Mag-log inหลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้น
ตึก ตึก ตึก ตึก
นายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่
"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"
ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง
"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน"
"ขอรับ"
ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอัดจึงไม่ได้ถามอะไรอีกต่อไปเอารีบเก็บของและเดินออกจากห้องไป
"ทะ...ท่านพี่ข้า..."
เพล้ง!!!
ทันทีที่ท่านหมอออกไปความโกรธที่มีในใจที่นายท่านชุนกักเก็บไว้เมื่อครู่ก็ถูกระบายออกมา เขาปาแก้วน้ำชาที่อยู่ในมือลงบนพื้นก่อนจะยิ้มเย็นออกมา ฮูหยินชุนที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบหมอบลงกับพื้นตัวสั่นด้วยความกลัว
"น้องหญิงข้ารักเจ้ามากรู้หรือไม่ เพื่อเจ้าข้าถึงกับยอมสังหารภรรยาตัวเองและลูกที่ยังไม่เกิดมา"
"ทะ..ท่านพี่ข้าผิดไปแล้ว"
"ไม่ว่าเจ้าทำสิ่งใดข้าล้วนแต่ตามใจ สิ่งใดที่เจ้าและหลิงเอ๋อร์ต้องการข้าล้วนหามาให้"
"ท่านพี่ข้า...จริงสิเด็กคนนี้คือลูกของท่านแม่นอนเจ้าค่ะ ไม่แน่ว่าท่านหมออาจจะตรวจผิดพลาดจริงจริงข้าตั้งครรภ์สี่เดือนเจ้าค่ะ"
นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มออกมา เขายืนขึ้นเดินตรงไปหาฮูหยินชุนแววตาของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความผิดหวังและเจ็บปวด ทั้งที่ข้ารักนางถึงเพียงนี้แต่นางกับสวมหมวกเขียวให้ข้า
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นางคบชู้
เมื่อคิดถึงยามเขาที่โอบกอดนางและร่วมรักกับนางแท้จริงในยามนั้นนางก็คงทำแบบเดียวกับชายชู้ ความโกรธและความเสียใจยิ่งปะทุอยู่ในใจของนายท่านชุน
"ใคร ชายชู้ของเจ้ามันเป็นใคร!!!"
ฮูหยินชุนเม้มปากแน่น นางพยายามรวบรวมความกล้าก่อนจะกอดขาของสามีที่ยืนอยู่ตรงหน้าทั้งน้ำตา ถึงอย่างไร้เขาก็รักข้ามากหากข้าไม่ยอมรับและโทษทุกอย่างเป็นความผิดของท่านหมอ เขาก็อาจจะเชื่อเหมือนกับที่ผ่านมา
"ท่านพี่เป็นท่านหมอที่ตรวจผิดเจ้าค่ะ ข้าตั้งครรภ์สี่เดือนไม่ผิดแน่เด็กคนนี้คือลูกของเราเจ้าค่ะ"
นายท่านชุนที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกโกรธ นางโกหกข้าทั้งที่ข้าจับได้เช่นนั้นที่ผ่านมาเล่านางโกหกอะไรข้าบ้าง นางมีใจเป็นอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่
เพราะความโกรธและความเสียใจที่ถูกคนที่เขารักและไว้ใจหักหลัง นายท่านชุนจึงกระทำในสิ่งที่ขาดสติเขาใช้มือกระชากผมของฮูหยินชุนอย่างแรง ก่อนจะลากนางออกไปด้านนอกท่ามกลางสายตาของบ่าวรับใช้ในจวน
ตุบ!!!
ร่างของฮูหยินชุนถูกโยนลงบนพื้นอย่างแรง บ่าวรับใช้ที่อยู่บริเวณนั้นต่างก้มหน้าไม่กล้ามองเรื่องของเจ้านายเพียงกลัวว่าหากทุกอย่างเรียบร้อยคนที่ลำบากอาจจะเป็นพวกเขาที่เห็นเหตุการณ์
"ท่านพี่ เหตุใดทำเช่นนี้ข้าตั้งครรภ์บุตรของท่านอยู่นะเจ้าคะ"
"สวะเช่นเจ้ากล้าพูดเรื่องโกหกเช่นนี้ได้อย่างไร คิดว่าข้าโง่มากหรือที่ไม่รู้ว่าเจ้าคบชู้ลับหลังข้าจนเกิดมารหัวขนเช่นนี้!!"
"ข้าไม่ได้ทำเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้"
"โบยนาง โบยจนกว่าข้าจะสั่งให้หยุด"
นายท่านชุนพูดจบก็เดินเข้าไปในห้อง เมื่อได้รับคำสั่งบ่าวรับใช้ในจวนย่อมทำตามฮูหยินชุนถูกนำตัวไปก่อนเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจะดังขึ้น บ่าวรับใช้ที่อยู่ในจวนต่างก้มหน้าไม่กล้ามองคิดเพียงว่านายท่าชุนเหตุใดถึงโหดร้ายเพียงนี้แม้ฮูหยินจะคบชู้แต่นางก็ตั้งครรภ์อยู่การโบยคนตั้งครรภ์เช่นนี้ต่างอะไรกับการต้องการให้เด็กในท้องตายกัน
ภายในห้องที่ปิดสนิทนายท่านชุนหลังจากเข้ามาในห้องก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นอย่างสิ้นหวัง แม้แต่คนที่ข้าไว้ใจที่สุดกลับทำเรื่องเช่นนี้ต่อข้าได้ เสียงร้องอย่างทรมานของสตรีที่เขารักยิ่งทำให้ในใจของเขาเจ็บปวดความรู้สึกที่เคยมีนั้นพังทลายราวกับโลกนี้เขาไม่เหลือใครแล้ว
"อย่าได้คิดว่าชีวิตที่แลกไปด้วยการสังหารผู้อื่นจะทำให้พวกเจ้ามีความสุข ข้าขอสาปแช่งให้พวกเจ้าทุกทรมานอยู่ไม่สู้ตายขอให้พวกเจ้าเป็นเช่นข้า จงใช้ชีวิตที่โดดเดี่ยวและตายอย่างทรมาน"
คำสาปแช่งของภรรยาคนแรกของเขาดังก้องในหัวในตอนนั้นนางกล่าวคำสาปแช่งพวกข้าก่อนที่นางจะสิ้นใจ หรือนี่เป็นผลจากคำสาปแช่งในวันนั้นของนางที่ทำให้ภรรยาที่ข้าเฝ้ารักมาตลอดหลายปีกลับคบชู้ลับหลังข้า อีกทั้งบุตรสาวที่ข้ารักยิ่งกว่าตัวเองข้าก็ปกป้องนางไม่ได้
ข้าทำอะไรลงไป....
วันต่อมาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนพ่อค้าชุนถูกพูดถึงมากมาย นายท่านชุนเองก็ปิดจวนเงียบไม่พบผู้ใดทำให้ตอนนี้มีบรรยากาศไม่ต่างจากจวนร้าง
"ชาวบ้านในเมืองพูดกันว่า นายท่านชุนจับได้ว่าฮูหยินชุนลอบคบชู้จนเกิดตั้งครรรภ์ จึงสั่งโบยฮูหยินชุนที่ท้องอยู่จนตายเจ้าค่ะ"
"อืม"
ลั่วหลี่เวยในตอนนี้นั่งอยู่บนรถม้าฟังรายงานจากชิงถงก็ตอบรับเงียบเงียบไม่ได้มีท่าทางดีใจหรือสะใจแต่อย่างใด อาจจะเพราะนางได้คาดการณ์เรื่องทั้งหมดไว้แล้ว
"แล้วจวนชุนตอนนี้เป็นเช่นไร"
"บ่าวที่อยู่ในจวนถูกขายออกไปจนเกือบหมดเจ้าค่ะ เหลือเพียงแค่บ่าวรับใช้คนสนิทของนายท่านไม่กี่คน"
"แล้วพ่อบ้านเล่า"
"ถูกโบยจนตายแล้วเจ้าค่ะ เพราะนายท่านคิดว่าเขาคือชายชู้ของฮูหยิน"
ลั่วหลี่เวยพยักหน้ารับคำ หลังจากที่นางออกมาจากจวนชุนในวันนั้นนางก็ได้ซื้อตัวบ่าวในจวนชุนเพื่อสร้างข่าวลือระหว่างฮูหยินชุนและพ่อบ้านว่าทั้งสองแอบมีความสัมพันธ์อย่างลับลับ เพราะนางรู้ดีคนโหดเหี่ยมเช่นท่านพ่อหากได้รู้เรื่องนี้คงได้แต่ระแวงและสืบเรื่องนี้จนกระจ่าง สมุนไพรที่นางให้ฮูหยินชุนกินนั้นทำให้นางมีอาการเหมือนคนตั้งครรภ์นั่นยิ่งเป็นหลักฐานมัดตัวว่าฮูหยินชุนลอบคบชู้จริงจริง
"ฮูหยินถึงแล้วขอรับ"
บ่าวรับใช้เอ่ยออกมาเมื่อตอนนี้ถึงที่หมายแล้ว ลั่วหลี่เวยยืนขึ้นก่อนจะเดินลงจากรถม้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยวันนี้นางตั้งใจมาไหว้หลุมศพท่านแม่และน้องของนางที่จากไปเพราะเห็นว่าสามีทั้งสามของนางช่วงนี้กำลังวุ่นวายอยู่กับการค้าลั่วหลี่เวยจึงมาที่นี่คนเดียว
"ท่านแม่ น้องข้าคิดถึงข้าหรือไม่"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาน้ำตาคลอหลังจากเดินมาถึงหลุมศพของมารดา ร่างบางคุกเข่าลงตรงหน้าป้ายวิญญาณหลายปีแล้วที่นางไม่เคยมาที่นี่
"ข้ารู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับท่านแม่แล้วนะเจ้าคะ"
"......"
"นางตายแล้วเจ้าค่ะหญิงชั่วที่สังหารท่าน บุตรสาวของนางข้าทำให้นางต้องทุกทรมานไปตลอดชีวิตเช่นเดียวกับที่นางทำกับข้ามาตลอด"
"......"
"ส่วนท่านพ่อ....ข้าไม่อาจสังหารเขาได้เพราะอย่างไรเขาก็คือบิดาของข้า ข้าจึงทำให้เขาเจ็บปวดและเสียใจเช่นเดียวกับที่ท่านแม่เคยรู้สึกเจ้าค่ะ ท่านพ่อจะต้องทุกทรมานกับการถูกภรรยาที่ตัวเองรักนอกใจ รู้สึกราวกับเป็นคนโง่ที่ปกป้องบุตรสาวของเขาไม่ได้"
"......"
"ทุกคนได้รับกรรมในสิ่งที่ทำกับท่านแม่แล้วนะเจ้าคะ"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาน้ำตาคลอในที่สุดความแค้นระหว่างนางและตระกูลชุนก็จบสิ้นลงแล้ว หลังจากนั้นนางตัดสินใจปล่อยวางทุกสิ่งแล้ว เรื่องของจวนชุนนางไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป อาจจะถึงเวลาที่นางต้องมาทำหน้าที่ของฮูหยินลั่วและตอบแทนสามีทั้งสามของนางสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา
คงถึงเวลาที่ข้าควรคิดจะเริ่มสร้างครอบครัวได้แล้ว
"ท่านแม่ชอบหลานชายหรือหลานสาวเจ้าคะ ข้าคิดว่าข้าอาจจะมีบุตรเร็ว ๆ นี้เจ้าค่ะ"
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







