เข้าสู่ระบบ“ไปหาจวนสักหลัง พาคนของเราทั้งหมดไปอยู่ที่นั่น ทิ้งเอาไว้เพียงคนคุ้มกันสองคน เยี่ยนเฟิง ฉางเฟิง จากนั้นรอคำสั่งข้า หากไม่มีคำสั่งห้ามมาที่นี่ ห้ามรบกวน ทุกอย่างล้วนให้ท่านหมอเซี่ยเป็นคนตัดสินใจ นี่เป็นคำสั่งข้า”
ว่านหรงอ้าปากขึ้นๆ ลงๆ หลายครั้ง ทว่าที่ทำได้ก็คือรับคำแล้วเดินออกไป คนที่เขาทิ้งเอาไว้ก็คือองครักษ์ฝีมือดีที่สุด นั่นก็คือเยี่ยนเฟิงและฉางเฟิง กระทั่งจากนั้นจวนหลังใหญ่ที่สุดในเมืองอวี่หยางที่ถูกทิ้งร้างมานาน บัดนี้กลับมีกลุ่มคนไม่รู้ที่มาซื้อเอาไว้ อีกทั้งยังทำความสะอาดย้ายเข้าอยู่ในเวลาอันรวดเร็ว!!
เซี่ยจื่อเตี๋ยนำยาเข้ามายื่นให้ชายหนุ่ม นางมองสีหน้าของเขาที่ยังคงซีดขาว เห็นใบหน้าหล่อเหลาอิดโรยอ่อนแอ อยู่ๆ ก็นึกถึงพระเอกซีรีส์ที่เคยชอบดู เป็นซีรีส์กำลังภายในที่พระเอกได้รับฉายาว่าพระเอกน้ำแดง สาเหตุก็เพราะแทบทั้งเรื่องเขาเอาแต่กระอักเลือดถึงอย่างนั้นก็ไม่ยอมตายเสียที
ริมฝีปากรูปกระจับมีสีแดงเรื่อเล็กน้อย จมูกคมสันน่ามอง กับดวงตาคมดุ เรือนผมยาวดำขลับ ร่างกายสูงใหญ่แต่ก็อ่อนแอเหลือทน มองไปยังมือของเขาที่ทั้งสวยและน่ามอง ใช่แล้ว...อยู่ๆ ก็รู้สึกอิจฉาบุรุษที่มือแสนสวยราวกับอิสตรี!!
นิ้วเรียวยาวปลายเล็บเป็นสีชมพู แม้ท้องนิ้วมีรอยด้านเพราะการจับกระบี่หรืออาวุธ ทว่าก็ต้องยอมรับว่าเขาเป็นบุรุษที่มือสวยมาก
เขาดื่มยาเสร็จก็ส่งถ้วยยาคืนให้นาง “ชีพจร” นางยื่นมือออกไป เขาเองก็ยื่นมือส่งให้โดยดี
บันทึกเล่มเดิมถูกกางออก นางเขียนลงไปยังหน้าล่าสุด “ชีพจรยังคงเต้นอ่อนและสับสน พิษยังคงหลงเหลือไหลเวียน” นางลุกขึ้นจากนั้นเดินไปที่ขาของเขา “วันพรุ่งนี้คลายผ้าพันแผลเพื่อดูว่ายังมีหนองหรือเนื้อตายหรือไม่” ลงมือเคาะหน้าแข้งสองสามครั้ง “รู้สึกหรือไม่”
“ตุบๆ แต่ไม่เจ็บมาก”
“บวม แต่ยังรู้สึกได้นับว่าไม่แย่” เดินวกกลับมายังข้างเตียง วางมือทาบหน้าผากค้างเอาไว้ “มีไข้เล็กน้อย...ไอหรือไม่”
“ยังไออยู่แต่ไม่ถี่”
“ปอดดีขึ้น ไม่ไอเหมือนครั้งแรกที่มาถึง” นางจดทุกอย่างทั้งยังท่องออกมาให้เขาได้ยิน “กินข้าวให้หมด ดื่มยาที่นำเข้ามา ยังมี...วันนี้ต้องแช่น้ำสมุนไพร ข้าจะให้คนของท่านเป็นคนจัดการ หลังจากนี้ข้าอาจไม่ได้มาทุกวัน แต่วันไหนข้าไม่มาท่านลุงจะมาช่วยดูอาการ”
“เจ้าจะไปไหนหรือ”
“ข้าต้องออกไปนอกเมืองอวี่หยาง ที่หมู่บ้านใกล้ๆ สะพานที่สร้างใหม่เกิดพังถล่ม มีคนเจ็บ”
“สะพานถล่ม?”
“ใช่แล้ว ท่านเจ้าเมืองให้คนออกไปดูแล้ว เรื่องการซ่อมแซมคงต้องจัดการให้ดี ตอนนี้ที่ทำได้คือช่วยดูแลคนเจ็บไปก่อน” นางลุกขึ้นทว่าเขาเรียกฉางเฟิงเข้ามา
“ข้ามีคนติดตามมาด้วยหลายคน ล้วนเป็นคนที่...ใช้งานได้ พาพวกเขาไปด้วยการซ่อมสะพานพวกเขาเองก็พอมีความรู้”
นางเลิกคิ้วมองเขาสลับกับฉางเฟิง “เช่นนั้นก็ขอบคุณ ไว้ข้าจะหักค่าแรงของพวกเขาออกจากค่าใช้จ่ายในการรักษาท่านก็แล้วกัน”
เขาถอนหายใจ “ต้องคำนวณให้ชัดเจนถึงเพียงนี้?”
ฉางเฟิงกระซิบเสียงเบา “กุนซือว่านเพิ่งทะเลาะกับท่านหมอเมื่อเช้าขอรับ ดูเหมือนค่ารักษาจะแพงมาก นางบอกว่าทั้งค่ากิน ค่าที่พัก ค่ายา ค่าหมอ รวมๆ แล้วหนึ่งเดือนมานี้ก็...สามพันตำลึง”
เสียนจื่อเลิกคิ้ว สามพันตำลึงก็นับว่าแพงจริงๆ ทว่า...เขามองไปรอบๆ ห้อง มองดูสภาพของตัวเอง ยา และอาหาร ทุกอย่างนับว่าไม่เลวเลย อีกทั้งยังมีคนคอยมาดูแลหากไม่ใช่นางก็จะเป็นท่านหมอเซี่ย นับว่ามีหมออยู่ข้างกายไม่ต้องกังวล “บอกเขาจ่ายไป ข้าไม่ได้ยากไร้จนถึงขั้นไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาในยามเจ็บป่วย”
“ขอรับ”
“ไปบอกว่านหรงให้พาคนของเราไปช่วยซ่อมสะพาน คุ้มกันความปลอดภัยท่านหมอเซี่ยด้วย”
“ขอรับ” ฉางเฟิงรับคำจากนั้นเดินตามท่านหมอออกไป
คล้อยหลังทั้งสองคนเยี่ยนเฟิงก้าวเข้ามาส่งจดหมายฉบับหนึ่งมาให้เขา “กุนซือว่านส่งพิราบสื่อสารกลับเมืองหลวง แจ้งเปลี่ยนที่พำนัก ท่านพ่อบ้านรับทราบแล้วและหากมีสิ่งใดต้องการก็จะรีบส่งมาทันที ที่เมืองหลวงดูเหมือนจะเกิดความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตอนที่ท่านจากมา แต่หากมีเรื่องใดร้ายแรงท่านพ่อบ้านจะรีบส่งข่าว”
“อืม” เขามองเห็นแคร่ไม้เล็กๆ ที่มีผ้าห่ม “นั่น...”
เยี่ยนเฟิงกระแอม “บางครั้งท่านหมอเซี่ยก็ต้องนอนค้างที่นี่ขอรับ ช่วงที่ท่านอาการทรุดหนักนางแทบไม่ได้นอน อยู่เฝ้าทั้งวันทั้งคืน ท่านฝันร้ายได้ท่านหมอช่วยจึงผ่อนคลายลง นาง...เป็นหมอที่ดีมาก ไม่มีท่าทียอมแพ้สักนิด”
เขานึกถึงเสียงกระซิบปลอบโยนด้วยที่ดังอยู่ข้างหู บางครั้งภาพที่ใบหน้าของนางอยู่ใกล้ๆ คอยบอกเขาให้เชื่อใจ มีความหวัง กระทั่งเขาที่พิงอกของนางอย่างวางใจ แม้เจ็บปวดแต่เมื่อมีคนคอยอยู่เคียงข้าง คอยบอกว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย เขาจะไม่เป็นไร เขา...รู้สึกวางใจนางจริงๆ มันน่าประหลาดมาก
“อืม เจ้าออกไปเถิด หากนางสั่งการส่งใดก็ให้ทำตาม”
“ขอรับ”
ชินหวางฝู่กำลังวุ่นวายตระเตรียมการ เซี่ยจื่อเตี๋ยกำลังช่วยเสียนจื่อเตรียมของใช้ที่จำเป็นระหว่างที่เขาเดินทางไปชายแดน นางเน้นหนักไปกับสมุนไพรห้ามเลือด ผงยาแก้ปวด ยาสมานแผล กระทั่งยาแก้ไข้นางก็ยังเตรียมเอาไว้ให้เขาเสียนจื่อมองนางที่เอาแต่คร่ำเครียดเตรียมของ แม้แต่เวลาจะนั่งสนทนากันก็แทบไม่มี เสียงถอนหายใจดังขึ้น “เสี่ยวเตี๋ยข้าอยากกินน้ำแกงสาลี่หวานของเจ้า”นางจึงเลิกคิ้วหันมามองเขา “อยากกินตอนนี้?”“ใช่”นางมองไปรอบๆ เพราะยังเตรียมของได้ไม่ครบ “เช่นนั้นข้าไปทำให้ท่านครู่เดียว”เขายิ้มออกมา “ข้าไปช่วยเจ้า”ในห้องครัวเล็กชายหนุ่มกำลังมองหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการทำน้ำแกงสาลี่หวาน “เจ้าไม่กังวลเลยหรือ”“กังวลเรื่องใด”“เรื่องที่ข้าไปออกรบ”นางเลิกคิ้วหันไปมองเขา “เหตุใดต้องกังวล ท่านเพิ่งไปครั้งแรกหรือก็เปล่า รีบไปรีบกลับมาก็สิ้นเรื่อง ข้ารู้ว่าท่านเก่งกาจไม่มีใครเหมาะที่จะนำทัพเท่ากับท่านอีกแล้ว”เขาขมวดคิ้ว “ก็ควรดีใจที่เจ้าเชื่อใจข้า แต่ว่า...ส่งคนรักไปชายแดนเหตุใดเจ้าไม่มีท่าทางกังวลเลย” เขาถอนหายใจพึมพำเสียงเบาคนเดียวหลังจากเตรียมของให้เขาเสร็จแล้วหญิงสาวก็รีบกลับจวน เสียนจื่อนั่
หยวนเผิงหน้าซีด “ทะ...ท่านก็คือ... ที่แท้ก็เป็นท่าน ท่านคือ...” เขาพึมพำหญิงสาวอมยิ้มมองเสียนจื่อที่กำลังจะเดินกลับมา ในมือของชายหนุ่มมีมันเผาหนึ่งหัว...ในที่สุดก็เลือกได้เสียที นางลุกขึ้นกล่าว “ใช่แล้วข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น เซี่ยจื่อเตี๋ย”หยวนเผิงประสานมือค้อมศีรษะ “ข้าน้อยไม่ได้... ข้าน้อยขออภัยที่ล่วงเกิน!!”“มิได้ๆ ข้าคงต้องขอตัวก่อน” นางเดินผ่านหยวนเผิงไปหาเสียนจื่อ“บุรุษหล่อเหลาผู้นั้นเจ้ารู้จัก??” เขาเลิกคิ้วถามนางนางเงยหน้าขึ้นมองเสียนจื่อ “หล่อเหลา??” นางหันกลับไปมองชายหนุ่มคนเมื่อครู่ “อ้อ...ก็พอดูได้” แต่ว่า...เมื่อหันกลับมามองใบหน้าของคนข้างๆ นางกลับยิ้มกว้าง นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าบุรุษหล่อเหลา “ท่านเลือกได้แล้วหรือ”เสียนจื่อยิ้มกว้าง “ได้แล้ว เจ้ารีบชิมดูว่าหวานหรือไม่” เขาบรรจงแกะมันเผานั้นส่งให้นางถึงปากสือเหยาที่เป็นเจ้าของเพิงน้ำชาอมยิ้ม ...มันเผาที่ท่านอ๋องยืนเลือกอยู่นานสองนาน แท้ที่จริงเขาไม่ได้เลือกให้ตัวเอง ทว่ากลับเดินไปเลือกให้ใต้เท้าหมอหญิงต่างหาก!!ปีที่สองที่โรงหมอแห่งราชสำนักทำการเปิด ศิษย์มากมายยังคงมาเรียนรู้แลกเปลี่ยน มีหมอหลายคนเข้ามาช่
ทางหนึ่งรับเขาเป็นศิษย์ ทางหนึ่งมอบหมายให้เขาเปิดร้านหมอตระกูลหวังดังเดิม แม้แซ่หวังทว่าคนตระกูลหวังกลับไม่อาจสอดไม้สอดมือกับทรัพย์สินที่หญิงสาวยกให้หวังเหยียน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากกินแต่ก็ได้แต่นั่งมอง นี่เป็นการแก้แค้นคนใจแคบอย่างคนตระกูลหวังได้เป็นอย่างดี!!เพิงน้ำชาฝั่งตรงข้ามโรงหมอแห่งราชสำนัก เสียนจื่อรินชาส่งให้หญิงสาวทันทีที่นางเดินเข้ามานั่ง ผู้คนหันมามองทั้งสองคนด้วยสายตาสนอกสนใจข่าวลือมากมายหนาหู ชื่อเสียงแม้กู้คืนกลับมาได้ ทว่าอย่างไรนางก็เป็นสตรีที่เคยแต่งงานมาก่อน อีกทั้งยังเคยมีเรื่องมีราวจนหย่าขาดกับสามีคนก่อนตอนนี้ยังมีเรื่องพัวพันคลุมเครือกับจื่อเสียนชินหวาง ให้อย่างไรฐานะของนางก็ไม่มีใครมองว่าเหมาะสมกับเขาไม่ว่าจะไปที่ใดข้างกายนางก็จะมีเขาเสมอ ไม่ว่านางจะทำอะไรเขาเองก็จะวนเวียนอยู่เคียงข้าง นานวันเข้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองจะประกาศข่าวดี ขุนนางที่รอวันคัดค้านถูมือรอ ขุนนางที่รอคอยชมความครื้นเครงเบิกตาเพื่อชมดูความวุ่นวายถึงอย่างนั้นจนแล้วจนรอดโรงหมอแห่งราชสำนักเปิดได้ครบปี ข่าวดีที่ทุกคนรอวิพากษ์วิจารณ์ก็ยังไม่ถูกประกาศมีครั้งหนึ่งเสนาบดีกรมคลังทนไม่ไหว ค
“ข้าทำเอง” นางแย่งมาจากมือใหญ่ใช้เช็ดจมูก นางยังไม่หน้าหนาพอถึงขั้นให้เขาเช็ดน้ำมูกให้นะ!! “มิใช่ดึกมากแล้วหรือ”เขามองไปด้านนอกที่มืดสนิทและเงียบงัน “เกรงว่าคงล่วงเข้ายามอิ๋น[1]แล้วกระมัง”หญิงสาวลืมตาเงยหน้าขึ้นมองเขา “ไม่กังวลเรื่องชื่อเสียงแล้ว?”“ของผู้ใดเล่า ข้า?”นางถลึงตามองเขา “ก็ใช่น่ะสิ เป็นถึงท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์กลับรั้งอยู่ในจวนของสตรีที่เคยถูกสามีหย่า ชื่อเสียงหลังจากวันนี้ท่านจะเอาไปไว้ที่ใด?”เขาหัวเราะ “ข้าต้องสนใจไปไยว่าผู้คนข้างนอกนั่นจะคิดอย่างไรกับข้า ข้าสนเพียงเจ้าจะคิดเช่นไรไม่ดีกว่าหรือ”นางสบตาคมเข้มของเขานิ่ง เขาเองก็ไม่ยอมหลบมือใหญ่ยกขึ้นลูบแก้มของนางทีหนึ่ง “แต่หากเจ้าถือสา ชื่อเสียงของข้านี้ให้อย่างไรก็ต้องรบกวนเจ้ารับผิดชอบ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะไม่ทอดทิ้งข้า”“ท่าทางคล้ายเจ้าสาวกำลังจะถูกทอดทิ้งของท่านนี่มันอย่างไรกัน เป็นถึงจื่อเสียนชินหวางผู้ใดจะกล้าทำลายชื่อเสียงท่าน อีกอย่างท่านเป็นบุรุษ!”เขาหัวเราะกอดนางแน่นขึ้น “ท่าทางจะดีขึ้นแล้วจริงๆ ข้าสมควรกลับออกไปแล้วจริงๆ แต่...เจ้าดื่มยาก่อนข้าจึงจะกลับไป” เขาขยับลุกวางนางพิงหัวเตียง ประตูห้องถูกแง
“อืม” นางหลับตาลงจริงๆ รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก “ท่านพูดอะไรหน่อยสิ หาไม่คงหลับก่อนโจ๊กกับยามาถึง เรื่องข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง”เขาเงียบไปครู่หนึ่ง “คิดว่าเจ้าคงอยากรู้ หวังเหยียนไปยังจวนว่าการ ตีกลองร้อนทุกข์ให้เจ้า ยอมรับโทษโบยยี่สิบไม้จากการทำให้ชื่อเสียงของเจ้าด่างพร้อย กลับจวนยังถูกคนตระกูลหวังโบยลงโทษซ้ำอีกสิบไม้”นางชะงักจากนั้นถอนหายใจออกมา “เขาเป็นคนไม่เลว แม้หลงผิดไปแต่ก็เพราะถูกคนตระกูลหวังปิดหูปิดตา ตอนนั้นเขายังเด็กตอนนี้โตแล้วกลับเข้าอกเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น”แม้เป็นทายาททั้งยังเป็นบุตรชาย ทว่าก็เป็นเพียงบุตรนอกสสมรส เป็นบุตรชายที่เกิดจากอนุ ตอนนี้หวังคุ่นแต่งงานใหม่แล้ว มีฮูหยินเอก ไม่นานเขาก็จะมีทายาทสายตรงเชิดหน้าชูตาหวังเหยียนเล่าจะกลายเป็นอะไรในตระกูลหวัง ยิ่งเขาออกตัวแก้ต่างให้นาง หักหน้าคนตระกูลหวังเช่นนี้ เกรงว่าในอนาคตก็คงไม่มีใครในตระกูลสนับสนุนแล้ว“เขาเป็นอย่างไรบ้าง”“สาวใช้ออกมาตามหมอแล้ว อาการยังนับว่าน่ากังวล ทว่าอย่างไรก็เป็นคนตระกูลหวัง แม้ไม่ได้รับการดูแลดีเหมือนเมื่อก่อน แต่คงนับว่าปลอดภัยดีได้กระมัง”นางพยักหน้าถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เบี่ยงหน้าซุกเข้าไ
“ตระกูลหวังช่างดีดลูกคิดรางแก้วเก่งเหลือเกิน ไม่เพียงไม่อยากเสียหน้า แต่ยังคิดจะดึงคนที่เคยทำลายกลับเข้าจวน ฐานะขุนนางขั้นห้าของใต้เท้าหมอหญิงนี่ช่าง...น่าดึงดูด” ร่างสูงก้าวเข้ามา ด้านหลังยังขุนนางมากมายติดตามมาด้วย“แม้แต่คนที่เคยรังเกียจไม่อยากอยู่ร่วมโลก ยังสามารถอ่อนน้อมไม่ถือสาเรื่องในอดีต เข้าใจผิดนานนับปี เกลียดชังนานนับชาติ ทว่ากล่าวประโยคเดียวหนังสือหย่าก็เป็นโมฆะแล้ว ช่างทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจเสียจริง”นอกจากเสียนจื่อผู้ใดจะกล่าวประโยคเชือดเฉือนเช่นนี้ให้ฟังดูสุภาพนุ่มนวลได้อีก“ชื่อเสียงของสตรีผู้หนึ่ง กลับแก้ไขได้ด้วยประโยคที่กล่าวว่า...เป็นเรื่องเข้าใจผิด” ชายหนุ่มหัวเราะ “ข้ารู้จักกับใต้เท้าหมอหญิงมาก็นับว่าสักพัก ไม่เคยรู้ว่านางเป็นคนใจกว้างถึงเพียงนี้”“หม่อมฉันมิได้หมายความเช่นนั้น ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่ารีบแก้ “ที่หม่อมฉันหมายถึงก็คือ...ตระกูลหวังจะต้องชดเชยให้เท้าหมอหญิงแน่นอน”“อย่างเช่น...จะคืนสินเดิมให้?” เสียนจื่อไม่ยอมปล่อย“เพคะแน่นอน เรื่องนั้นตระกูลหวังย่อมรีบจัดการคืนสินเดิมให้ใต้เท้าหมอหญิง”“อย่างเช่น...สินสอดที่นางควรได้?”“นั่นก็ด้วยเพค
ดึกมากแล้วตอนที่เสียนจื่อรู้สึกตัวขึ้นมากลางดึก เขาคอแห้งดังนั้นจึงควานมือหาน้ำดื่ม นึกไม่ถึงริมหน้าต่างกลับมีเงาคนขยับลุก มองในความมืดก็เห็นเซี่ยจื่อเตี๋ยงัวเงียเดินเข้ามา นางยังคงสวมชุดสีเหลืองบนตัวมีคราบโคลนหลงเหลือ “ดื่มน้ำหรือ”“ท่านหมอเซี่ย?”“อืมข้าเอง” นางรินน้ำส่งให้เขาจากนั้นเดินกลับไปทิ้
เซี่ยจื่อเตี๋ยเดินแหวกเข้าไปกลางวง “ถอยออกไป!” นางสั่งจากนั้นมือแตะหาชีพจร หญิงสาวประคองใบหน้าของหวังเจียวเจียวขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าในปากไม่มีสิ่งใดอยู่ จากนั้นก้มลงประคองให้อีกฝ่ายอ้าปากแล้ว...เป่าลมเข้าไป“นางทำอะไร!!”“เป็นสตรีด้วยกันแท้ๆ จุมพิตสตรีด้วยกันด้วยเหตุใด!!”หลังจากนั้นหญิงสาวก็วางมือ
“ข้า...หวังเหยียน คิดว่าท่านจากเมืองหลวงไปไม่กี่ปีคงจะจำข้าได้ เห็นท่านยังคงสบายดี ข้าผู้นี้ก็ดีใจยิ่งนัก เห็นท่านได้เป็นหมอหลวงหญิง ทั้งยังมีตำแหน่งขุนนางข้า...ยินดีกับท่านด้วย”“อ้อ..เอ่อ เกรงใจไปแล้ว” นางกล่าวด้วยความงุนงง ก่อนจากกันอีกฝ่ายยังจงเกลียดจงชัง อีกทั้งทันทีที่กลับมาถึงเมืองหลวง นางก็
จวนท่านหมอหญิงเสร็จแล้วและกำลังจะมีงานเลี้ยง ในงานเลี้ยงมีนางกำนัลอาวุโสถูกส่งมาจากวังหลวงเพื่อช่วยดูแลในเรื่องต่างๆ คนในจวนส่วนใหญ่ได้หลี่กงกงและเสียนจื่อเป็นคนช่วยจัดการหามาให้ ดังนั้นแม้ไม่คุ้นเคยทว่าเซี่ยจื่อเตี๋ยก็นับว่าจัดงานได้โดยไม่ขายหน้าผู้ใดเสียนจื่อสวมชุดสีน้ำเงินเข้มปักลายปักษากางปีก







