แชร์

บทที่ 8 ความลับถูกเปิดเผย

ผู้เขียน: จิน 金钱
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-05 23:36:17

บรรยากาศภายในตำหนักมณีแดงเย็นเยียบลงถนัดตาหลังจากคำบอกเล่าของหลี่เทียนฉี หมิงเว่ยยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความหวังที่จะล้างมลทินให้ท่านแม่และความแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา

          “หมอประจำตระกูล... หมอหรูงั้นหรือเพคะ?” หมิงเว่ยเอ่ยเสียงสั่น “ข้าจำได้ว่าเขาหายสาบสูญไปในคืนเดียวกับที่ท่านแม่ถูกขับไล่ ข้านึกว่าเขาถูกลอบสังหารไปพร้อมกับความลับนั้นแล้วเสียอีก”

          “หลันชิงอำมหิตนัก แต่นางยังขลาดกลัวต่อกฎแห่งกรรม” เทียนฉีก้าวเข้ามาประคองไหล่บาง “นางมิจ้างวานฆ่า แต่กลับติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ส่งเขาไปรับโทษในเหมืองนรกที่ชายแดนเหนือ ที่นั่นคือคุกมืดที่ไม่มีใครเคยได้กลับออกมา... จนกระทั่งคนของข้าไปถึง”

          หมิงเว่ยเงยหน้าสบตาบุรุษตรงหน้า “ท่านพี่... ท่านวางแผนเรื่องนี้มานานเท่าใดแล้วเพคะ?”

          “ตั้งแต่วันที่ข้าเห็นเจ้าต้องร้องไห้อยู่กลางพายุหิมะในคืนนั้น เว่ยเอ๋อร์” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น “ข้าสาบานกับตนเองว่า หากข้ามีอำนาจพอ ข้าจะกระชากหน้ากากทุกคนที่ทำร้ายเจ้า และบัดนี้... เวลาที่ข้ารอคอยมาห้าปีได้มาถึงแล้ว”

***

          รุ่งเช้าวันต่อมา ท้องพระโรงอันโอ่อ่าของวังหลวงเต็มไปด้วยความกดดัน เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ยืนเรียงรายตามลำดับชั้น เสนาบดีไป๋ยืนอยู่ด้านหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ในมือถือม้วนฎีกาที่เขามั่นใจว่าจะปลิดชีพลูกสาวที่แข็งข้อคนนี้ได้

          “ทูลฝ่าบาท!” เสนาบดีไป๋คุกเข่าลงกลางท้องพระโรง “กระหม่อมไป๋กั๋ว ตระหนักถึงความผิดบาปที่ละเลยมิตรวจสอบให้ถ้วนถี่ บัดนี้กระหม่อมพบหลักฐานสำคัญเป็นจดหมายโต้ตอบและของหมั้นหมายระหว่างอดีตภรรยาเอกถังซือกับชู้รัก ซึ่งยืนยันได้ว่า ‘ไป๋หมิงเว่ย’ มิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขที่แท้จริงของสกุลไป๋! กระหม่อมจึงขอประทานอนุญาตเพิกถอนชื่อนางและขอคืนบรรดาศักดิ์เซี่ยนจู่พะยะค่ะ!”

          เสียงอื้ออึงดังขึ้นทั่วท้องพระโรง ฮ่องเต้ผู้ประทับบนบัลลังก์มังกรขมวดพระขนง สายพระเนตรทรงอำนาจปรายมองไปทางรัชทายาทที่ยืนนิ่งสงบ

          “รัชทายาท... เจ้าเป็นผู้ทูลขอตำแหน่งเซี่ยนจู่ให้นาง เจ้ามีความเห็นเช่นไร?”

          เทียนฉีก้าวออกมาข้างหน้า ท่วงท่าสง่างามดุจพยัคฆ์หนุ่ม “ทูลเสด็จพ่อ ข้อกล่าวหาของเสนาบดีไป๋นั้นร้ายแรงนัก ทว่า... หากหลักฐานนั้นเป็นเพียงกระดาษที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อปกปิดความผิดล่ะพะยะค่ะ? กระหม่อมมี ‘พยานบุคคล’ ที่จะมายืนยันความจริงในคืนนั้นพะยะค่ะ”

          “พยานงั้นหรือ?” เสนาบดีไป๋หน้าถอดสี “คนพวกนั้นตายไปหมดแล้ว!”

          “ท่านเสนาบดี... ความลับไม่มีในโลกฉันใด คนที่ถูกท่านสั่งฝังทั้งเป็นก็ย่อมกลับมาทวงความยุติธรรมได้ฉันนั้น” เทียนฉีแค่นยิ้มเย็น ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้องครักษ์

          ประตูท้องพระโรงเปิดออก ร่างของชายชราในชุดมอมแมม ท่าทางอิดโรยทว่าดวงตายังคงมีความมุ่งมั่นถูกพยุงเข้ามา เขาคือ ‘หมอหรู’ อดีตหมอประจำตระกูลไป๋

          “กระหม่อม... หรูเจิ้น ถวายพระพรฝ่าบาท” ชายชราโขกศีรษะลงกับพื้น “สิ่งที่เสนาบดีไป๋กราบทูลนั้นเป็นความเท็จพะยะค่ะ! เมื่อห้าปีก่อน ฮูหยินเอกถังซือมิได้มีชู้ ทว่านางกลับถูกวางยาพิษเพื่อให้ดูเหมือนสลบไสลในห้องกับชายอื่น และที่สำคัญที่สุด...”

          หมอหรูหยุดหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่เสนาบดีไป๋ตัว

สั่นเทาด้วยความกลัว

          “ในตอนนั้น ฮูหยินเอกถังซือเริ่งตั้งครรภ์ทายาทคนที่สองของสกุลไป๋ได้สามเดือน! ทว่ากลับถูกหลันชิงวางยาขับเลือดจนแท้งในคืนที่ถูกขับไล่! กระหม่อมถูกสั่งให้หุบปากและถูกส่งไปที่เหมืองเพื่อปิดบังความจริงเรื่องที่ฮูหยินเอกถูกทำร้ายจนสูญเสียบุตรในครรภ์พะยะค่ะ!”

          ความเงียบงันปานป่าช้าปกคลุมท้องพระโรง เสนาบดีไป๋หน้าซีดเผือดราวกับคนตาย เขาพยายามจะปฏิเสธทว่าเสียงกลับหายไปในลำคอ

          หมิงเว่ยที่ยืนหลบอยู่หลังม่านก้าวออกมา นางสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ แววตาที่จ้องมองบิดาแท้ๆ เต็มไปด้วยความสมเพชและชิงชัง

          “ท่านพ่อ... ท่านบอกว่าข้ามิใช่ลูกของท่าน เพื่อที่จะรักษาหน้าตาและอำนาจของท่านหญิงที่ท่านรักอย่างหลันฮูหยินงั้นหรือ?”

          หมิงเว่ยเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือทว่าก้องกังวาน “ท่านฆ่าน้องของข้าที่ยังมิทันได้ลืมตาดูโลก และท่านยังปล่อยให้แม่ของข้าตายอย่างอนาถในจวนร้าง... ท่านยังมีหัวใจความเป็นคนอยู่หรือไม่!”

          “เจ้า! นังลูกไม่รักดี!” เสนาบดีไป๋ตะคอก ทว่ากลับถูกสายพระเนตรพิโรธของฮ่องเต้หยุดไว้

          “พอได้แล้ว!” ฮ่องเต้ทุบบัลลังก์เสียงดังสนั่น “เสนาบดีไป๋... เจ้าละเลยหน้าที่ในฐานะบิดาและสามี อีกทั้งยังปล่อยให้อนุในเรือนทำเรื่องอำมหิตผิดมนุษย์ ทหาร! คุมตัวเสนาบดีไป๋ไปขังที่คุกหลวง รอการไต่สวนความจริงทั้งหมด! และส่งคนไปจับตัวหลันชิงมาเเดี๋ยวนี้!”

          “ฝ่าบาท! ทรงเมตตาด้วยพะยะค่ะ! กระหม่อมถูกนางลวงหลอก!” เสียงอ้อนวอนของเสนาบดีไป๋ดังโหยหวนขณะถูกลากตัวออกไป

          หมิงเว่ยทรุดตัวลงคุกเข่า หยาดน้ำตาที่อดกลั้นมานานไหลอาบแก้ม แต่มันมิใช่หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจ

ทว่าคือหยาดน้ำตาแห่งการเริ่มต้นล้างมลทินกับมารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว

          เทียนฉีก้าวเข้ามาประคองนางขึ้น สองมือของเขาโอบกอดนางไว้ต่อหน้าเหล่าขุนนางและฮ่องเต้ เป็นการประกาศให้คนทั้งแผ่นดินรู้ว่า สตรีผู้นี้คือผู้ที่เขาจะปกป้องด้วยชีวิต

          “เว่ยเอ๋อร์... ทุกอย่างจบลงแล้ว ต่อไปคือกรงเล็บพยัคฆ์ที่จะขย้ำงูพิษที่เหลือในวังหลวงให้สิ้นซาก” เขาซิบข้างหู

          ทว่าท่ามกลางความยินดี หมิงเว่ยกลับสังเกตเห็นสายตาของ เสียนเฟย ที่นั่งอยู่ข้างฮองเฮา แววตาของสตรีผู้สง่างาม

ผู้นั้นมิได้มีความตกใจ ทว่ากลับมีความเยือกเย็นและน่าขนลุกซ่อนอยู่

          ความลับนี้... ยังมีผู้บงการที่ใหญ่กว่าเสนาบดีไป๋และ

หลันฮูหยินซ่อนอยู่แน่นอน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 9 จุดจบฮูหยินเอก

    กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่แสนอึดอัดของคุกหลวง สถานที่แห่งนี้คือจุดสิ้นสุดของขุนนางผู้ฉ้อฉลและนักโทษอุกฉกรรจ์ แสงจากคบเพลิงที่วูบไหวตามทางเดินแคบๆ ทอดเงาอสุรกายพาดผ่านผนังหินที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและคราบเลือดเก่า 'หลันชิง' ในสภาพที่มิมองเห็นเค้าลางของฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป นางถูกล่ามโซ่ตรวนทั้งมือและเท้า ร่างกายที่เคยสวมใส่ผ้าไหมเลิศรสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและชุดนักโทษสีหม่นที่ขาดวิ่น ใบหน้าที่เคยงดงามและหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือด แววตาที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงดังก้องมาจากทางเดิน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้ากรงขังของนาง หลันชิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนให้เห็นร่างของสตรีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูตัดกับบรรยากาศโสโครกเบื้องหลัง "ไป๋... หมิงเว่ย..." หลันชิงเค้นเสีย

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 8 ความลับถูกเปิดเผย

    บรรยากาศภายในตำหนักมณีแดงเย็นเยียบลงถนัดตาหลังจากคำบอกเล่าของหลี่เทียนฉี หมิงเว่ยยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความหวังที่จะล้างมลทินให้ท่านแม่และความแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา “หมอประจำตระกูล... หมอหรูงั้นหรือเพคะ?” หมิงเว่ยเอ่ยเสียงสั่น “ข้าจำได้ว่าเขาหายสาบสูญไปในคืนเดียวกับที่ท่านแม่ถูกขับไล่ ข้านึกว่าเขาถูกลอบสังหารไปพร้อมกับความลับนั้นแล้วเสียอีก” “หลันชิงอำมหิตนัก แต่นางยังขลาดกลัวต่อกฎแห่งกรรม” เทียนฉีก้าวเข้ามาประคองไหล่บาง “นางมิจ้างวานฆ่า แต่กลับติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ส่งเขาไปรับโทษในเหมืองนรกที่ชายแดนเหนือ ที่นั่นคือคุกมืดที่ไม่มีใครเคยได้กลับออกมา... จนกระทั่งคนของข้าไปถึง” หมิงเว่ยเงยหน้าสบตาบุรุษตรงหน้า “ท่านพี่... ท่านวางแผนเรื่องนี้มานานเท่าใดแล้วเพคะ?”&nbs

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 7 ตัวการ

    แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตำหนักมณีแดงดูจะหม่นแสงลงเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่แสนอึดอัดภายในห้อง บัดนี้หลี่เทียนฉียังคงไม่ยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขน ราวกับว่าหากเขาคลายวงแขนเพียงนิด หมิงเว่ยจะเลือนหายไปท่ามกลางเงามืดของวังหลวงที่จ้องจะกลืนกินนาง "ท่านพี่... หม่อมฉันหายใจมิออกเพคะ" หมิงเว่ยเอ่ยเสียงอู้อี้อยู่กับอกแกร่ง ทว่ารอยยิ้มจางๆ กลับแต้มที่มุมปาก นางรู้สึกได้ถึงความร้อนใจของบุรุษผู้นี้ที่มีต่อนางอย่างท่วมท้น เทียนฉีค่อยๆ คลายอ้อมกอดแต่ยังคงกุมมือเล็กไว้นิ่ง สายตาของเขาสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ในวังแห่งนี้ ทุกย่างก้าวคือกับดัก แผนการของคนที่อยู่เบื้องหลังนางกำนัลพวกนั้นซับซ้อนกว่าที่ข้าคิด ยาที่เจ้าเจอ... มันคือ 'พิษกร่อนวิญญาณ' หากดื่มเข้าไปเพียงนิดจะทำให้ดูเหมือนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ร่องรอยพิษจะสลายไปในหนึ่งชั่วยาม หมอหลวงทั่วไปย่อมตรวจไม่พบ" หมิงเว่ยขมวดคิ้วมุ่น "อำมหิตนัก... หากวันนี้หม่อมฉันสิ้นใจ ฮองเฮาย่อมตกเป็นจำเลยของแผ่นดินอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง และตัวท่านพี่เองก็คงจะมองมารดาแท้ๆ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปตลอดกาล" "นั

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 6 การต้อนรับที่แสนวิเศษ

    หลังจากออกจากตำหนักคุนหนิง หมิงเว่ยถูกนำตัวไปพักที่ตำหนักมณีแดงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานหลวง แม้จะเป็นตำหนักขนาดเล็กทว่าการตกแต่งกลับงดงามและพรั่งพร้อมด้วยเครื่องเรือนล้ำค่า ที่นั่นมีนางกำนัลสองคนนามว่า 'ผิงเอ๋อร์' และ 'ฉุ่ยเอ๋อร์' ยืนรอปรนนิบัติอยู่ แววตาของพวกนางดูหลุกหลิกมิมั่นคงนัก "ท่านหญิงเพคะ นี่คือ 'ยาบำรุง' ที่ฮองเฮาทรงประทานมาให้เพคะ" ผิงเอ๋อร์เอ่ยพลางยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่มีน้ำยาควันกรุ่นส่งกลิ่นหอมหวานแปลกๆ ให้ "ทรงกำชับว่าให้ท่านหญิงดื่มทันทีที่ถึงที่พัก เพื่อปรับสมดุลร่างกายจากการเดินทางและคลายความเหนื่อยล้าเพคะ" หมิงเว่ยรับถ้วยยามาถือไว้ ความร้อนจากถ้วยส่งผ่านสู่ฝ่ามือ ทว่าหัวใจของนางกลับเย็นเยียบ กลิ่นยาบำรุงนี้หอมจนผิดสังเกต ราวกับต้องการปกปิดกลิ่นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน นางลอบชำเลืองมองไปยังขื่อหลังคาเบื้องบน ที่ซึ่งนางรู้ดีว่าเฉินอี้องครักษ์เงาที่เทียนฉีส่งมาแฝงตัวอยู่ เฉินอี้ขยับกายเล็กน้อยจนเกิดเงาวูบไหวซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่นัดแนะกันไว้ ยาพิษ... หมิงเว่ยแสร้งทำเป็นยกถ้วยยาขึ้นจดริมฝีป

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 5 พบกันคราแรก

    สองชั่วยามต่อมา รถม้าประดับตราสัญลักษณ์วังหลวงก็เคลื่อนออกจากจวนสกุลไป๋ ท่ามกลางสายตาละห้อยของเสนาบดีไป๋และความเคียดแค้นของหลันฮูหยิน ภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมนุ่มละมุน หมิงเว่ยลอบถอนหายใจยาว นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาร่างหนึ่งควบม้าตามมาห่างๆ ชุดรัดกุมสีดำขององครักษ์เงาเฉินอี้ทำให้นางมั่นใจว่าเทียนฉีไม่ได้ทอดทิ้งนาง ทันใดนั้น รถม้าก็หยุดกะทันหันกลางทางที่เงียบสงัด ประตูรถม้าถูกเปิดออกโดยพลการ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองก้าวเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามโดยมิทันตั้งตัว “ท่านพี่!” หมิงเว่ยอุทานด้วยความตกใจ “พระองค์ทรงมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ? นี่เป็นรถม้าของวังหลวง...” หลี่เทียนฉีมิได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่คว้าข้อมือเล็กของนางขึ้นมาดูรอยแผลแดงจางๆ ที่เกิดจากการที่นางจิกเล็บตัวเองเพื่อข่มอารมณ์ “เจ้าเจ็บหรือไม่?” “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... แผนการของพระองค์ได้ผลดียิ่งนัก ตอนนี้จวนเสนาบดีคงวุ่นวายยิ่งกว่าถูกปล้น” “นั่นมิใช่แผนการของข้าทั้งหมด” เทียนฉีสบตานางด้วยแววตาจริงจัง “การแต่งตั้งเจ้าเป็นเซี่ยนจู่ คือความตั้งใจข

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 4 กาเอาคืน2

    รุ่งเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากเรือนของคุณหนูใหญ่ เสนาบดีไป๋และหลันฮูหยินรีบวิ่งตรงไปยังห้องนอนของบุตรสาวตามแผนที่วางไว้เพื่อให้บิดามาเห็นภาพบาดตา "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีใครก็ไม่รู้แอบเข้าไปในห้องนอนของคุณหนู!" เสียงสาวใช้ร้องตะโกนก้อง หลันฮูหยินแสร้งทำเป็นตกใจ "ตายแล้ว! ใครกันที่บังอาจทำเรื่องไร้ยางอาย! ท่านพี่ รีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ ข้าเกรงว่าจะเป็น..." นางยังพูดไม่จบ เสนาบดีไป๋ก็ถีบประตูห้องนอนเข้าไปด้วยโทสะ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้คนทั้งจวนต้องชะงักค้าง มิใช่หมิงเว่ยที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ดูไม่ได้กับชายชู้... แต่กลับเป็น ไป๋หรูอิง บุตรสาวคนโปรดที่กำลังนอนหลับใหลอยู่เคียงข้างชายรับใช้ชั้นต่ำในจวนที่ถูกมอมยาจนไม่ได้สติทั้งคู่! "หรูอิง!" เสนาบดีไป๋คำรามลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นจนถึงขีดสุด หลันฮูหยินถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น "ไม่... ไม่จริง! นี่มันเรื่องอะไรกัน!" ท่ามกลางความวุ่นวาย หมิงเว่ยเดินเข้ามาในชุดสีขาวสะอาดตา แววตาแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกทว่าแฝงไปด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status