Compartir

บทที่ 3 การเอาคืน31

last update Última actualización: 2026-03-04 01:07:31

ในขณะเดียวกัน ณ เรือนใหญ่ของหลันฮูหยิน เสียงแจกันแตกละเอียดดังก้องไปทั่วห้อง

          "ข้าไม่ยอม! ท่านแม่ ข้าไม่ยอมให้นังลูกชู้คนนั้นได้หน้าไปกว่าข้า!" ไป๋หรูอิงกรีดร้องอย่างเสียสติ

          หลันฮูหยินนั่งนิ่ง ดวงตาฉายแววอำมหิต "ใจเย็นๆ หรูอิง ในเมื่อมันอยากจะไปวังหลวงนัก ข้าก็จะให้มันไป แต่ข้าจะทำให้มันที่มั่นใจว่าจะแขกคนสำคัญของรัชทายาทกลายเป็น 'สตรีแพศยา' ที่คบชู้มิต่างจากแม่ของมัน และคราวนี้... มันจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะอ้อนวอนขอชีวิต!"

          "ท่านแม่จะทำอย่างไรเจ้าคะ?"

          หลันฮูหยินแสยะยิ้มร้าย "ข้ายังมียาชนิดนั้นเหลืออยู่... ยาที่ทำให้คนสติฟั่นเฟือนและตัณหากลับจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เหมือนที่ข้าเคยใช้กับแม่ของมันอย่างไรเล่า"

          สองแม่ลูกหัวเราะประสานเสียงกันในเงามืด โดยมิล่วงรู้เลยว่า บนหลังคาเรือนนั้น มีเงาร่างสีดำหนึ่งจดจ้องมองลงมาด้วยสายตาที่เย็นเยียบมิต่างจากมัจจุราช

          คืนนั้น... ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่อง ร่างสูงของใครบางคนเฝ้ามองจวนแห่งนั้นจากยอดไม้สูงไกลๆ เทียนฉีกระชับดาบข้างกาย แววตาดุจผลองุ่นฉายประกายเด็ดเดี่ยว

          'ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องหนาวสั่นอย่างโดดเดี่ยวอีกเป็นครั้งที่สอง... เว่ยเอ๋อร์'

***

          กลางดึกคืนนั้นความเงียบสงัดเข้าปกคลุมเรือนร้างท้ายจวนล มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดร้องสลับกับเสียงลมพัดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่าง หมิงเว่ยนั่งอยู่บนเตียงไม้หลังเก่า มือบางลูบไล้จี้หยกครึ่งซีกอย่างแผ่วเบา ความทรงจำเรื่อง ยาที่หลันฮูหยินเอ่ยถึงในอดีตทำให้ดวงตาของนางหม่นแสงลง

          ท่านแม่ของนางมิได้เพียงแค่ถูกใส่ร้ายเรื่องชู้รัก แต่นางมั่นใจว่าท่านแม่ต้องถูกฤทธิ์ยาบางอย่างที่ทำให้ไร้สติ จนตกเป็นเหยื่อของการจัดฉากอันโสมมในวันนั้น

          "คุณหนูเจ้าคะ... ฮูหยินเอกส่งน้ำแกงรังนกมาให้เจ้าค่ะ" เสียงของเสี่ยวชุ่ยดังขึ้นพร้อมกับท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ในมือถือถาดไม้ที่มีถ้วยกระเบื้องเคลือบส่งกลิ่นหอมกรุ่น

          หมิงเว่ยขยับยิ้มเย็นเยียบ "น้ำแกงรังนกงั้นหรือ? ห้าปี

ที่ผ่านมา ข้าไม่เคยได้รับแม้แต่เศษข้าวดีๆ จากครัวใหญ่

แต่วันนี้ หลังจากองค์รัชทายาทเสด็จกลับ หลันฮูหยินกลับมีใจเมตตาส่งของล้ำค่ามาให้ข้าถึงที่นี่"

          นางรับถ้วยน้ำแกงมาถือไว้ กลิ่นหอมของรังนกแท้ช่างยั่วยวน ทว่าหากสังเกตให้ดีกลับมีกลิ่นฉุนจางๆ ที่แปลกปลอมซ่อนอยู่ หมิงเว่ยหยิบเข็มเงินเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ใต้หมอนออกมาจุ่มลงในน้ำแกง ทันทีที่เข็มเงินสัมผัสกับของเหลวสีใส ปลายเข็มก็เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำเข้มจนน่าใจหาย

          ศาสตร์การปรุงยาและการรักษาอาการเจ็บป่วย นางล้วนแตกฉานมาตั้งแต่เยาว์วัย ยิ่งได้ศึกษาตำรายาพิษเก่าแก่ของตระกูลถังที่สืบทอดมาถึงรุ่นนางด้วยแล้ว มายาเพียงเท่านี้ย่อมมิอาจรอดพ้นสายตาของนางไปได้

          เสี่ยวชุ่ยอุทานออกมาอย่างตกใจ "คุณหนู! นี่มัน..."

          "ยาปลุกกำหนัดชนิดแรง... หากข้ากินเข้าไปเพียงครึ่งถ้วย สติสัมปชัญญะของข้าจะมลายหายไป และในวันรุ่งขึ้น ข้าคงถูกพบในสภาพที่ไม่งามกับบุรุษสักคนที่พวกนางเตรียมไว้ เพื่อทำลายวาสนาที่องค์รัชทายาทมอบให้กับข้า"

          หมิงเว่ยเทน้ำแกงพิษทิ้งลงในกระถางต้นไม้ริมหน้าต่าง แววตานางวาวโรจน์ด้วยความแค้น

          "พวกนางยังใช้แผนเดิมๆ ไม่เปลี่ยน... แผนการที่พรากทุกอย่างไปจากท่านแม่ของข้า"

***

          ในขณะที่หมิงเว่ยกำลังจัดสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวสำหรับเหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้ ทันใดนั้น ตะเกียงน้ำมันในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกับลมเย็นสายหนึ่งที่พัดผ่านเข้ามา

          "ใคร!" หมิงเว่ยคว้ามีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้หมอนขึ้นมาทันที

          "ข้าเอง... นายหญิง"

          เสียงทุ้มต่ำและนิ่งสนิทดังมาจากมุมมืดของห้อง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดรัดกุมสีดำจะปรากฏกายขึ้น เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้านางอย่างนอบน้อม

         

          "ข้าชื่อ เฉินอี้ เป็นองครักษ์เงาที่องค์รัชทายาทส่งมาเพื่ออารักขาท่าน และทำตามคำสั่งของท่านทุกประการ"

          หมิงเว่ยลดมีดสั้นลง "องค์รัชทายาทส่งเจ้ามางั้นหรือ?"

          " พระองค์ทรงทราบดีว่าคืนนี้คนในจวนสกุลไป๋จะไม่อยู่เฉย จึงทรงกำชับให้ข้าดูแลท่านมิให้มีแมลงสักตัวกล้าแตะต้อง" เฉินอี้รายงานพลางยื่นขวดโหลแก้วเล็กๆ ส่งให้นาง "และนี่คือของขวัญที่พระองค์ทรงฝากมาให้... มันคือยาล้างพิษร้อยชนิด รวมถึงยาที่ท่านเพิ่งเททิ้งไปด้วย"

          หมิงเว่ยรับขวดยามาด้วยหัวใจที่ไหววูบ ความใส่ใจของหลี่เทียนฉีช่างลึกล้ำราวกับเขารู้ใจนางไปเสียหมด ทว่าความซาบซึ้งนั้นมลายหายไปเพียงพริบตาเมื่อนึกถึงแผนการร้ายที่รออยู่

          "ดี! ในเมื่อพระองค์ทรงเมตตา ข้าก็จะใช้ 'ของขวัญ' ชิ้นนี้ให้คุ้มค่า"

          รอยยิ้มอำมหิตผุดขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้มจนองครักษ์เงายังต้องเบือนหน้าหนี "ไปจัดการคนที่หลันฮูหยินเตรียมไว้ให้ข้า... แล้วส่งมันไปหาไป๋หรูอิงถึงที่เรือนแทนข้าเสีย!"

          เฉินอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มศีรษะรับคำสั่ง

          กลางดึกคืนนั้น เรือนของไป๋หรูอิงยังคงสว่างไสวด้วยแสงเทียน หรูอิงนั่งรอฟังข่าวดีจากมารดาด้วยใจจดจ่อ นางมโนภาพถึงหมิงเว่ยที่ถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงแพศยาและถูกขับไล่ออกจากจวนไปอย่างอัปยศเหมือนมารดาของมัน

          "คุณหนูใหญ่เจ้าคะ... ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ" สาวใช้คนสนิทของหลันฮูหยินเข้ามารายงาน "คุณหนูรองดื่ม

น้ำแกงไปจนหมดสิ้น ตอนนี้คนของเราพานางไปส่งที่ห้องพักท้ายสวนแล้วเจ้าค่ะ"

          "ดีมาก! พรุ่งนี้เช้าข้าจะพาท่านพ่อไปดูด้วยตัวเอง!"

หรูอิงหัวเราะอย่างสะใจ

          ทว่านางมิล่วงรู้เลยว่า ในเงามืดบนเพดานห้องของนาง มีสายตาคู่หนึ่งจดจ้องมองลงมา และเหยื่อที่ควรจะอยู่ในห้องพักท้ายสวน บัดนี้กำลังถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาในห้องนอนของนางเองอย่างเงียบเชียบ

          หมิงเว่ยยืนหลบอยู่หลังต้นท้อใหญ่ มองดูเงาร่างของเฉินอี้ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและไร้ร่องรอย

          นางกำจี้หยกในมือแน่น

          "หรูอิง... รสชาติของการถูกประจานว่าคบชู้ มันช่างขมปร่าและทรมาน เจ้ารอชิมมันในวันพรุ่งนี้ได้เลย"

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 9 จุดจบฮูหยินเอก

    กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่แสนอึดอัดของคุกหลวง สถานที่แห่งนี้คือจุดสิ้นสุดของขุนนางผู้ฉ้อฉลและนักโทษอุกฉกรรจ์ แสงจากคบเพลิงที่วูบไหวตามทางเดินแคบๆ ทอดเงาอสุรกายพาดผ่านผนังหินที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและคราบเลือดเก่า 'หลันชิง' ในสภาพที่มิมองเห็นเค้าลางของฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป นางถูกล่ามโซ่ตรวนทั้งมือและเท้า ร่างกายที่เคยสวมใส่ผ้าไหมเลิศรสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและชุดนักโทษสีหม่นที่ขาดวิ่น ใบหน้าที่เคยงดงามและหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือด แววตาที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงดังก้องมาจากทางเดิน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้ากรงขังของนาง หลันชิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนให้เห็นร่างของสตรีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูตัดกับบรรยากาศโสโครกเบื้องหลัง "ไป๋... หมิงเว่ย..." หลันชิงเค้นเสีย

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 8 ความลับถูกเปิดเผย

    บรรยากาศภายในตำหนักมณีแดงเย็นเยียบลงถนัดตาหลังจากคำบอกเล่าของหลี่เทียนฉี หมิงเว่ยยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความหวังที่จะล้างมลทินให้ท่านแม่และความแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา “หมอประจำตระกูล... หมอหรูงั้นหรือเพคะ?” หมิงเว่ยเอ่ยเสียงสั่น “ข้าจำได้ว่าเขาหายสาบสูญไปในคืนเดียวกับที่ท่านแม่ถูกขับไล่ ข้านึกว่าเขาถูกลอบสังหารไปพร้อมกับความลับนั้นแล้วเสียอีก” “หลันชิงอำมหิตนัก แต่นางยังขลาดกลัวต่อกฎแห่งกรรม” เทียนฉีก้าวเข้ามาประคองไหล่บาง “นางมิจ้างวานฆ่า แต่กลับติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ส่งเขาไปรับโทษในเหมืองนรกที่ชายแดนเหนือ ที่นั่นคือคุกมืดที่ไม่มีใครเคยได้กลับออกมา... จนกระทั่งคนของข้าไปถึง” หมิงเว่ยเงยหน้าสบตาบุรุษตรงหน้า “ท่านพี่... ท่านวางแผนเรื่องนี้มานานเท่าใดแล้วเพคะ?”&nbs

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 7 ตัวการ

    แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตำหนักมณีแดงดูจะหม่นแสงลงเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่แสนอึดอัดภายในห้อง บัดนี้หลี่เทียนฉียังคงไม่ยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขน ราวกับว่าหากเขาคลายวงแขนเพียงนิด หมิงเว่ยจะเลือนหายไปท่ามกลางเงามืดของวังหลวงที่จ้องจะกลืนกินนาง "ท่านพี่... หม่อมฉันหายใจมิออกเพคะ" หมิงเว่ยเอ่ยเสียงอู้อี้อยู่กับอกแกร่ง ทว่ารอยยิ้มจางๆ กลับแต้มที่มุมปาก นางรู้สึกได้ถึงความร้อนใจของบุรุษผู้นี้ที่มีต่อนางอย่างท่วมท้น เทียนฉีค่อยๆ คลายอ้อมกอดแต่ยังคงกุมมือเล็กไว้นิ่ง สายตาของเขาสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ในวังแห่งนี้ ทุกย่างก้าวคือกับดัก แผนการของคนที่อยู่เบื้องหลังนางกำนัลพวกนั้นซับซ้อนกว่าที่ข้าคิด ยาที่เจ้าเจอ... มันคือ 'พิษกร่อนวิญญาณ' หากดื่มเข้าไปเพียงนิดจะทำให้ดูเหมือนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ร่องรอยพิษจะสลายไปในหนึ่งชั่วยาม หมอหลวงทั่วไปย่อมตรวจไม่พบ" หมิงเว่ยขมวดคิ้วมุ่น "อำมหิตนัก... หากวันนี้หม่อมฉันสิ้นใจ ฮองเฮาย่อมตกเป็นจำเลยของแผ่นดินอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง และตัวท่านพี่เองก็คงจะมองมารดาแท้ๆ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปตลอดกาล" "นั

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 6 การต้อนรับที่แสนวิเศษ

    หลังจากออกจากตำหนักคุนหนิง หมิงเว่ยถูกนำตัวไปพักที่ตำหนักมณีแดงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานหลวง แม้จะเป็นตำหนักขนาดเล็กทว่าการตกแต่งกลับงดงามและพรั่งพร้อมด้วยเครื่องเรือนล้ำค่า ที่นั่นมีนางกำนัลสองคนนามว่า 'ผิงเอ๋อร์' และ 'ฉุ่ยเอ๋อร์' ยืนรอปรนนิบัติอยู่ แววตาของพวกนางดูหลุกหลิกมิมั่นคงนัก "ท่านหญิงเพคะ นี่คือ 'ยาบำรุง' ที่ฮองเฮาทรงประทานมาให้เพคะ" ผิงเอ๋อร์เอ่ยพลางยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่มีน้ำยาควันกรุ่นส่งกลิ่นหอมหวานแปลกๆ ให้ "ทรงกำชับว่าให้ท่านหญิงดื่มทันทีที่ถึงที่พัก เพื่อปรับสมดุลร่างกายจากการเดินทางและคลายความเหนื่อยล้าเพคะ" หมิงเว่ยรับถ้วยยามาถือไว้ ความร้อนจากถ้วยส่งผ่านสู่ฝ่ามือ ทว่าหัวใจของนางกลับเย็นเยียบ กลิ่นยาบำรุงนี้หอมจนผิดสังเกต ราวกับต้องการปกปิดกลิ่นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน นางลอบชำเลืองมองไปยังขื่อหลังคาเบื้องบน ที่ซึ่งนางรู้ดีว่าเฉินอี้องครักษ์เงาที่เทียนฉีส่งมาแฝงตัวอยู่ เฉินอี้ขยับกายเล็กน้อยจนเกิดเงาวูบไหวซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่นัดแนะกันไว้ ยาพิษ... หมิงเว่ยแสร้งทำเป็นยกถ้วยยาขึ้นจดริมฝีป

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 5 พบกันคราแรก

    สองชั่วยามต่อมา รถม้าประดับตราสัญลักษณ์วังหลวงก็เคลื่อนออกจากจวนสกุลไป๋ ท่ามกลางสายตาละห้อยของเสนาบดีไป๋และความเคียดแค้นของหลันฮูหยิน ภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมนุ่มละมุน หมิงเว่ยลอบถอนหายใจยาว นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาร่างหนึ่งควบม้าตามมาห่างๆ ชุดรัดกุมสีดำขององครักษ์เงาเฉินอี้ทำให้นางมั่นใจว่าเทียนฉีไม่ได้ทอดทิ้งนาง ทันใดนั้น รถม้าก็หยุดกะทันหันกลางทางที่เงียบสงัด ประตูรถม้าถูกเปิดออกโดยพลการ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองก้าวเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามโดยมิทันตั้งตัว “ท่านพี่!” หมิงเว่ยอุทานด้วยความตกใจ “พระองค์ทรงมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ? นี่เป็นรถม้าของวังหลวง...” หลี่เทียนฉีมิได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่คว้าข้อมือเล็กของนางขึ้นมาดูรอยแผลแดงจางๆ ที่เกิดจากการที่นางจิกเล็บตัวเองเพื่อข่มอารมณ์ “เจ้าเจ็บหรือไม่?” “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... แผนการของพระองค์ได้ผลดียิ่งนัก ตอนนี้จวนเสนาบดีคงวุ่นวายยิ่งกว่าถูกปล้น” “นั่นมิใช่แผนการของข้าทั้งหมด” เทียนฉีสบตานางด้วยแววตาจริงจัง “การแต่งตั้งเจ้าเป็นเซี่ยนจู่ คือความตั้งใจข

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 4 กาเอาคืน2

    รุ่งเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากเรือนของคุณหนูใหญ่ เสนาบดีไป๋และหลันฮูหยินรีบวิ่งตรงไปยังห้องนอนของบุตรสาวตามแผนที่วางไว้เพื่อให้บิดามาเห็นภาพบาดตา "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีใครก็ไม่รู้แอบเข้าไปในห้องนอนของคุณหนู!" เสียงสาวใช้ร้องตะโกนก้อง หลันฮูหยินแสร้งทำเป็นตกใจ "ตายแล้ว! ใครกันที่บังอาจทำเรื่องไร้ยางอาย! ท่านพี่ รีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ ข้าเกรงว่าจะเป็น..." นางยังพูดไม่จบ เสนาบดีไป๋ก็ถีบประตูห้องนอนเข้าไปด้วยโทสะ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้คนทั้งจวนต้องชะงักค้าง มิใช่หมิงเว่ยที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ดูไม่ได้กับชายชู้... แต่กลับเป็น ไป๋หรูอิง บุตรสาวคนโปรดที่กำลังนอนหลับใหลอยู่เคียงข้างชายรับใช้ชั้นต่ำในจวนที่ถูกมอมยาจนไม่ได้สติทั้งคู่! "หรูอิง!" เสนาบดีไป๋คำรามลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นจนถึงขีดสุด หลันฮูหยินถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น "ไม่... ไม่จริง! นี่มันเรื่องอะไรกัน!" ท่ามกลางความวุ่นวาย หมิงเว่ยเดินเข้ามาในชุดสีขาวสะอาดตา แววตาแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกทว่าแฝงไปด

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status