหนักหนาสาหัสมากขึ้น เมื่อคืนข้าก็แทบไม่ได้นอนหลับอย่างเต็มตา ไหนจะต้องกินยาอีกวันละหลายหน ไม่รู้เมื่อไหร่ยมบาลถึงจะมาเอาชีวิตของข้าไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ข้าจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างทรมาน จนเรียกว่าอยู่มิสู้ตายเช่นนี้อีก” 

ท่านอ๋อง อย่าคิดเช่นนั้นเลยขอรับ อย่างไรท่านก็โชคดีมีชีวิตสุขสบาย มิต้องทำงานหนักปกครองบ้านเมืองอย่างองค์ฮ่องเต้นะขอรับ

อึม จริงของเจ้า หากข้ามีร่างกายแข็งแรงก็คงดี ป่านนี้ข้าคงได้ออกท่องเที่ยวไปทั่วใต้หล้าแล้วเซี่ยจิ้งเสียนเอ่ยสลับกับการไอเบาๆ รามือจากสายกู่ฉินมายกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบเบาๆ

จริงสิ วันนี้น้องข้าอยู่ที่ท้องพระโรงหรือไม่” 

ทูลท่านอ๋อง องครักษ์เงาบอกว่าฮ่องเต้เสด็จออกนอกวังไปตั้งแต่ยามเหม่าแล้วขอรับ มีเพียงรถม้ากับทหารติดตามไม่กี่คนเท่านั้น ไม่รู้ว่าไปที่ใด

งั้นหรือ คนที่ข้าให้สะกดรอยตามไปส่งข่าวมาหรือยัง

พร้อมกับคำถามนั้น ทหารองครักษ์คนหนึ่งก็รีบร้อนก้าวเข้ามารอบตัวคงคำนับตรงหน้าเซี่ยจิ้งเสียน

รายงาน ฮ่องเต้มุ่งหน้าไปทางวัดอิงซื่อขอรับ” 

ที่นั่นจะมีใครอื่นอีกนอกจากแม่นมหลิ่ว น้องข้าคงไปเยี่ยมแม่นมผู้นั้นละกระมัง  ถ้าอย่างนั้น พวกเจ้าคุ้มครองน้องข้าให้ดี อย่าให้ได้รับอันตรายใดๆ เด็ดขาด” 

ขอรับทหารองครักษ์ผู้นั้นรับคำ ถวายความเคารพ ก่อนจะรีบร้อนออกจากห้องดนตรีไป

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!   บทที่ 4 อ่านใจ

    อีกครั้งที่บุรุษผู้นั้นขมวดคิ้ว แน่นอนว่า เขาได้ยินเสียงในใจของขันทีน้อยผู้นี้อีกแล้ว ดูเหมือนเขาจะพูดอะไรแปลกๆ ที่ฟังไม่เข้าใจเอาซะเลย ครั้นจะถามก็เกรงว่าคนนอกจะล่วงรู้ว่า เขาสามารถอ่านความรู้สึกนึกคิดของผู้คนได้ จึงต้องนิ่งเงียบต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เอ่อ ท่านผู้มีน้ำใจ เหตุใดท่านจึงไปที่วัด อย่าบอกนะว่า ท่านจะไปบวชแล้วน่ะ เสียดายนะฮะ ท่านยังหนุ่มยังแน่น หากต้องบวช ก็คงน่าเสียดายแย่” นักรบจีบปากจีบคอ ดูเหมือนเจ้าของร่างนี้จะช่างพูดช่างจาไม่น้อยเลยนะ เขาถึงได้หาเรื่องคุยกับคนแปลกหน้าได้ ทั้งที่ปกติไม่ใช่คนช่างพูดช่างจาซักเท่าไหร่ “ถ้าข้าจะออกบวชเล่า เจ้าคิดว่าอย่างไร” “เอ่อ”“...คนที่โลกของผมนะ ถ้าไม่บวชตั้งแต่ยังเป็นเณร ก็คงบวชตอนแก่แล้ว วัยขนาดผมกับคุณน่ะ เขาไม่บวชกันหรอก เพราะต้องไปทำงาน หาเลี้ยงตัวเอง ยิ่งคนซามาร์ด้วยแล้ว คนหนุ่มๆ ที่จะบวชก็มีแต่คนอกหักเท่านั้นแหละ…” อีกครั้งที่เสียงในใจเขาดังขึ้น และบุรุษผู้นั้นก็ตั้งใจฟังอย่างตื่นตะลึง จนต้องเสหลบสายตา เพื่อมิให้อีกฝ่ายรู้ว่า เขากำลังตื่นตะลึงกับคำพูดของขันทีน้อยผู้นี้ “...โลกของผมงั้นหรือ เขาพูดอย่างกับว่า เขาไม่ใ

  • ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!   บทที่ 3 บุรุษรูปงาม

    ต่อไปคงไม่มีใครมาวุ่นวายกับชีวิตน้อยๆ ของเขาในโลกบ้าๆ นี่แล้วละมั้งโอ๊ย! นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่แล้ว น่าหวาดเสียวชิบหายไม่เพียงโถแก้วนั่นที่นักรบได้มาจากขันทีผู้นั้น เขายังกำชับอีกว่า ให้นักรบไปที่วัดอิงซื่อ ที่อยู่นอกวังหลวง โดยไม่ลืมมอบป้ายผ่านทางให้เขาเก็บไว้แสดงต่อหน้านายทหารเฝ้าประตูวังด้วย “นายน้อย แม่นมหลิ่วสั่งความแก่ข้าไว้ ไม่ว่าอย่างไร หากท่านมาเมืองหลวง และเข้ามาในวังสำเร็จแล้ว ก็ต้องเร่งไปหาแม่นมหลิ่วให้ได้นะฮะ” “อึม ผ เอ่อ ข้าจะรีบไป” นักรบกวาดสายตาผ่านทหารวังเฝ้าประตูใต้ พลางสำรวจไปทั่วบริเวณ จากวังหลวงที่สวยงามโอ่อ่า ความทรงจำของร่างนี้บอกเขาว่า มีอาคารนับร้อยหลังมีห้องมากมายถึง 9,999 ห้อง กำแพงสูงล้อมรอบแบ่งแยกชีวิตของผู้คน ภายนอกและผู้คนหลังกำแพงวังได้ชัดเจน ผู้คนในวัง ต่างมีหน้าตางดงามแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา หญิงสูงศักดิ์เกล้าผมอย่างปราณีตประดับเครื่องประดับแสดงยศฐาบรรดาศักดิ์สวมเสื้อคลุมตัวยาวปักลวดลายงดงาม ขณะที่นางกำนันเองก็แต่งกายตามแต่ว่าเจ้านายของตนเองจะมียศฐาบรรดาศักดิ์สูงส่งเพียงใด นี่ยังไม่รวมขุนนาง ที่สวมหมวกทรงสูง สวมเสื้อคลุม หลากสีตาม

  • ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!   บทที่ 2 ข้ามมิติ

    เสียงทุบโครมครามดังมาจากหน้าประตู ปลุกให้นักรบสะดุ้งตื่น กระเด้งตัวลุกจากที่นอนอย่างรวดเร็ว เพราะคิดว่าคงมีเพื่อนทหารมาปลุกให้เขาตื่นไปพาน้องๆ พลทหารวิ่งรอบกองร้อย ทว่าภาพที่เห็นหลังแรกลืมตา กลับกลายเป็นว่า ตัวเองนอนอยู่บนเตียงไม้แข็งๆ ไม่ใช่ห้องนอนที่คุ้นเคยซะแล้ว “...ที่นี่ที่ไหนวะเนี่ย” เขากวาดสายตาไปรอบๆ พบว่าห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นนเลย ทั้งด้านหน้าและหลังห้องเป็นหน้าต่างไม้ดูคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน ยังไม่ทันจะได้คำตอบให้ตัวเอง เสียงทุบประตูก็ดังมา“เสี่ยวอันจือ ตื่นเดี๋ยวนี้นะ”สิ้นเสียงนั้น คนข้างนอกก็ถีบประตูให้เปิดออก ตามมาด้วยชายคนหนึ่ง สวมหมวกทรงสูง เสื้อคลุมสีเขียวเข้มไร้ลวดลาย คาดทับด้วยสายคาดเอวสีดำก็เดินมา “นี่ เสี่ยวอันจื่อ เอาเสื้อผ้าพระสนมไปซักเดี๋ยวนี้” ท่าทางกระตุ้งกระติ้งแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ คงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากขันทีจีนโบราณอย่างแน่นอน ...ว่าแต่เขากำลังฝันอยู่ใช่ไหม อาการต้องแย่ขนาดไหนถึงฝันเห็นขันทีแบบนี้ได้เนี่ย ยังไม่ทันได้จับต้นชนปลายด้วยซ้ำ ตะกร้าสานใบใหญ่ใส่เสื้อผ้าผู้หญิงเต็มจนเกือบล้นก็ถูกโยนโครมเข้ามา ก่อนประ

  • ขันทีตัวร้าย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!   บทที่1 สนามรบ

    ในสนามรบที่กลิ่นควันปืนเพิ่งจางไปในอากาศ หลังการเซ็นสัญญาหยุดยิงของผู้นำความมั่นคงแห่งซามาร์ “นักรบ” นายทหารชั้นประทวนหนุ่มคลานออกมาจากบังเกอร์ เหลียวซ้ายแลขวา กวาดสายตาไปรอบๆ พบว่าสหายร่วมรบต่างคลานออกมาจากบังเกอร์ไม่ต่างจากเขา ไกลออกไป ควันปืนจางไปแล้วนั้น เผยให้เห็นร่างทหารฝ่ายตรงข้ามทอดร่างบนพื้นดิน ในสภาพน่าสยดสยอง บ้างเหลือเพียงกองเลือด บ้างเหลือเพียงเข่าลงไปถึงเท้า บ้างเหลือเพียงข้อเท้า อันเป็นผลจากการทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศแห่งซามาร์ ขณะที่ทหารฝ่ายตรงข้ามอีกส่วนหนึ่งต่างถอดชุดทหารออก วิ่งหนีจากความสยดสยองตรงหน้า หวังให้ตนเองหลุดพ้นจากความเป็นนักรบฝ่ายตรงข้าม คงมีเพียงทหารฝ่ายตรงข้ามคนหนึ่งกำลังคลานออกมาจากบังเกอร์ ทั้งที่มือข้างหนึ่งยังคงถือระเบิดเอาไว้ “พวกมึง ตาย!” เสียงแผดคำรามราวมัจจุราชที่พร้อมจะหยิบยื่นความตายให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทว่าทุกอย่างกลับผิดพลาด การสู้รบที่ยาวนาน ทำให้เขาอ่อนล้า ไร้เรื่อวแรงแม้แต่จะยืนหยัดต่อสู้ ประสาอะไรจะมีแรงขว้างลูกระเบิดในมือ จากหวังผลทำลายชีวิตคู่ต่อสู้ จึงกลายเป็นว่า เขาขว้างมันไม่พ้นตัว ตูม...แรงระเบิดดังสนั่น แร

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status