Masuk1 เดือนต่อมา
จวนตระกูลชุน
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย
"สามีเจ้าไม่มาหรือ"
"นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"
ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล
"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า"
ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่
"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"
ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั้นต่ำเช่นเจ้าอีกไม่นานก็จะอยู่แทบเท้าข้าอย่างเช่นที่เคยเป็นในอดีต
ลั่วหลี่เวยยิ้มร้ายก่อนจะยกมือขึ้นตบลงที่ใบหน้าของชุนหลิงเอ๋อร์เต็มแรง ท่ามกลางสายตาของนายท่านชุนและฮูหยินชุน วันนี้นางมาเพื่อต้องการจบทุกอย่างเท่านั้น ไม่มีเหตุผลที่นางต้องแสร้งทำดี
เพี๊ย!!
"หลิงเอ๋อร์!!!"
ฮูหยินชุนที่เห็นว่าบุตรสาวของนางโดนรังแกก็รีบเข้าไปช่วยทันที นางผลักให้ลั่วหลี่เวยออกห่างก่อนจะเข้าไปประคองชุนหลิงเอ๋อร์ด้วยความเป็นห่วง
"ท่านพ่อข้าเจ็บ"
ชุนหลิงเอ๋อร์ร้องไห้ฟูมฟายจับชุดของบิดาด้วยท่าทางน่าสงสาร ลั่วหลี่เว่ยที่เห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมานางมองไปรอบรอบพบว่าชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาตอนนี้กำลังหยุดยืนมองเหตุการณ์
"เข้าไปคุยด้านในเถอะ"
ลั่วหลี่เวยพูดจบเดินผ่านชุนหลิงเอ๋อร์เข้าไปในจวน นายท่านชุนที่เห็นเช่นนั้นก็เข้าไปประคองชุนหลิงเอ๋อร์เดินเข้าไปด้านใน เดิมทีในใจของเขาก็ไม่ได้ชื่นชอบลั่วหลี่เวยยิ่งเห็นท่าทางหยิ่งยโสของนางเมื่อครู่ยิ่งทำให้เขาเกิดโทสะในใจ
"หญิงชั้นต่ำเช่นเจ้ากล้าดียังไงมาทำร้ายลูกสาวข้า!!"
เสียงของฮูหยินชุนตะโกนไล่หลังมาแต่ไม่ได้ทำให้ลั่วหลี่เวยรู้สึดหวาดกลัวเช่นในอดีต นางยังคงก้าวเท้าตรงไปที่ห้องโถงด้วยความคุ้นเคย และสาเหตุที่นางมาที่นี่แทนที่จะเป็นด้านหน้าจวนนั่นก็เพราะ....
ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่ควรให้คนนอกได้รับรู้คนที่เสียหายไม่ได้มีแค่ชุนหลิงเอ๋อร์แต่รวมถึงลั่วกงเฉิงสามีของนางด้วยนางไม่อยากให้เขาต้องมาเสื่อมเสียเพราะเรื่องเช่นนี้อีกแล้ว
"ยังจำได้อยู่หรือว่าข้าเป็นบิดาของเจ้า!!"
ยิ่งได้พบหน้าลั่วหลี่เวยความโกรธที่มีในใจที่นายท่านชุนกักเก็บมาหลายเดือนก็ถูกระบายออกมา เมื่อถึงห้องโถงด้วยความโกรธที่มีในใจนายท่านชุนจึงเดินไปหาลั่วหลี่เวยที่ยืนอยู่ก่อนจะใช้ฝ่ามือของเขาตบลงที่ใบหน้าของนางเต็มแรง
เพี๊ย!!!
"ดีแต่สร้างเรื่องให้ข้า หลิงเอ๋อร์นางเพียงเป็นห่วงที่เจ้ามาบ้านเดิมตัวคนเดียวแต่เจ้าที่เป็นพี่สาวกลับหึงหวงนาง!!"
"........."
"ข้าคิดไว้แล้วว่าหญิงชั่วแบบเจ้ามันคือตัวซวย แต่งเข้าจวนลั่วไปได้ไม่เท่าไหร่ก็กล้าวางอำนาจเช่นนี้!! แม้ข้าที่เป็นบิดาเจ้ายืนอยู่เจ้ายังกล้าทำ!!"
"ท่านพี่ข้าเคยบอกท่านแล้วไงเจ้าคะ มารดามีนิสัยต่ำเหมือนนางโลมเช่นไรบุตรสาวย่อมเป็นเช่นนั้น หลิงเอ๋อร์ของเราไร้เดียงสาเกินไปจึงถูกนางทำร้ายเช่นนี้"
ลั่วหลี่เวยที่ได้ยินคำพูดของฮูหยินชุนก็กำมือแน่นนางปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนรอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางอีกครั้ง นางแค่นหัวเราะในลำคอราวกับสมเพชคนตรงหน้า
"คงจะจริงอย่างที่ท่านพูดมารดาเป็นเช่นไรบุตรย่อมเป็นเช่นนั้น อยากได้บุรุษของผู้อื่นจนละซึ่งยางอาย"
"เจ้าจะพูดอะไร"
"ไม่ใช่ว่าในอดีตท่านก็เปลื้องผ้าต่อหน้าท่านพ่ออยู่หลายครั้งจนได้เป็นฮูหยินหรือ หลิงเอ๋อร์เพียงทำตามท่านก็เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะต่างออกไปเพราะแม้นางจะเปลื้องผ้าต่อหน้าบุรุษของข้าอีกทั้งยังตั้งใจวางยาปลุกกำหนัด เขาก็ไม่แม้แต่จะชายตามองนางเลยสักนิด จริงสิท่านพ่อหลิงเอ๋อร์ไม่ได้บอกเรื่องเช่นนี้แก่ท่านหรือ"
"............"
"ไม่ดีเลยนะน้องสาวข้าปิดบังเรื่องน่าอายเช่นนี้ต่อท่านพ่อได้เช่นไร ไม่สิท่านแม่ท่านควรสั่งสอนนางสิว่าไม่ควรอยากได้บุรุษของผู้อื่นแต่ว่าท่านจะสั่งสอนนางได้จริง ๆ หรือเพราะท่านเองก็ยังลอบคบชู้กับท่านพ่อมาตั้งหลายปีก่อนท่านแม่ข้าตาย"
"........"
"ชุนหลิงเอ๋อร์บุตรสาวที่พวกท่านเฝ้าถนอมแท้จริงไร้เดียงสาจริงจริงหรือ.."
"..........."
"อ่า..คงจริงอย่างท่านว่า..บุตรสาวย่อมเดินตามรอยมารดา มารดามีนิสัยต่ำเหมือนนางโลมเช่นไรบุตรสาวย่อมเป็นเช่นนั้นประโยคนี้ข้าพูดถูกหรือไม่ท่านพ่อ"
ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ถูกแฉความลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือกังวลเลยสักนิด นางกลับคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่นางจะขอร้องบิดาด้วยซ้ำอย่างไรลั่วกงเฉิงก็ได้แตะต้องร่างกายนางไปแล้วถึงอย่างไรเขาก็ต้องรับผิดชอบแต่งนางเป็นอนุ นางจึงตัดสินใจคุกเข่าอ้อนวอนต่อบิดา
ตุบ!!
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ"
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







