LOGINกลิ่นที่โชยออกมาจากดินเปรอะเปื้อนนั้นไม่ใช่กลิ่นหอมร้อนแรงอันเป็นเอกลักษณ์ของหญ้าเพลิงวิญญาณจริงๆ หากเป็นกลิ่นเหม็นตุ ๆ ชวนคลื่นไส้ของ ‘หญ้าตดหมาวิญญาณ’ ต่างหาก
หลิวซวงซวงที่รักความสะอาดถึงกับยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูก แววตาดุดันตวัดมองชิวเหมยด้วยความรังเกียจทันที
นังบ่าวผู้นี้ กล้าดีอย่างไรมาร้องห่มร้องไห้ใส่ร้ายศิษย์น้องเล็กของพวกเรา
เซี่ยจิ่นอันที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ แอบลอบมองเสี่ยวหลิงซึ่งกำลังเคี้ยวลูกพลับจนแก้มตุ่ย
แม่นางน้อยผู้นี้ช่างสรรหาคำเปรียบเปรยได้พิลึกพิลั่นนัก แต่ท่าทางตอนยืนเคี้ยวขนมตุ้ยๆ พลางดูเรื่องสนุกเช่นนี้ ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง
อวิ๋นจื่อวางถ้วยชาลงบนโต๊ะดัง กึก! รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าค่อยๆ จางหาย เหลือเพียงแววตานิ่งสงบที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูก
“ชิวเหมย เจ้าบอกว่าเสี่ยวหลิงเป็นคนสั่งให้เจ้าทำลายหญ้าเพลิงวิญญาณอย่างนั้นรึ”
“จะ... เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ บ่าวสาบานได้ หากบ่าวพูดปด ขอให้ฟ้าผ่าตายเจ้าค่ะ” ชิวเหมยรีบยกมือขึ้นสาบานอย่างมั่นใจ เพราะยังคิดว่าแผนการของตนสำเร็จลุล่วงแล้ว
“เช่นนั้นรึ” อวิ๋นจื่อกระตุกยิ้มมุมปาก
“แต่เหตุใดเมื่อคืนนี้ จิ่นอันกับซวงซวงจึงเห็นเจ้าแอบย่องเข้าไปในแปลงสมุนไพรเพียงลำพัง พร้อมกับขวดผงพิษในมือเล่า”
ชิวเหมยชะงักกึก ใบหน้าขาวซีดลงทันตาเห็น
“มะ... ไม่จริงนะเจ้าคะ บ่าวไม่ได้ทำนะเจ้าคะ”
“ยังจะปฏิเสธอีกรึ” หลิวซวงซวงตวาดเสียงกร้าว สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง
“ข้ากับศิษย์พี่ใหญ่เห็นกับตาว่าเจ้าเป็นคนเทผงพิษลงไปในแปลงหญ้าตดหมาด้วยมือของเจ้าเอง ซ้ำยังแอบยัดขวดพิษที่เหลือไว้ใต้บันไดเรือนพักของศิษย์น้องเล็กเพื่อหวังจะป้ายความผิดให้นาง”
“ยะ... หญ้าตดหมา”
ชิวเหมยเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า
กร๊าก... หน้าเหวอไปเลยสิคะ
เสียงหัวเราะเยาะในใจของเสี่ยวหลิงดังก้อง จนเซี่ยจิ่นอันต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นรอยยิ้ม
คิดว่าคนอื่นเขาโง่เหมือนตัวเองหรือไง โดนจับได้คาหนังคาเขาแบบฟูลเอชดีสี่เคขนาดนี้ ยังกล้าทำตาปริบๆ อีก ศิษย์พี่หญิงรองฟาดมากแม่ สวย เผ็ด ดุ สุดยอดนางพญาตัวแม่ตัวมัม
หลิวซวงซวงที่ได้ยินคำชื่นชมในใจของเสี่ยวหลิงถึงกับชะงัก ก่อนสะบัดหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้มตรงมุมปาก
ศิษย์น้องเล็กช่างตาถึงยิ่งนัก ชมว่าข้าสวยและดุจดั่งนางพญาเชียวหรือ คืนนี้ข้าจะอบขนมเปี๊ยะกุหลาบไปส่งให้นางถึงเรือนเลยคอยดู
“ท่านอาจารย์ ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่ เพียงแค่...” ชิวเหมยลนลานจนพูดจาไม่เป็นภาษา เมื่อหลักฐานมัดแน่นจนดิ้นไม่หลุด นางจึงรีบเปลี่ยนแผน หันไปคลานเข่าเข้าหาเสี่ยวหลิง หวังจะคว้าชายกระโปรงของอีกฝ่ายเพื่อขอร้อง
“คุณหนูเจ้าคะ ช่วยบ่าวด้วย บ่าวทำไปเพราะรักคุณหนูนะเจ้าคะ บ่าวไม่อยากให้ใครมาเด่นเกินหน้าคุณหนู บ่าวถึงได้ทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้ลงไป คุณหนูโปรดเมตตาชิวเหมยด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
ทว่าก่อนที่มือของชิวเหมยจะแตะโดนชายกระโปรงของเสี่ยวหลิง ร่างสูงของเซี่ยจิ่นอันก็ก้าวเข้ามาขวางไว้เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
พรึ่บ!
แผ่นหลังกว้างบดบังร่างของเสี่ยวหลิงไว้จนมิด กลิ่นอายกระบี่อันคมกริบแผ่กดดันออกจากร่างชายหนุ่ม จนชิวเหมยชะงักมือและไม่กล้าขยับเข้าใกล้อีก
“อย่าเอามือสกปรกของเจ้ามาแตะต้องศิษย์น้องเล็ก” เซี่ยจิ่นอันเอ่ยเสียงต่ำ แววตาเย็นเยียบจนน่าหวาดหวั่น
เสี่ยวหลิงที่ยืนอยู่ด้านหลังแอบมองแผ่นหลังกว้างและกล้ามแขนแข็งแรงภายใต้ชุดฝึกของศิษย์พี่ใหญ่ ดวงตากลมโตก็เปล่งประกายขึ้นมาทันควัน
โอ้โห... พ่อเทพบุตรปกป้องข้า แผ่นหลังกว้างน่าซบระดับสิบเต็มสิบ กลิ่นตัวหอมสะอาดเหมือนไม้กฤษณากับไอหมอกเย็นๆ ช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก อยากจะกระโดดกอดเอวสอบๆ นั่นแล้วเอาแก้มถูหลังแน่นๆ สักทีสองทีจังเลยพับผ่าสิ หล่อจนใจเจ็บ หล่อจนอยากถวายตัวเป็นภรรยาเดี๋ยวนี้เลยโว้ย
เซี่ยจิ่นอันที่กำลังวางท่าขรึมถึงกับสะดุ้งเฮือก กลิ่นอายเย็นเยียบเมื่อครู่หายวับไปในพริบตา ใบหู ลำคอ และใบหน้าคมคายแดงก่ำขึ้นอย่างรวดเร็ว หัวใจในอกซ้ายเต้นระรัวจนเจ้าตัวต้องรีบกระแอมเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินอาย
สตรีผู้นี้ เหตุใดถึงคิดเรื่องเช่นนี้ออกมาได้หน้าตาเฉยในสถานการณ์แบบนี้กัน
อวิ๋นจื่อเห็นอาการของศิษย์เอกก็แอบส่ายหน้าขำๆ ก่อนหันกลับมาตัดสินโทษชิวเหมย
“ชิวเหมย เจ้ามีจิตใจคดโกง ใส่ร้ายป้ายสีเจ้านาย ซ้ำยังทำลายทรัพย์สินของสำนัก ตามกฎแล้วต้องถูกโบยห้าสิบไม้และขับไล่ลงจากเขา”
ชิวเหมยหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงก
“มะ... ไม่นะเจ้าคะ ท่านอาจารย์ ได้โปรดเมตตาด้วย”
เสี่ยวหลิงที่ยืนเคี้ยวลูกพลับแห้งอยู่ด้านหลังเซี่ยจิ่นอันกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย
อืม... ถ้าไล่นางลงเขาตอนนี้ นางร้ายหัวหมออย่างยัยนี่ต้องรีบวิ่งโร่กลับไปฟ้องท่านพ่อท่านแม่ที่สำนักคุ้มภัยตระกูลจ้าวแน่ ๆ คงจะไปบีบน้ำตาเล่าความเท็จว่าข้าถูกสำนักกระบี่เมฆาครามทารุณจนตาย แล้วหลอกให้ท่านพ่อท่านแม่รับนางเป็นลูกบุญธรรมแทนตามพล็อตนิยายเดิมแหงๆ เก็บยัยนี่ไว้บนเขา คอยทรมานให้ทำงานหนักๆ แล้วจับตาดูไว้ น่าจะปลอดภัยต่อสมบัติพ่อแม่ข้ามากกว่านะ
เมื่อเสียงในใจของเสี่ยวหลิงจบลง อวิ๋นจื่อและเซี่ยจิ่นอันก็ลอบสบตากันอย่างรู้ความหมาย
อวิ๋นจื่อจึงแสร้งถอนหายใจยาว ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเมตตา
“แต่เห็นแก่ที่เจ้าติดตามเสี่ยวหลิงมานาน และเสี่ยวหลิงก็เป็นเด็กที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี ข้าจะละเว้นโทษโบยและไม่ขับไล่เจ้าลงเขา”
ชิวเหมยรีบเงยหน้าขึ้นทันที แววตาเปล่งประกายความหวัง
“ขะ... ขอบพระคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ”
“แต่” อวิ๋นจื่อยกนิ้วขึ้นขัด
“นับจากวันนี้ เจ้าจะถูกลดฐานะไปเป็น ‘ศิษย์รับใช้ชั้นนอก’ มีหน้าที่กวาดลานและบันไดหินเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าขั้นทุกวัน ตักน้ำรดแปลงสมุนไพร และล้างคอกม้าวิญญาณเพียงลำพังเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม หากทำงานไม่เสร็จก็ไม่ต้องกินข้าว”
“หะ... หา” ชิวเหมยอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
บันไดเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าขั้น ทั้งยังต้องตักน้ำรดสมุนไพรและล้างคอกม้าวิญญาณอีก นางจะทำหมดได้อย่างไร
สะใจโว้ย!
เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในใจของเสี่ยวหลิงดังลั่น จนคนทั้งลานแทบหลุดยิ้มตาม
กวาดบันไดเกือบหมื่นขั้น ล้างขี้ม้าวิญญาณ สมน้ำหน้ายัยดอกบัวขาว อยากแกล้งทำเป็นแรงน้อยนักใช่ไหม จัดไปเลยงานกรรมกรแบกหามระดับฮาร์ดคอร์ ท่านอาจารย์นี่ฉลาดเป็นกรดจริงๆ กวนโอ๊ยได้ใจข้ามาก เอาไปเลยร้อยคะแนนเต็ม
อวิ๋นจื่อที่ได้รับคำชมอย่างประหลาดถึงกับยิ้มกริ่มอย่างพอใจ ก่อนลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้ามาหาเสี่ยวหลิง
“ส่วนเจ้า ศิษย์น้องเล็ก” อวิ๋นจื่อมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังเคี้ยวลูกพลับแห้งอย่างเอร็ดอร่อย
“วันนี้เจ้าทำได้ดีมากที่ไม่ตื่นตระหนก ข้าให้รางวัลเจ้า”
อวิ๋นจื่อสะบัดมือเบาๆ จานเป็ดย่างแปดสมบัติ หนังกรอบสีน้ำตาลทองส่งกลิ่นหอมฉุย พร้อมซาลาเปาไส้หมูสับไข่เค็มลูกโตสี่ลูกลอยมาวางบนโต๊ะหินข้างเสี่ยวหลิงอย่างพอดิบพอดี
“นี่คือเป็ดย่างแปดสมบัติจากภัตตาคารในเมือง กินเสียสิ ข้ารู้ว่าเจ้าคงจะ ‘หิว’ มากแล้ว”
คำว่า ‘หิว’ ถูกเน้นเป็นพิเศษ พร้อมรอยยิ้มรู้ทันที่มุมปาก
“ไม่มีทางเจ้าค่ะ” เสี่ยวหลิงรีบตอบ“ข้าจะกลับมากินฝีมือศิษย์พี่หญิงบ่อยๆ แน่นอน”“สรุปว่ากลับมาเพราะของกินสินะ”“ก็ต้องคิดถึงศิษย์พี่หญิงด้วยสิเจ้าคะ” เสียงหัวเราะกลับมาดังขึ้นอีกครั้งจ้าวหยวนเป่าและฮูหยินจ้าวเดินเข้ามาสมทบจ้าวหยวนเป่ามองเซี่ยจิ่นอันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนตบไหล่ชายหนุ่มอย่างหนักแน่น“จิ่นอันเอ๋ย ข้ามอบลูกสาวคนเดียวและกิจการสำนักคุ้มภัยทั้งหมดไว้ในมือเจ้าแล้วนะ เจ้าหนุ่มหน้าตาดี วรยุทธ์ล้ำเลิศ แถมรูปร่างก็สมกับที่ลูกสาวข้าชมไว้ไม่มีผิด ฮ่า ๆ”“ท่านพ่อ” เสี่ยวหลิงรีบร้องห้าม ใบหน้าแดงก่ำอย่าพูดเรื่องซิกซ์แพ็กสิท่านพ่อ ข้าอุตส่าห์เขียนไปในจดหมายแบบส่วนตัวนะเจ้าคะเซี่ยจิ่นอันสำลักทันที“แค่ก!” จ้าวหยวนเป่าหัวเราะดังยิ่งกว่าเดิม ขณะที่ฮูหยินจ้าวยกแขนเสื้อขึ้นปิดรอยยิ้มเซี่ยจิ่นอันสูดลมหายใจลึก ก่อนคุกเข่าลงตรงหน้าบิดามารดาของเสี่ยวหลิง ประสานมือคารวะอย่างสง่างาม“ท่านลุง ท่านป้า ข้าเซี่ยจิ่นอันขอสาบานต่อฟ้าดิน จะใช้ทั้งชีวิตคอยปกป้อง ดูแล และตามใจเสี่ยวหลิง ไม่ให้นางต้องเหน็ดเหนื่อยหรือเสียน้ำตาเพราะข้าแม้แต่หยดเดียวขอรับ” จ้าวหยวนเป่าพยักหน้าด้วยค
อวิ๋นจื่อที่ยืนอยู่ไม่ไกลยกพัดขึ้นบังครึ่งหน้า ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างขบขัน“จิ่นอัน หากจะกอดศิษย์น้องเล็กต่อ อาจารย์ไม่ว่า แต่บัวหิมะวิญญาณเก้ากลีบกำลังจะพ้นช่วงเบ่งบานแล้วนะ”เซี่ยจิ่นอันสะดุ้ง รีบคลายอ้อมแขนเล็กน้อย เสี่ยวหลิงกลับคว้าชายเสื้อเขาไว้“ศิษย์พี่ใหญ่”“หืม...”นางชี้ไปยังบัวหิมะวิญญาณที่ชะง่อนผา“ท่านไปเก็บให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”“เหตุใดต้องเป็นข้า” เสี่ยวหลิงยิ้มตาหยี“เพราะท่านเก่งที่สุดเจ้าค่ะ”แล้วข้าก็ขี้เกียจเดินไปตรงนั้นเองด้วยเซี่ยจิ่นอันหลับตาลงครู่หนึ่ง หลิวซวงซวงหลุดหัวเราะออกมาก่อน มู่หรงชิงเองก็ส่ายหน้าด้วยความเอ็นดูอวิ๋นจื่อหัวเราะหึ ๆ“ไปเถิดจิ่นอัน ศิษย์น้องเล็กของเจ้ารออยู่”เซี่ยจิ่นอันถอนหายใจอย่างจนใจ แต่รอยยิ้มตรงมุมปากกลับชัดเจนขึ้น“รออยู่ตรงนี้ อย่าเดินไปไหน”“เจ้าค่ะ”“ห้ามเข้าใกล้ริมหน้าผา”“เจ้าค่ะ”“แล้วก็อย่ากินเนื้อเค็มมากจนกระหายน้ำ”เสี่ยวหลิงก้มมองเนื้อเค็มในมือ ก่อนรีบกัดอีกคำ“รับทราบเจ้าค่ะ”พ่อคนขี้บ่น แต่หล่อ ให้อภัยเซี่ยจิ่นอันส่ายหน้า ก่อนใช้วิชาตัวเบาทะยานออกไปยังชะง่อนผาเพียงไม่นาน บัวหิมะวิญญาณเก้ากลีบก็ถูกเก็บใส่กล่องหยกอย่างสมบ
ชิวเหมยในชุดคลุมดำขาดวิ่นทะยานออกจากเงามืด มือข้างหนึ่งซึ่งปกคลุมด้วยพลังมารสีม่วงคล้ำพุ่งตรงเข้าหาแผ่นหลังของเสี่ยวหลิงด้วยความเร็วสูง“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมตกเหวไปเอง ข้าก็จะส่งเจ้าลงไปด้วยมือของข้าเอง จ้าวเสี่ยวหลิง”ชิวเหมยกรีดร้อง ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งเสี่ยวหลิงสะดุ้งเฮือก รีบก้มศีรษะหลบตามสัญชาตญาณว้าย! ผีเปรตชุดดำโผล่มาแล้ว ศิษย์พี่ใหญ่ช่วยด้วยเคล้ง!เสียงกระบี่ปะทะกับพลังมารดังกึกก้อง ประกายกระบี่สีฟ้าครามสว่างวาบตัดผ่านม่านหมอก เซี่ยจิ่นอันปรากฏตัวขึ้นขวางหน้าเสี่ยวหลิงในเสี้ยวพริบตา กระบี่เมฆาครามในมือรับการโจมตีของชิวเหมยไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงสะท้อนจากพลังปราณบริสุทธิ์ซัดร่างของชิวเหมยกระเด็นไปกระแทกโขดหินริมหน้าผาอย่างแรงอั่ก!ชิวเหมยกระอักเลือดสีคล้ำออกมา นางพยายามยันกายลุกขึ้น มือกุมหน้าอกแน่นด้วยความเจ็บปวด“เซี่ยจิ่นอัน เจ้า... เจ้าทำลายค่ายกลลวงตาของข้าตั้งแต่เมื่อใด”“ค่ายกลชั้นต่ำเช่นนี้ มีหรือจะหลอกพวกเราได้”เสียงของหลิวซวงซวงดังขึ้นจากด้านข้าง หญิงสาวในชุดสีเขียวมรกตก้าวออกมาจากแนวป่าไผ่ พร้อมมู่หรงชิงที่ถือพัดจีบและขวดยาแก้พิษอยู่ในมือมู่หรงชิงมองช
ข้อมูลละเอียดถึงเพียงนี้ หากยังปล่อยให้ชิวเหมยทำสำเร็จ พวกเขาก็คงไม่มีหน้าเรียกตัวเองว่าศิษย์แห่งยอดเขาเมฆาเร้นอีกแล้วเซี่ยจิ่นอันส่งกระแสจิตหาทั้งสองทันทีซวงซวง มู่หรงชิง พวกเจ้าจงอ้อมไปทางป่าไผ่ทิศเหนือ ใช้โอสถแก้พิษลบล้างผงสลายวิญญาณรอบหน้าผาให้หมด จากนั้นวางค่ายกลกระบี่เมฆาครามล้อมรอบชะง่อนผาเอาไว้ อย่าให้ชิวเหมยรู้ตัวรับทราบเจ้าค่ะขอรับ ศิษย์พี่ใหญ่หลิวซวงซวงกับมู่หรงชิงจึงแสร้งทำเป็นเพิ่งมองเห็นสมุนไพรหายากอยู่อีกทาง“ศิษย์พี่ใหญ่ ข้ากับมู่หรงชิงจะไปดูสมุนไพรตรงป่าไผ่ด้านโน้นสักครู่” หลิวซวงซวงเอ่ยขึ้น“ไปเถิด ระวังตัวด้วย”“เจ้าค่ะ” ทั้งสองแยกออกไปอย่างแนบเนียน เมื่อเหลือเพียงเซี่ยจิ่นอันกับเสี่ยวหลิง ชายหนุ่มก็ลดสายตาลงมองคนตัวเล็กที่ยังคงเคี้ยวหมูแผ่นอย่างไม่ทุกข์ร้อนก่อนจะหยิบ ‘ขนมเปี๊ยะไส้หมูหย็องพริกเผา’ ชิ้นโตออกมาส่งให้“ศิษย์น้องเล็ก เดินมาไกลแล้ว กินขนมนี่รองท้องเสียก่อนเถิด”“ขนมเปี๊ยะหมูหย็องพริกเผา”เสี่ยวหลิงตาโต รีบรับมากัดคำใหญ่ทันที“อร่อยหรือไม่”“อร่อยมากเจ้าค่ะ” นางพยักหน้ารัวอื้อหือ... เผ็ดนิดๆ หวานเค็มกลมกล่อม หมูหย็องแน่นทะลัก ศิษย์พี่ใหญ่นี่รู้ใจข้
บรรดาศิษย์จากยอดเขาต่างๆ ล้วนเตรียมพร้อมกันอย่างเคร่งเครียด บ้างตรวจดาบและกระบี่ บ้างจัดเตรียมยันต์สะกด อุปกรณ์วางค่ายกล รวมถึงเกราะอ่อนสำหรับป้องกันตัว สีหน้าของแต่ละคนจริงจังราวกับกำลังจะเดินทางไปออกรบในสมรภูมิใหญ่ทว่าพอตัดภาพมายังขบวนของยอดเขาเมฆาเร้น บรรยากาศกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวจ้าวเสี่ยวหลิงยืนบิดขี้เกียจอยู่หน้าทางเข้าป่า นางสวมชุดผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวเนื้อเบาสบาย กระโปรงพลิ้วไหวไปตามสายลม ไร้ซึ่งเกราะป้องกันใดๆ บนหลังไม่ได้สะพายกระบี่ หากแต่สะพายย่ามผ้าใบโตซึ่งอัดแน่นไปด้วย ‘หมูแผ่นอบน้ำผึ้ง’ ‘เนื้อเค็มแดดเดียว’ ‘ขนมเปี๊ยะไส้ทะลัก’ และ ‘กระบอกน้ำหวานแช่เย็น’ข้างกายนางมีเซี่ยจิ่นอัน ศิษย์พี่ใหญ่ในชุดทะมัดทะแมง ยืนถือร่มกระดาษน้ำมันคอยบังแสงแดดยามสายให้อย่างเอาใจใส่ ส่วนมืออีกข้างถือตะกร้าสานใบใหญ่ เตรียมไว้สำหรับใส่ของกินเล่นที่เก็บได้ระหว่างทางด้านหลังมีหลิวซวงซวงและมู่หรงชิงยืนอยู่ ทั้งสองเตรียมยากันแมลงวิญญาณ เบาะรองนั่งพับได้ รวมถึงผลไม้ที่ปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นพร้อมกินมาอย่างครบครันเสี่ยวหลิงมองซ้ายทีขวาที ก่อนมุมปากจะกระตุกเล็กน้อยโอ้โห... นี่พวกเรากำลังจะไปเดิ
ทว่าจู่ ๆ ความทรงจำเกี่ยวกับเนื้อเรื่องช่วงต่อไปก็ผุดขึ้นมาในหัวของเสี่ยวหลิงจะว่าไป อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะถึง ‘การทดสอบเข้าป่าอาถรรพ์’ ก่อนที่ข้าจะฝึกวิชาครบสามปีและต้องลงเขาแล้วสิเนี่ยกึก!มือที่กำลังโบกพัดของเซี่ยจิ่นอันชะงักเล็กน้อยชายหนุ่มไม่แสดงสีหน้าอะไร เพียงตั้งใจฟังมากขึ้นในนิยายเดิม การเข้าไปหา ‘บัวหิมะวิญญาณ’ ในป่าอาถรรพ์รอบนี้คือฉากไคลแมกซ์ใหญ่ของเรื่องเลยนี่นา ยัยชิวเหมยจะแอบหลบหนีออกจากเรือนขัง เพราะนางแอบไปฝึกวิชามารอะไรสักอย่างจนพลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วคอยสะกดรอยตามข้าเข้าไปในป่าแววตาของเซี่ยจิ่นอันค่อย ๆ เย็นลงพอนางสบโอกาสตอนที่ข้าพลัดหลงกับพวกศิษย์พี่ ยัยชิวเหมยก็จะใช้พลังมารสร้างภาพลวงตา ล่อให้ข้าถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนพลัดตกลงใน ‘หุบเหวมรณะ’ หน้าผาไร้ก้นบึ้งที่เต็มไปด้วยหมอกพิษและกระแสลมปราณคมกริบราวใบมีด สุดท้ายตัวข้าก็ตายแบบไม่เหลือซากแกร๊ก!ด้ามพัดสานในมือของเซี่ยจิ่นอันหักออกเป็นสองท่อนเสี่ยวหลิงกะพริบตาปริบๆ หันมามอง“ศิษย์พี่ใหญ่ พัดหักหรือเจ้าคะ”“อืม... คงเก่าแล้ว”ชายหนุ่มตอบเรียบ ๆ ก่อนวางเศษพัดลงข้างตัวทว่าแววตาคมกลับดุดันจนผิดกับน้ำเสีย







