Partager

บทที่ 4 กาเอาคืน2

last update Date de publication: 2026-03-04 01:08:21

รุ่งเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากเรือนของคุณหนูใหญ่ เสนาบดีไป๋และหลันฮูหยินรีบวิ่งตรงไปยังห้องนอนของบุตรสาวตามแผนที่วางไว้เพื่อให้บิดามาเห็นภาพบาดตา

          "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีใครก็ไม่รู้แอบเข้าไปในห้องนอนของคุณหนู!" เสียงสาวใช้ร้องตะโกนก้อง

          หลันฮูหยินแสร้งทำเป็นตกใจ "ตายแล้ว! ใครกันที่บังอาจทำเรื่องไร้ยางอาย! ท่านพี่ รีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ ข้าเกรงว่าจะเป็น..."

          นางยังพูดไม่จบ เสนาบดีไป๋ก็ถีบประตูห้องนอนเข้าไปด้วยโทสะ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้คนทั้งจวนต้องชะงักค้าง

          มิใช่หมิงเว่ยที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ดูไม่ได้กับ

ชายชู้... แต่กลับเป็น ไป๋หรูอิง บุตรสาวคนโปรดที่กำลังนอนหลับใหลอยู่เคียงข้างชายรับใช้ชั้นต่ำในจวนที่ถูกมอมยาจนไม่ได้สติทั้งคู่!

          "หรูอิง!" เสนาบดีไป๋คำรามลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นจนถึงขีดสุด

          หลันฮูหยินถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น "ไม่... ไม่จริง! นี่มันเรื่องอะไรกัน!"

          ท่ามกลางความวุ่นวาย หมิงเว่ยเดินเข้ามาในชุดสีขาวสะอาดตา แววตาแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกทว่าแฝงไปด้วยความสะใจอย่างล้ำลึก

          "ท่านพ่อ... เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ? เหตุใดพี่ใหญ่ถึง..."

          "หุบปาก!" เสนาบดีไป๋ตวาดใส่ทุกคนในห้อง ขณะที่

ไป๋หรูอิงเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็พบกับสายตาผิดหวังของบิดาและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเหล่าบ่าวไพร่และผู้เป็นน้องสาวต่างแม่

          หมากกระดานแรก หมิงเว่ยชนะอย่างหมดจด และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเอาคืนเท่านั้น!

***

          ท่ามกลางแสงอรุณที่เพิ่งจะสาดจับขอบฟ้า บรรยากาศภายในเรือนของไป๋หรูอิงกลับร้อนระอุยิ่งกว่าถูกเพลิงแผดเผา เสียงกรีดร้องของไป๋หรูอิงดังก้องไปทั่วจวนเมื่อนางลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าข้างกายมิใช่หมอนหนุนที่คุ้นเคย ทว่ากลับเป็นชายรับใช้ชั้นต่ำในจวนที่มีกลิ่นสาบเหงื่อและชุดซอมซ่อ เขานอนหลับใหลไร้สติอยู่เคียงข้างนางบนเตียงนอนอันสูงศักดิ์

          “กรี๊ดดดด! ไม่นะ! ออกไป! เจ้าคนชั้นต่ำ ออกไปให้พ้นจากตัวข้า!”

          หรูอิงถีบร่างนั้นลงจากเตียงอย่างบ้าคลั่ง นางรีบคว้า

ผ้าห่มมาปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่า ใบหน้าของนางขาวซีดราวกับกระดาษยามที่สายตาปะทะเข้ากับร่างของเสนาบดีไป๋ที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธอยู่กลางห้อง และหลันฮูหยินที่บัดนี้ทรุดลงไปกองกับพื้นราวกับคนไร้วิญญาณ

          “ท่านพ่อ... มันมิใช่ความจริงนะเจ้าคะ! ลูกถูกใส่ร้าย! ฮือ... มีคนแอบเข้ามาในห้องของลูก!”

          หรูอิงพยายามคลานเข้าไปเกาะชายเสื้อบิดา ทว่าเสนาบดีไป๋กลับสะบัดออกอย่างแรงจนนางล้มคว่ำ

          “เจ้าทำเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไร! ในวันที่มีแขกผู้สูงศักดิ์มาเยือนจวนเราเพียงวันเดียว เจ้ากลับทำลายชื่อเสียงสกุลไป๋จนย่อยยับ!”

          เสนาบดีไป๋ตวาดลั่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “เจ้าเห็นหรือไม่ว่าบ่าวไพร่ทั้งจวนมายืนดูกันจนเต็มลานบ้านแล้ว!”

          หมิงเว่ยเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่มั่นคง แววตาของนางฉายแววห่วงใยที่เสแสร้งได้อย่างแนบเนียน ก่อนเข้าไปพยุง

หลันฮูหยินที่ยังช็อกอยู่ขึ้นมา “ฮูหยินเอก... ทำใจดีๆ ไว้เจ้าค่ะ พี่ใหญ่คงมิทันระวังตัว หรือไม่... น้ำแกงรังนกที่ฮูหยินส่งมาให้ข้าเมื่อคืน อาจจะถูกสลับสับเปลี่ยนไปที่ห้องพี่ใหญ่โดยมิตั้งใจก็ได้นะเจ้าคะ”

          คำพูดของหมิงเว่ยเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ หลันฮูหยินหันขวับมามองนางด้วยสายตาอาฆาต นางรู้ดีว่าแผนการของนางถูกซ้อนแผนโดยฝีมือนังลูกเลี้ยงคนนี้แน่ๆ แต่ความจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ามันรุนแรงเกินกว่าที่นางจะเอ่ยอ้างสิ่งใดได้

          “น้ำแกงรังนกงั้นหรือ?” เสนาบดีไป๋หันไปมองภรรยาเอกด้วยสายตาระแวง “เจ้าส่งน้ำแกงรังนกให้หมิงเว่ยทำไมในยามดึก?”

          “ข้า... ข้าเพียงแต่เมตตานาง เห็นว่านางต้องเตรียมตัวเข้าวัง...” หลันฮูหยินละล่ำละลัก ทว่าคำพูดนั้นกลับฟังดู

ไร้น้ำหนักยิ่งนัก

          ขณะที่ความวุ่นวายยังไม่ทันคลี่คลาย เสียงย่ำเท้าที่สม่ำเสมอของเหล่าทหารองครักษ์จากวังหลวงก็ดังก้องขึ้นที่หน้าจวน พร้อมกับเสียงตะโกนประกาศที่ทำให้ทุกคนต้องชะงัก

          “ราชโองการ! เสนาบดีไป๋รับราชโองการ!”

          เสนาบดีไป๋หน้าถอดสี เขาไม่มีเวลาจัดการลูกสาวที่แพศยา ต้องรีบก้มหน้าก้มตาพาทุกคนไปคุกเข่ารอรับราชโองการที่ลานจวนกลาง แผ่นหลังของเขาสั่นเทาด้วยความกลัวว่าเรื่องอื้อฉาวเมื่อครู่จะล่วงรู้ไปถึงพระกรรณของฮ่องเต้

          ขันทีผู้ถือราชโองการก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาคลี่ม้วนผ้าสีทองออกก่อนจะอ่านเสียงดังฟังชัด

          “ด้วยคุณหนูรองสกุลไป๋ ไป๋หมิงเว่ย เป็นผู้มีความกตัญญูและเพียบพร้อมด้วยจริยวัตรอันงดงาม อีกทั้งรัชทายาททรงเล็งเห็นถึงความเหมาะสม จึงมีพระบัญชาแต่งตั้งคุณหนูรอง

ไป๋หมิงเว่ย เป็น ‘เซี่ยนจู่’ (ท่านหญิง) มีบรรดาศักดิ์เทียบเท่าพระธิดาเชื้อพระวงศ์ และให้อยู่ในความดูแลของวังหลังตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!”

          สิ้นคำประกาศ... ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วจวน ทว่าในใจของแต่ละคนกลับกู่ร้องด้วยอารมณ์ที่ต่างกัน

          หลันฮูหยินแทบสิ้นสติลงตรงนั้น ‘เซี่ยนจู่’ งั้นหรือ? ตำแหน่งที่นางพยายามประจบประแจงทุกวิถีทางเพื่อให้หรูอิงได้รับ กลับตกเป็นของหมิงเว่ยในชั่วข้ามคืน แถมยังมีสถานะคุ้มครองจากวังหลวงมิต่างจากเกราะเหล็ก

          “กระหม่อม... รับราชโองการ ขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณพะยะค่ะ”

          เสนาบดีไป๋โขกศีรษะลงกับพื้น แม้ในใจจะงุนงง ทว่าลึกๆ เขากลับรู้สึกถึงทางรอด หากหมิงเว่ยได้เป็นท่านหญิง ชื่อเสียงที่หรูอิงทำเสียไปอาจจะพอเจือจางลงได้บ้าง

          ขันทีเดินเข้ามาหาหมิงเว่ยที่ยังคุกเข่าอยู่อย่างสงบ

          “ท่านหญิงเซี่ยนจู่... องค์รัชทายาททรงกำชับว่า ภายในสองชั่วพามนี้ ให้ท่านเตรียมตัวเข้าวังหลวงทันที พระองค์ทรงเกรงว่า ‘บรรยากาศ’ ในจวนเสนาบดีอาจจะไม่เหมาะกับการพักผ่อนของท่านนัก”

          หมิงเว่ยเงยหน้าขึ้น สบตากับขันทีผู้นั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ “ขอบคุณท่านกงกง ข้าจะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเจ้าคะ”

          นางลุกขึ้นยืนช้าๆ อย่างสง่างาม สายตาเบนไปมองไป๋หรูอิงที่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างมารดา หมิงเว่ยเดินเข้าไปใกล้พี่สาวต่างมารดา ก้มลงกระซิบที่ข้างหูในระยะที่ได้ยินกันเพียงสองคน

          “พี่ใหญ่... รสชาติของความอัปยศที่ต้องแบกรับไว้คนเดียว ช่างถูกปากท่านมั้ยเจ้าคะ? นี่คือเศษเสี้ยวความเจ็บปวดที่ท่านแม่ของข้าเคยได้รับ และข้าสัญญา... ว่ามันยังไม่จบเพียงเท่านี้”

          หรูอิงสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความหวาดกลัว ยามนี้สตรีตรงหน้ามิใช่น้องรองผู้หัวอ่อนคนเดิมอีกต่อไป ทว่ากลับกลายเป็นปีศาจที่นางมิอาจต่อกรได้อีกแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 9 จุดจบฮูหยินเอก

    กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่แสนอึดอัดของคุกหลวง สถานที่แห่งนี้คือจุดสิ้นสุดของขุนนางผู้ฉ้อฉลและนักโทษอุกฉกรรจ์ แสงจากคบเพลิงที่วูบไหวตามทางเดินแคบๆ ทอดเงาอสุรกายพาดผ่านผนังหินที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและคราบเลือดเก่า 'หลันชิง' ในสภาพที่มิมองเห็นเค้าลางของฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป นางถูกล่ามโซ่ตรวนทั้งมือและเท้า ร่างกายที่เคยสวมใส่ผ้าไหมเลิศรสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและชุดนักโทษสีหม่นที่ขาดวิ่น ใบหน้าที่เคยงดงามและหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือด แววตาที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงดังก้องมาจากทางเดิน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้ากรงขังของนาง หลันชิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนให้เห็นร่างของสตรีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูตัดกับบรรยากาศโสโครกเบื้องหลัง "ไป๋... หมิงเว่ย..." หลันชิงเค้นเสีย

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 8 ความลับถูกเปิดเผย

    บรรยากาศภายในตำหนักมณีแดงเย็นเยียบลงถนัดตาหลังจากคำบอกเล่าของหลี่เทียนฉี หมิงเว่ยยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความหวังที่จะล้างมลทินให้ท่านแม่และความแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา “หมอประจำตระกูล... หมอหรูงั้นหรือเพคะ?” หมิงเว่ยเอ่ยเสียงสั่น “ข้าจำได้ว่าเขาหายสาบสูญไปในคืนเดียวกับที่ท่านแม่ถูกขับไล่ ข้านึกว่าเขาถูกลอบสังหารไปพร้อมกับความลับนั้นแล้วเสียอีก” “หลันชิงอำมหิตนัก แต่นางยังขลาดกลัวต่อกฎแห่งกรรม” เทียนฉีก้าวเข้ามาประคองไหล่บาง “นางมิจ้างวานฆ่า แต่กลับติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ส่งเขาไปรับโทษในเหมืองนรกที่ชายแดนเหนือ ที่นั่นคือคุกมืดที่ไม่มีใครเคยได้กลับออกมา... จนกระทั่งคนของข้าไปถึง” หมิงเว่ยเงยหน้าสบตาบุรุษตรงหน้า “ท่านพี่... ท่านวางแผนเรื่องนี้มานานเท่าใดแล้วเพคะ?”&nbs

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 7 ตัวการ

    แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตำหนักมณีแดงดูจะหม่นแสงลงเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่แสนอึดอัดภายในห้อง บัดนี้หลี่เทียนฉียังคงไม่ยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขน ราวกับว่าหากเขาคลายวงแขนเพียงนิด หมิงเว่ยจะเลือนหายไปท่ามกลางเงามืดของวังหลวงที่จ้องจะกลืนกินนาง "ท่านพี่... หม่อมฉันหายใจมิออกเพคะ" หมิงเว่ยเอ่ยเสียงอู้อี้อยู่กับอกแกร่ง ทว่ารอยยิ้มจางๆ กลับแต้มที่มุมปาก นางรู้สึกได้ถึงความร้อนใจของบุรุษผู้นี้ที่มีต่อนางอย่างท่วมท้น เทียนฉีค่อยๆ คลายอ้อมกอดแต่ยังคงกุมมือเล็กไว้นิ่ง สายตาของเขาสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ในวังแห่งนี้ ทุกย่างก้าวคือกับดัก แผนการของคนที่อยู่เบื้องหลังนางกำนัลพวกนั้นซับซ้อนกว่าที่ข้าคิด ยาที่เจ้าเจอ... มันคือ 'พิษกร่อนวิญญาณ' หากดื่มเข้าไปเพียงนิดจะทำให้ดูเหมือนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ร่องรอยพิษจะสลายไปในหนึ่งชั่วยาม หมอหลวงทั่วไปย่อมตรวจไม่พบ" หมิงเว่ยขมวดคิ้วมุ่น "อำมหิตนัก... หากวันนี้หม่อมฉันสิ้นใจ ฮองเฮาย่อมตกเป็นจำเลยของแผ่นดินอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง และตัวท่านพี่เองก็คงจะมองมารดาแท้ๆ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปตลอดกาล" "นั

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 6 การต้อนรับที่แสนวิเศษ

    หลังจากออกจากตำหนักคุนหนิง หมิงเว่ยถูกนำตัวไปพักที่ตำหนักมณีแดงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานหลวง แม้จะเป็นตำหนักขนาดเล็กทว่าการตกแต่งกลับงดงามและพรั่งพร้อมด้วยเครื่องเรือนล้ำค่า ที่นั่นมีนางกำนัลสองคนนามว่า 'ผิงเอ๋อร์' และ 'ฉุ่ยเอ๋อร์' ยืนรอปรนนิบัติอยู่ แววตาของพวกนางดูหลุกหลิกมิมั่นคงนัก "ท่านหญิงเพคะ นี่คือ 'ยาบำรุง' ที่ฮองเฮาทรงประทานมาให้เพคะ" ผิงเอ๋อร์เอ่ยพลางยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่มีน้ำยาควันกรุ่นส่งกลิ่นหอมหวานแปลกๆ ให้ "ทรงกำชับว่าให้ท่านหญิงดื่มทันทีที่ถึงที่พัก เพื่อปรับสมดุลร่างกายจากการเดินทางและคลายความเหนื่อยล้าเพคะ" หมิงเว่ยรับถ้วยยามาถือไว้ ความร้อนจากถ้วยส่งผ่านสู่ฝ่ามือ ทว่าหัวใจของนางกลับเย็นเยียบ กลิ่นยาบำรุงนี้หอมจนผิดสังเกต ราวกับต้องการปกปิดกลิ่นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน นางลอบชำเลืองมองไปยังขื่อหลังคาเบื้องบน ที่ซึ่งนางรู้ดีว่าเฉินอี้องครักษ์เงาที่เทียนฉีส่งมาแฝงตัวอยู่ เฉินอี้ขยับกายเล็กน้อยจนเกิดเงาวูบไหวซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่นัดแนะกันไว้ ยาพิษ... หมิงเว่ยแสร้งทำเป็นยกถ้วยยาขึ้นจดริมฝีป

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 5 พบกันคราแรก

    สองชั่วยามต่อมา รถม้าประดับตราสัญลักษณ์วังหลวงก็เคลื่อนออกจากจวนสกุลไป๋ ท่ามกลางสายตาละห้อยของเสนาบดีไป๋และความเคียดแค้นของหลันฮูหยิน ภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมนุ่มละมุน หมิงเว่ยลอบถอนหายใจยาว นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาร่างหนึ่งควบม้าตามมาห่างๆ ชุดรัดกุมสีดำขององครักษ์เงาเฉินอี้ทำให้นางมั่นใจว่าเทียนฉีไม่ได้ทอดทิ้งนาง ทันใดนั้น รถม้าก็หยุดกะทันหันกลางทางที่เงียบสงัด ประตูรถม้าถูกเปิดออกโดยพลการ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองก้าวเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามโดยมิทันตั้งตัว “ท่านพี่!” หมิงเว่ยอุทานด้วยความตกใจ “พระองค์ทรงมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ? นี่เป็นรถม้าของวังหลวง...” หลี่เทียนฉีมิได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่คว้าข้อมือเล็กของนางขึ้นมาดูรอยแผลแดงจางๆ ที่เกิดจากการที่นางจิกเล็บตัวเองเพื่อข่มอารมณ์ “เจ้าเจ็บหรือไม่?” “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... แผนการของพระองค์ได้ผลดียิ่งนัก ตอนนี้จวนเสนาบดีคงวุ่นวายยิ่งกว่าถูกปล้น” “นั่นมิใช่แผนการของข้าทั้งหมด” เทียนฉีสบตานางด้วยแววตาจริงจัง “การแต่งตั้งเจ้าเป็นเซี่ยนจู่ คือความตั้งใจข

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 4 กาเอาคืน2

    รุ่งเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากเรือนของคุณหนูใหญ่ เสนาบดีไป๋และหลันฮูหยินรีบวิ่งตรงไปยังห้องนอนของบุตรสาวตามแผนที่วางไว้เพื่อให้บิดามาเห็นภาพบาดตา "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีใครก็ไม่รู้แอบเข้าไปในห้องนอนของคุณหนู!" เสียงสาวใช้ร้องตะโกนก้อง หลันฮูหยินแสร้งทำเป็นตกใจ "ตายแล้ว! ใครกันที่บังอาจทำเรื่องไร้ยางอาย! ท่านพี่ รีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ ข้าเกรงว่าจะเป็น..." นางยังพูดไม่จบ เสนาบดีไป๋ก็ถีบประตูห้องนอนเข้าไปด้วยโทสะ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้คนทั้งจวนต้องชะงักค้าง มิใช่หมิงเว่ยที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ดูไม่ได้กับชายชู้... แต่กลับเป็น ไป๋หรูอิง บุตรสาวคนโปรดที่กำลังนอนหลับใหลอยู่เคียงข้างชายรับใช้ชั้นต่ำในจวนที่ถูกมอมยาจนไม่ได้สติทั้งคู่! "หรูอิง!" เสนาบดีไป๋คำรามลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นจนถึงขีดสุด หลันฮูหยินถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น "ไม่... ไม่จริง! นี่มันเรื่องอะไรกัน!" ท่ามกลางความวุ่นวาย หมิงเว่ยเดินเข้ามาในชุดสีขาวสะอาดตา แววตาแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกทว่าแฝงไปด

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 3 การเอาคืน31

    ในขณะเดียวกัน ณ เรือนใหญ่ของหลันฮูหยิน เสียงแจกันแตกละเอียดดังก้องไปทั่วห้อง "ข้าไม่ยอม! ท่านแม่ ข้าไม่ยอมให้นังลูกชู้คนนั้นได้หน้าไปกว่าข้า!" ไป๋หรูอิงกรีดร้องอย่างเสียสติ หลันฮูหยินนั่งนิ่ง ดวงตาฉายแววอำมหิต "ใจเย็นๆ หรูอิง ในเมื่อมันอยากจะไปวังหลวงนัก ข้าก็จะให้มันไป แต่ข้าจะ

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 2 ความอัปยศในอดีต

    ภายในห้องโถงใหญ่ของจวนสกุลไป๋ บรรยากาศเงียบงันจนน่าอึดอัด หลังจากรัชทายาทเสด็จกลับไป ทิ้งไว้เพียงระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุขึ้นในใจของคนทุกคน เสนาบดีไป๋นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและกรุ่นโกรธ ขณะที่หลันฮูหยินและไป๋หรูอิงต่างยืนกำผ้าเช็ดหน้าแน่น ดวงตา

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 1 การหวนคืน

    ปัจจุบัน... แสงอาทิตย์ยามเซินทอแสงสีทองอาบไล้ทั่วอุทยานหลังจวนสกุลไป๋ ดอกท้อสีชมพูสะพรั่งดูงดงามราวกับภาพวาด ทว่าสำหรับหมิงเว่ย มันคือความงามที่ฉาบไว้บนซากศพของความอยุติธรรม “คุณหนูรองเจ้าขา! ลงมาเถิดเจ้าค่ะ หากใครมาพบเห็นเข้าจะกลายเป็นที่ติฉินนินทาเอาได้นะเจ้าคะ!” เสียงของ‘เสี

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทนำ

    ท่ามกลางเหมันตฤดูที่หนาวเหน็บจนถึงกระดูก กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยถูกกลบด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ไป๋หมิงเว่ย ในวัยเพียงสิบสองหนาว ร่างกายสั่นสะท้านหลบซ่อนตัวอยู่ในตู้ไม้เก่าๆ ในเรือนร้างท้ายจวน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างผ่านช่องไม้ จ้องมองภาพเบื้องหน้าที่กรีดลึกอยู่ในความทรงจำมิรู้ลืม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status