Share

บทที่ 1.2

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-24 16:06:00

“ยืมร่างคืนวิญญาณ...เฮ้อ”

เคยได้ยินอาจารย์กล่าวถึงวิชายืมร่างคืนวิญญาณ ทว่านางก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน แม้เคยได้ยินแต่ก็เป็นเพียงคำบอกเล่าปากต่อปาก ยุทธภพไม่เคยมีผู้ใดเคยทำได้มาก่อน อีกทั้งนี่ยังเป็นวิชาต้องห้ามที่ฝ่ายมารเท่านั้นที่รู้วิธีฝึก

นอกจากนั้น... นางยังพบว่ากู้หรั่นเยวี่ยผู้นี้ เป็นสตรีร้ายกาจไร้เหตุผลที่สุด เป็นสตรีที่ผู้คนสมควรรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้ เพราะไม่แค่เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ แต่นางเย่อหยิ่งโอหังชมชอบการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่นอีกด้วย!!!

สายลมหวีดหวิวพัดโหม ก็เหมือนชะตาของนางที่ล่องลอยอยู่บนสายลมไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรต่อ เพราะร่างกายของกู้หรั่นเยวี่ยนี้ไม่อาจใช้วรยุทธ์!!!

“แล้วข้าจะลงจากหุบเหวนี้อย่างไร” นางถามตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

จริงๆ นางควรตีโพยตีพาย ควรก่นด่าใครสักคน ควรตะโกนขอความช่วยเหลือ หรือไม่ก็ร้องไห้หนักๆ สักยก แต่เพราะนางคือหรั่นอิง ยอดยุทธ์หญิงที่ชีวิตทั้งชีวิตผ่านความโลดโผนมากกว่ายี่สิบห้าปี ทำเช่นนั้นหญิงสาวรู้ดีว่ามันไร้ประโยชน์ ตอนนี้ที่นางต้องการที่สุดก็คือ...สติและความเยือกเย็น

มองดูร่างของตัวเองที่เหลือเพียงโครงกระดูกผุๆ “ก็ได้แต่หวังว่าไม่ได้มีเพียงข้าที่เหลือเพียง...บางชิ้นส่วน”

หรั่นอิง...ไม่สิ นับจากนี้นางก็คือคุณหนูเก้าตระกูลกู้...กู้หรั่นเยวี่ย ไม่มีแล้วยอดยุทธ์หญิงแห่งยุค นางหวังว่านอกจากนางแล้ว จอมมารผู้นั้นก็คงนอนตายใต้หุบเขาลึกที่ไหนสักแห่ง...

หญิงสาวโยนกระบี่หงส์เหินลงไปก่อน จากนั้นเงี่ยหูฟังเสียงตกกระทบ ทว่าจนแล้วจนรอดก็มีเพียงเสียงสายลมพัดหวีดหวิวเพราะที่นี่น่าจะอยู่สูงมาก

นางใช้เสื้อตัวนอกห่อกระดูกของตัวเองผูกเอาไว้บนหลัง คิดจะหาสถานที่ใต้หุบเขานี้ฝังหรั่นอิงคนเก่าอย่างสงบ

มองลงไปยังกลุ่มเมฆที่ปกคลุมมองไม่เห็นก้นเหว นางไม่มีทางปีนกลับขึ้นไป ดังนั้นทางเลือกมีเพียงพยายามปีนลงไปด้านล่าง หาทางที่ปลอดภัยกว่าเดินอ้อมกลับขึ้นไปบนคุนหลุนซาน

สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือสืบให้รู้ว่าหลังจากที่นางตายเกิดอะไรขึ้น ทว่าไม่นานหลังจากลองปีนลง...

บัดซบ!!! ร่างกายอ่อนแอไร้ประโยชน์นี้...

หญิงสาวก่นด่าซ้ำไปมาในใจ มือของนางถลอกปอกเปิก ท่อนแขนสั่นเทาที่พยายามคว้าชะง่อนหินเพื่อปีนลงเบื้องล่าง ตอนค้นพบว่ากู้หรั่นเยวี่ยไม่มีลมปราณ ทั้งร่างกายนี้ไม่มีทางฝึกยุทธ์ นางให้รู้สึกสิ้นหวังนัก แต่ตอนนี้นางเริ่มโมโหมากกว่าที่นางกลับกลายเป็นคนอ่อนแอ ขยับเพียงน้อยแต่ร่างกายกลับเหนื่อยอ่อนราวกับคนไร้ประโยชน์เช่นนี้!!!

หิวก็หิว กระหายก็กระหาย ปีนลงมาจนเหนื่อยหอบ แต่นางก็ยังมองไม่เห็นก้นเหว มองไปรอบๆ มีเพียงหมอกกับเมฆหนาวเหน็บ กู้หรั่นเยวี่ยหยุดยืนบนชะง่อนหินพักเหนื่อย

นางไม่กลัว...สักนิด

เคยผ่านความตายมาแล้ว นางพบว่านางไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวตาย ที่เสียดายมีเพียงหากตายตอนนี้นางจะไม่มีวันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบนคุนหลุนซาน เกิดอะไรขึ้นกับผู้เป็นอาจารย์

แม้ในใจหวังให้ได้ยินเรื่องดี แต่นางตระหนักดีหลังเห็นโครงกระดูกของตัวเอง มั่นใจว่าอย่างน้อยต้องผ่านกาลเวลามากกว่าสิบปีแล้ว

ว่ากันว่าไม่มีสิ่งใดแข็งแกร่งไปกว่าจิตใจที่ฮึกเหิมฮึดสู้ ในที่สุดปีนมาได้กว่าสี่ชั่วยาม หยุดพักบ้าง เหนื่อยจนเกือบถอดใจบ้าง กู้หรั่นเยวี่ยก็พบโพรงขนาดใหญ่ที่ใช้พักเหนื่อย นางทิ้งตัวลงนอนหงายอย่างเหนื่อยอ่อน มือคว้าใบของสมุนไพรที่รู้ว่ากินได้เข้าปาก เคี้ยวๆ นานมากกว่าจะยอมกลืน

ร่างกายนี้ทั้งหิวทั้งอ่อนแอจึงไม่มีทางเลือก อะไรที่กินได้ก็ต้องกินเข้าไป หาไม่เรี่ยวแรงที่มีจะค่อยๆ หมดไปเพราะความหิว

เสียงครืนๆ ดังมาจากเบื้องบน หญิงสาวหัวเราะออกมา “ยังดีที่ไม่ได้แกล้งทำเป็นลืมข้า ให้ข้าเกิดใหม่ทั้งทีนึกว่าจะกลั่นแกล้งข้ากว่านี้เสียอีก”

พูดจบฝนก็โปรยปรายลงมา นางใช้ใบไม้ที่หาได้พับเป็นถ้วยรองน้ำดื่ม จากนั้นขดตัวหลับไปใต้ชะง่อนผาที่ใช้เป็นเพิงหลบฝน

หลับไปไม่นานที่รู้ก็เพราะหลับๆ ตื่นๆ ตลอด โชคดีคือนางไม่กระหาย ไม่หิวมากนัก โชคร้ายคือฝนตกหินลื่นต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเดิม ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่พอ มือของนางคว้าพลาดร่างทั้งร่างครูดลงไปกับชะง่อนหิน พลัดตกลงมายังเบื้องล่างพร้อมกับเสียงหวีดร้อง

“บ้าเอ๊ย!!!” นางก่นด่าตัวเองที่ซวยซ้ำซวยซ้อน แต่...ไม่นานร่างก็ตกลงไปยังบ่อน้ำ จมลงไปกับสายน้ำเย็นเยียบ...

กู้หรั่นเยวี่ยหลับตาซึมซับความเย็นนั้นเงียบๆ พยายามทำให้สติที่แตกตื่นสงบลง เมื่อเรียกความเยือกเย็นกลับมาได้ก็ลืมตาแล้วว่ายน้ำขึ้นมา

นางดื่มน้ำดับกระหาย จากนั้นมองไปรอบๆ บ่อน้ำแห่งนี้กว้างมากทั้งยังสะอาดมาก เป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นยังที่ซึ่งห่างไกลจากมือมนุษย์

แสงวับแวมกระทบปลายกระบี่สาดมายังคลองสายตา หญิงสาวว่ายน้ำไปยังขอบบ่อตรงไปยังกระบี่หงส์เหิน มองเห็นโครงกระดูกอีกโครงที่นอนอยู่เหนือกองเศษหิน ไม้แหลมเสียบทะลุกระดูกซี่โครงโผล่ออกมาเกือบหนึ่งฝ่ามือ

คนผู้นี้แม้รอดจากการตกจากที่สูง ก็ต้องตายเพราะตกลงบนกองไม้พอดี เครื่องประดับวางกองอยู่ตามจุดต่างๆ กวานหยก[1]ยังคงนอนนิ่งอยู่เหนือกะโหลกสะอาดสะอ้าน

กู้หรั่นเยวี่ยหัวเราะออกมาเมื่อเห็นกวานครอบคุ้นตานั้น “ดูสภาพเจ้าสิ อนาถกว่าข้าหลายพันเท่านัก!!”

จอมมารผู้ชื่นชอบความหรูหรา บัดนี้แม้แต่กวานครอบหยกล้ำค่าก็เปรอะเปื้อนโคลนราวกับของไร้ค่าไร้ราคา เขาตายแล้วอย่างแน่นอน...

[1] กวนหรือกวาน 冠 เครื่องประดับศีรษะครอบมวยผมของจีนโบราณ การสวม 冠 ถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมายาวนานและมีความสำคัญ โดยบุรุษต้องมีพิธีสวมกวานเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เรียกพิธีนี้ว่า ก้วนหรือกว้านหลี่ 冠礼

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 2.1

    “ฝากของ” นางงุนงงจากนั้นคลายแถบผ้าออกจากด้ามมีดสั้นที่น่อง ดึงมีดสั้นของจอมมารออกมา ตอนที่เขาเห็นมีดสั้นก็เบิกตาอ้าปากค้าง“เจ้า...”“มีดสั้นของจอมมาร ข้าแกะพลอยออกไปเม็ดหนึ่งเพื่อเป็นค่าเสบียง”“ค่าเสบียง!” เขากัดฟันกรอดราวอยากบีบคอใครสักคนให้ตาย...นางรู้น่า...พลอยนั่นมีค่าเทียบเท่ากับจวนหลังงามทั้งหลัง แต่นางไม่มีทางเลือกนี่นา “หาไม่จะให้ข้ามอบหยกประดับที่มีตราพรรคมารให้เขา? หรือกำไลหยกเมฆของจอมมาร?”ของที่นางกล่าวมาล้วนมีราคาสูงกว่าพลอยเม็ดนั้นทั้งสิ้น ด้วยจอมมารพรรคอวิ๋นซานเป็นคนฟุ่มเฟือยยิ่ง ที่สำคัญหากของเหล่านี้ถูกขายทอดตลาด คนไม่รู้จักก็แล้วไป แต่หากมีคนจดจำของของจอมมารได้ นั่นไม่ใช่การหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ!!เสียงจอแจกลางตลาดทำให้หญิงสาวแอบเลิกม่านรถม้าขึ้นมอง ใกล้จะถึงจวนตระกูลกู้แล้ว... “เสื้อคลุมนั่น...ขอข้าได้หรือไม่” นางทั้งมอมแมมและสกปรก ทันทีที่ลงรถม้าสายตาก็จะจ้องมองมา อย่างน้อยๆ ขอให้นางหลงเหลือศักดิ์ศรีเอาไว้ให้กู้หรั่นเยวี่ยสักเล็กน้อย“นั่นเป็นเสื้อคลุมของเส้าชิง เจ้า...” เขากำลังจะปลดเสื้อคลุมของตัวเอง”“ไม่เป็นไรท่านสวมเอาไว้เถิด วันนี้ลมแรงทางที่ดีหากยังไม่เข

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 1.5

    “พานางขึ้นมา”น้ำเสียงนุ่มทุ้มทว่าเจือเอาไว้ด้วยความเย็นชา ถึงอย่างนั้นนางกลับรู้สึกว่าน้ำเสียงเด็ดขาดของชายหนุ่มในรถม้ายังขาดพลังไปมาก มันคล้ายกับเขา...ไม่ใคร่จะสบาย??ตอนเดินไปจนถึงรถม้าด้วยความช่วยเหลือของคนคุ้มกันผู้นั้น กู้หรั่นเยวี่ยชะงักเงยหน้าขึ้นมองป้ายอักษร ‘เว่ย’ “อา...บังเอิญยิ่ง”ม่านประตูถูกเลิกขึ้นพร้อมกับคนที่นั่งอยู่ในนั้นเหลือบตามองนาง กู้หรั่นเยวี่ยแอบกลั้นหายใจกับความหล่อเหลาเย็นชาของอีกฝ่าย ทว่าใบหน้าค่อนไปทางซีดขาวของเขากับเสื้อคลุมที่ทำจากขนหมาป่าสีเทา ทำให้คิ้วของนางมุ่นลงเล็กน้อย “รบกวนแล้ว”หญิงสาวละสายตาออกมาอย่างมีมารยาท นั่งลงห่างจากเขาเล็กน้อย“ออกรถ” คนคุ้มกันผู้นั้นออกคำสั่ง ไม่นานรถม้าก็เริ่มเคลื่อนตัวความเงียบที่น่าอึดอัด... นางเหลือบมองอีกฝ่ายหลายครั้ง ทว่าจนแล้วจนรอดในประมวลความทรงจำของกู้หรั่นเยวี่ยก็ไม่มีคนผู้นี้“คือ...” นางกอดห่อผ้าแน่น เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองนางอีก “ท่านเป็นคนตระกูลเว่ยหรือ”คิ้วของเขากระตุกคราหนึ่ง เหลือบตามองนางในที่สุด “คุณหนูเก้า ท่านขึ้นรถม้ามาโดยไม่รู้ว่าเป็นรถม้าของผู้ใด เรื่องนี้มิใช่โง่งมมากหรอกหรือ เห็นชัดว่าท่านเห็น

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 1.4

    “อาจารย์ ข้าไม่เหมาะที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วหล้าแล้ว ท่านว่าข้า...กลับไปเป็นคุณหนูในห้องหอดีหรือไม่ กลับไปช่วยเจ้าของร่างนี้แก้แค้นบุรุษที่หลอกลวงนาง”สายลมพัดผ่านจมูกที่แสบร้อน กู้หรั่นเยวี่ยถอนหายใจออกมาแล้วลุกขึ้น มองป้ายหลุมศพเงียบๆ เช่นนั้นนานมาก นางลุกขึ้นหมุนตัวเดินไปยังเนินเขาข้างๆ ลานดอกปี่อั้น มองเห็นโพรงหินขนาดใหญ่คล้ายถ้ำ ในนั้นเต็มไปด้วยข้าวของผุพังระเกะระกะหญิงสาว...เดินไปล้วงมือกดหินก้อนหนึ่ง กลไกส่งเสียงครืดคราดจากนั้นก็มีช่องหินถูกเลื่อนออกมา ในนั้นมีจดหมายฉบับหนึ่งถูกทับเอาไว้ด้วย...ป้ายหยกในจดหมายยังมีตั๋วแลกเงินปึกหนึ่ง เป็นเงินจำนวน...หนึ่งหมื่นตำลึง!!!‘ไปเสีย ไปจากที่นี่ หากเจ้ารอดกลับมาก็ออกไปใช้ชีวิตให้ดี มีชีวิตอยู่ต่อไป อย่าได้หวนกลับมาที่คุนหลุนซานอีก!!!’อักษรงดงามหนักแน่นแข็งแกร่ง ทว่าพลังกลับหดหายไปมาก เห็นชัดว่าตอนเขียนจดหมายนี้อาจารย์ของนางก็ป่วยหนักและใกล้หมดลมแล้ว...กู้หรั่นเยวี่ย...สะอื้น นางอยากกลับไปเป็นหรั่นอิงคนเดิมเป็นศิษย์ตัวน้อยที่อาจารย์พาก้าวเข้ามายังคุนหลุนซาน เลี้ยงดูสั่งสอน ฝึกให้นางรู้จักกับวรยุทธ์และโลกกว้างทว่าตอนนี้นางกลับไป

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 1.3

    หัวเราะจนพอแล้วนางก็ได้แต่ถอนหายใจ เริ่มแกะห่อโครงกระดูกของตัวเอง ลงมือใช้กระบี่หงส์เหินและดาบพสุธาของจอมมารที่ตกอยู่ไม่ไกลนัก ลงมือ...ขุดหลุมฝังศพขึ้นมาสองหลุม เห็นแก่ที่เขาตายแล้ว ไม่ได้ไปก่อกรรมหลังจากตกลงมาพร้อมกัน นางจึงใจดีฝังเขาเอาไว้ข้างๆ หลุมศพของตัวเอง...หน้าหลุมศพจอมมารมีดาบพสุธาปักอยู่...หน้าหลุมศพของหรั่นอิงมีกระบี่หงส์เหินปักเอาไว้หญิงสาวฝังป้ายหยกของสำนักหอนทีไปกับโครงกระดูกของตน ละทิ้งการเป็นยอดยุทธ์แห่งยุคนับแต่นี้เป็นต้นไปเครื่องประดับของจอมมารนางห่อด้วยชุดตัวนอก ของมีค่าอาจมีประโยชน์ เพราะตอนนี้นางยังต้องขึ้นไปยังคุนหลุนซาน อย่างน้อยก็ต้องตามหาหลุมฝังศพของผู้เป็นอาจารย์ผ่านมากว่าสิบปีอาจารย์ชราก็คง...จากไปแล้วมีดสั้นในรองเท้าหุ้มแข็งของจอมมาร นางตัดสินใจนำไปเพื่อใช้ป้องกันตัว เม็ดพลอยที่ประดับด้ามมีดสั้น นางแกะออกมาโยนส่งๆ เข้าไปรวมกับข้าวของมีค่า ตอนนี้ยังลังเลที่จะกลับจวนตระกูลกู้ เพราะนางอยากออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วหล้า อย่างไรเสียคนตระกูลกู้ก็คงคิดว่านางตายไปแล้ว เมื่อกู้หรั่นเยวี่ยเขียนจดหมายลาตายเอาไว้ชัดเจนถึงเพียงนั้น...ในป่ารกทึบ ความมืด ความเงียบ คว

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 1.2

    “ยืมร่างคืนวิญญาณ...เฮ้อ”เคยได้ยินอาจารย์กล่าวถึงวิชายืมร่างคืนวิญญาณ ทว่านางก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน แม้เคยได้ยินแต่ก็เป็นเพียงคำบอกเล่าปากต่อปาก ยุทธภพไม่เคยมีผู้ใดเคยทำได้มาก่อน อีกทั้งนี่ยังเป็นวิชาต้องห้ามที่ฝ่ายมารเท่านั้นที่รู้วิธีฝึกนอกจากนั้น... นางยังพบว่ากู้หรั่นเยวี่ยผู้นี้ เป็นสตรีร้ายกาจไร้เหตุผลที่สุด เป็นสตรีที่ผู้คนสมควรรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้ เพราะไม่แค่เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ แต่นางเย่อหยิ่งโอหังชมชอบการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่นอีกด้วย!!!สายลมหวีดหวิวพัดโหม ก็เหมือนชะตาของนางที่ล่องลอยอยู่บนสายลมไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรต่อ เพราะร่างกายของกู้หรั่นเยวี่ยนี้ไม่อาจใช้วรยุทธ์!!!“แล้วข้าจะลงจากหุบเหวนี้อย่างไร” นางถามตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจริงๆ นางควรตีโพยตีพาย ควรก่นด่าใครสักคน ควรตะโกนขอความช่วยเหลือ หรือไม่ก็ร้องไห้หนักๆ สักยก แต่เพราะนางคือหรั่นอิง ยอดยุทธ์หญิงที่ชีวิตทั้งชีวิตผ่านความโลดโผนมากกว่ายี่สิบห้าปี ทำเช่นนั้นหญิงสาวรู้ดีว่ามันไร้ประโยชน์ ตอนนี้ที่นางต้องการที่สุดก็คือ...สติและความเยือกเย็นมองดูร่างของตัวเองที่เหลือเพียงโครงกระดูกผุๆ “ก็ได้แต่หวังว่าไม่ได้มีเพีย

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 1.1

    เหมือนนานแสนนาน… ทว่าก็ให้ความรู้สึกราวกับหลับฝันตื่นหนึ่ง ชั่วพริบตาที่ความเจ็บปวดพรากสติสัมปชัญญะให้ดับมอด ลืมตาอีกครั้งก็พบว่าทุกอย่างหายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นหรั่นอิงขยับมือ เท้า จากนั้นก็คอ นางรู้สึกถึงความปวดเมื่อยที่แผ่ลามไปตามจุดต่างๆ ร่างกายหนักอึ้งคล้ายกับนอนท่าเดียวนานๆ จากนั้นความรู้สึกชาก็ค่อยๆ แพร่กระจายไปตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า“อา...” ส่งเสียงได้เพียงเท่านั้นก็ต้องหลับตาลงอีกครั้ง นางยังไม่ลุกเพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองบาดเจ็บมากน้อยเพียงใดความทรงจำสุดท้ายที่นึกออกก็คือ...นางกำลังประมือกับจอมมารแห่งพรรคอวิ๋นซาน ฝ่ายมารอันชั่วร้ายซึ่งบุกขึ้นคุนหลุนซาน หมายโค่นล้มฝ่ายธรรมะซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่นี่ อาจารย์ของนางกำลังเพลี่ยงพล้ำ ขณะที่นางเอาตัวเข้ามาขวาง ผลักจอมมารพร้อมหลอกล่อเขามายังหน้าผาของคุนหลุนซานกำลังภายในลึกล้ำ ยอดยุทธ์แห่งยุคทั้งสองที่ประมือกัน ทำให้หุบผาแห่งคุนหลุนซานสั่นสะเทือน ชั่วขณะที่นางแทงกระบี่จ้วงลึกยังหน้าอกของจอมมาร อีกฝ่ายกลับตะโกนเรียกอาจารย์ของนาง“หลินซาง!!!”ผ่านการประมือนับร้อยครั้ง กลับมาหลงกลเพียงเพราะกลลวงกระจอกๆ หรั่นอิงที่ในใจมีความห่วงก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status