Mag-log inสิบปีต่อมา
“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”
เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า
“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”
หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา
“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง
“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”
เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!
หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยมารดาของนาง
“ลั่วหลินฟาง ตามแม่มา”
“จะ....เจ้าค่ะ”
ลั่วหลี่เวยในตอนนี้ในใจเอาแต่โทษตัวเองที่ปล่อยให้สามีเลี้ยงดูบุตรสาวจนมีนิสัยเช่นนี้ เมื่อเดือนก่อนแอบหนีไปหอชมบุรุษ พอมาวันนี้ก็ใจกล้าตั้งบ่อนในจวน นางลอบถอนหายใจออกมาหากไม่มีข้าสักคนบุตรสาวของข้าคงจะเสเพลเช่นพวกเขาในอดีต
“ทะ..ท่านแม่...ข้า...”
“หลินฟาง เจ้าจะเอาแต่ใจแค่ไหนแม่ไม่เคยว่าแต่เรื่องไม่ดีเช่นนี้เจ้าอย่าทำอีกได้หรือไม่”
“แต่ท่านพ่อรองบอกว่า การพนันนั้นมีทั้งดีและไม่ดีข้าเองก็แค่คิดหาเงินให้ตัวเองแบบนี้เรียกไม่ดีได้เช่นไรเจ้าคะ”
ลั่ว หมิง เฉิน!!!
ลั่วหลี่เวยฝืนยิ้มออกมา เห็นทีนางคงต้องไปจัดการตัวต้นเหตุทั้งสามก่อนแล้วค่อยมาสั่งสอนบุตรสาว
“ท่านแม่ นั่นผู้ใดหรือเจ้าคะ”
ลั่วหลินฟางชี้ไปที่เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล ลั่วหลี่เวยยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะจูงมือบุตรสาวเดินเข้าไปทักทายเด็กหนุ่ม
“ม่อหยาง”
“คารวะท่านป้าขอรับ”
ฉินม่อหยางยอบกายคำนับลั่วหลี่เวยสหายของบิดาด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลินฟางในตอนนี้ยืนนิ่งนางมองบุรุษตรงหน้าด้วยใจสั่นรัว แม้บุรุษตรงหน้าจะไม่ได้รูปงามเช่นท่านพ่อทั้งสามแต่นางกลับละสายตาจากเขาไม่ได้เลยสักนิด
“ละ...ลั่วหลินฟาง..คารวะพี่ชายเจ้าค่ะ”
“จริงสิม่อหยางอายุสิบขวบแล้วควรเรียกพี่ชายถูกแล้ว เมื่อครู่ตอนข้าออกมาท่านพ่อกับท่านแม่ของเจ้ายังคุยการค้ากับสามีข้าอยู่เลย เห็นทีคงอีกนานเจ้าไปนั่งพูดคุยกับข้าก่อนดีหรือไม่”
“ขอรับท่านป้า”
ฉินม่อหยางรับคำก่อนจะเดินตามลั่วหลี่เวยไปที่ศาลาริมน้ำ ลั่วหลินฟางเท้าคางกับโต๊ะมองบุรุษที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยรอยยิ้ม
“นี่เป็นขนมวุ้นดอกกุ้ยฮวาที่ป้าทำเจ้าลองชิมดู”
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ฉินม่อหยางเป็นบุตรชายของฉินต้าหลี่กับฮูหยินของเขา เมื่อหลายปีก่อนนางและสามีได้ไปทำการค้าต่างเมืองจึงได้ฉินต้าหลี่โดยบังเอิญ สุดท้ายผ่านไปหลายปีตระกูลฉินก็ได้หันมาทำการค้ากับตระกูลลั่ว ฉินต้าหลี่เองก็ย้ายกลับมาดูแลกิจการที่เมืองนี้หลังจากนายท่านฉินบิดาของเขาได้จากไป เพราะต้องทำการค้าเลยทำให้นางได้พบฮูหยินฉินอยู่บ่อยครั้งจนสนิทกันราวกับเป็นพี่น้อง ฮูหยินฉินได้รู้เรื่องราวระหว่างลั่วหลี่เวยและฉินต้าหลี่แต่ก็เข้าใจเพราะทุกอย่างล้วนเป็นอดีต ส่วนบุตรชายของเขาฉินม่อหยางก็นับถือนางเป็นท่านป้าของเขา
“ฮูหยินเจ้าคะ ท่านผู้เฒ่าลั่วเรียกพบเจ้าค่ะ”
ลั่วหลี่เวยพยักหน้ารับรู้ก่อนจะมองไปที่เด็กน้อยทั้งสองด้วยสีหน้าลำบากใจ ในใจเพียงกลัวว่าหากปล่อยไว้บุตรสาวนางจะกลับไปสร้างบ่อนในจวนอีกหรือไม่
“หลินฟางเจ้าอยู่พูดคุยเป็นเพื่อนกับม่อหยางก่อนห้ามหนีไปไหนเข้าใจหรือไม่ ม่อหยางเดี๋ยวป้ากลับมานะ”
“ขอรับท่านป้า”
ลั่วหลินฟางพยักหน้ารับนางเท้าคางมองฉินม่อหยางที่กำลังกินขนมวุ้นดอกกุ้ยฮวาด้วยรอยยิ้ม เมื่อหันไปมองแผ่นหลังของมารดาที่เดินไปไกลแล้ว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของเด็กน้อยวัยแปดขวบ
“คุยเป็นเพื่อนหรือ ข้าอยากคุยกับคนรักมากกว่า”
มือบางยกขึ้นลูบที่แก้มของฉินม่อหยางเบาเบา ทำเขาคนที่กำลังกินขนมวุ้นกุ้ยฮวาถึงกับชะงักข้าหูฝาดไปใช่หรือไม่ เด็กน้อยแปดขวบจะรู้จักหยอกล้อบุรุษได้เช่นไร
“พี่ชาย มีคนในใจหรือยังเจ้าคะ”
ม่อหยางส่ายหัวเบาเบา มองลั่วหลินฟางที่กำลังเท้าคางส่งยิ้มให้เขาพอมองใกล้ใกล้แล้วนางมีส่วนคล้ายท่านป้ามากจริงจริง หากโตไปคงกลายเป็นหญิงงามที่บุรุษต่างลุ่มหลงเป็นแน่
“เช่นนั้นพี่ชายชอบสตรีแบบไหนหรือเจ้าคะ”
“.......”
“สตรีงดงามและฉลาดเช่นหลินฟางพี่ชายชอบหรือไม่”
ลั่วหลินฟางค่อย ๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ฉินม่อหยางก่อนจะยิ้มหวานราวกับต้องการสะกดใจคนตรงหน้า
ชิงถงที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แต่ถอนหายใจออกมา นิสัยเจ้าชู้เช่นนี้ได้มาจากคุณชายใหญ่สินะ
“ม่อหยาง”
“ทะ...ท่านพ่อข้าเรียกแล้วข้าขอตัวก่อน”
ลั่วหลินฟางได้ยินเช่นนั้นก็ยืนขึ้น นางฉวยโอกาสที่ ฉินม่อหยางเผลอจับมือเขาก่อนจะจูงมือของเขามาหา ฉินต้าหลี่และฮูหยินฉินที่ยืนอยู่
“หลิงฟางเจ้าเจอม่อหยางแล้วหรือ”
ฉินต้าหลี่พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม มองบุตรชายของตนที่ตอนนี้กำลังถูกเด็กสาววัยแปดขวบจับมืออยู่ ลั่วกงเฉิงที่ตั้งใจจะเดินมาส่งพวกเขาก็ขมวดคิ้วทันที เขาก้มลงมองมือของ ลั่วหลินฟางที่กำลังจับมือกับฉินม่อหยาง
“เจ้าค่ะ ข้าเจอพี่ชายแล้ว”
“หลินฟางมาหาพ่อ”
ว่าด้วยเรื่องห่วงลูกสาวตระกูลลั่วนั่นย่อมเป็นที่หนึ่งในเมือง การที่เห็นบุตรสาวที่เขารักจับมือกับชายอื่นช่างทำให้ ลั่วกงเฉินรู้สึกปวดใจยิ่งนัก
“ท่านพ่อ ข้าอยากส่งแม่สื่อไปจวนฉินสู่ขอพี่ชายเจ้าค่ะ”
เวลาผ่านไปหลายชั่วยามลั่วหลี่เวยในตอนนี้กำลังนั่งเคาะนิ้วลงบนโต๊ะระงับอารมณ์โกรธที่มีอยู่ในใจ นางปรายตามองไปที่สามีทั้งสามและบุตรสาวของนางที่ตอนนี้กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของนาง
“ลั่วกงเฉินเจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว สมควรหรือไปข่มขู่ ม่อหยางที่อายุเพียงสิบขวบ”
“ก็เด็กนั่นมาล่อลวงหลินฟางนี่ เว่ยเว่ยเจ้าเด็กนั่นถึงกับเป่าหูให้บุตรสาวของเราส่งแม่สื่อไปสู่ขอตัวเองเลยนะ อีกอย่างข้าไม่ได้ข่มขู่สักหน่อยเพียงแค่มองเท่านั้น”
“พี่ชายไม่ได้เป่าหูข้าสักหน่อย ข้าเต็มใจที่จะแต่งให้พี่ชายเอง”
“เจ้าอายุเพียงแปดขวบถึงขนาดใจกล้าคิดบังคับบุรุษมาแต่งงานหรือ”
“แต่ท่านแม่ ท่านพ่อเล็กบอกข้าว่าหากอยากได้สิ่งใดให้ลงมือเลย ก่อนที่ผู้อื่นจะมาแย่งไป”
ลั่วหลี่เวยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ปรายตามองไปที่ลั่วหลี่หยวนที่นั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่ นางพยายามข่มอามรณ์โกรธไว้ในใจก่อนจะหันไปหาบุตรสาว
“หลินฟางบุรุษหาใช่สิ่งของ เจ้าจะเอาแต่ใจไม่ได้เอาเช่นนี้ดีหรือไม่รอเจ้าพ้นวัยปักปิ่นแล้วหากตอนนั้นพี่ม่อหยางยังไม่มีสตรีในใจแม่จะช่วยเจ้าเอง”
“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ”
“ดีเช่นนั้นเจ้าออกไปหาท่านปู่ก่อนเถอะ แม่มีเรื่องต้องปรึกษากับพ่อทั้งสามของเจ้า”
“เจ้าค่ะ”
ลั่วหลี่เวยยกยิ้มมองแผ่นหลังของบุตรสาวที่เดินออกไปจากห้อง แต่ทันทีที่ประตูปิดลงรอยยิ้มที่เคยมีก็เลือนหายไปจากใบหน้าสวย คุณชายลั่วทั้งสามก้มหน้านิ่งราวกับรู้ชะตากรรม
“ดียิ่งสอนบุตรสาวข้าได้ดี คนหนึ่งก็ตามใจลักลอบพานางไปหอชมบุรุษ อีกคนก็สอนการพนันจนถึงขนาดเปิดบ่อนในจวน ส่วนอีกคน....ต้องให้ข้าพูดอีกหรือไม่”
“ข้าผิดไปแล้ว เว่ยเว่ย” พูดพร้อมกัน
“ข้ารู้ว่าพวกเจ้ารักนางและอยากเอาใจ แต่ข้าขอร้องช่วยคิดสักนิดเถอะ พวกเจ้าก็ผ่านมาแล้วไม่ใช่หรือชีวิตเสเพลมันแย่มากเพียงใด อยากให้หลินฟางบุตรสาวของเราเป็นเช่นพวกเจ้าในอดีตหรือ”
“.........”
“หากพวกเจ้ายังรับผิดชอบเป็นบิดาที่ดีให้นางไม่ได้ ข้าจะไม่เลิกดื่มยาห้ามบุตร”
“เว่ยเว่ย..”
“หากยังเป็นเช่นนี้บุตรคนที่สองก็อย่าได้หวังว่าข้าจะยอมมี”
ลั่วหลี่เวยพูดจบก็เดินออกไปจากห้องทิ้งให้สามีทั้งสามของนางไว้ในห้อง พวกเขาหันมาสบตากันก่อนจะถอนหายใจออกมาเพราะรู้ดีว่าเรื่องนี้ล้วนเป็นเพราะพวกเขาทั้งสิ้น เห็นทีหากจะได้บุตรคนที่สองคงต้องปรับการสอนลั่วหลินฟางใหม่ทั้งหมด หนทางการมีบุตรคนที่สองคงอีกยาวไกลแต่ถึงอย่างไรข้าที่ยังอยู่จะคอยประคองไม่มีวันให้ลั่วหลินฟางบุตรสาวข้าเป็นคนเสเพลเช่นพวกข้าในอดีตแน่นอน
ลั่วหลินฟางที่กำลังเดินไปหาท่านผู้เฒ่าลั่วคิดคำพูดของมารดาตลอดทาง นางลองคิดดูว่าหากรอให้ถึงวัยปักปิ่นนั่นก็อีกหลายปีเช่นนี้ ฉินม่อหยางที่โตกว่านางไม่แต่งงานไปก่อนหรือ ท่านแม่เห็นทีข้าคงอยู่เฉยเฉยไม่ได้เสียแล้วข้าคงต้องวางแผนให้รัดกุมจะเปิดเผยเช่นวันนี้ไม่ได้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของลั่วหลินฟาง
“เช่นนั้นทำตัวเป็นน้องสาวที่ดี แบบนี้หากใกล้ชิดคงดูไม่น่าสงสัย”
พี่ชายข้าจะยอมกลายเป็นน้องสาวปลอม ๆ ให้ท่านเอ็นดูสักสามสี่ปีระหว่างนี้ข้าจะไม่ยอมให้สตรีใดมาแตะต้องท่านได้ รอข้าพ้นวัยปักปิ่นเมื่อไหร่ข้าจะทำให้ท่านรักข้าและยอมเป็นสามีของข้าโดยสมบูรณ์…
-END-
พูดคุยกับนักเขียน
หากถามถึงเรื่องของน้องลั่วหลินฟางมีเขียนต่อหรือไม่ เรื่องของน้องจะเป็นเล่มแยกออกไปนะคะ สุดท้ายหากชอบงานเขียนของไรท์และชื่นชอบนิยายแนวฮาเร็มสามารถกดติดตามไรท์ไว้ได้เลยนะคะเพราะส่วนตัวไรท์จะเขียนนิยายแนวฮาเร็มเป็นส่วนใหญ่
ขอบคุณสำหรับการติดตามและทุกคอมเม้นที่สนับสนุนเป็นกำลังใจมาตลอดนะคะ ไรท์จะพยายามพัฒนาการเขียนและมอบความสุขให้นักอ่านแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ขอบคุณอีกครั้งที่ทุกคนคอยแนะนำและให้กำลังใจมาตลอดนะคะ
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







