แชร์

บทที่ 6 การต้อนรับที่แสนวิเศษ

ผู้เขียน: จิน 金钱
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-05 23:18:50

          หลังจากออกจากตำหนักคุนหนิง หมิงเว่ยถูกนำตัวไปพักที่ตำหนักมณีแดงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานหลวง แม้จะเป็นตำหนักขนาดเล็กทว่าการตกแต่งกลับงดงามและพรั่งพร้อมด้วยเครื่องเรือนล้ำค่า ที่นั่นมีนางกำนัลสองคนนามว่า 'ผิงเอ๋อร์' และ 'ฉุ่ยเอ๋อร์' ยืนรอปรนนิบัติอยู่ แววตาของพวกนางดูหลุกหลิกมิมั่นคงนัก

          "ท่านหญิงเพคะ นี่คือ 'ยาบำรุง' ที่ฮองเฮาทรงประทานมาให้เพคะ" ผิงเอ๋อร์เอ่ยพลางยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่มีน้ำยาควันกรุ่นส่งกลิ่นหอมหวานแปลกๆ ให้ "ทรงกำชับว่าให้ท่านหญิงดื่มทันทีที่ถึงที่พัก เพื่อปรับสมดุลร่างกายจากการเดินทางและคลายความเหนื่อยล้าเพคะ"

          หมิงเว่ยรับถ้วยยามาถือไว้ ความร้อนจากถ้วยส่งผ่านสู่ฝ่ามือ ทว่าหัวใจของนางกลับเย็นเยียบ กลิ่นยาบำรุงนี้หอมจนผิดสังเกต ราวกับต้องการปกปิดกลิ่นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน

          นางลอบชำเลืองมองไปยังขื่อหลังคาเบื้องบน ที่ซึ่งนางรู้ดีว่าเฉินอี้องครักษ์เงาที่เทียนฉีส่งมาแฝงตัวอยู่ เฉินอี้ขยับกายเล็กน้อยจนเกิดเงาวูบไหวซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่นัดแนะกันไว้

          ยาพิษ...

          หมิงเว่ยแสร้งทำเป็นยกถ้วยยาขึ้นจดริมฝีปาก ทว่าในจังหวะที่นางกำนัลทั้งสองกำลังลอบยิ้มด้วยความกระหยิ่ม

หมิงเว่ยกลับทำเป็นเซเล็กน้อยพลางอุทานออกมา

          "ว้าย!"

          เพล้ง!

          ถ้วยยาหลุดมือร่วงลงสู่พื้นพรมขนสัตว์สีขาวพิสุทธิ์ น้ำยาสีอำพันสาดกระจายไปทั่ว ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องตกตะลึงก็เกิดขึ้น พรมขนสัตว์ที่ถูกน้ำยาราดรดพลันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองไหม้และมีควันพิษลอยจางๆ พร้อมกลิ่นฉุนกึกที่รุนแรงจนแสบจมูก

          "ตายจริง... หม่อมฉันซุ่มซ่ามนัก ดูสิ ยาพระราชทานเสียหมดแล้ว" หมิงเว่ยแสร้งทำสีหน้าตกใจจนหน้าถอดสี ทว่าแววตาที่จ้องมองนางกำนัลทั้งสองกลับนิ่งลึกดุจก้นบึ้งมหาสมุทร

          นางกำนัลทั้งสองคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด พวกนางตัวสั่นงันงกมิต่างจากลูกนกในพายุ "ข้าน้อย... ข้าน้อยผิดไปแล้วเพคะ! ท่านหญิงโปรดประทานอภัย!"

          "พวกเจ้าจะขออภัยข้าด้วยเรื่องอันใดกัน?" หมิงเว่ยเอ่ยเสียงเรียบ "ในเมื่อยาพิษนี้... เอ้อ ยาบำรุงนี้ ฮองเฮาเป็นผู้ประทานมาให้มิใช่หรือ? หรือว่าพวกเจ้ามี 'ส่วนเกี่ยวข้อง' ในการปรุงน้ำแกงถ้วยนี้?"

          คำถามของหมิงเว่ยเปรียบเสมือนดาบที่พาดคอหอย พวกนางมิกล้าปริปากบอกว่าใครอยู่เบื้องหลัง เพราะหากบอกความจริงก็ตาย หากเงียบไว้ก็มิต่างจากรอความตาย

          "เอาเถิด... ข้าเหนื่อยนัก พวกเจ้าออกไปเสีย"

          หมิงเว่ยโบกมืออย่างเย็นชา "ส่วนเรื่องพรมที่ไหม้นี้... ข้าจะบอกคนของวังหลวงว่าข้าทำน้ำมันตะเกียงหกใส่ก็แล้วกัน"

          เมื่อลับหลังนางกำนัลทั้งสอง หมิงเว่ยก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก มือบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกลึกเข้าไปในฝ่ามือ นางตระหนักดีว่าฮองเฮามิใช่สตรีโง่เขลาที่จะลงมือโฉ่งฉ่างเพียงนี้ตั้งแต่วันแรกที่นางเหยียบย่างเข้าวัง แผนการนี้แม้จะดูตื้นเขินทว่ากลับแฝงความอำมหิตไว้หลายชั้น

          หากนางด่วนดื่มเข้าไป คงมิพ้นต้องสิ้นใจอย่างทุกข์ทรมาน และเมื่อนั้นความผิดทั้งหมดจะถูกป้ายสีไปยังฮองเฮา เพื่อสร้างรอยร้าวที่มิอาจประสานระหว่างรัชทายาทและมารดาของตนเอง

          "ท่านหญิง... ให้ข้าน้อยจัดการพวกนางหรือไม่?" เสียงของเฉินอี้ดังขึ้นเบาๆ จากเงามืดข้างฝา

          "ยังก่อนเฉินอี้... เก็บเหยื่อไว้ดูเล่นบ้างจะเป็นไรไป"

          หมิงเว่ยเผยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศในห้องหนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิม "ข้าอยากรู้ว่า ใครกันที่กล้าใช้ชื่อฮองเฮามาสังหารข้าในถิ่นของนางเอง และข้าจะใช้เหตุการณ์นี้ เป็นการต้อนรับของข้าให้ประทับใจเสียหน่อย"

***

          กลางดึกคืนนั้น ขณะที่หมิงเว่ยกำลังเอนกายพักผ่อนบนเตียงกว้าง ทว่าประสาทสัมผัสของนางยังคงตื่นตัว ทันใดนั้นหน้าต่างห้องนอนก็ถูกเปิดออกอย่างเงียบกริบ ร่างสูงสง่าในชุดรัดกุมสีดำก้าวเข้ามาหาหน้าเตียงของนาง

          "เทียนฉี..." หมิงเว่ยลุกขึ้นนั่งทันที

          "เว่ยเอ๋อร์"

          หลี่เทียนฉีเข้ามากุมมือนางไว้แน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เต็มไปด้วยความห่วงใยจนแทบจะปิดมิด "เฉินอี้รายงานข้าแล้ว... เจ้าเกือบต้องพิษ ข้าขอโทษที่ข้าดูแลเจ้ามิดีพอในเขตวังชั้นใน"

          "มิใช่ความผิดของท่านพี่เพคะ" หมิงเว่ยลูบหลังมือแกร่งอย่างปลอบโยน "ศัตรูอยู่ในที่มืด เราอยู่ในที่แจ้ง แผนการวางยาครั้งนี้ดูเหมือนต้องการยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัว ทั้งกำจัดหม่อมฉันและเสี้ยมให้ท่านพี่ขัดแย้งกับฮองเฮา"

          "ข้าจะลากคอคนที่อยู่เบื้องหลังออกมา ไม่ว่ามันจะเป็นใคร!" เทียนฉีคำรามเบาๆ "ฮองเฮามารดาข้า แม้จะเข้มงวดทว่านางไม่มีทางโง่เขลาทำเรื่องเช่นนี้แน่ คนที่ทำต้องเป็นคนที่รู้จักนิสัยของนางเป็นอย่างดี"

          หมิงเว่ยสบตาเขา แววตาของนางนิ่งลึก "ท่านพี่เพคะ... หม่อมฉันขอจัดการเรื่องนี้เองได้หรือไม่? หม่อมฉันอยากรู้ว่า หลันฮูหยินมีคนหนุนหลังเป็นใครในวังแห่งนี้ และคนผู้นั้นเกี่ยวข้องกับการตายของท่านแม่หม่อมฉันอย่างไร"

          เทียนฉีนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "ได้... ข้าจะให้อิ้งคอยติดตามเจ้าอย่างใกล้ชิด และข้าจะกำชับให้หมอหลวงที่ไว้ใจได้ตรวจสอบอาหารทุกจานของเจ้า"

          เขารั้งร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง กลิ่นหอมสะอาดของพยัคฆ์ร้ายทำให้หมิงเว่ยรู้สึกปลอดภัย "จำไว้เว่ยเอ๋อร์... เจ้ามิได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป เจ้าคือหัวใจของข้า และพยัคฆ์ตัวนี้จะฉีกทึ้งทุกคนที่กล้าแตะต้องเจ้า"

          หมิงเว่ยซบหน้าลงกับอกแกร่ง ความอบอุ่นนี้ทำให้ใจที่เคยเย็นเยียบของนางเริ่มสั่นไหว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 9 จุดจบฮูหยินเอก

    กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่แสนอึดอัดของคุกหลวง สถานที่แห่งนี้คือจุดสิ้นสุดของขุนนางผู้ฉ้อฉลและนักโทษอุกฉกรรจ์ แสงจากคบเพลิงที่วูบไหวตามทางเดินแคบๆ ทอดเงาอสุรกายพาดผ่านผนังหินที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและคราบเลือดเก่า 'หลันชิง' ในสภาพที่มิมองเห็นเค้าลางของฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป นางถูกล่ามโซ่ตรวนทั้งมือและเท้า ร่างกายที่เคยสวมใส่ผ้าไหมเลิศรสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและชุดนักโทษสีหม่นที่ขาดวิ่น ใบหน้าที่เคยงดงามและหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือด แววตาที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงดังก้องมาจากทางเดิน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้ากรงขังของนาง หลันชิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนให้เห็นร่างของสตรีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูตัดกับบรรยากาศโสโครกเบื้องหลัง "ไป๋... หมิงเว่ย..." หลันชิงเค้นเสีย

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 8 ความลับถูกเปิดเผย

    บรรยากาศภายในตำหนักมณีแดงเย็นเยียบลงถนัดตาหลังจากคำบอกเล่าของหลี่เทียนฉี หมิงเว่ยยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความหวังที่จะล้างมลทินให้ท่านแม่และความแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา “หมอประจำตระกูล... หมอหรูงั้นหรือเพคะ?” หมิงเว่ยเอ่ยเสียงสั่น “ข้าจำได้ว่าเขาหายสาบสูญไปในคืนเดียวกับที่ท่านแม่ถูกขับไล่ ข้านึกว่าเขาถูกลอบสังหารไปพร้อมกับความลับนั้นแล้วเสียอีก” “หลันชิงอำมหิตนัก แต่นางยังขลาดกลัวต่อกฎแห่งกรรม” เทียนฉีก้าวเข้ามาประคองไหล่บาง “นางมิจ้างวานฆ่า แต่กลับติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ส่งเขาไปรับโทษในเหมืองนรกที่ชายแดนเหนือ ที่นั่นคือคุกมืดที่ไม่มีใครเคยได้กลับออกมา... จนกระทั่งคนของข้าไปถึง” หมิงเว่ยเงยหน้าสบตาบุรุษตรงหน้า “ท่านพี่... ท่านวางแผนเรื่องนี้มานานเท่าใดแล้วเพคะ?”&nbs

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 7 ตัวการ

    แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตำหนักมณีแดงดูจะหม่นแสงลงเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่แสนอึดอัดภายในห้อง บัดนี้หลี่เทียนฉียังคงไม่ยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขน ราวกับว่าหากเขาคลายวงแขนเพียงนิด หมิงเว่ยจะเลือนหายไปท่ามกลางเงามืดของวังหลวงที่จ้องจะกลืนกินนาง "ท่านพี่... หม่อมฉันหายใจมิออกเพคะ" หมิงเว่ยเอ่ยเสียงอู้อี้อยู่กับอกแกร่ง ทว่ารอยยิ้มจางๆ กลับแต้มที่มุมปาก นางรู้สึกได้ถึงความร้อนใจของบุรุษผู้นี้ที่มีต่อนางอย่างท่วมท้น เทียนฉีค่อยๆ คลายอ้อมกอดแต่ยังคงกุมมือเล็กไว้นิ่ง สายตาของเขาสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ในวังแห่งนี้ ทุกย่างก้าวคือกับดัก แผนการของคนที่อยู่เบื้องหลังนางกำนัลพวกนั้นซับซ้อนกว่าที่ข้าคิด ยาที่เจ้าเจอ... มันคือ 'พิษกร่อนวิญญาณ' หากดื่มเข้าไปเพียงนิดจะทำให้ดูเหมือนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ร่องรอยพิษจะสลายไปในหนึ่งชั่วยาม หมอหลวงทั่วไปย่อมตรวจไม่พบ" หมิงเว่ยขมวดคิ้วมุ่น "อำมหิตนัก... หากวันนี้หม่อมฉันสิ้นใจ ฮองเฮาย่อมตกเป็นจำเลยของแผ่นดินอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง และตัวท่านพี่เองก็คงจะมองมารดาแท้ๆ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปตลอดกาล" "นั

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 6 การต้อนรับที่แสนวิเศษ

    หลังจากออกจากตำหนักคุนหนิง หมิงเว่ยถูกนำตัวไปพักที่ตำหนักมณีแดงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานหลวง แม้จะเป็นตำหนักขนาดเล็กทว่าการตกแต่งกลับงดงามและพรั่งพร้อมด้วยเครื่องเรือนล้ำค่า ที่นั่นมีนางกำนัลสองคนนามว่า 'ผิงเอ๋อร์' และ 'ฉุ่ยเอ๋อร์' ยืนรอปรนนิบัติอยู่ แววตาของพวกนางดูหลุกหลิกมิมั่นคงนัก "ท่านหญิงเพคะ นี่คือ 'ยาบำรุง' ที่ฮองเฮาทรงประทานมาให้เพคะ" ผิงเอ๋อร์เอ่ยพลางยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่มีน้ำยาควันกรุ่นส่งกลิ่นหอมหวานแปลกๆ ให้ "ทรงกำชับว่าให้ท่านหญิงดื่มทันทีที่ถึงที่พัก เพื่อปรับสมดุลร่างกายจากการเดินทางและคลายความเหนื่อยล้าเพคะ" หมิงเว่ยรับถ้วยยามาถือไว้ ความร้อนจากถ้วยส่งผ่านสู่ฝ่ามือ ทว่าหัวใจของนางกลับเย็นเยียบ กลิ่นยาบำรุงนี้หอมจนผิดสังเกต ราวกับต้องการปกปิดกลิ่นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน นางลอบชำเลืองมองไปยังขื่อหลังคาเบื้องบน ที่ซึ่งนางรู้ดีว่าเฉินอี้องครักษ์เงาที่เทียนฉีส่งมาแฝงตัวอยู่ เฉินอี้ขยับกายเล็กน้อยจนเกิดเงาวูบไหวซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่นัดแนะกันไว้ ยาพิษ... หมิงเว่ยแสร้งทำเป็นยกถ้วยยาขึ้นจดริมฝีป

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 5 พบกันคราแรก

    สองชั่วยามต่อมา รถม้าประดับตราสัญลักษณ์วังหลวงก็เคลื่อนออกจากจวนสกุลไป๋ ท่ามกลางสายตาละห้อยของเสนาบดีไป๋และความเคียดแค้นของหลันฮูหยิน ภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมนุ่มละมุน หมิงเว่ยลอบถอนหายใจยาว นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาร่างหนึ่งควบม้าตามมาห่างๆ ชุดรัดกุมสีดำขององครักษ์เงาเฉินอี้ทำให้นางมั่นใจว่าเทียนฉีไม่ได้ทอดทิ้งนาง ทันใดนั้น รถม้าก็หยุดกะทันหันกลางทางที่เงียบสงัด ประตูรถม้าถูกเปิดออกโดยพลการ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองก้าวเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามโดยมิทันตั้งตัว “ท่านพี่!” หมิงเว่ยอุทานด้วยความตกใจ “พระองค์ทรงมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ? นี่เป็นรถม้าของวังหลวง...” หลี่เทียนฉีมิได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่คว้าข้อมือเล็กของนางขึ้นมาดูรอยแผลแดงจางๆ ที่เกิดจากการที่นางจิกเล็บตัวเองเพื่อข่มอารมณ์ “เจ้าเจ็บหรือไม่?” “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... แผนการของพระองค์ได้ผลดียิ่งนัก ตอนนี้จวนเสนาบดีคงวุ่นวายยิ่งกว่าถูกปล้น” “นั่นมิใช่แผนการของข้าทั้งหมด” เทียนฉีสบตานางด้วยแววตาจริงจัง “การแต่งตั้งเจ้าเป็นเซี่ยนจู่ คือความตั้งใจข

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 4 กาเอาคืน2

    รุ่งเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากเรือนของคุณหนูใหญ่ เสนาบดีไป๋และหลันฮูหยินรีบวิ่งตรงไปยังห้องนอนของบุตรสาวตามแผนที่วางไว้เพื่อให้บิดามาเห็นภาพบาดตา "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีใครก็ไม่รู้แอบเข้าไปในห้องนอนของคุณหนู!" เสียงสาวใช้ร้องตะโกนก้อง หลันฮูหยินแสร้งทำเป็นตกใจ "ตายแล้ว! ใครกันที่บังอาจทำเรื่องไร้ยางอาย! ท่านพี่ รีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ ข้าเกรงว่าจะเป็น..." นางยังพูดไม่จบ เสนาบดีไป๋ก็ถีบประตูห้องนอนเข้าไปด้วยโทสะ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้คนทั้งจวนต้องชะงักค้าง มิใช่หมิงเว่ยที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ดูไม่ได้กับชายชู้... แต่กลับเป็น ไป๋หรูอิง บุตรสาวคนโปรดที่กำลังนอนหลับใหลอยู่เคียงข้างชายรับใช้ชั้นต่ำในจวนที่ถูกมอมยาจนไม่ได้สติทั้งคู่! "หรูอิง!" เสนาบดีไป๋คำรามลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นจนถึงขีดสุด หลันฮูหยินถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น "ไม่... ไม่จริง! นี่มันเรื่องอะไรกัน!" ท่ามกลางความวุ่นวาย หมิงเว่ยเดินเข้ามาในชุดสีขาวสะอาดตา แววตาแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกทว่าแฝงไปด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status