Mag-log in"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"
เคร้ง!!
ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา
"วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป"
"นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป"
"พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน..."
"วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"
ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก
"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"
คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย
"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ"
"หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?
ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับคำตอบจากสามีทั้งสาม พวกเขาในตอนนี้ได้เดินออกจากห้องไปแล้วไม่แม้แต่จะหันกลับมามองนาง
เกิดอะไรขึ้น? ปกติพวกเขาไม่เคยละเลยนางเช่นนี้?
"นายหญิง คือว่าทะเลาะกับคุณชายลั่วหรือเจ้าคะ"
แม่เล้าจางเดินเข้ามาในห้องก่อนจะถามออกมาด้วยความเป็นห่วง เดิมทีนางเพียงนำบัญชีเข้ามาให้ลั่วหลี่เวยตรวจตามปกติแต่ที่แปลกใจคือเห็นคุณชายลั่วรีบเดินออกจากห้องด้วยท่าทางร้อนรน
"ท่านป้า ข้าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน"
"เจ้าคะ"?
"หรือว่าพวกเขาจะหมดรักข้าแล้วเจ้าคะ"
หลายชั่วยามต่อมา
ลั่วหลี่เวยมองชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาด้วยแววตาเศร้าเพราะคิดมากถึงการกระทำที่แปลกไปของสามีทั้งสามของนางจึงได้นั่งพูดคุยกับแม่เล้าจางจนดึกถึงเพียงนี้ แต่พอมาใกล้ถึงจวนนางกลับไม่กล้าที่จะเข้าไปจึงตัดสินใจออกมาเดินตลาดกลางคืนที่อยู่ไม่ไกลจากจวนลั่วเพื่อสงบจิตใจ
หากข้ากลับไปแล้วพวกเขาทำตัวเหินห่างกับข้าเช่นวันนี้อีกข้าจะทำเช่นไร..
"เห้อ..ทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจเสียอีก"
ลั่วหลี่เวยพึมพำกับตัวเองเบาเบาก่อนจะก้าวเท้าเดินไปเบื้องหน้าอย่างไรจุดหมาย คิดว่าหากข้าออกมาเดินจะทำให้จิตใจสงบลงเสียอีกแต่ข้าคิดผิดไปสินะ
"เว่ยเว่ย"
เสียงเรียกจากด้านหน้าทำให้ลั่วหลี่เวยที่ก้มหน้าอยู่เงยหน้าหันไปสนใจ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าของนางคือใครริมฝีบางก็เม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาของนางสั่นรัวราวกับตกใจที่ฉินต้าหลี่มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของนาง
"ต้าหลี่"?
"ไม่พบหลายเดือนเจ้าดูงดงามขึ้นไม่น้อยเลย เจ้ามาทำอะไรที่นี่"
"ข้ามา....ข้ามากินข้าว"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาอย่างร้อนรน นางไม่ได้เตรียมใจที่จะได้เจอต้าหลี่ในวันนี้ นางจะกล้าสู้หน้าเขาได้เช่นไรในเมื่อนางในตอนนี้กลายเป็นคนที่ทรยศในความรักของเขาไปรักชายอื่นแล้วจริงจริง
"กินข้าวหรือ เช่นนั้นไปเถอะ"
ฉินต้าหลี่พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะจับข้อมือของลั่วหลี่เวยให้เดินตามเข้ามาเมื่อเห็นว่านางมีท่าทางขัดขึ้นเขาก็หยุดเดินก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับนาง
"เว่ยเว่ย ขอร้องเถอะอย่างน้อยก่อนที่ข้าจะไปก็อยากทำอะไรตามใจตัวเองสักครั้ง"
"ไป? เจ้าจะไปไหน"?
"ข้ากำลังจะไปเปิดร้านเครื่องหอมที่ต่างเมือง อาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว"
ฉินต้าหลี่ยิ้มเศร้าออกมา เพราะนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้ทำตามใจตนเองเพราะอีกไม่กี่วันเขาก็แต่งงานกับสตรีที่ท่านพ่อเลือกให้และย้ายไปอยู่ต่างเมือง นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้พบหน้านางแล้ว
"ไปสิ ถือว่าเลี้ยงส่งเจ้า"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินตามฉินต้าหลี่ไปเงียบเงียบความรู้สึกของนางที่มีต่อคนตรงหน้าตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วเมื่อชาติก่อนนางรักปักใจและยอมตายตามเขาไป แต่ในชาตินี้นางมีความแค้นที่ต้องชำระและได้พบกับบุรุษที่ทำเพื่อนางมากมาย นางกลับไปเป็นชุนหลี่เวยเช่นในอดีตไม่ได้แล้วจริงจริง
"อ้าวท่านทั้งสองไม่ได้พบกันเสียนาน วันนี้รับเป็นแบบเดิมหรือไม่ขอรับ"
เสี่ยวเอ้อที่เห็นลูกค้าประจำเดินเข้ามานั่งในร้านก็เอ่ยทักทายทันที เพราะพวกเขาเป็นหนุ่มสาวที่มักมาที่นี่อยู่หลายปีและชอบสั่งเพียงอาหารเดิมเดิมอีกทั้งสตรีผู้นี้ก็งดงามเขาจึงจำได้ดี
"อืม เอาแบบเดิม"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมา ก่อนจะมองไปรอบรอบด้วยความคุ้นเคยที่นี่ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ไม่คิดว่าฉินต้าหลี่จะพานางมากินที่นี่เดิมทีนางชอบอาหารที่ร้านนี้มาก ฉินต้าหลี่ที่รู้เช่นนั้นจึงมักแอบพานางหนีออกจากจวนมากินบ่อย ๆ
"ข้าไม่เห็นพวกท่านเสียนาน เดิมทีคิดว่าพวกท่านแต่งงานจนมีบุตรแล้วเสียอีก"
"......."
"......."
"แต่น้องสาวเจ้างดงามขึ้นกว่าเมื่อก่อนนะ"
"เจ้าค่ะ"
เสี่ยวเอ้อมองทั้งสองคนสลับกันไปมารู้สึกว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนไป เขาเลือกที่จะไม่เอ่ยถามก่อนจะเดินเข้าออกไปปล่อยให้ทั้งสองได้พูดคุย ฉินต้าหลี่มองสตรีตรงหน้าที่มีสีหน้าเศร้าก็แสร้งฝืนยิ้มออกมา
"เห็นหรือไม่ ข้าบอกแล้วว่าเจ้างดงามขึ้น"
"เจ้าเองก็ดูร่ำรวยขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ดูจากหยกที่เจ้าแขวนที่เอวมีราคาเท่ากับจวนหนึ่งหลังเลย"
"นั่นก็เพราะเจ้า......อ่าจริงสิชิงถงเป็นเช่นไรบ้างข้าไม่ได้พบนางนานแล้วออกเรือนไปหรือยัง"
ฉินต้าหลี่ที่รู้ว่าตัวเขาเองกำลังล้ำเส้นจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่ให้คนตรงหน้ารู้สึกอึดอัด และหลังจากนั้นเขาก็ได้พูดคุยเรื่องต่าง ๆ กับสตรีตรงหน้าใช้เวลาไม่นานอาหารที่พวกเขาสั่งก็มาวางบนโต๊ะ ฉินต้าหลี่เท้าคางจ้องมองลั่วหลี่เวยกินอาหารตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมา
"ต้าหลี่เจ้าไม่กินหรือ"
"อืม ข้ากิน"
ต้าหลี่หยิบตะเกียบขึ้นมาก่อนจะคีบอาหารที่ลั่วหลี่เวยชอบให้นางด้วยรอยยิ้ม เขาจ้องมองที่รอยยิ้มที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดในใจคิดว่าหากเมื่อก่อนข้าไม่เอาแต่ทำตัวเหลวไหลและตั้งใจทำการค้าจนร่ำรวยเหมือนกับตอนนี้ นางจะเลือกข้าแทนที่จะแต่งงานกับคุณชายลั่วหรือไม่...
"นี่พวกเจ้าได้ยินหรือไม่จวนพ่อค้าลั่วตอนนี้จัดงานใหญ่โต แขกที่อยู่ในงานก็เป็นขุนนางและพ่อค้าที่ร่ำรวยทั้งนั้น"
กึก!!
ลั่วหลี่เวยที่กำลังคีบอาหารชะงักทันที นางหันไปสนใจบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังพูดคุยกับสหายเมื่อครู่เขาบอกว่าจวนพ่อค้าลั่วจัดงานหรือเหตุใดข้าไม่รู้ ?
"ได้ยินว่าเป็นงานแต่งของคุณชายลั่วทั้งสาม"
"งานแต่ง? ไม่ใช่ว่าแต่งไปแล้วหรือข้าได้ข่าวว่าพวกเขาลุ่มหลงในตัวฮูหยินมากไม่ใช่หรือ"
"เห้อพวกเจ้าจะไปรู้อะไร บุรุษที่มากล้นด้วยอำนาจและเงินทองมีหรือจะยอมมีฮูหยินคนเดียว ข้าไม่เห็นเกี้ยวเจ้าสาวคิดว่าคงเป็นงานเลี้ยงต้อนรับอนุคนใหม่เสียมากกว่า"
ลั่วหลี่เวยที่ได้ยินคำพูดเช่นนั้นวางตะเกียบลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง ก่อนจะยืนขึ้นดวงตาของนางสั่นไหวเต็มไปด้วยความกังวล พวกเขามีสตรีอื่นจริงจริงหรือ กล้าแต่งอนุเข้าจวนทั้งที่สัญญากับข้าแล้ว ที่เปลี่ยนไปก็เพราะแบบนี้หรือ....
"ต้าหลี่ ข้ามีเรื่องด่วนขอตัวก่อนนะ"
หมับ!!!
ลั่วหลี่เวยที่กำลังจะออกไปจากร้านต้องชะงักเมื่อจู่ ๆ ฉินต้าหลี่ที่นั่งอยู่ลุกขึ้นจับที่ข้อมือนางราวกับต้องการรั้งไม่ให้นางไป แววตาที่เขาจ้องมองนางเต็มไปด้วยความเสียใจ ลั่วหลี่เวยเม้มปากแน่นนางไม่อาจอยู่ที่นี่ได้นางต้องกลับไปอยากเห็นกับตาว่าแท้จริงพวกเขามีสตรีอื่นจริงจริงหรือ
"ต้าหลี่ ปล่อยข้าไปเถอะ"
ฉินต้าหลี่มองสตรีตรงหน้าสายตาที่นางมองเขาไม่เหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว เขาแสร้งฝืนยิ้มออกมาก่อนจะปล่อยมือจากนางจ้องมองแผ่นหลังของร่างบางที่กำลังวิ่งออกไปจากร้านน้ำตาคลอ
นางไม่ใช่ของข้าอีกแล้ว บุรุษที่นางรักไม่ใช่ข้าอีกต่อไปแล้ว ข้าก็ควรยอมรับความจริงได้แล้ว
"คุณชายเหตุใดสตรีของเจ้านางวิ่งออกไปเช่นนั้น หากทะเลาะกันก็ตามไปง้อเถิดสตรีที่งดงามเช่นนั้นหากปล่อยไปเจ้าจะเสียใจตลอดชีวิตเชื่อข้าเถอะ"
"ไม่แล้ว ข้าไม่อาจง้อนางให้กลับมาหาข้าได้แล้ว"
ฉินต้าหลี่ยิ้มเศร้าออกมา ก่อนที่เขาจะวางเงินบนโต๊ะแล้วเดินออกไปท่ามกลางความสงสัยของเสี่ยวเอ๋อหรือว่านี้คือสิ่งที่ข้ารู้สึกว่าเปลี่ยนไประหว่างพวกเขา แท้จริงพวกเขาอาจจะไม่ได้ลงเอยกันด้วยดีอย่างที่ข้าคิดไว้ ความรักนี่ช่างยากที่จะเข้าใจ..
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







