Share

บทที่ 1.4

last update Last Updated: 2026-02-24 16:06:37

“อาจารย์ ข้าไม่เหมาะที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วหล้าแล้ว ท่านว่าข้า...กลับไปเป็นคุณหนูในห้องหอดีหรือไม่ กลับไปช่วยเจ้าของร่างนี้แก้แค้นบุรุษที่หลอกลวงนาง”

สายลมพัดผ่านจมูกที่แสบร้อน กู้หรั่นเยวี่ยถอนหายใจออกมาแล้วลุกขึ้น มองป้ายหลุมศพเงียบๆ เช่นนั้นนานมาก นางลุกขึ้นหมุนตัวเดินไปยังเนินเขาข้างๆ ลานดอกปี่อั้น มองเห็นโพรงหินขนาดใหญ่คล้ายถ้ำ ในนั้นเต็มไปด้วยข้าวของผุพังระเกะระกะ

หญิงสาว...เดินไปล้วงมือกดหินก้อนหนึ่ง กลไกส่งเสียงครืดคราดจากนั้นก็มีช่องหินถูกเลื่อนออกมา ในนั้นมีจดหมายฉบับหนึ่งถูกทับเอาไว้ด้วย...ป้ายหยก

ในจดหมายยังมีตั๋วแลกเงินปึกหนึ่ง เป็นเงินจำนวน...หนึ่งหมื่นตำลึง!!!

‘ไปเสีย ไปจากที่นี่ หากเจ้ารอดกลับมาก็ออกไปใช้ชีวิตให้ดี มีชีวิตอยู่ต่อไป อย่าได้หวนกลับมาที่คุนหลุนซานอีก!!!’

อักษรงดงามหนักแน่นแข็งแกร่ง ทว่าพลังกลับหดหายไปมาก เห็นชัดว่าตอนเขียนจดหมายนี้อาจารย์ของนางก็ป่วยหนักและใกล้หมดลมแล้ว...

กู้หรั่นเยวี่ย...สะอื้น นางอยากกลับไปเป็นหรั่นอิงคนเดิมเป็นศิษย์ตัวน้อยที่อาจารย์พาก้าวเข้ามายังคุนหลุนซาน เลี้ยงดูสั่งสอน ฝึกให้นางรู้จักกับวรยุทธ์และโลกกว้าง

ทว่าตอนนี้นางกลับไปเป็นคนเดิมไม่ได้แล้ว อาจารย์ไม่อยู่แล้ว ไม่มีคุนหลุนซาน ไม่มีสำนักหอนที เช่นกันกับที่หรั่นอิงนอนสิ้นใจอย่างสงบยังใต้หุบเหวลึกหมื่นจั้ง

มองป้ายหยกที่ด้านหนึ่งแกะสลักอักษร ‘หลิน’ เดาว่าน่าจะมาจากแซ่ของอาจารย์ ทว่าอีกด้านกลับสลักอักษร ‘เว่ย’

ตั๋วแลกเงินเป็นของร้านแลกเงินฟู่กุ้ยของตระกูลเว่ย “ตระกูลเว่ย...” นางพึมพำพยายามรวบรวมความทรงจำของกู้หรั่นเยวี่ย

ตระกูลเว่ย... ก็คือเพื่อนบ้านจวนตรงกันข้ามกับจวนตระกูลกู้นั่นอย่างไรเล่า!!!

เมืองหยวนเฉิงเดินลงเขาไปก็ถึงแล้ว แต่พูดนั้นง่ายการเดินลงเขาที่ลดเลี้ยวนั้นใช้เวลานานมากทีเดียว กู้หรั่นเยวี่ยเดินเท้าไปเรื่อยๆ ในอ้อมแขนมีเสื้อคลุมที่ห่อข้าวของมากมาย ทั้งเครื่องประดับของจอมมาร ทั้งตั๋วเงินและป้ายหยก กว่าสามชั่วยามที่แดดร้อนจนแขนของนางเริ่มแสบและเป็นรอยแดง

ไม่มีคนเดินผ่าน ไม่มีรถม้า หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตก็ไม่โผล่มาให้เห็นสักตัว!!!

สามแยกด้านหน้ามีเสียงรถม้ากำลังแล่นมา หญิงสาววิ่งตรงไปที่นั่นตะโกนสุดเสียงหวังให้รถม้าคันดังกล่าวหยุด รถม้าวิ่งเร็วมากฝุ่นตลบไปทั่ว จนแล้วจนรอดนางก็มองเห็นเพียงด้านหลังรถม้าที่วิ่งจากไป

ล่วงเข้ายามเซิน[1]แล้วกู้หรั่นเยวี่ยเริ่มสิ้นหวัง นางคงกลับเข้าเมืองไม่ทันก่อนฟ้ามืดเป็นแน่ เท้าสองข้างเริ่มระบม เหงื่อท่วมตัวกับอาการครั่นเนื้อครั่นตัวและร้อนผ่าว นางกระหายน้ำจึงดื่มน้ำในถุงที่เหลือจนหมด กระทั่งตอนได้ยินเสียงรถม้าด้านหลังนางกลับรู้สึกว่าตัวเองหูฝาด

ขณะหันกลับไปมองรถม้าหรูหราที่วิ่งผ่าน สติของนางก็กำลังเลือนราง ม่านรถม้าเปิดขึ้นทำให้มองเห็นใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษผู้หนึ่ง ดวงตาเย็นชาสีหน้าเย็นเยียบ... สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อยตอนเห็นนางยืนโอนเอนอยู่ริมถนนอย่างเดียวดาย

กู้หรั่นเยวี่ยถอนหายใจกับตัวเอง คอของนางแห้งผาก หมดสิ้นเรี่ยวแรงจะขยับ นางทรุดตัวลงนั่งตรงนั้นไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยกแขนหรือร้องตะโกน

อยู่ๆ รถม้าคันนั้นก็หยุด คนคุ้มกันรถม้าวิ่งกลับมาตรงหน้านาง ก้มลงมองนางด้วยสายตาเรียบเฉย “คุณหนู...เก้า?”

อา...เขารู้จักนาง ไม่สิ เขารู้จักคุณหนูเก้าตระกูลกู้ กู้หรั่นเยวี่ยต่างหาก นางพยักหน้า... “ข้าขอรบกวนติดรถม้ากลับเข้าเมืองหน่อยได้หรือไม่ ตอนนี้ข้า...ไม่มีเรี่ยวแรงหลงเหลือแล้ว”

อีกฝ่ายหันไปมองยังรถม้า ดูเหมือนกำลังขอความเห็นคนบนนั้น “หรือไม่หากไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ท่านช่วยส่งข่าวไปยังจวนตระกูลกู้ ให้พวกเขาส่งคนมารับข้าที่นี่”

[1] ช่วงเวลาบ่ายสามโมง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 2.1

    “ฝากของ” นางงุนงงจากนั้นคลายแถบผ้าออกจากด้ามมีดสั้นที่น่อง ดึงมีดสั้นของจอมมารออกมา ตอนที่เขาเห็นมีดสั้นก็เบิกตาอ้าปากค้าง“เจ้า...”“มีดสั้นของจอมมาร ข้าแกะพลอยออกไปเม็ดหนึ่งเพื่อเป็นค่าเสบียง”“ค่าเสบียง!” เขากัดฟันกรอดราวอยากบีบคอใครสักคนให้ตาย...นางรู้น่า...พลอยนั่นมีค่าเทียบเท่ากับจวนหลังงามทั้งหลัง แต่นางไม่มีทางเลือกนี่นา “หาไม่จะให้ข้ามอบหยกประดับที่มีตราพรรคมารให้เขา? หรือกำไลหยกเมฆของจอมมาร?”ของที่นางกล่าวมาล้วนมีราคาสูงกว่าพลอยเม็ดนั้นทั้งสิ้น ด้วยจอมมารพรรคอวิ๋นซานเป็นคนฟุ่มเฟือยยิ่ง ที่สำคัญหากของเหล่านี้ถูกขายทอดตลาด คนไม่รู้จักก็แล้วไป แต่หากมีคนจดจำของของจอมมารได้ นั่นไม่ใช่การหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ!!เสียงจอแจกลางตลาดทำให้หญิงสาวแอบเลิกม่านรถม้าขึ้นมอง ใกล้จะถึงจวนตระกูลกู้แล้ว... “เสื้อคลุมนั่น...ขอข้าได้หรือไม่” นางทั้งมอมแมมและสกปรก ทันทีที่ลงรถม้าสายตาก็จะจ้องมองมา อย่างน้อยๆ ขอให้นางหลงเหลือศักดิ์ศรีเอาไว้ให้กู้หรั่นเยวี่ยสักเล็กน้อย“นั่นเป็นเสื้อคลุมของเส้าชิง เจ้า...” เขากำลังจะปลดเสื้อคลุมของตัวเอง”“ไม่เป็นไรท่านสวมเอาไว้เถิด วันนี้ลมแรงทางที่ดีหากยังไม่เข

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 1.5

    “พานางขึ้นมา”น้ำเสียงนุ่มทุ้มทว่าเจือเอาไว้ด้วยความเย็นชา ถึงอย่างนั้นนางกลับรู้สึกว่าน้ำเสียงเด็ดขาดของชายหนุ่มในรถม้ายังขาดพลังไปมาก มันคล้ายกับเขา...ไม่ใคร่จะสบาย??ตอนเดินไปจนถึงรถม้าด้วยความช่วยเหลือของคนคุ้มกันผู้นั้น กู้หรั่นเยวี่ยชะงักเงยหน้าขึ้นมองป้ายอักษร ‘เว่ย’ “อา...บังเอิญยิ่ง”ม่านประตูถูกเลิกขึ้นพร้อมกับคนที่นั่งอยู่ในนั้นเหลือบตามองนาง กู้หรั่นเยวี่ยแอบกลั้นหายใจกับความหล่อเหลาเย็นชาของอีกฝ่าย ทว่าใบหน้าค่อนไปทางซีดขาวของเขากับเสื้อคลุมที่ทำจากขนหมาป่าสีเทา ทำให้คิ้วของนางมุ่นลงเล็กน้อย “รบกวนแล้ว”หญิงสาวละสายตาออกมาอย่างมีมารยาท นั่งลงห่างจากเขาเล็กน้อย“ออกรถ” คนคุ้มกันผู้นั้นออกคำสั่ง ไม่นานรถม้าก็เริ่มเคลื่อนตัวความเงียบที่น่าอึดอัด... นางเหลือบมองอีกฝ่ายหลายครั้ง ทว่าจนแล้วจนรอดในประมวลความทรงจำของกู้หรั่นเยวี่ยก็ไม่มีคนผู้นี้“คือ...” นางกอดห่อผ้าแน่น เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองนางอีก “ท่านเป็นคนตระกูลเว่ยหรือ”คิ้วของเขากระตุกคราหนึ่ง เหลือบตามองนางในที่สุด “คุณหนูเก้า ท่านขึ้นรถม้ามาโดยไม่รู้ว่าเป็นรถม้าของผู้ใด เรื่องนี้มิใช่โง่งมมากหรอกหรือ เห็นชัดว่าท่านเห็น

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 1.4

    “อาจารย์ ข้าไม่เหมาะที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วหล้าแล้ว ท่านว่าข้า...กลับไปเป็นคุณหนูในห้องหอดีหรือไม่ กลับไปช่วยเจ้าของร่างนี้แก้แค้นบุรุษที่หลอกลวงนาง”สายลมพัดผ่านจมูกที่แสบร้อน กู้หรั่นเยวี่ยถอนหายใจออกมาแล้วลุกขึ้น มองป้ายหลุมศพเงียบๆ เช่นนั้นนานมาก นางลุกขึ้นหมุนตัวเดินไปยังเนินเขาข้างๆ ลานดอกปี่อั้น มองเห็นโพรงหินขนาดใหญ่คล้ายถ้ำ ในนั้นเต็มไปด้วยข้าวของผุพังระเกะระกะหญิงสาว...เดินไปล้วงมือกดหินก้อนหนึ่ง กลไกส่งเสียงครืดคราดจากนั้นก็มีช่องหินถูกเลื่อนออกมา ในนั้นมีจดหมายฉบับหนึ่งถูกทับเอาไว้ด้วย...ป้ายหยกในจดหมายยังมีตั๋วแลกเงินปึกหนึ่ง เป็นเงินจำนวน...หนึ่งหมื่นตำลึง!!!‘ไปเสีย ไปจากที่นี่ หากเจ้ารอดกลับมาก็ออกไปใช้ชีวิตให้ดี มีชีวิตอยู่ต่อไป อย่าได้หวนกลับมาที่คุนหลุนซานอีก!!!’อักษรงดงามหนักแน่นแข็งแกร่ง ทว่าพลังกลับหดหายไปมาก เห็นชัดว่าตอนเขียนจดหมายนี้อาจารย์ของนางก็ป่วยหนักและใกล้หมดลมแล้ว...กู้หรั่นเยวี่ย...สะอื้น นางอยากกลับไปเป็นหรั่นอิงคนเดิมเป็นศิษย์ตัวน้อยที่อาจารย์พาก้าวเข้ามายังคุนหลุนซาน เลี้ยงดูสั่งสอน ฝึกให้นางรู้จักกับวรยุทธ์และโลกกว้างทว่าตอนนี้นางกลับไป

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 1.3

    หัวเราะจนพอแล้วนางก็ได้แต่ถอนหายใจ เริ่มแกะห่อโครงกระดูกของตัวเอง ลงมือใช้กระบี่หงส์เหินและดาบพสุธาของจอมมารที่ตกอยู่ไม่ไกลนัก ลงมือ...ขุดหลุมฝังศพขึ้นมาสองหลุม เห็นแก่ที่เขาตายแล้ว ไม่ได้ไปก่อกรรมหลังจากตกลงมาพร้อมกัน นางจึงใจดีฝังเขาเอาไว้ข้างๆ หลุมศพของตัวเอง...หน้าหลุมศพจอมมารมีดาบพสุธาปักอยู่...หน้าหลุมศพของหรั่นอิงมีกระบี่หงส์เหินปักเอาไว้หญิงสาวฝังป้ายหยกของสำนักหอนทีไปกับโครงกระดูกของตน ละทิ้งการเป็นยอดยุทธ์แห่งยุคนับแต่นี้เป็นต้นไปเครื่องประดับของจอมมารนางห่อด้วยชุดตัวนอก ของมีค่าอาจมีประโยชน์ เพราะตอนนี้นางยังต้องขึ้นไปยังคุนหลุนซาน อย่างน้อยก็ต้องตามหาหลุมฝังศพของผู้เป็นอาจารย์ผ่านมากว่าสิบปีอาจารย์ชราก็คง...จากไปแล้วมีดสั้นในรองเท้าหุ้มแข็งของจอมมาร นางตัดสินใจนำไปเพื่อใช้ป้องกันตัว เม็ดพลอยที่ประดับด้ามมีดสั้น นางแกะออกมาโยนส่งๆ เข้าไปรวมกับข้าวของมีค่า ตอนนี้ยังลังเลที่จะกลับจวนตระกูลกู้ เพราะนางอยากออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วหล้า อย่างไรเสียคนตระกูลกู้ก็คงคิดว่านางตายไปแล้ว เมื่อกู้หรั่นเยวี่ยเขียนจดหมายลาตายเอาไว้ชัดเจนถึงเพียงนั้น...ในป่ารกทึบ ความมืด ความเงียบ คว

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 1.2

    “ยืมร่างคืนวิญญาณ...เฮ้อ”เคยได้ยินอาจารย์กล่าวถึงวิชายืมร่างคืนวิญญาณ ทว่านางก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน แม้เคยได้ยินแต่ก็เป็นเพียงคำบอกเล่าปากต่อปาก ยุทธภพไม่เคยมีผู้ใดเคยทำได้มาก่อน อีกทั้งนี่ยังเป็นวิชาต้องห้ามที่ฝ่ายมารเท่านั้นที่รู้วิธีฝึกนอกจากนั้น... นางยังพบว่ากู้หรั่นเยวี่ยผู้นี้ เป็นสตรีร้ายกาจไร้เหตุผลที่สุด เป็นสตรีที่ผู้คนสมควรรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้ เพราะไม่แค่เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ แต่นางเย่อหยิ่งโอหังชมชอบการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่นอีกด้วย!!!สายลมหวีดหวิวพัดโหม ก็เหมือนชะตาของนางที่ล่องลอยอยู่บนสายลมไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรต่อ เพราะร่างกายของกู้หรั่นเยวี่ยนี้ไม่อาจใช้วรยุทธ์!!!“แล้วข้าจะลงจากหุบเหวนี้อย่างไร” นางถามตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจริงๆ นางควรตีโพยตีพาย ควรก่นด่าใครสักคน ควรตะโกนขอความช่วยเหลือ หรือไม่ก็ร้องไห้หนักๆ สักยก แต่เพราะนางคือหรั่นอิง ยอดยุทธ์หญิงที่ชีวิตทั้งชีวิตผ่านความโลดโผนมากกว่ายี่สิบห้าปี ทำเช่นนั้นหญิงสาวรู้ดีว่ามันไร้ประโยชน์ ตอนนี้ที่นางต้องการที่สุดก็คือ...สติและความเยือกเย็นมองดูร่างของตัวเองที่เหลือเพียงโครงกระดูกผุๆ “ก็ได้แต่หวังว่าไม่ได้มีเพีย

  • ข้าก็คือ... คุณหนูเก้าตระกูลกู้   บทที่ 1.1

    เหมือนนานแสนนาน… ทว่าก็ให้ความรู้สึกราวกับหลับฝันตื่นหนึ่ง ชั่วพริบตาที่ความเจ็บปวดพรากสติสัมปชัญญะให้ดับมอด ลืมตาอีกครั้งก็พบว่าทุกอย่างหายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นหรั่นอิงขยับมือ เท้า จากนั้นก็คอ นางรู้สึกถึงความปวดเมื่อยที่แผ่ลามไปตามจุดต่างๆ ร่างกายหนักอึ้งคล้ายกับนอนท่าเดียวนานๆ จากนั้นความรู้สึกชาก็ค่อยๆ แพร่กระจายไปตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า“อา...” ส่งเสียงได้เพียงเท่านั้นก็ต้องหลับตาลงอีกครั้ง นางยังไม่ลุกเพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองบาดเจ็บมากน้อยเพียงใดความทรงจำสุดท้ายที่นึกออกก็คือ...นางกำลังประมือกับจอมมารแห่งพรรคอวิ๋นซาน ฝ่ายมารอันชั่วร้ายซึ่งบุกขึ้นคุนหลุนซาน หมายโค่นล้มฝ่ายธรรมะซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่นี่ อาจารย์ของนางกำลังเพลี่ยงพล้ำ ขณะที่นางเอาตัวเข้ามาขวาง ผลักจอมมารพร้อมหลอกล่อเขามายังหน้าผาของคุนหลุนซานกำลังภายในลึกล้ำ ยอดยุทธ์แห่งยุคทั้งสองที่ประมือกัน ทำให้หุบผาแห่งคุนหลุนซานสั่นสะเทือน ชั่วขณะที่นางแทงกระบี่จ้วงลึกยังหน้าอกของจอมมาร อีกฝ่ายกลับตะโกนเรียกอาจารย์ของนาง“หลินซาง!!!”ผ่านการประมือนับร้อยครั้ง กลับมาหลงกลเพียงเพราะกลลวงกระจอกๆ หรั่นอิงที่ในใจมีความห่วงก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status