공유

บทที่ 8 ความลับถูกเปิดเผย

last update 게시일: 2026-03-05 23:36:17

บรรยากาศภายในตำหนักมณีแดงเย็นเยียบลงถนัดตาหลังจากคำบอกเล่าของหลี่เทียนฉี หมิงเว่ยยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความหวังที่จะล้างมลทินให้ท่านแม่และความแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา

          “หมอประจำตระกูล... หมอหรูงั้นหรือเพคะ?” หมิงเว่ยเอ่ยเสียงสั่น “ข้าจำได้ว่าเขาหายสาบสูญไปในคืนเดียวกับที่ท่านแม่ถูกขับไล่ ข้านึกว่าเขาถูกลอบสังหารไปพร้อมกับความลับนั้นแล้วเสียอีก”

          “หลันชิงอำมหิตนัก แต่นางยังขลาดกลัวต่อกฎแห่งกรรม” เทียนฉีก้าวเข้ามาประคองไหล่บาง “นางมิจ้างวานฆ่า แต่กลับติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ส่งเขาไปรับโทษในเหมืองนรกที่ชายแดนเหนือ ที่นั่นคือคุกมืดที่ไม่มีใครเคยได้กลับออกมา... จนกระทั่งคนของข้าไปถึง”

          หมิงเว่ยเงยหน้าสบตาบุรุษตรงหน้า “ท่านพี่... ท่านวางแผนเรื่องนี้มานานเท่าใดแล้วเพคะ?”

          “ตั้งแต่วันที่ข้าเห็นเจ้าต้องร้องไห้อยู่กลางพายุหิมะในคืนนั้น เว่ยเอ๋อร์” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น “ข้าสาบานกับตนเองว่า หากข้ามีอำนาจพอ ข้าจะกระชากหน้ากากทุกคนที่ทำร้ายเจ้า และบัดนี้... เวลาที่ข้ารอคอยมาห้าปีได้มาถึงแล้ว”

***

          รุ่งเช้าวันต่อมา ท้องพระโรงอันโอ่อ่าของวังหลวงเต็มไปด้วยความกดดัน เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ยืนเรียงรายตามลำดับชั้น เสนาบดีไป๋ยืนอยู่ด้านหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ในมือถือม้วนฎีกาที่เขามั่นใจว่าจะปลิดชีพลูกสาวที่แข็งข้อคนนี้ได้

          “ทูลฝ่าบาท!” เสนาบดีไป๋คุกเข่าลงกลางท้องพระโรง “กระหม่อมไป๋กั๋ว ตระหนักถึงความผิดบาปที่ละเลยมิตรวจสอบให้ถ้วนถี่ บัดนี้กระหม่อมพบหลักฐานสำคัญเป็นจดหมายโต้ตอบและของหมั้นหมายระหว่างอดีตภรรยาเอกถังซือกับชู้รัก ซึ่งยืนยันได้ว่า ‘ไป๋หมิงเว่ย’ มิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขที่แท้จริงของสกุลไป๋! กระหม่อมจึงขอประทานอนุญาตเพิกถอนชื่อนางและขอคืนบรรดาศักดิ์เซี่ยนจู่พะยะค่ะ!”

          เสียงอื้ออึงดังขึ้นทั่วท้องพระโรง ฮ่องเต้ผู้ประทับบนบัลลังก์มังกรขมวดพระขนง สายพระเนตรทรงอำนาจปรายมองไปทางรัชทายาทที่ยืนนิ่งสงบ

          “รัชทายาท... เจ้าเป็นผู้ทูลขอตำแหน่งเซี่ยนจู่ให้นาง เจ้ามีความเห็นเช่นไร?”

          เทียนฉีก้าวออกมาข้างหน้า ท่วงท่าสง่างามดุจพยัคฆ์หนุ่ม “ทูลเสด็จพ่อ ข้อกล่าวหาของเสนาบดีไป๋นั้นร้ายแรงนัก ทว่า... หากหลักฐานนั้นเป็นเพียงกระดาษที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อปกปิดความผิดล่ะพะยะค่ะ? กระหม่อมมี ‘พยานบุคคล’ ที่จะมายืนยันความจริงในคืนนั้นพะยะค่ะ”

          “พยานงั้นหรือ?” เสนาบดีไป๋หน้าถอดสี “คนพวกนั้นตายไปหมดแล้ว!”

          “ท่านเสนาบดี... ความลับไม่มีในโลกฉันใด คนที่ถูกท่านสั่งฝังทั้งเป็นก็ย่อมกลับมาทวงความยุติธรรมได้ฉันนั้น” เทียนฉีแค่นยิ้มเย็น ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้องครักษ์

          ประตูท้องพระโรงเปิดออก ร่างของชายชราในชุดมอมแมม ท่าทางอิดโรยทว่าดวงตายังคงมีความมุ่งมั่นถูกพยุงเข้ามา เขาคือ ‘หมอหรู’ อดีตหมอประจำตระกูลไป๋

          “กระหม่อม... หรูเจิ้น ถวายพระพรฝ่าบาท” ชายชราโขกศีรษะลงกับพื้น “สิ่งที่เสนาบดีไป๋กราบทูลนั้นเป็นความเท็จพะยะค่ะ! เมื่อห้าปีก่อน ฮูหยินเอกถังซือมิได้มีชู้ ทว่านางกลับถูกวางยาพิษเพื่อให้ดูเหมือนสลบไสลในห้องกับชายอื่น และที่สำคัญที่สุด...”

          หมอหรูหยุดหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่เสนาบดีไป๋ตัว

สั่นเทาด้วยความกลัว

          “ในตอนนั้น ฮูหยินเอกถังซือเริ่งตั้งครรภ์ทายาทคนที่สองของสกุลไป๋ได้สามเดือน! ทว่ากลับถูกหลันชิงวางยาขับเลือดจนแท้งในคืนที่ถูกขับไล่! กระหม่อมถูกสั่งให้หุบปากและถูกส่งไปที่เหมืองเพื่อปิดบังความจริงเรื่องที่ฮูหยินเอกถูกทำร้ายจนสูญเสียบุตรในครรภ์พะยะค่ะ!”

          ความเงียบงันปานป่าช้าปกคลุมท้องพระโรง เสนาบดีไป๋หน้าซีดเผือดราวกับคนตาย เขาพยายามจะปฏิเสธทว่าเสียงกลับหายไปในลำคอ

          หมิงเว่ยที่ยืนหลบอยู่หลังม่านก้าวออกมา นางสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ แววตาที่จ้องมองบิดาแท้ๆ เต็มไปด้วยความสมเพชและชิงชัง

          “ท่านพ่อ... ท่านบอกว่าข้ามิใช่ลูกของท่าน เพื่อที่จะรักษาหน้าตาและอำนาจของท่านหญิงที่ท่านรักอย่างหลันฮูหยินงั้นหรือ?”

          หมิงเว่ยเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือทว่าก้องกังวาน “ท่านฆ่าน้องของข้าที่ยังมิทันได้ลืมตาดูโลก และท่านยังปล่อยให้แม่ของข้าตายอย่างอนาถในจวนร้าง... ท่านยังมีหัวใจความเป็นคนอยู่หรือไม่!”

          “เจ้า! นังลูกไม่รักดี!” เสนาบดีไป๋ตะคอก ทว่ากลับถูกสายพระเนตรพิโรธของฮ่องเต้หยุดไว้

          “พอได้แล้ว!” ฮ่องเต้ทุบบัลลังก์เสียงดังสนั่น “เสนาบดีไป๋... เจ้าละเลยหน้าที่ในฐานะบิดาและสามี อีกทั้งยังปล่อยให้อนุในเรือนทำเรื่องอำมหิตผิดมนุษย์ ทหาร! คุมตัวเสนาบดีไป๋ไปขังที่คุกหลวง รอการไต่สวนความจริงทั้งหมด! และส่งคนไปจับตัวหลันชิงมาเเดี๋ยวนี้!”

          “ฝ่าบาท! ทรงเมตตาด้วยพะยะค่ะ! กระหม่อมถูกนางลวงหลอก!” เสียงอ้อนวอนของเสนาบดีไป๋ดังโหยหวนขณะถูกลากตัวออกไป

          หมิงเว่ยทรุดตัวลงคุกเข่า หยาดน้ำตาที่อดกลั้นมานานไหลอาบแก้ม แต่มันมิใช่หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจ

ทว่าคือหยาดน้ำตาแห่งการเริ่มต้นล้างมลทินกับมารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว

          เทียนฉีก้าวเข้ามาประคองนางขึ้น สองมือของเขาโอบกอดนางไว้ต่อหน้าเหล่าขุนนางและฮ่องเต้ เป็นการประกาศให้คนทั้งแผ่นดินรู้ว่า สตรีผู้นี้คือผู้ที่เขาจะปกป้องด้วยชีวิต

          “เว่ยเอ๋อร์... ทุกอย่างจบลงแล้ว ต่อไปคือกรงเล็บพยัคฆ์ที่จะขย้ำงูพิษที่เหลือในวังหลวงให้สิ้นซาก” เขาซิบข้างหู

          ทว่าท่ามกลางความยินดี หมิงเว่ยกลับสังเกตเห็นสายตาของ เสียนเฟย ที่นั่งอยู่ข้างฮองเฮา แววตาของสตรีผู้สง่างาม

ผู้นั้นมิได้มีความตกใจ ทว่ากลับมีความเยือกเย็นและน่าขนลุกซ่อนอยู่

          ความลับนี้... ยังมีผู้บงการที่ใหญ่กว่าเสนาบดีไป๋และ

หลันฮูหยินซ่อนอยู่แน่นอน

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 9 จุดจบฮูหยินเอก

    กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่แสนอึดอัดของคุกหลวง สถานที่แห่งนี้คือจุดสิ้นสุดของขุนนางผู้ฉ้อฉลและนักโทษอุกฉกรรจ์ แสงจากคบเพลิงที่วูบไหวตามทางเดินแคบๆ ทอดเงาอสุรกายพาดผ่านผนังหินที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและคราบเลือดเก่า 'หลันชิง' ในสภาพที่มิมองเห็นเค้าลางของฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป นางถูกล่ามโซ่ตรวนทั้งมือและเท้า ร่างกายที่เคยสวมใส่ผ้าไหมเลิศรสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและชุดนักโทษสีหม่นที่ขาดวิ่น ใบหน้าที่เคยงดงามและหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือด แววตาที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงดังก้องมาจากทางเดิน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้ากรงขังของนาง หลันชิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนให้เห็นร่างของสตรีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูตัดกับบรรยากาศโสโครกเบื้องหลัง "ไป๋... หมิงเว่ย..." หลันชิงเค้นเสีย

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 8 ความลับถูกเปิดเผย

    บรรยากาศภายในตำหนักมณีแดงเย็นเยียบลงถนัดตาหลังจากคำบอกเล่าของหลี่เทียนฉี หมิงเว่ยยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความหวังที่จะล้างมลทินให้ท่านแม่และความแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา “หมอประจำตระกูล... หมอหรูงั้นหรือเพคะ?” หมิงเว่ยเอ่ยเสียงสั่น “ข้าจำได้ว่าเขาหายสาบสูญไปในคืนเดียวกับที่ท่านแม่ถูกขับไล่ ข้านึกว่าเขาถูกลอบสังหารไปพร้อมกับความลับนั้นแล้วเสียอีก” “หลันชิงอำมหิตนัก แต่นางยังขลาดกลัวต่อกฎแห่งกรรม” เทียนฉีก้าวเข้ามาประคองไหล่บาง “นางมิจ้างวานฆ่า แต่กลับติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ส่งเขาไปรับโทษในเหมืองนรกที่ชายแดนเหนือ ที่นั่นคือคุกมืดที่ไม่มีใครเคยได้กลับออกมา... จนกระทั่งคนของข้าไปถึง” หมิงเว่ยเงยหน้าสบตาบุรุษตรงหน้า “ท่านพี่... ท่านวางแผนเรื่องนี้มานานเท่าใดแล้วเพคะ?”&nbs

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 7 ตัวการ

    แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตำหนักมณีแดงดูจะหม่นแสงลงเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่แสนอึดอัดภายในห้อง บัดนี้หลี่เทียนฉียังคงไม่ยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขน ราวกับว่าหากเขาคลายวงแขนเพียงนิด หมิงเว่ยจะเลือนหายไปท่ามกลางเงามืดของวังหลวงที่จ้องจะกลืนกินนาง "ท่านพี่... หม่อมฉันหายใจมิออกเพคะ" หมิงเว่ยเอ่ยเสียงอู้อี้อยู่กับอกแกร่ง ทว่ารอยยิ้มจางๆ กลับแต้มที่มุมปาก นางรู้สึกได้ถึงความร้อนใจของบุรุษผู้นี้ที่มีต่อนางอย่างท่วมท้น เทียนฉีค่อยๆ คลายอ้อมกอดแต่ยังคงกุมมือเล็กไว้นิ่ง สายตาของเขาสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ในวังแห่งนี้ ทุกย่างก้าวคือกับดัก แผนการของคนที่อยู่เบื้องหลังนางกำนัลพวกนั้นซับซ้อนกว่าที่ข้าคิด ยาที่เจ้าเจอ... มันคือ 'พิษกร่อนวิญญาณ' หากดื่มเข้าไปเพียงนิดจะทำให้ดูเหมือนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ร่องรอยพิษจะสลายไปในหนึ่งชั่วยาม หมอหลวงทั่วไปย่อมตรวจไม่พบ" หมิงเว่ยขมวดคิ้วมุ่น "อำมหิตนัก... หากวันนี้หม่อมฉันสิ้นใจ ฮองเฮาย่อมตกเป็นจำเลยของแผ่นดินอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง และตัวท่านพี่เองก็คงจะมองมารดาแท้ๆ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปตลอดกาล" "นั

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 6 การต้อนรับที่แสนวิเศษ

    หลังจากออกจากตำหนักคุนหนิง หมิงเว่ยถูกนำตัวไปพักที่ตำหนักมณีแดงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานหลวง แม้จะเป็นตำหนักขนาดเล็กทว่าการตกแต่งกลับงดงามและพรั่งพร้อมด้วยเครื่องเรือนล้ำค่า ที่นั่นมีนางกำนัลสองคนนามว่า 'ผิงเอ๋อร์' และ 'ฉุ่ยเอ๋อร์' ยืนรอปรนนิบัติอยู่ แววตาของพวกนางดูหลุกหลิกมิมั่นคงนัก "ท่านหญิงเพคะ นี่คือ 'ยาบำรุง' ที่ฮองเฮาทรงประทานมาให้เพคะ" ผิงเอ๋อร์เอ่ยพลางยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่มีน้ำยาควันกรุ่นส่งกลิ่นหอมหวานแปลกๆ ให้ "ทรงกำชับว่าให้ท่านหญิงดื่มทันทีที่ถึงที่พัก เพื่อปรับสมดุลร่างกายจากการเดินทางและคลายความเหนื่อยล้าเพคะ" หมิงเว่ยรับถ้วยยามาถือไว้ ความร้อนจากถ้วยส่งผ่านสู่ฝ่ามือ ทว่าหัวใจของนางกลับเย็นเยียบ กลิ่นยาบำรุงนี้หอมจนผิดสังเกต ราวกับต้องการปกปิดกลิ่นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน นางลอบชำเลืองมองไปยังขื่อหลังคาเบื้องบน ที่ซึ่งนางรู้ดีว่าเฉินอี้องครักษ์เงาที่เทียนฉีส่งมาแฝงตัวอยู่ เฉินอี้ขยับกายเล็กน้อยจนเกิดเงาวูบไหวซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่นัดแนะกันไว้ ยาพิษ... หมิงเว่ยแสร้งทำเป็นยกถ้วยยาขึ้นจดริมฝีป

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 5 พบกันคราแรก

    สองชั่วยามต่อมา รถม้าประดับตราสัญลักษณ์วังหลวงก็เคลื่อนออกจากจวนสกุลไป๋ ท่ามกลางสายตาละห้อยของเสนาบดีไป๋และความเคียดแค้นของหลันฮูหยิน ภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมนุ่มละมุน หมิงเว่ยลอบถอนหายใจยาว นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาร่างหนึ่งควบม้าตามมาห่างๆ ชุดรัดกุมสีดำขององครักษ์เงาเฉินอี้ทำให้นางมั่นใจว่าเทียนฉีไม่ได้ทอดทิ้งนาง ทันใดนั้น รถม้าก็หยุดกะทันหันกลางทางที่เงียบสงัด ประตูรถม้าถูกเปิดออกโดยพลการ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองก้าวเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามโดยมิทันตั้งตัว “ท่านพี่!” หมิงเว่ยอุทานด้วยความตกใจ “พระองค์ทรงมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ? นี่เป็นรถม้าของวังหลวง...” หลี่เทียนฉีมิได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่คว้าข้อมือเล็กของนางขึ้นมาดูรอยแผลแดงจางๆ ที่เกิดจากการที่นางจิกเล็บตัวเองเพื่อข่มอารมณ์ “เจ้าเจ็บหรือไม่?” “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... แผนการของพระองค์ได้ผลดียิ่งนัก ตอนนี้จวนเสนาบดีคงวุ่นวายยิ่งกว่าถูกปล้น” “นั่นมิใช่แผนการของข้าทั้งหมด” เทียนฉีสบตานางด้วยแววตาจริงจัง “การแต่งตั้งเจ้าเป็นเซี่ยนจู่ คือความตั้งใจข

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 4 กาเอาคืน2

    รุ่งเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากเรือนของคุณหนูใหญ่ เสนาบดีไป๋และหลันฮูหยินรีบวิ่งตรงไปยังห้องนอนของบุตรสาวตามแผนที่วางไว้เพื่อให้บิดามาเห็นภาพบาดตา "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีใครก็ไม่รู้แอบเข้าไปในห้องนอนของคุณหนู!" เสียงสาวใช้ร้องตะโกนก้อง หลันฮูหยินแสร้งทำเป็นตกใจ "ตายแล้ว! ใครกันที่บังอาจทำเรื่องไร้ยางอาย! ท่านพี่ รีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ ข้าเกรงว่าจะเป็น..." นางยังพูดไม่จบ เสนาบดีไป๋ก็ถีบประตูห้องนอนเข้าไปด้วยโทสะ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้คนทั้งจวนต้องชะงักค้าง มิใช่หมิงเว่ยที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ดูไม่ได้กับชายชู้... แต่กลับเป็น ไป๋หรูอิง บุตรสาวคนโปรดที่กำลังนอนหลับใหลอยู่เคียงข้างชายรับใช้ชั้นต่ำในจวนที่ถูกมอมยาจนไม่ได้สติทั้งคู่! "หรูอิง!" เสนาบดีไป๋คำรามลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นจนถึงขีดสุด หลันฮูหยินถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น "ไม่... ไม่จริง! นี่มันเรื่องอะไรกัน!" ท่ามกลางความวุ่นวาย หมิงเว่ยเดินเข้ามาในชุดสีขาวสะอาดตา แววตาแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกทว่าแฝงไปด

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 2 ความอัปยศในอดีต

    ภายในห้องโถงใหญ่ของจวนสกุลไป๋ บรรยากาศเงียบงันจนน่าอึดอัด หลังจากรัชทายาทเสด็จกลับไป ทิ้งไว้เพียงระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุขึ้นในใจของคนทุกคน เสนาบดีไป๋นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและกรุ่นโกรธ ขณะที่หลันฮูหยินและไป๋หรูอิงต่างยืนกำผ้าเช็ดหน้าแน่น ดวงตา

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 1 การหวนคืน

    ปัจจุบัน... แสงอาทิตย์ยามเซินทอแสงสีทองอาบไล้ทั่วอุทยานหลังจวนสกุลไป๋ ดอกท้อสีชมพูสะพรั่งดูงดงามราวกับภาพวาด ทว่าสำหรับหมิงเว่ย มันคือความงามที่ฉาบไว้บนซากศพของความอยุติธรรม “คุณหนูรองเจ้าขา! ลงมาเถิดเจ้าค่ะ หากใครมาพบเห็นเข้าจะกลายเป็นที่ติฉินนินทาเอาได้นะเจ้าคะ!” เสียงของ‘เสี

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทนำ

    ท่ามกลางเหมันตฤดูที่หนาวเหน็บจนถึงกระดูก กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยถูกกลบด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ไป๋หมิงเว่ย ในวัยเพียงสิบสองหนาว ร่างกายสั่นสะท้านหลบซ่อนตัวอยู่ในตู้ไม้เก่าๆ ในเรือนร้างท้ายจวน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างผ่านช่องไม้ จ้องมองภาพเบื้องหน้าที่กรีดลึกอยู่ในความทรงจำมิรู้ลืม

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 3 การเอาคืน31

    ในขณะเดียวกัน ณ เรือนใหญ่ของหลันฮูหยิน เสียงแจกันแตกละเอียดดังก้องไปทั่วห้อง "ข้าไม่ยอม! ท่านแม่ ข้าไม่ยอมให้นังลูกชู้คนนั้นได้หน้าไปกว่าข้า!" ไป๋หรูอิงกรีดร้องอย่างเสียสติ หลันฮูหยินนั่งนิ่ง ดวงตาฉายแววอำมหิต "ใจเย็นๆ หรูอิง ในเมื่อมันอยากจะไปวังหลวงนัก ข้าก็จะให้มันไป แต่ข้าจะ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status