Partager

บทที่ 5 พบกันคราแรก

last update Date de publication: 2026-03-05 23:18:43

          สองชั่วยามต่อมา รถม้าประดับตราสัญลักษณ์วังหลวงก็เคลื่อนออกจากจวนสกุลไป๋ ท่ามกลางสายตาละห้อยของเสนาบดีไป๋และความเคียดแค้นของหลันฮูหยิน

          ภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมนุ่มละมุน หมิงเว่ยลอบถอนหายใจยาว นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาร่างหนึ่งควบม้าตามมาห่างๆ ชุดรัดกุมสีดำขององครักษ์เงาเฉินอี้ทำให้นางมั่นใจว่าเทียนฉีไม่ได้ทอดทิ้งนาง

          ทันใดนั้น รถม้าก็หยุดกะทันหันกลางทางที่เงียบสงัด ประตูรถม้าถูกเปิดออกโดยพลการ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองก้าวเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามโดยมิทันตั้งตัว

          “ท่านพี่!” หมิงเว่ยอุทานด้วยความตกใจ “พระองค์ทรงมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ? นี่เป็นรถม้าของวังหลวง...”

          หลี่เทียนฉีมิได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่คว้าข้อมือเล็กของนางขึ้นมาดูรอยแผลแดงจางๆ ที่เกิดจากการที่นางจิกเล็บตัวเองเพื่อข่มอารมณ์ “เจ้าเจ็บหรือไม่?”

          “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... แผนการของพระองค์ได้ผลดียิ่งนัก ตอนนี้จวนเสนาบดีคงวุ่นวายยิ่งกว่าถูกปล้น”

          “นั่นมิใช่แผนการของข้าทั้งหมด” เทียนฉีสบตานางด้วยแววตาจริงจัง “การแต่งตั้งเจ้าเป็นเซี่ยนจู่ คือความตั้งใจของข้า ข้าต้องการให้เจ้ามีอำนาจเหนือพวกนาง และต้องการดึงเจ้าออกมาจากขุมนรกนั่นเสีย”

          เขายื่นมือไปสัมผัสพวงแก้มของนางอย่างแผ่วเบา

          “นับจากนี้ไป... ในวังหลวงเจ้าคือหงส์ที่อยู่ภายใต้ปีกพยัคฆ์ของข้า ใครก็อย่าหวังว่าจะรังแกเจ้าได้อีก”

          หมิงเว่ยรู้สึกถึงหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาในดวงตา ตลอดห้าปีที่นางต้องแข็งแกร่งเพียงลำพัง บัดนี้มีคนคนหนึ่งที่บอกว่าจะปกป้องนางด้วยชีวิต

          “ท่านพี่... หม่อมฉันมีเรื่องต้องทำอีกมาก การตายของท่านแม่ยังมีเงื่อนงำ และคนในวังหลวงที่สมรู้ร่วมคิดกับหลันฮูหยิน หม่อมฉันต้องหาตัวมันให้เจอ”

          "ข้ารู้... และข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า จนกว่าเลือดหยดสุดท้ายของศัตรูเจ้าจะหลั่งนองลงพื้นดิน" เทียนฉีกระชับมือนางแน่น แววตาเปี่ยมด้วยความคุ้มครอง "ทว่ายามนี้... พักผ่อนเถิดเว่ยเอ๋อร์ ในวังหลวงยังมีศึกใหญ่ที่ยากเย็นกว่าเดิมรอเราอยู่"

          รถม้าเคลื่อนตัวเข้าสู่กำแพงวังหลวงสีแดงชาดอันโอ่อ่า ทิ้งความแค้นในจวนสกุลไป๋ไว้เบื้องหลัง ทว่าสำหรับหมิงเว่ย... นี่คือการเริ่มต้นของกระดานหมากที่เดิมพันด้วยชีวิตและอำนาจที่แท้จริง

***

          หลังจากรถม้าข้ามธรณีประตูวังหลวงอันโอ่อ่า กำแพงสีแดงชาดสูงตระหง่านและหลังคากระเบื้องเคลือบสีทองอำพันสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็นดูราวกับแดนสวรรค์ ทว่าสำหรับไป๋หมิงเว่ย ความงดงามเหล่านี้มิต่างจากกรงทองที่ฉาบไว้ด้วยหยาดเลือดและน้ำตาของผู้ที่พ่ายแพ้ในอำนาจ

          ในฐานะ "ท่านหญิงเซี่ยนจู่" คนใหม่ นางถูกพาตัว

มุ่งตรงไปยังตำหนักคุนหนิงอันเป็นที่ประทับของ 'เว่ยฮองเฮา' มารดาแห่งแผ่นดิน บรรยากาศภายในวังหลวงช่างเงียบสงัดจนน่ากลัว ทุกย่างก้าวของหมิงเว่ยเต็มไปด้วยสายตาของเหล่านางกำนัลและขันทีที่ลอบมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น บ้างก็แฝงไปด้วยความริษยาที่สตรีจากจวนขุนนางชั้นนอกกลับได้รับวาสนาสูงส่งเพียงชั่วข้ามคืน

          เมื่อก้าวเข้าสู่โถงกลางของตำหนัก กลิ่นหอมของกำยานมังกรและดอกไม้ล้ำค่านานาพรรณโชยมาแตะจมูก ทว่าความหอมนั้นกลับให้ความรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก

          บนบัลลังก์ไม้พยุงแกะสลักลายนกยูงรำแพน หางที่ประดับด้วยอัญมณีเจ็ดสี

          สตรีผู้มีอำนาจที่สุดในวังหลังประทับอยู่อย่างสง่างาม ฉลองพระองค์สีแดงเพลิงปักลายหงส์เหินฟ้าส่งให้รัศมีแห่งความสูงศักดิ์แผ่ซ่านจนคนมองแทบมิต่างจากมดปลวก

          "ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี"

          หมิงเว่ยย่อกายลงคุกเข่าและหมอบกราบตามพิธีการอย่างเคร่งครัด ท่วงท่าของนางช่างสงบนิ่งและมั่นคงสมกับฐานะ ‘เซี่ยนจู่’ ที่ได้รับพระราชทานจากราชโองการเมื่อเช้า ยามนี้นางจึงกราบทูลแทนตนเองว่า "หม่อมฉัน" ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

          "ลุกขึ้นเถิด... เซี่ยนจู่คนใหม่"

          สุ้มเสียงของฮองเฮานั้นเรียบเฉยทว่าทรงอำนาจ แววตาที่จดจ้องมายังหมิงเว่ยคมกริบประดุจใบมีดที่สามารถกรีดลึกลงไปกลางใจคน

          "ข้าได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามานาน บุตรีของเสนาบดีไป๋... เห็นว่ารัชทายาททรงโปรดปรานเจ้ามิน้อย ถึงขั้นทูลขอตำแหน่งนี้ให้ด้วยพระองค์เอง ทั้งที่ตำแหน่งเซี่ยนจู่นั้นมิใช่สิ่งที่ผู้ใดจะได้รับมาโดยง่าย"

          "เป็นพระกรุณาธิคุณขององค์รัชทายาทและฮองเฮา

เพคะที่ทรงเมตตาหม่อมฉัน" หมิงเว่ยตอบอย่างสำรวมกิริยา นางมิได้หลบตา ทว่าก็มิได้จ้องตอบอย่างอวดดี

          "เมตตางั้นหรือ?" ฮองเฮาแค่นยิ้มเย็นที่มุมปาก แววตาฉายความเคลือบแคลง "ในวังหลวงแห่งนี้ ความเอ็นดูเป็นดั่งดาบสองคม หากเจ้าทำตัวดี ข้าก็พร้อมจะส่งเสริมให้เจ้ามีวาสนาที่ยั่งยืน แต่ถ้าเจ้าคิดจะใช้ฐานะนี้ทำเรื่องที่มิต้องตามกฎวัง หรือคิดจะปั่นหัวรัชทายาทให้ทำเรื่องที่มิควร... เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าจุดจบของสตรีที่อวดดีจะเป็นอย่างไร"

          คำขู่นั้นชัดแจ้งมิต่างจากลมหนาวที่พัดผ่านลำคอ

หมิงเว่ยเพียงก้มหน้านิ่ง รับฟังทุกถ้อยคำด้วยความนอบน้อม

          "หม่อมฉันจะจดจำคำสั่งสอนของฮองเฮาไว้ในใจมิลืมเลือนเพคะ"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 9 จุดจบฮูหยินเอก

    กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่แสนอึดอัดของคุกหลวง สถานที่แห่งนี้คือจุดสิ้นสุดของขุนนางผู้ฉ้อฉลและนักโทษอุกฉกรรจ์ แสงจากคบเพลิงที่วูบไหวตามทางเดินแคบๆ ทอดเงาอสุรกายพาดผ่านผนังหินที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและคราบเลือดเก่า 'หลันชิง' ในสภาพที่มิมองเห็นเค้าลางของฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป นางถูกล่ามโซ่ตรวนทั้งมือและเท้า ร่างกายที่เคยสวมใส่ผ้าไหมเลิศรสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและชุดนักโทษสีหม่นที่ขาดวิ่น ใบหน้าที่เคยงดงามและหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือด แววตาที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงดังก้องมาจากทางเดิน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้ากรงขังของนาง หลันชิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนให้เห็นร่างของสตรีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูตัดกับบรรยากาศโสโครกเบื้องหลัง "ไป๋... หมิงเว่ย..." หลันชิงเค้นเสีย

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 8 ความลับถูกเปิดเผย

    บรรยากาศภายในตำหนักมณีแดงเย็นเยียบลงถนัดตาหลังจากคำบอกเล่าของหลี่เทียนฉี หมิงเว่ยยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความหวังที่จะล้างมลทินให้ท่านแม่และความแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา “หมอประจำตระกูล... หมอหรูงั้นหรือเพคะ?” หมิงเว่ยเอ่ยเสียงสั่น “ข้าจำได้ว่าเขาหายสาบสูญไปในคืนเดียวกับที่ท่านแม่ถูกขับไล่ ข้านึกว่าเขาถูกลอบสังหารไปพร้อมกับความลับนั้นแล้วเสียอีก” “หลันชิงอำมหิตนัก แต่นางยังขลาดกลัวต่อกฎแห่งกรรม” เทียนฉีก้าวเข้ามาประคองไหล่บาง “นางมิจ้างวานฆ่า แต่กลับติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ส่งเขาไปรับโทษในเหมืองนรกที่ชายแดนเหนือ ที่นั่นคือคุกมืดที่ไม่มีใครเคยได้กลับออกมา... จนกระทั่งคนของข้าไปถึง” หมิงเว่ยเงยหน้าสบตาบุรุษตรงหน้า “ท่านพี่... ท่านวางแผนเรื่องนี้มานานเท่าใดแล้วเพคะ?”&nbs

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 7 ตัวการ

    แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตำหนักมณีแดงดูจะหม่นแสงลงเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่แสนอึดอัดภายในห้อง บัดนี้หลี่เทียนฉียังคงไม่ยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขน ราวกับว่าหากเขาคลายวงแขนเพียงนิด หมิงเว่ยจะเลือนหายไปท่ามกลางเงามืดของวังหลวงที่จ้องจะกลืนกินนาง "ท่านพี่... หม่อมฉันหายใจมิออกเพคะ" หมิงเว่ยเอ่ยเสียงอู้อี้อยู่กับอกแกร่ง ทว่ารอยยิ้มจางๆ กลับแต้มที่มุมปาก นางรู้สึกได้ถึงความร้อนใจของบุรุษผู้นี้ที่มีต่อนางอย่างท่วมท้น เทียนฉีค่อยๆ คลายอ้อมกอดแต่ยังคงกุมมือเล็กไว้นิ่ง สายตาของเขาสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ในวังแห่งนี้ ทุกย่างก้าวคือกับดัก แผนการของคนที่อยู่เบื้องหลังนางกำนัลพวกนั้นซับซ้อนกว่าที่ข้าคิด ยาที่เจ้าเจอ... มันคือ 'พิษกร่อนวิญญาณ' หากดื่มเข้าไปเพียงนิดจะทำให้ดูเหมือนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ร่องรอยพิษจะสลายไปในหนึ่งชั่วยาม หมอหลวงทั่วไปย่อมตรวจไม่พบ" หมิงเว่ยขมวดคิ้วมุ่น "อำมหิตนัก... หากวันนี้หม่อมฉันสิ้นใจ ฮองเฮาย่อมตกเป็นจำเลยของแผ่นดินอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง และตัวท่านพี่เองก็คงจะมองมารดาแท้ๆ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปตลอดกาล" "นั

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 6 การต้อนรับที่แสนวิเศษ

    หลังจากออกจากตำหนักคุนหนิง หมิงเว่ยถูกนำตัวไปพักที่ตำหนักมณีแดงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานหลวง แม้จะเป็นตำหนักขนาดเล็กทว่าการตกแต่งกลับงดงามและพรั่งพร้อมด้วยเครื่องเรือนล้ำค่า ที่นั่นมีนางกำนัลสองคนนามว่า 'ผิงเอ๋อร์' และ 'ฉุ่ยเอ๋อร์' ยืนรอปรนนิบัติอยู่ แววตาของพวกนางดูหลุกหลิกมิมั่นคงนัก "ท่านหญิงเพคะ นี่คือ 'ยาบำรุง' ที่ฮองเฮาทรงประทานมาให้เพคะ" ผิงเอ๋อร์เอ่ยพลางยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่มีน้ำยาควันกรุ่นส่งกลิ่นหอมหวานแปลกๆ ให้ "ทรงกำชับว่าให้ท่านหญิงดื่มทันทีที่ถึงที่พัก เพื่อปรับสมดุลร่างกายจากการเดินทางและคลายความเหนื่อยล้าเพคะ" หมิงเว่ยรับถ้วยยามาถือไว้ ความร้อนจากถ้วยส่งผ่านสู่ฝ่ามือ ทว่าหัวใจของนางกลับเย็นเยียบ กลิ่นยาบำรุงนี้หอมจนผิดสังเกต ราวกับต้องการปกปิดกลิ่นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน นางลอบชำเลืองมองไปยังขื่อหลังคาเบื้องบน ที่ซึ่งนางรู้ดีว่าเฉินอี้องครักษ์เงาที่เทียนฉีส่งมาแฝงตัวอยู่ เฉินอี้ขยับกายเล็กน้อยจนเกิดเงาวูบไหวซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่นัดแนะกันไว้ ยาพิษ... หมิงเว่ยแสร้งทำเป็นยกถ้วยยาขึ้นจดริมฝีป

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 5 พบกันคราแรก

    สองชั่วยามต่อมา รถม้าประดับตราสัญลักษณ์วังหลวงก็เคลื่อนออกจากจวนสกุลไป๋ ท่ามกลางสายตาละห้อยของเสนาบดีไป๋และความเคียดแค้นของหลันฮูหยิน ภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมนุ่มละมุน หมิงเว่ยลอบถอนหายใจยาว นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาร่างหนึ่งควบม้าตามมาห่างๆ ชุดรัดกุมสีดำขององครักษ์เงาเฉินอี้ทำให้นางมั่นใจว่าเทียนฉีไม่ได้ทอดทิ้งนาง ทันใดนั้น รถม้าก็หยุดกะทันหันกลางทางที่เงียบสงัด ประตูรถม้าถูกเปิดออกโดยพลการ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองก้าวเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามโดยมิทันตั้งตัว “ท่านพี่!” หมิงเว่ยอุทานด้วยความตกใจ “พระองค์ทรงมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ? นี่เป็นรถม้าของวังหลวง...” หลี่เทียนฉีมิได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่คว้าข้อมือเล็กของนางขึ้นมาดูรอยแผลแดงจางๆ ที่เกิดจากการที่นางจิกเล็บตัวเองเพื่อข่มอารมณ์ “เจ้าเจ็บหรือไม่?” “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... แผนการของพระองค์ได้ผลดียิ่งนัก ตอนนี้จวนเสนาบดีคงวุ่นวายยิ่งกว่าถูกปล้น” “นั่นมิใช่แผนการของข้าทั้งหมด” เทียนฉีสบตานางด้วยแววตาจริงจัง “การแต่งตั้งเจ้าเป็นเซี่ยนจู่ คือความตั้งใจข

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 4 กาเอาคืน2

    รุ่งเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากเรือนของคุณหนูใหญ่ เสนาบดีไป๋และหลันฮูหยินรีบวิ่งตรงไปยังห้องนอนของบุตรสาวตามแผนที่วางไว้เพื่อให้บิดามาเห็นภาพบาดตา "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีใครก็ไม่รู้แอบเข้าไปในห้องนอนของคุณหนู!" เสียงสาวใช้ร้องตะโกนก้อง หลันฮูหยินแสร้งทำเป็นตกใจ "ตายแล้ว! ใครกันที่บังอาจทำเรื่องไร้ยางอาย! ท่านพี่ รีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ ข้าเกรงว่าจะเป็น..." นางยังพูดไม่จบ เสนาบดีไป๋ก็ถีบประตูห้องนอนเข้าไปด้วยโทสะ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้คนทั้งจวนต้องชะงักค้าง มิใช่หมิงเว่ยที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ดูไม่ได้กับชายชู้... แต่กลับเป็น ไป๋หรูอิง บุตรสาวคนโปรดที่กำลังนอนหลับใหลอยู่เคียงข้างชายรับใช้ชั้นต่ำในจวนที่ถูกมอมยาจนไม่ได้สติทั้งคู่! "หรูอิง!" เสนาบดีไป๋คำรามลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นจนถึงขีดสุด หลันฮูหยินถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น "ไม่... ไม่จริง! นี่มันเรื่องอะไรกัน!" ท่ามกลางความวุ่นวาย หมิงเว่ยเดินเข้ามาในชุดสีขาวสะอาดตา แววตาแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกทว่าแฝงไปด

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 3 การเอาคืน31

    ในขณะเดียวกัน ณ เรือนใหญ่ของหลันฮูหยิน เสียงแจกันแตกละเอียดดังก้องไปทั่วห้อง "ข้าไม่ยอม! ท่านแม่ ข้าไม่ยอมให้นังลูกชู้คนนั้นได้หน้าไปกว่าข้า!" ไป๋หรูอิงกรีดร้องอย่างเสียสติ หลันฮูหยินนั่งนิ่ง ดวงตาฉายแววอำมหิต "ใจเย็นๆ หรูอิง ในเมื่อมันอยากจะไปวังหลวงนัก ข้าก็จะให้มันไป แต่ข้าจะ

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 2 ความอัปยศในอดีต

    ภายในห้องโถงใหญ่ของจวนสกุลไป๋ บรรยากาศเงียบงันจนน่าอึดอัด หลังจากรัชทายาทเสด็จกลับไป ทิ้งไว้เพียงระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุขึ้นในใจของคนทุกคน เสนาบดีไป๋นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและกรุ่นโกรธ ขณะที่หลันฮูหยินและไป๋หรูอิงต่างยืนกำผ้าเช็ดหน้าแน่น ดวงตา

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 1 การหวนคืน

    ปัจจุบัน... แสงอาทิตย์ยามเซินทอแสงสีทองอาบไล้ทั่วอุทยานหลังจวนสกุลไป๋ ดอกท้อสีชมพูสะพรั่งดูงดงามราวกับภาพวาด ทว่าสำหรับหมิงเว่ย มันคือความงามที่ฉาบไว้บนซากศพของความอยุติธรรม “คุณหนูรองเจ้าขา! ลงมาเถิดเจ้าค่ะ หากใครมาพบเห็นเข้าจะกลายเป็นที่ติฉินนินทาเอาได้นะเจ้าคะ!” เสียงของ‘เสี

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทนำ

    ท่ามกลางเหมันตฤดูที่หนาวเหน็บจนถึงกระดูก กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยถูกกลบด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ไป๋หมิงเว่ย ในวัยเพียงสิบสองหนาว ร่างกายสั่นสะท้านหลบซ่อนตัวอยู่ในตู้ไม้เก่าๆ ในเรือนร้างท้ายจวน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างผ่านช่องไม้ จ้องมองภาพเบื้องหน้าที่กรีดลึกอยู่ในความทรงจำมิรู้ลืม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status