Share

บทที่ 1.2

last update Tanggal publikasi: 2026-02-24 16:06:00

“ยืมร่างคืนวิญญาณ...เฮ้อ”

เคยได้ยินอาจารย์กล่าวถึงวิชายืมร่างคืนวิญญาณ ทว่านางก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน แม้เคยได้ยินแต่ก็เป็นเพียงคำบอกเล่าปากต่อปาก ยุทธภพไม่เคยมีผู้ใดเคยทำได้มาก่อน อีกทั้งนี่ยังเป็นวิชาต้องห้ามที่ฝ่ายมารเท่านั้นที่รู้วิธีฝึก

นอกจากนั้น... นางยังพบว่ากู้หรั่นเยวี่ยผู้นี้ เป็นสตรีร้ายกาจไร้เหตุผลที่สุด เป็นสตรีที่ผู้คนสมควรรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้ เพราะไม่แค่เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ แต่นางเย่อหยิ่งโอหังชมชอบการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่นอีกด้วย!!!

สายลมหวีดหวิวพัดโหม ก็เหมือนชะตาของนางที่ล่องลอยอยู่บนสายลมไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรต่อ เพราะร่างกายของกู้หรั่นเยวี่ยนี้ไม่อาจใช้วรยุทธ์!!!

“แล้วข้าจะลงจากหุบเหวนี้อย่างไร” นางถามตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

จริงๆ นางควรตีโพยตีพาย ควรก่นด่าใครสักคน ควรตะโกนขอความช่วยเหลือ หรือไม่ก็ร้องไห้หนักๆ สักยก แต่เพราะนางคือหรั่นอิง ยอดยุทธ์หญิงที่ชีวิตทั้งชีวิตผ่านความโลดโผนมากกว่ายี่สิบห้าปี ทำเช่นนั้นหญิงสาวรู้ดีว่ามันไร้ประโยชน์ ตอนนี้ที่นางต้องการที่สุดก็คือ...สติและความเยือกเย็น

มองดูร่างของตัวเองที่เหลือเพียงโครงกระดูกผุๆ “ก็ได้แต่หวังว่าไม่ได้มีเพียงข้าที่เหลือเพียง...บางชิ้นส่วน”

หรั่นอิง...ไม่สิ นับจากนี้นางก็คือคุณหนูเก้าตระกูลกู้...กู้หรั่นเยวี่ย ไม่มีแล้วยอดยุทธ์หญิงแห่งยุค นางหวังว่านอกจากนางแล้ว จอมมารผู้นั้นก็คงนอนตายใต้หุบเขาลึกที่ไหนสักแห่ง...

หญิงสาวโยนกระบี่หงส์เหินลงไปก่อน จากนั้นเงี่ยหูฟังเสียงตกกระทบ ทว่าจนแล้วจนรอดก็มีเพียงเสียงสายลมพัดหวีดหวิวเพราะที่นี่น่าจะอยู่สูงมาก

นางใช้เสื้อตัวนอกห่อกระดูกของตัวเองผูกเอาไว้บนหลัง คิดจะหาสถานที่ใต้หุบเขานี้ฝังหรั่นอิงคนเก่าอย่างสงบ

มองลงไปยังกลุ่มเมฆที่ปกคลุมมองไม่เห็นก้นเหว นางไม่มีทางปีนกลับขึ้นไป ดังนั้นทางเลือกมีเพียงพยายามปีนลงไปด้านล่าง หาทางที่ปลอดภัยกว่าเดินอ้อมกลับขึ้นไปบนคุนหลุนซาน

สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือสืบให้รู้ว่าหลังจากที่นางตายเกิดอะไรขึ้น ทว่าไม่นานหลังจากลองปีนลง...

บัดซบ!!! ร่างกายอ่อนแอไร้ประโยชน์นี้...

หญิงสาวก่นด่าซ้ำไปมาในใจ มือของนางถลอกปอกเปิก ท่อนแขนสั่นเทาที่พยายามคว้าชะง่อนหินเพื่อปีนลงเบื้องล่าง ตอนค้นพบว่ากู้หรั่นเยวี่ยไม่มีลมปราณ ทั้งร่างกายนี้ไม่มีทางฝึกยุทธ์ นางให้รู้สึกสิ้นหวังนัก แต่ตอนนี้นางเริ่มโมโหมากกว่าที่นางกลับกลายเป็นคนอ่อนแอ ขยับเพียงน้อยแต่ร่างกายกลับเหนื่อยอ่อนราวกับคนไร้ประโยชน์เช่นนี้!!!

หิวก็หิว กระหายก็กระหาย ปีนลงมาจนเหนื่อยหอบ แต่นางก็ยังมองไม่เห็นก้นเหว มองไปรอบๆ มีเพียงหมอกกับเมฆหนาวเหน็บ กู้หรั่นเยวี่ยหยุดยืนบนชะง่อนหินพักเหนื่อย

นางไม่กลัว...สักนิด

เคยผ่านความตายมาแล้ว นางพบว่านางไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวตาย ที่เสียดายมีเพียงหากตายตอนนี้นางจะไม่มีวันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบนคุนหลุนซาน เกิดอะไรขึ้นกับผู้เป็นอาจารย์

แม้ในใจหวังให้ได้ยินเรื่องดี แต่นางตระหนักดีหลังเห็นโครงกระดูกของตัวเอง มั่นใจว่าอย่างน้อยต้องผ่านกาลเวลามากกว่าสิบปีแล้ว

ว่ากันว่าไม่มีสิ่งใดแข็งแกร่งไปกว่าจิตใจที่ฮึกเหิมฮึดสู้ ในที่สุดปีนมาได้กว่าสี่ชั่วยาม หยุดพักบ้าง เหนื่อยจนเกือบถอดใจบ้าง กู้หรั่นเยวี่ยก็พบโพรงขนาดใหญ่ที่ใช้พักเหนื่อย นางทิ้งตัวลงนอนหงายอย่างเหนื่อยอ่อน มือคว้าใบของสมุนไพรที่รู้ว่ากินได้เข้าปาก เคี้ยวๆ นานมากกว่าจะยอมกลืน

ร่างกายนี้ทั้งหิวทั้งอ่อนแอจึงไม่มีทางเลือก อะไรที่กินได้ก็ต้องกินเข้าไป หาไม่เรี่ยวแรงที่มีจะค่อยๆ หมดไปเพราะความหิว

เสียงครืนๆ ดังมาจากเบื้องบน หญิงสาวหัวเราะออกมา “ยังดีที่ไม่ได้แกล้งทำเป็นลืมข้า ให้ข้าเกิดใหม่ทั้งทีนึกว่าจะกลั่นแกล้งข้ากว่านี้เสียอีก”

พูดจบฝนก็โปรยปรายลงมา นางใช้ใบไม้ที่หาได้พับเป็นถ้วยรองน้ำดื่ม จากนั้นขดตัวหลับไปใต้ชะง่อนผาที่ใช้เป็นเพิงหลบฝน

หลับไปไม่นานที่รู้ก็เพราะหลับๆ ตื่นๆ ตลอด โชคดีคือนางไม่กระหาย ไม่หิวมากนัก โชคร้ายคือฝนตกหินลื่นต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเดิม ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่พอ มือของนางคว้าพลาดร่างทั้งร่างครูดลงไปกับชะง่อนหิน พลัดตกลงมายังเบื้องล่างพร้อมกับเสียงหวีดร้อง

“บ้าเอ๊ย!!!” นางก่นด่าตัวเองที่ซวยซ้ำซวยซ้อน แต่...ไม่นานร่างก็ตกลงไปยังบ่อน้ำ จมลงไปกับสายน้ำเย็นเยียบ...

กู้หรั่นเยวี่ยหลับตาซึมซับความเย็นนั้นเงียบๆ พยายามทำให้สติที่แตกตื่นสงบลง เมื่อเรียกความเยือกเย็นกลับมาได้ก็ลืมตาแล้วว่ายน้ำขึ้นมา

นางดื่มน้ำดับกระหาย จากนั้นมองไปรอบๆ บ่อน้ำแห่งนี้กว้างมากทั้งยังสะอาดมาก เป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นยังที่ซึ่งห่างไกลจากมือมนุษย์

แสงวับแวมกระทบปลายกระบี่สาดมายังคลองสายตา หญิงสาวว่ายน้ำไปยังขอบบ่อตรงไปยังกระบี่หงส์เหิน มองเห็นโครงกระดูกอีกโครงที่นอนอยู่เหนือกองเศษหิน ไม้แหลมเสียบทะลุกระดูกซี่โครงโผล่ออกมาเกือบหนึ่งฝ่ามือ

คนผู้นี้แม้รอดจากการตกจากที่สูง ก็ต้องตายเพราะตกลงบนกองไม้พอดี เครื่องประดับวางกองอยู่ตามจุดต่างๆ กวานหยก[1]ยังคงนอนนิ่งอยู่เหนือกะโหลกสะอาดสะอ้าน

กู้หรั่นเยวี่ยหัวเราะออกมาเมื่อเห็นกวานครอบคุ้นตานั้น “ดูสภาพเจ้าสิ อนาถกว่าข้าหลายพันเท่านัก!!”

จอมมารผู้ชื่นชอบความหรูหรา บัดนี้แม้แต่กวานครอบหยกล้ำค่าก็เปรอะเปื้อนโคลนราวกับของไร้ค่าไร้ราคา เขาตายแล้วอย่างแน่นอน...

[1] กวนหรือกวาน 冠 เครื่องประดับศีรษะครอบมวยผมของจีนโบราณ การสวม 冠 ถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมายาวนานและมีความสำคัญ โดยบุรุษต้องมีพิธีสวมกวานเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เรียกพิธีนี้ว่า ก้วนหรือกว้านหลี่ 冠礼

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 5.6 จบ

    “เมื่อก่อนไม่เห็นท่านถาม” นางเลิกคิ้ว“เมื่อก่อนไม่อยากรู้ ตอนนี้อยากรู้เพราะซื่อจื่อบอกว่าซุนเก่อให้เจ้าดูภาพวาด”นางหวนนึกไปถึงวันนั้นก็ยิ้มออกมา “เป็นภาพเหมือนของปรมาจารย์กระบี่ของสำนักกระบี่ นางแซ่ไป๋ นามเสวี่ยหรู”“ไป๋เสวี่ยหรู??”“ใช่แล้ว ซุนเก่อบอกว่านางเป็นคนคิดค้นเคล็ดวิชากระบี่คู่ที่เหมือนของข้า แต่ว่าอาจารย์ของข้าไม่ใช่นาง อีกทั้งข้าก็ไม่เคยไปแดนเหนือ เช่นนั้นข้าจะเกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่ได้อย่างไร ตามที่เขาเล่าเขาเองก็ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าไป๋เสวี่ยหรูผู้นี้มีอายุอยู่ในช่วงเวลาใด เพลงกระบี่ที่เขาใช้ก็ขาดๆ หายๆ ไม่ครบถ้วน อยากให้ข้าประลองกับเขาสักครั้ง บางทีเขาอาจบรรลุว่าเพลงกระบี่เหล่านี้เกี่ยวกันจริงๆ หรือเพียงบังเอิญ”“แล้วเจ้าทำเช่นไร”“ข้าบอกเขาว่าอดีตผ่านไปแล้ว เกี่ยวข้องหรือไม่ไม่สำคัญแล้ว” นางเอนศีรษะพิงไหล่ของเฟิงเสียนกวง “ข้าปฏิเสธที่จะประลองกับเขาหรือผู้ใดก็ตาม เพราะการประลองครั้งนั้นข้าได้รับชัยชนะและได้รางวัลที่พึงพอใจแล้ว”เฟิงเสียนกวงกอดนางพร้อมจุมพิตหน้าผากนวล ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองต้นสนในสวน เยี่ยนเสวี่ยหรูเพียงปล่อยอดีตให้เป็นเรื่องของอดีต ไม่เสาะแสวงหาสิ่งใด

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 5.5

    “รู้สึกเหมือนเป็นบ้านแล้วสิ” เขายิ้มจากนั้นเดินออกไปยังโถงด้านหน้า ตอนนั่งรถม้าออกจากจวนรอยยิ้มของเขาก็ยังไม่จางหายความสุขนี้มันชัดเจนจนเขาไม่อาจไม่ยอมรับ แท้ที่จริงการมีใครสักคนเคียงข้าง อีกทั้งนางก็มีใจให้เช่นกันกับเขาที่มีใจให้นาง “ความสุขที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเย็นย่ำเขานั่งรถม้ากลับมาก็พบว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูรออยู่ก่อนแล้ว “ไปกันเถิด”“ไปเลย? ไม่ต้องเปลี่ยนชุด”“ไม่เปลี่ยนแล้ว อย่างน้อยหากท่านราชครูอยากชักสีหน้าจะได้มองชุดขุนนางของข้าก่อนสักนิด”นางหัวเราะ “แล้วหากเขาเองก็ยังไม่เปลี่ยนชุดเล่า”“นั่นสิ” เฟิงเสียนกวงชะงัก “เช่นนั้นให้คนไปบอกท่านแม่ บอกให้นางเร่งให้ท่านราชครูเปลี่ยนชุดก่อนที่เราจะไปถึง?”เยี่ยนเสวี่ยหรูหัวเราะ “ท่านบอกว่าข้าเจ้าเล่ห์มากแผนการ แล้วดูท่านตอนนี้สิ”“ข้าก็เรียนรู้มาจากเจ้าไม่ใช่หรือ”“ไม่ใช่เสียหน่อย!”เขาหัวเราะคว้ามือนาง “ไปกันเถิด”ความจริงคือเยี่ยนเจาเปลี่ยนไปแล้ว ปล่อยวางขึ้น ไม่ได้มีท่าทางเช่นเมื่อก่อนอีก รัชทายาทเติบโตแล้วและราชสำนักก็ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้มั่นคง อำนาจของฝ่ายรัชทายาทบัดนี้นับว่ามั่นคงหยั่งรากลึก แ

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 5.4

    ไม่จำเป็นต้องเป็นสมรสพระราชทาน ไม่จำเป็นต้องมีงานแต่งงานหรูหรายิ่งใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีสามีเป็นเชื้อพระวงศ์หรือแม่ทัพเก่งกาจ ขอเพียงเขาเป็นคนดีนิสัยเข้ากันได้ ที่สำคัญคือมีใจให้กัน เพียงเท่านั้นงานแต่งงานนี้ก็นับได้ว่าเป็นงานแต่งงานที่ผูกสามีภรรยาเคียงคู่ตราบนิรันดร์เยี่ยนเสวี่ยหรูจับริ้วแพรมงคล อีกด้านของริ้วแพรมีสามีของนางจับจูงก้าวเดิน โถงกว้างเพื่อทำพิธีไหว้ฟ้าดินมีเพียงป้ายวิญญาณของบิดามารดาสามี ทว่าการไหว้ฟ้าดินก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสุขคำอวยพรใดล้วนไม่สำคัญเท่าความรักของบ่าวสาวที่มีให้กัน ด้วยนี่เป็นการแต่งงานหลังจากเกิดความรัก มิใช่การจับคู่ของบุพการี ไม่ใช่การบีบบังคับ แต่เป็นความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองคนอย่างแท้จริงในห้องหอ...เยี่ยนเสวี่ยหรูเท้าคางมองสามีของตนด้วยรอยยิ้ม นางปล่อยผมยาวสยายเช่นกันกับเขาที่มองมาด้วยรอยยิ้ม “ยิ้มอะไร”“ยิ้มที่สามีข้าหล่อเหลาน่ามองยิ่ง”เขานั่งลงบนเตียงจากนั้นอุ้มนางวางบนตัก “ขอเพียงเจ้ามองไม่เบื่อเป็นใช้ได้”“เหลวไหลข้าจะเบื่อได้อย่างไร” นางลูบใบหน้าของเขาจากนั้นประคองด้วยสองมือ จุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปาก “เอาละ...ได้เวลาล่วงเกินเอาเปรียบท่านจร

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 5.3

    นอกจวนมีรถม้าจอดอยู่จริงๆ เยี่ยนเสวี่ยหรูมองเห็นซูม่อแล้ว หญิงสาววิ่งออกไปจากจวนพุ่งขึ้นไปบนรถม้า นางนั่งลงหายใจหอบเล็กน้อย “ท่านรู้เรื่องแล้ว?”“เพียงเสียดายที่ไม่ได้ไปดูการประลอง”“ข้าชนะ” นางยิ้มกว้าง“เหตุใดไม่บอก ไม่ปรึกษา”“ฉุกละหุกเกินไป ข้าเพิ่งเดาได้หลังสนทนากับท่านแม่เรื่องแม่ทัพอวิ๋น อีกอย่างเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำเช่นนี้จริงๆ” นางมองเขาคล้ายเด็กที่เพิ่งทำผิด “แต่ว่า...การประลองกับท่านหญิง”เฟิงเสียนกวงมองนางจากนั้นยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว เยี่ยนเสวี่ยหรูลังเลที่จะพูด “เฟิงเส้าฝู่”“อะไรหรือ” เขาเงยหน้าขึ้นมองนางที่ขยับเข้ามานั่งข้างๆ“ข้าไม่มีเวลาแล้ว” นางบอกจากนั้นคว้าสาบเสื้อของเขาเอาไว้ทั้งสองมือ“เวลาอะไร เจ้าคิดจะทำอะไร”“ล่วงเกินเอาเปรียบท่าน” แล้วนางก็ชิดใบหน้าเข้าไป จุมพิตริมฝีปากเขา กดทาบนิ่ง... ตอนที่นางดึงใบหน้าถอยออกห่างจากนั้นเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาลังเลกัดปากเล็กน้อย “ตอนนี้ใจเต้นบ้างหรือยัง”เขาเหม่อลอยไปชั่วครู่ ดวงตาคมก้มลงมองนาง ในแววตาคล้ายมีพายุกำลังพัดโหม อยู่ๆ เขาก็คว้ามือของนางเอาไว้ข้างหนึ่ง มืออีกข้างสอดเข้าไปคว้าเอวด้านหลัง

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 5.2

    นางชนะอย่างใสสะอาด ชนะแบบหมดจดไร้ข้อกังขา สายตาแน่วแน่หนักแน่นมองไปยังเยี่ยนเจา สีหน้าของนางเรียบเฉยเย็นชา ถึงตอนนี้นางเกรงว่าบิดาคงเพิ่งตระหนักว่านางได้ล่วงรู้แผนการของเขาทั้งหมดแล้ว!!!เพิ่งผ่านเข้าไปในประตูจวน เยี่ยนเจาก็หันกลับมาด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด เขาพุ่งปราดเข้าไปเงื้อมือตรงหน้าเยี่ยนเสวี่ยหรูสวีซื่อดึงหญิงสาวให้ถอยหลัง นางขยับเอาตัวเองบดบัง “ท่านราชครู!!”“เจ้าถอยไป!”“ท่านกล้าตีนาง? เช่นนั้นก็ตีข้า เอาสิ ตบเลย! วันนี้ข้าจะดูว่าใครจะกล้าลงมือกับบุตรสาวข้า!” สวีซื่อมีท่าทีดุดันไม่สมกับเป็นนางเลย พ่อบ้านตกตะลึง บ่าวไพร่ก้มหน้า“สวีซื่อ! เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่กล้าลงมือกับเจ้า!”“กล้าสิ ท่านย่อมกล้า เช่นนั้นเอาเลย ข้าเองก็มีมือมีเท้า มาดูกันว่าข้าที่เคยฝึกยุทธ์ยังแดนเหนือ จะเอาชนะราชครูที่เป็นบัณฑิตมาทั้งชีวิตไม่ได้!” สวีซื่อเลิกแขนเสื้อสองข้างขึ้นเยี่ยนเจาชะงัก “ไร้มารยาท”“ท่านสิไร้ยางอาย!”“เจ้า!”“ใช่ข้าเอง ท่านจะทำไม วางแผนโยนบุตรสาวตัวเองเข้าไปแลกกับความยิ่งใหญ่ ตอนนี้ถูกตอบโต้กลับทำเป็นรับไม่ได้ ตัวเองเป็นถึงราชครู แต่คำพูดกลับเหมือนผายลม! รับปากนางแล้วแท้ๆ กลับกล้าตลบหลัง

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 5.1

    “หมายรวมถึงหากเขาไม่ยอมแต่งกับเจ้า?”“เพคะฝ่าบาท!”ท่านหญิงเจาจวินเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ “เจ้าเสียสติไปแล้ว? หรือมั่นใจว่าเอาชนะข้า? ได้ยินมาว่าเจ้าเพิ่งเรียนรู้จากอาจารย์ที่ตระกูลลั่วส่งไป แม้ซุนเก่อจะเข้าใจผิดว่าเจ้าเป็นคนของหุบเขากระบี่ แต่ข้าไม่เชื่อว่าข้าฝึกมาตั้งแต่จำความได้ ข้าจะพ่ายแพ้ให้เจ้าที่เพิ่งเรียนรู้”“ท่านหญิงหม่อมฉันไม่มีวรยุทธ์”“เช่นนั้นประลองเพลงกระบี่โดยไม่ใช้วรยุทธ์เพื่อความยุติธรรม!!!”“เช่นนั้นตกลงเพคะ”“กราบทูลฝ่าบาทโปรดทรงพระราชอนุญาต!!”สวีซื่อ...นึกไม่ถึงว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูจะเฉลียวฉลาดถึงขั้นนี้!!!หลอกใช้ท่านหญิงเจาจวิน ทำให้แผนการของเยี่ยนเจาล่มไม่เป็นท่า เรื่องที่เยี่ยนเจารับปากบุตรสาวมีน้อยคนนักที่ล่วงรู้ ดังนั้นเขาจึงแอบไปร่วมมือกับคนอื่นเพื่อกราบทูลขอสมรสพระราชทานทว่ายังไม่ทันเริ่มแผนการ เยี่ยนเสวี่ยหรูกลับลงมือก่อน หลอกยืมมือท่านหญิงเจาจวิน ยั่วโมโหจนอีกฝ่ายสร้างฉากอื่นขึ้นในงานเลี้ยง ขณะเดียวกันก็เปิดโปงคำมั่นของเยี่ยนเจาต่อหน้าฮ่องเต้ ต่อหน้าขุนนางมากมาย ทำให้เขาไม่อาจดำเนินแผนตามที่วางเอาไว้ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือครั้งหน้า!!มองเยี่ยนเสว

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 6.2

    เขากำลังจะเดินผ่านเข้าประตูจวน หากแต่เมื่อเห็นรถม้าตระกูลกู้เว่ยกวงอวี่ก็เดินกลับมา กู้หรั่นเยวี่ยวางม่านรถม้าลง เซิงจื่ออวี๋มองนางด้วยสายตาพราวระยับ“หากเจ้ากล้าพูดจาเหลวไหลวันนี้ ข้าจะเปิดโปงว่าเจ้าใช้วังตะวันออกเพื่อการส่วนตัว”เห็นอีกฝ่ายเม้มปากเป็นเส้นตรงไม่พูดอะไรแล้วพยักหน้า กู้หรั่นเยวี่ยได

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 2.6

    เว่ยซ่งยืนมองบุตรของตนอยู่ในมุมทางเดินอันเงียบงัน สิบห้าปีมานี้แม้ดูเหมือนเขากับบุตรชายคนโตอยู่ร่วมกันอย่างสงบ แต่ในใจของเขารู้ดีว่าความผิดในอดีตแม้ผ่านไปนาน ความรู้สึกที่กัดกินในใจก็ยังคงอยู่ปีนั้น...เว่ยกวงอวี่เพิ่งแปดขวบ เขาพาบุตรชายเข้าสำนักหอนทีไปด้วย หลังตามหาฮูหยินมานานแล้วไม่พบ จริงๆ เขายอ

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 2.5

    “ที่กลับมาได้อย่างสง่าผ่าเผยก็เพราะคุณชายใจดีรับนางกลับมาด้วย หาไม่หากให้นางเดินกลับมาเองสภาพคงเอน็จอนาถกว่านี้ หากตอนเช้ามีข่าวลือแปลกๆ ออกไป ข้าเกรงว่าท่านเองก็คงจะพลอยลำบากไปกับนางด้วย” เส้าชิงพึมพำเว่ยกวงอวี่ได้ยินแต่กลับไม่พูดอะไร เขามองไปที่มีดสั้นของจอมมาร “ตั้งแต่เมื่อไรกันที่คุณหนูเก้าตระ

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 2.4

    “ข้าน้อยได้ยินเสียงถ้วยชาตกแตกขอรับ จากนั้นก็ไม่ได้ยินสิ่งใดอีก”หวังซื่อยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ “แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ใด”“คุณชายใหญ่กลับเรือนไปแล้ว ส่วนนายท่านกลับเข้าห้องหนังสือกำชับว่าไม่ว่าใครก็ห้ามรบกวนขอรับ”หวังซื่อกุมผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นมาก ในใจเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองไม่ได้ดั่งใจ นางไล่พ่อบ้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status