Share

บทที่ 9 จุดจบฮูหยินเอก

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-05 23:36:17

กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่แสนอึดอัดของคุกหลวง สถานที่แห่งนี้คือจุดสิ้นสุดของขุนนางผู้ฉ้อฉลและนักโทษอุกฉกรรจ์ แสงจากคบเพลิงที่วูบไหวตามทางเดินแคบๆ ทอดเงาอสุรกายพาดผ่านผนังหินที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและคราบเลือดเก่า

          'หลันชิง' ในสภาพที่มิมองเห็นเค้าลางของฮูหยินเอก

ผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป นางถูกล่ามโซ่ตรวนทั้งมือและเท้า ร่างกายที่เคยสวมใส่ผ้าไหมเลิศรสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและชุดนักโทษสีหม่นที่ขาดวิ่น ใบหน้าที่เคยงดงามและหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือด แววตาที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

          เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงดังก้องมาจากทางเดิน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้ากรงขังของนาง หลันชิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนให้เห็นร่างของสตรีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูตัดกับบรรยากาศโสโครกเบื้องหลัง

          "ไป๋... หมิงเว่ย..." หลันชิงเค้นเสียงรอดไรฟัน "นังลูกแมวป่า... เจ้ายังกล้าโผล่หัวมาที่นี่อีกหรือ"

          หมิงเว่ยจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่ามิต่างจากมองเศษซากที่ไร้ค่า นางขยับกายเข้าไปใกล้กรงเหล็ก กลิ่นอายความแค้นที่สั่งสมมาห้าปีแผ่ซ่านจนหลันชิงถึงกับต้องขยับกายหนี

          "ข้ามิได้มาเพื่อเยาะเย้ยเจ้า หลันชิง... เพราะสภาพของเจ้าในตอนนี้ แม้แต่สุนัขข้างถนนยังเมินหน้าหนี" หมิงเว่ยเอ่ยน้ำเสียงเรียบเย็น "ข้ามาเพื่อทวงถามหนี้ที่เจ้ายังค้างคาไว้กับท่านแม่ของข้า และน้องชายที่ไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกคนนั้น"

          "หึๆ... เจ้าจะทวงถามอะไรอีก? เสนาบดีไป๋ก็ถูกขังอยู่อีกห้อง หรูอิงก็ถูกส่งไปเป็นนางกำนัลใช้แรงงานในทุ่งหญ้าทางเหนือ เจ้าชนะแล้วหมิงเว่ย! เจ้าทำลายครอบครัวข้าจนย่อยยับ!" หลันชิงกรีดร้องอย่างเสียสติ

          "ครอบครัวเจ้างั้นหรือ?" หมิงเว่ยแค่นยิ้ม "เจ้าเป็นเพียงหัวขโมยที่ปล้นตำแหน่งฮูหยินเอกไปจากท่านแม่ข้า เจ้าปล้นชีวิตท่านแม่และน้องข้าไป! และตอนนี้ ข้าต้องการรู้ว่าใครคือคนที่ส่งพิษกร่อนวิญญาณ'ให้เจ้าในตอนนั้น"

          หลันชิงชะงักกึก แววตาของนางสั่นระริกครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง นางเริ่มพึมพำกับตัวเอง "ข้าพูดไม่ได้... ถ้าข้าพูด นางจะฆ่าข้า... นางจะฆ่าทุกคน..."

          "นางที่เจ้าว่า คือคนที่อยู่เหนือกว่าฮองเฮาใช่หรือไม่?" หมิงเว่ยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลันชิง "คือคนที่ประทานเจ้าให้ท่านพ่อใช่หรือไม่?"

          ในขณะที่หมิงเว่ยกำลังบีบคั้นเอาความจริงจากหลันชิง ร่างสูงของหลี่เทียนฉีก็ก้าวออกมาจากมุมมืดข้างกายพยัคฆ์สาว มือหนาของเขาวางลงบนบ่าของหมิงเว่ยเพื่อให้กำลังใจ แววตาของเขาที่จ้องมองหลันชิงนั้นเย็นชาเสียจนนางนักโทษต้องก้มหน้าหลบ

          "หลันชิง... เจ้าคิดว่าหากเจ้าเงียบไว้ นางจะเมตตาเจ้าหรือ?" เทียนฉีเอ่ยเสียงทุ้ม "นางส่งคนมาลอบสังหารเจ้าถึงในคุกหลวงตั้งแต่แรกที่เจ้าถูกจับ แต่เป็นข้าที่ส่งองครักษ์เงามากำจัดนักฆ่าพวกนั้นทิ้งไปเสียก่อน"

          เขาส่งสัญญาณให้เฉินอี้โยน 'ป้ายหยก' ชิ้นหนึ่งเข้าไปในกรงขัง มันคือป้ายหยกประจำตัวของนางกำนัลจากตำหนักเสียนเฟย!

          หลันชิงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นางจำป้ายนั้นได้ดี "เสียนเฟย... นางส่งคนมาฆ่าข้าจริงๆ หรือ..."

          "นางมิเคยเห็นเจ้าเป็นมิตร หลันชิง" หมิงเว่ยเอ่ยเสริม "เจ้าเป็นเพียงหมากที่นางใช้ทำลายเสถียรภาพของตระกูลขุนนางเก่า และเมื่อหมากตัวนี้ไร้ประโยชน์ นางย่อมต้องเขี่ยทิ้งเพื่อมิให้ร่องรอยสาวไปถึงตัวนางได้"

          หลันชิงเริ่มหัวเราะอย่างคุ้มดีคุ้มร้าย น้ำตาแห่งความสำนึกเสียใจที่มาช้าเกินไปไหลอาบแก้ม "ข้ามันโง่เอง... ข้านึกว่านางจะช่วยให้หรูอิงได้เป็นพระชายา ข้านึกว่านางจะปกป้องข้า..."

          นางกวักมือเรียกหมิงเว่ยเข้าไปใกล้ๆ สุ้มเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ "ไป๋หมิงเว่ย... เจ้าอยากรู้เรื่อง 'ตราประทับประจำตระกูลถัง' ใช่ไหม? ข้าจะบอกเจ้า... แต่มิใช่เพราะข้าเมตตาเจ้า ข้าอยากให้นางพินาศไปพร้อมกับข้า!"

          หลันชิงกระซิบความลับบางอย่างที่ทำให้หมิงเว่ยถึงกับหน้าซีดและมือสั่น "ตรานั้น... มิได้หายไปไหน แต่มันถูกฝังอยู่ในป้ายวิญญาณของมารดาเจ้าในเรือนร้าง! และมันมิใช่เพียงตราประทับธรรมดา แต่มันคือกุญแจที่ใช้เปิด 'คลังอาวุธลับ' ของอดีตฮ่องเต้ที่ตระกูลถังดูแลอยู่!"

          หมิงเว่ยหัวใจเต้นรัว ความลับนี้ใหญ่เกินกว่าที่นางจะคาดคิด ตระกูลถัง ตระกูลของมารดามิใช่เพียงขุนนางเก่า ทว่ากลับเป็นผู้กุมความมั่นคงของราชบัลลังก์มาหลายชั่วอายุคน!

          "และอีกอย่างหนึ่ง..." หลันชิงกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง "เสียนเฟยมิได้ต้องการเพียงแค่ตรานั้น แต่นางต้องการ 'เจ้า' เพราะเลือดของเจ้า คือกุญแจดอกสุดท้ายที่นางต้องใช้เปิดคลังนั่น... เจ้าคือเหยื่อรายต่อไปของนาง หมิงเว่ย!"

          สิ้นคำพูด หลันชิงก็ดิ้นรนทุรนทุราย เลือดสีดำไหลออกตามทวารทั้งเก้า นางถูกพิษที่แฝงมาในอากาศหรือในมื้ออาหารก่อนหน้านี้อย่างแยบยลจนองครักษ์เงาก็สังเกตมิเห็น

          "หลันชิง! พูดมาให้จบ!" หมิงเว่ยร้องเรียกทว่ามิทันการณ์ ร่างของแม่เลี้ยงใจอำมหิตแน่นิ่งไปในที่สุด ทิ้งไว้เพียงปริศนาที่นางเองก็มิอาจรู้ได้

          เทียนฉีรีบคว้าตัวหมิงเว่ยออกห่างจากกรงขัง "พิษดับจิต! นางถูกลอบวางยามานานแล้ว เพียงแต่รอเวลาออกฤทธิ์"

          "ท่านพี่... ท่านแม่ซ่อนมันไว้ที่นั่นจริงๆ หรือ?"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 9 จุดจบฮูหยินเอก

    กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่แสนอึดอัดของคุกหลวง สถานที่แห่งนี้คือจุดสิ้นสุดของขุนนางผู้ฉ้อฉลและนักโทษอุกฉกรรจ์ แสงจากคบเพลิงที่วูบไหวตามทางเดินแคบๆ ทอดเงาอสุรกายพาดผ่านผนังหินที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและคราบเลือดเก่า 'หลันชิง' ในสภาพที่มิมองเห็นเค้าลางของฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป นางถูกล่ามโซ่ตรวนทั้งมือและเท้า ร่างกายที่เคยสวมใส่ผ้าไหมเลิศรสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและชุดนักโทษสีหม่นที่ขาดวิ่น ใบหน้าที่เคยงดงามและหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือด แววตาที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงดังก้องมาจากทางเดิน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้ากรงขังของนาง หลันชิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนให้เห็นร่างของสตรีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูตัดกับบรรยากาศโสโครกเบื้องหลัง "ไป๋... หมิงเว่ย..." หลันชิงเค้นเสีย

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 8 ความลับถูกเปิดเผย

    บรรยากาศภายในตำหนักมณีแดงเย็นเยียบลงถนัดตาหลังจากคำบอกเล่าของหลี่เทียนฉี หมิงเว่ยยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความหวังที่จะล้างมลทินให้ท่านแม่และความแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา “หมอประจำตระกูล... หมอหรูงั้นหรือเพคะ?” หมิงเว่ยเอ่ยเสียงสั่น “ข้าจำได้ว่าเขาหายสาบสูญไปในคืนเดียวกับที่ท่านแม่ถูกขับไล่ ข้านึกว่าเขาถูกลอบสังหารไปพร้อมกับความลับนั้นแล้วเสียอีก” “หลันชิงอำมหิตนัก แต่นางยังขลาดกลัวต่อกฎแห่งกรรม” เทียนฉีก้าวเข้ามาประคองไหล่บาง “นางมิจ้างวานฆ่า แต่กลับติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ส่งเขาไปรับโทษในเหมืองนรกที่ชายแดนเหนือ ที่นั่นคือคุกมืดที่ไม่มีใครเคยได้กลับออกมา... จนกระทั่งคนของข้าไปถึง” หมิงเว่ยเงยหน้าสบตาบุรุษตรงหน้า “ท่านพี่... ท่านวางแผนเรื่องนี้มานานเท่าใดแล้วเพคะ?”&nbs

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 7 ตัวการ

    แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตำหนักมณีแดงดูจะหม่นแสงลงเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่แสนอึดอัดภายในห้อง บัดนี้หลี่เทียนฉียังคงไม่ยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขน ราวกับว่าหากเขาคลายวงแขนเพียงนิด หมิงเว่ยจะเลือนหายไปท่ามกลางเงามืดของวังหลวงที่จ้องจะกลืนกินนาง "ท่านพี่... หม่อมฉันหายใจมิออกเพคะ" หมิงเว่ยเอ่ยเสียงอู้อี้อยู่กับอกแกร่ง ทว่ารอยยิ้มจางๆ กลับแต้มที่มุมปาก นางรู้สึกได้ถึงความร้อนใจของบุรุษผู้นี้ที่มีต่อนางอย่างท่วมท้น เทียนฉีค่อยๆ คลายอ้อมกอดแต่ยังคงกุมมือเล็กไว้นิ่ง สายตาของเขาสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ในวังแห่งนี้ ทุกย่างก้าวคือกับดัก แผนการของคนที่อยู่เบื้องหลังนางกำนัลพวกนั้นซับซ้อนกว่าที่ข้าคิด ยาที่เจ้าเจอ... มันคือ 'พิษกร่อนวิญญาณ' หากดื่มเข้าไปเพียงนิดจะทำให้ดูเหมือนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ร่องรอยพิษจะสลายไปในหนึ่งชั่วยาม หมอหลวงทั่วไปย่อมตรวจไม่พบ" หมิงเว่ยขมวดคิ้วมุ่น "อำมหิตนัก... หากวันนี้หม่อมฉันสิ้นใจ ฮองเฮาย่อมตกเป็นจำเลยของแผ่นดินอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง และตัวท่านพี่เองก็คงจะมองมารดาแท้ๆ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปตลอดกาล" "นั

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 6 การต้อนรับที่แสนวิเศษ

    หลังจากออกจากตำหนักคุนหนิง หมิงเว่ยถูกนำตัวไปพักที่ตำหนักมณีแดงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานหลวง แม้จะเป็นตำหนักขนาดเล็กทว่าการตกแต่งกลับงดงามและพรั่งพร้อมด้วยเครื่องเรือนล้ำค่า ที่นั่นมีนางกำนัลสองคนนามว่า 'ผิงเอ๋อร์' และ 'ฉุ่ยเอ๋อร์' ยืนรอปรนนิบัติอยู่ แววตาของพวกนางดูหลุกหลิกมิมั่นคงนัก "ท่านหญิงเพคะ นี่คือ 'ยาบำรุง' ที่ฮองเฮาทรงประทานมาให้เพคะ" ผิงเอ๋อร์เอ่ยพลางยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่มีน้ำยาควันกรุ่นส่งกลิ่นหอมหวานแปลกๆ ให้ "ทรงกำชับว่าให้ท่านหญิงดื่มทันทีที่ถึงที่พัก เพื่อปรับสมดุลร่างกายจากการเดินทางและคลายความเหนื่อยล้าเพคะ" หมิงเว่ยรับถ้วยยามาถือไว้ ความร้อนจากถ้วยส่งผ่านสู่ฝ่ามือ ทว่าหัวใจของนางกลับเย็นเยียบ กลิ่นยาบำรุงนี้หอมจนผิดสังเกต ราวกับต้องการปกปิดกลิ่นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน นางลอบชำเลืองมองไปยังขื่อหลังคาเบื้องบน ที่ซึ่งนางรู้ดีว่าเฉินอี้องครักษ์เงาที่เทียนฉีส่งมาแฝงตัวอยู่ เฉินอี้ขยับกายเล็กน้อยจนเกิดเงาวูบไหวซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่นัดแนะกันไว้ ยาพิษ... หมิงเว่ยแสร้งทำเป็นยกถ้วยยาขึ้นจดริมฝีป

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 5 พบกันคราแรก

    สองชั่วยามต่อมา รถม้าประดับตราสัญลักษณ์วังหลวงก็เคลื่อนออกจากจวนสกุลไป๋ ท่ามกลางสายตาละห้อยของเสนาบดีไป๋และความเคียดแค้นของหลันฮูหยิน ภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมนุ่มละมุน หมิงเว่ยลอบถอนหายใจยาว นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาร่างหนึ่งควบม้าตามมาห่างๆ ชุดรัดกุมสีดำขององครักษ์เงาเฉินอี้ทำให้นางมั่นใจว่าเทียนฉีไม่ได้ทอดทิ้งนาง ทันใดนั้น รถม้าก็หยุดกะทันหันกลางทางที่เงียบสงัด ประตูรถม้าถูกเปิดออกโดยพลการ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองก้าวเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามโดยมิทันตั้งตัว “ท่านพี่!” หมิงเว่ยอุทานด้วยความตกใจ “พระองค์ทรงมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ? นี่เป็นรถม้าของวังหลวง...” หลี่เทียนฉีมิได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่คว้าข้อมือเล็กของนางขึ้นมาดูรอยแผลแดงจางๆ ที่เกิดจากการที่นางจิกเล็บตัวเองเพื่อข่มอารมณ์ “เจ้าเจ็บหรือไม่?” “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... แผนการของพระองค์ได้ผลดียิ่งนัก ตอนนี้จวนเสนาบดีคงวุ่นวายยิ่งกว่าถูกปล้น” “นั่นมิใช่แผนการของข้าทั้งหมด” เทียนฉีสบตานางด้วยแววตาจริงจัง “การแต่งตั้งเจ้าเป็นเซี่ยนจู่ คือความตั้งใจข

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 4 กาเอาคืน2

    รุ่งเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากเรือนของคุณหนูใหญ่ เสนาบดีไป๋และหลันฮูหยินรีบวิ่งตรงไปยังห้องนอนของบุตรสาวตามแผนที่วางไว้เพื่อให้บิดามาเห็นภาพบาดตา "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีใครก็ไม่รู้แอบเข้าไปในห้องนอนของคุณหนู!" เสียงสาวใช้ร้องตะโกนก้อง หลันฮูหยินแสร้งทำเป็นตกใจ "ตายแล้ว! ใครกันที่บังอาจทำเรื่องไร้ยางอาย! ท่านพี่ รีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ ข้าเกรงว่าจะเป็น..." นางยังพูดไม่จบ เสนาบดีไป๋ก็ถีบประตูห้องนอนเข้าไปด้วยโทสะ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้คนทั้งจวนต้องชะงักค้าง มิใช่หมิงเว่ยที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ดูไม่ได้กับชายชู้... แต่กลับเป็น ไป๋หรูอิง บุตรสาวคนโปรดที่กำลังนอนหลับใหลอยู่เคียงข้างชายรับใช้ชั้นต่ำในจวนที่ถูกมอมยาจนไม่ได้สติทั้งคู่! "หรูอิง!" เสนาบดีไป๋คำรามลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นจนถึงขีดสุด หลันฮูหยินถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น "ไม่... ไม่จริง! นี่มันเรื่องอะไรกัน!" ท่ามกลางความวุ่นวาย หมิงเว่ยเดินเข้ามาในชุดสีขาวสะอาดตา แววตาแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกทว่าแฝงไปด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status