Beranda / โรแมนติก / ข้างห้องคือคนข้างใจ / บทที่ 7 วันหยุดของชั้น 18 (1)

Share

บทที่ 7 วันหยุดของชั้น 18 (1)

last update Tanggal publikasi: 2025-10-27 10:13:14

วันเสาร์ต้นเดือนเป็นวันที่ลมดีผิดปกติ ฟ้าใสจนเงาเมฆบาง ๆ ดูเหมือนกระดาษสีน้ำที่ใครสาดไปบนผืนฟ้า ฉันตื่นสายกว่าในวันทำงานนิดเดียว แต่ไม่ถึงกับขี้เกียจ อาจเพราะเมื่อคืนก่อนนอนฉันตั้งใจไว้แล้วว่าเช้านี้จะลงไปที่ร้าน “ที่เดิม” กับมิ้นท์ เขาบอกว่าจะมีเวิร์กช็อปเล็ก ๆ ให้เด็ก ๆ ลองบดกาแฟด้วยมือ ฟังแล้วใจฉันนึกภาพโตโตะใส่ผ้าพันคอลายตลกยืนเฝ้าประตู กับภีมยืนยิ้มน้อย ๆ อธิบายอย่างใจเย็น และเสียงหัวเราะของเด็กปนกลิ่นกาแฟคั่วอ่อน จินตนาการนั้นทำให้การลุกจากเตียงง่ายกว่าทุกวันหยุดที่ผ่านมา

โมจิกลิ้งตัวเป็นซินนามอนโรลบนพรม พอฉันขยับผ้าห่มมันก็หรี่ตามองด้วยท่าทาง “ไม่ไปร้านกาแฟนะ บอกก่อน” ฉันหัวเราะเบา ๆ “จ้ะ วันนี้อยู่เฝ้าห้อง ช่วงบ่ายแม่จะกลับมาลูบพุงชดเชย” มันตอบด้วยการยืดหาวยาว ๆ เหมือนเซ็นรับทราบ

ฉันแชทหามิ้นท์ “สิบโมงครึ่งหน้าลิฟต์นะ” เธอตอบทันที “โอเคจ้ะคุณผู้หญิง ฉันพร้อมให้คะแนนเพื่อนบ้านเธอในหัวข้อ ‘พ่อบ้านใจกล้า’ แล้วจ้ะ” ต่อด้วยอีโมจิไหว้สามครั้งเหมือนจะบอกว่า—ขอกราบความดีงามล่วงหน้า

ฉันแต่งตัวง่าย ๆ เสื้อเชิ้ตคอจีนสีขาวกับกางเกงยีนส์เข้ารูป มัดผมหางม้าด้วยยางเส้นเดิม (ยังอยู่กับฉันดีแบบไม่ได้คืนเสียที) ทาลิปสีพีชบาง ๆ แล้วหยิบกล้องฟิล์มที่นอนนิ่งอยู่บนชั้นมาด้วย วันนี้อยากเก็บภาพไว้ในแบบที่ช้าลงเหมือนเวลาของร้านกาแฟเล็ก ๆ

สิบโมงครึ่งตรงเป๊ะ เรากับมิ้นท์เจอกันที่หน้าลิฟต์ เธอสวมเดรสลายทางสีฟ้า ถือถุงผ้าขนาดใหญ่ที่น่าจะใส่ทุกอย่างตั้งแต่ทิชชู่จนถึงแผนที่กรุงเทพ “ไปพิสูจน์ร้านคุณชาย 18B กัน!” เธอบอก ฉันส่ายหัวขำ ๆ กับพลังงานของเพื่อน ก่อนเดินคู่กันไปทางหน้าร้าน

“ที่เดิม” เปิดประตูไว้ครึ่งหนึ่งอยู่แล้ว กลิ่นกาแฟคั่วใหม่ลอยมาก่อนถึงป้ายไม้ ฉันชอบกลิ่นนี้ มันไม่ใช่กลิ่นเข้มครึ้มที่ตีจมูก แต่เป็นความหอมแบบมีที่ว่าง ให้ลมหายใจได้เดินเล่น ในร้านมีป้ายกระดานดำเขียนด้วยชอล์กสีสวย ๆ ว่า “Workshop เล็ก ๆ : มือหมุนหอม ๆ 11:00–12:00 น. เด็ก ๆ ทดลองบดกาแฟ + ชิมโกโก้อุ่น (ฟรี)” ใต้ป้ายมีรูปหมาวาดลายเส้นเหมือนโตโตะกำลังยิ้ม

“คะแนนแรก: งานกราฟิกป้าย ผ่าน” มิ้นท์ฟันธง เธอหยิบมือถือขึ้นมาแชะ “ส่งแผนพิกัดให้เพื่อนละ”

ภายในร้าน คนยังไม่เยอะ โต๊ะไม้เล็ก ๆ วางเรียงพอดี ๆ เก้าอี้เหล็กดัดหลังโค้งนั่งสบายกว่าที่คิด มุมหนึ่งมีเครื่องบดไฟฟั่งสแตนเลสเงาวับ แต่กลางร้านกลับวางโม่มือหมุนแบบคลาสสิกไว้สองตัวบนผ้าปูโต๊ะลินินสีครีม ข้าง ๆ มีถ้วยคัปปิ้งเล็ก ๆ กับช้อนสแตนเลสวางเรียงเหมือนกำลังรอให้ใครสักคนมานั่งล้อมวง ภีมยืนหลังเคาน์เตอร์ สวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเทา ผูกด้านหลังอย่างเรียบ เขาหันมาเห็นเราแล้วพยักหน้าทักทาย รอยยิ้มอ่อน ๆ ตรงมุมปากยังคงเป็นเครื่องหมายการค้าของเขา

“สวัสดีค่ะ” ฉันยิ้มตอบ ส่วนมิ้นท์…ทำตาเป็นประกายเกินเหตุ “สวัสดีค่าาาาา” เธอลากเสียงยาวจนฉันต้องสะกิดแขนเบา ๆ

“เชิญนั่งได้เลยครับ เดี๋ยวจะเริ่มตอนสิบเอ็ดโมง เด็ก ๆ อยู่ตรงโน้น” ภีมชี้ไปทางมุมใกล้หน้าต่าง ที่นั่นมีกลุ่มครอบครัวเล็ก ๆ นั่งรอ เด็กสามสี่คนกำลังจ้องถังเมล็ดกาแฟเหมือนพบสมบัติล้ำค่า โตโตะสวมผ้าพันคอลายเมล็ดกาแฟ เดินตรวจจุดต่าง ๆ ในร้านอย่างขยันขันแข็ง ก่อนหยุดที่ประตูแล้วนั่งรอแขกใหม่ด้วยท่าที “พนักงานต้อนรับ”

เสียงประตูดัง กริ๊ง คู่แม่ลูกอีกชุดเดินเข้ามา ภีมยิ้มต้อนรับ “ยินดีต้อนรับครับ ที่นั่งตรงนี้ว่างเลย” เขาก้มหัวทักเด็กน้อย “ชื่ออะไรครับ”

“ภูมิครับ” เด็กชายตอบเสียงดังฟังชัด

“ดีมากน้องภูมิ วันนี้เราจะเป็นนักบดกาแฟฝึกหัดนะ” ภีมพูดด้วยน้ำเสียงน่าฟังและกระดูกสันหลังอ่อนโยนอย่างคนคุ้นเคยกับเด็ก “จบคาบแล้วจะได้ประกาศนียบัตร…เป็นสติ๊กเกอร์คอร์กี้หนึ่งดวง”

“เย้!” เด็ก ๆ รอบโต๊ะร้องประสานเสียงอย่างพร้อมเพรียง โตโตะยกหางส่ายเหมือนรับผิดชอบหน้าที่หัวหน้าพิธี

ฉันกับมิ้นท์เลือกนั่งโต๊ะติดผนัง ไม่ไกลจากวงกิจกรรม เธอวางคางบนหลังมือ กระซิบ “ฉันพร้อมจะร้องไห้ให้ความน่ารักแล้วนะ” ฉันหัวเราะ “ยังไม่เริ่มเลยเพื่อน” “เริ่มในใจฉันแล้ว” เธอว่า แล้วก็ชี้ไปที่ผ้ากันเปื้อนภีม “คะแนนสอง: ใส่ผ้ากันเปื้อนแล้วดูเป็นพ่อบ้านใจกล้าในพริบตา”

สิบเอ็ดโมง ภีมปรับไฟในร้านให้สว่างนวลขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเคาะขอบแก้วช้อน “เริ่มคลาสครับน้อง ๆ” เขาเริ่มด้วยการให้เด็ก ๆ ดมเมล็ดกาแฟจากสองกระปุก กระปุกหนึ่งเขียนว่า “เริ่มใหม่” อีกกระปุกเขียน “น่าน” เขาถามทีละคน “ได้กลิ่นอะไรบ้างครับ”

เด็กผู้หญิงผมสั้นตอบ “เหมือนช็อกโกแลตค่ะ”

อีกคนบอก “เหมือนขนมปังปิ้ง”

ส่วนภูมิว่า “เหมือน…น้ำผึ้ง!”

ภีมยิ้ม “เก่งมาก ทุกคำตอบถูกได้ครับ เพราะจมูกของแต่ละคนเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน แล้วเวลาบดเมล็ด กลิ่นจะชัดขึ้นอีก เดี๋ยวลองกัน”

เขาเทเมล็ดลงโม่มือหมุน สอนวิธีจับ “มือขวาจับที่จับ มือซ้ายจับตัวโม่ไว้ อย่าบีบแรง ถ้าบีบเกินไปจะหมุนยาก ให้นึกเหมือนจับดินสอตอนวาดรูปนะครับ” เด็ก ๆ ทำตามอย่างตั้งใจ เสียง “กรอก กรอก” ของเมล็ดโดนบดดังเป็นจังหวะ ฝุ่นกาแฟหอมฟุ้งขึ้นมานิด ๆ จนฉันที่นั่งห่างยังได้กลิ่น มิ้นท์ยกมือถือขึ้นถ่ายวิดีโอแบบมืออาชีพ โฟกัสที่มือเด็กเล็ก ๆ กับเครื่องบดไม้เก่า—ภาพมันน่ารักเกินต้าน

“คุณครูคะ ถ้าปั่นเร็ว ๆ จะหอมกว่ามั้ยคะ” เด็กหญิงอีกคนถาม

“ถ้าเร็วไปเมล็ดจะร้อน กลิ่นบางอย่างจะหายครับ ลองหาจังหวะที่มือไม่เมื่อยและเสียงไม่ดังเกินไปนะ” ภีมตอบอย่างใจเย็น เขาให้ทุกคนผลัดกันหมุน ทีละรอบสองรอบ พอเห็นมือใครเริ่มเมื่อยก็สลับทันที ไม่มีใครถูกทิ้งให้รู้สึกช้าหรือพลาด

จังหวะนั้นเอง ภูมิที่ตื่นเต้นสุด ๆ เผลอเอียงโม่แรงไปหน่อย ขอบถ้วยรองผงกาแฟสะบัด—ผงกาแฟที่บดได้เกือบครึ่งถ้วยกระเด็นหกลงบนโต๊ะเป็นกองเล็ก “โอ๊ะ!” เสียงเด็กชายดังลั่น เขานิ่งไปทันที ใบหน้าตกใจจนฉันเผลอใจหายตาม

ภีมก้าวเข้ามาทันที แต่ไม่ได้ทำหน้าเครียด เขากลับย่อตัวให้ระดับสายตาเท่ากันแล้วพูดขำ ๆ “โอ้โห ภูเขาไฟกาแฟระเบิด! นักข่าวภาคสนามรายงานด้วยครับว่าเกิดขึ้นเมื่อวินาทีใด” เด็ก ๆ หัวเราะกันพรึ่บ ภูมิช้อนตาขึ้นอย่างโล่งใจนิด ๆ

“ไม่เป็นไรครับ กาแฟไม่ชอบให้เรากังวล” ภีมหยิบแปรงขนอ่อนกับแผ่นปัดเล็ก ๆ จากถาด “นี่คือหน่วยกู้ภัยกาแฟ เดี๋ยวเราตักกลับบ้าน หมายถึงกลับถ้วยกัน” เขาพูดไปปัดไปช้า ๆ แล้วเชิญภูมิช่วยเก็บ “ลองใช้แปรงเหมือนปัดฝุ่นรูปวาดนะครับ” ภูมิทำตาม หน้ากลับมายิ้มได้ในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ฉันมองภาพนั้นแล้วรู้สึกเหมือนหัวใจถูกใครค่อย ๆ วางลงกับพื้นอย่างปลอดภัย

“เพื่อนบ้านเธอนี่พ่อบ้านใจกล้า!” มิ้นท์กระซิบอีกรอบ คราวนี้เสียงเบาจริงใจมากกว่าแซว “เขาสงบชนิดที่ทำให้ความพลาดกลายเป็นเรื่องเรียนรู้ได้อะ โคตรดี”

ฉันพยักหน้าโดยไม่ละสายตาจากภาพตรงหน้า “ใช่…เขาไม่ได้แค่ใจเย็น เขาทำให้เด็กไม่อายตัวเองด้วย” ประโยคที่ออกจากปากทำให้ฉันเงียบไปชั่วครู่ เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเราเพิ่งใช้คำว่า “ดี” กับเขาคนนี้หลายครั้งเกินนับตั้งแต่ย้ายมา

ภีมให้เด็ก ๆ ดมผงกาแฟที่เพิ่งบดเสร็จ “ตอนยังเป็นเมล็ด กลิ่นเหมือนนอนหลับ พอตื่น คือบด กลิ่นก็ลุกขึ้นมาเดิน พยายามฟังมันด้วยจมูกนะครับ” จากนั้นเขาเทน้ำร้อนลงถ้วย “สูดลมหายใจเข้าเบา ๆ ระวังร้อน” เด็ก ๆ ทำตามเสียงหัวเราะคิกคัก บางคนพูดว่า “เหมือนกล้วยปิ้ง!” อีกคนว่า “เหมือนคาราเมล” ภีมยิ้ม ไม่เคยบอกว่าใครผิด เขาจำคำตอบของแต่ละคนได้ แล้วเอามาโยงเป็นเรื่องเล่า “เพราะกาแฟปลูกบนเขา ดอกไม้แถวนั้นเลยชอบมาทักทาย กล้วยก็มา ขนมปังก็มา แล้วแต่เราเดินไปเจอกับใครก่อน”

ฉันกับมิ้นท์สั่งเครื่องดื่ม ฉันขอลาเต้อุ่นอย่างเคย ส่วนเธอสั่งโกโก้เย็น “เพราะฉันยังเป็นเด็กในเวิร์กช็อปนี้” เธอว่า ภีมพยักหน้ารับ แล้วไม่นานแก้วเครื่องดื่มก็มาอยู่ตรงหน้า รสชาติยังเป็นแบบที่ทำให้มือไม่สั่นและหัวใจสั่นนิด ๆ เหมือนเดิม

หลังเด็ก ๆ ดมและชิม (ในที่นี้หมายถึงชิมโกโก้อุ่นที่ร้านเตรียมไว้สำหรับเด็ก) ภีมให้ลองสลับคนหมุนโม่อีกครั้ง “คราวนี้เราลองหมุนให้คนข้าง ๆ ฟังเสียงด้วยว่าเบาไปหรือดังไป ถ้าดังไปให้ลดแรงลงนิดหนึ่ง” เขาเอ่ยคำว่า “ฟังเสียง” ซ้ำ ๆ จนฉันสะดุด เขาไม่ได้สอนแค่บดกาแฟ แต่สอนให้ฟังกันและกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 4 ผมชื่อโตโตะ

    โตโตะนั่งอยู่บนพรมหนานุ่มในมุมห้องที่อบอุ่นของภีม มันชอบที่นี่ที่ไม่เคยมีอะไรยุ่งยาก หรือวุ่นวาย แต่กลับเต็มไปด้วยความสงบและความสุขที่ไม่อาจอธิบายได้ มันรู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะยืน หรือนั่งอยู่ตรงไหน มันก็คือบ้านที่อบอุ่นที่สุด วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ภีมกลับบ้านตอนเย็น เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ชื่อร้านผมฟังแล้วมันก็แปลก ภีมตั้งชื่อร้านว่า ร้านที่เดิม เหมือนจะรู้ว่ามะปรางรอเขาอยู่ ภีมมักจะทำกาแฟให้มะปรางทุกครั้งที่กลับมาจากทำงาน แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่โตโตะเห็นในท่าทางของเขา ภีมอยากให้มะปรางรู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย และอบอุ่น โตโตะกระดิกหางไปมา มองไปที่ภีมที่ทำกาแฟให้มะปรางที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกาแฟ หญิงสาวที่ดูนุ่มนวลและใจดี เขามักจะเห็นภีมมองมะปรางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน แม้จะเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา แต่โตโตะรู้ดีว่าแววตาของภีมเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยในทุกการกระทำ ผมมักจะชอบอยู่ข้าง ๆ มะปรางในทุกวัน ตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงโซฟา ก้มหน้าก้มตาทำอะไรไปบ้าง โตโตะแอบยิ้มให้ตัวเองทุกครั้ง เม

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 3 ฉันชื่อโมจิ

    ฉันคือโมจิ แมวที่หน้าตาดุร้ายที่สุดในร้านขายสัตว์เลี้ยง และเชื่อเถอะว่าเมื่อก่อนฉันไม่คิดเลยว่าจะมีชีวิตที่ดีแบบนี้ ย้อนกลับไปตอนนั้น...ตอนที่ยังไม่รู้จักมะปรางเลย ตอนนั้นแหละที่ฉันรู้สึกถึงความโหดร้ายที่สุดในชีวิต แม้ว่าฉันจะเป็นแมวที่มีขนฟูเหมือนกับแมวธรรมดาทั่วไป แต่ว่าฉันกลับมีหน้าตาแปลก ๆ ที่ทำให้ทุกคนในร้านไม่อยากจะรับฉันไปเลี้ยงสักคน บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมวที่ไม่มีใครรัก ฉันไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเจ้าของร้านถึงไม่พยายามหาคนรับฉันไปเลี้ยงสักคน ฉันไม่ได้ดุขนาดนั้นนะ ฉันแค่มีหน้าตาโหดเกินไปนิดหน่อย ลองคิดดูสิ! แมวหน้าตาน่ากลัวกับคนทั่วไปมันจะน่ารักตรงไหน? ตอนนั้น ฉันจำได้ว่าเคยคิดในใจว่า “ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่?” ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาในร้าน ฉันจะมองเขาอย่างหวังว่าเขาจะเห็นฉันและรับฉันไป แต่ไม่เคยมีใครหันมาสนใจฉันเลย ทุกวันฉันก็แค่ยืนอยู่ในกรง รอเวลาที่จะมีใครสักคนมองเห็นฉันที่ไม่ใช่แค่ในฐานะแมวที่หน้าตาดุ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถมอบความรักให้กับใครสักคนได้ วันหนึ่ง มิ้นท์พามะปรางมาที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 2 วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    เช้าวันทำงานที่มะปรางคิดว่าจะเป็นวันธรรมดา กลับกลายเป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดในสัปดาห์ เพราะหลังจากที่มะปรางตัดสินใจบอกมิ้นท์เกี่ยวกับข่าวดีที่เธอและภีมได้ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนแล้ว ก็เป็นวันที่ทุกคนแซวจนเธอแทบจะไม่รู้จะตอบยังไง เมื่อมิ้นท์เดินเข้ามาหามะปรางที่โต๊ะทำงานในช่วงพักเที่ยง มะปรางก็ไม่รอช้าที่จะบอกข่าวดี “มิ้นท์... ฉันมีเรื่องจะบอก” มะปรางพูดเสียงเบา ๆ แต่ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย มิ้นท์มองมาที่เธออย่างสงสัย “อะไรเหรอ? ทำไมหน้าตาดูตื่นเต้นขนาดนั้น?” มะปรางยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะตอบออกไป “ภีม... เราเป็นแฟนกันแล้วค่ะ” มิ้นท์ตาโตและอ้าปากค้าง “จริงเหรอ?! โอ้ยยย ในที่สุดก็ได้คบกันแล้วนะ! ฉันรู้แล้วล่ะว่าภีมต้องเป็นคนพิเศษของเธอแน่ ๆ!” มิ้นท์พูดเสียงดังจนคนในออฟฟิศหันมามอง มะปรางรีบก้มหน้าหลบสายตา ไม่รู้จะทำยังไงดี “มิ้นท์... ดังไปนะ ทุกคนได้ยินหมดแล้ว” เธอพูดเสียงต่ำ แต่ไม่สามารถปิดรอยยิ้มได้เลย มิ้นท์หัวเราะขำ ๆ “โอ๊ยยย ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ แต่นี่มันข่าวดีนี่นา!” แล้วก็ยิ้มแหย ๆ “บอกมาเร็ว ๆ สิ ยั

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 1 วันแรกที่พวกเขาเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันใหม่ในช่วงต้นฤดูหนาว ภายในคอนโดของมะปราง ทุกอย่างเงียบสงบและอบอุ่น ราวกับว่าโลกภายนอกนั้นไม่มีความวุ่นวายที่สามารถเข้ามากวนใจได้ วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ความรู้สึกของเธอไม่เคยเบาหรือสับสนเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างในชีวิตตอนนี้มันชัดเจนขึ้น และในความเงียบของเช้านี้ เธอได้เห็นภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังและการเริ่มต้นใหม่ มะปรางลุกจากเตียงและเดินไปที่ระเบียงห้อง ก้มมองไปยังท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีส้มอบอุ่นจากแสงแรกของวัน เธอได้ยินเสียงในใจที่บอกว่า ทุกอย่างมันจะดีขึ้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป วันนี้ไม่เหมือนทุกวันก่อนหน้านี้ มันเป็นวันที่มะปรางและภีมจะเริ่มต้นชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ในแง่ของความรู้สึกหรือการที่ทั้งสองอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น แต่เป็นการที่พวกเขาจะเริ่มทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เหมือนคู่รักที่ได้เริ่มต้นชีวิตคู่ “ภีมคะ” มะปรางพูดเบา ๆ ขณะเปิดประตูระเบียงให้ลมเย็นจากนอกบ้านพัดเข้ามา ภีมที่กำลังยืนรอดื่มกาแฟอยู่ตรงมุมห้องหันมามองเธอแล้วยิ้มให้ “อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้มีแผนอะไรหรือเปล่า?”

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 39 ความรักของสองเรา

    หลังจากวันทำขนมกับคุณแม่ภีม วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาและรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจ แม้จะเป็นแค่การทำขนมธรรมดา ๆ แต่การได้ใช้เวลากับคุณแม่ของภีมทำให้เธอรู้สึกถึงการยอมรับและความใกล้ชิดที่มากขึ้น วันนี้ภีมมาที่ห้องมะปรางพร้อมกาแฟและขนมที่ทำเอง ทั้งสองเริ่มทำกิจกรรมร่วมกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภีมที่เคยทำตัวห่างเหินเริ่มเปิดเผยความรู้สึกมากขึ้นผ่านการกระทำ และมะปรางก็เริ่มรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขามากขึ้น “ภีมวันนี้ทำขนมมาให้หรอ?” มะปรางถามยิ้ม ๆ ขณะภีมยืนอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมกับถุงขนมที่เขาทำเอง ภีมยิ้มอย่างเขิน ๆ แล้วตอบว่า “ก็แค่ขนมง่าย ๆ น่ะครับ อยากให้ลองชิมดู” เขายื่นถุงขนมให้มะปรางอย่างระมัดระวัง มะปรางรับขนมจากเขาและเปิดถุงขึ้น ดูเหมือนจะเป็นขนมที่เขาทำด้วยใจจริง ๆ แม้จะเป็นแค่ขนมง่าย ๆ แต่การที่ภีมทำมันให้เธอแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกพิเศษมาก “ดูแล้วก็น่ากินนะคะ ขอบคุณค่ะภีม” มะปรางยิ้มให้ภีม ขนมนี้อาจจะเรียบง่าย แต่มันทำให้เธอรู้สึกถึงความใส่ใจที่ภีมมอบให้ โมจิที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มสนใจขนมทันที มันเดินไป

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 38 นึกว่าจะได้อาหารของภีม

    เช้าวันหนึ่ง บรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นและคุ้นเคยกลับทำให้มะปรางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะเมื่อคืนนี้เธอได้บ่นกับภีมว่า ถ้าเขามีโอกาสก็อยากจะลองทำอาหารมื้อเช้าให้เธอบ้าง มะปรางนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในคอนโดนี้ในตอนแรกๆ ภีมมักจะทำอาหารเช้าหรือขนมปังมาให้เธอทานบ่อยๆ ทุกเช้า โดยเฉพาะในวันที่เธอรู้สึกเหนื่อยจากการทำงาน แต่ตอนนี้ภีมต้องรีบไปเปิดร้านทำให้หยุดส่งอาหารเช้าหรือขนมปังให้เธอมาหลายวันแล้ว มะปรางรู้สึกดีใจที่วันนี้จะได้กลับไปเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นแบบนั้นอีกครั้ง เพราะทุกครั้งที่ภีมทำอาหารให้เธอ เธอจะรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจทุกครั้ง มะปรางนั่งที่เตียงแล้วหันไปมองหน้าต่างที่ยังคงมีแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องเข้ามา สายลมเย็นพัดผ่านจากระเบียงห้อง ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกนิด "วันนี้ภีมจะทำอาหารให้แน่ ๆ!" มะปรางคิดในใจขณะเดินไปที่ระเบียงเพื่อรอเขาเหมือนทุกเช้า มันเป็นเช้าวันหยุดที่ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามปกติ แต่ในวันนี้มีบางอย่างที่ทำให้เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษ เมื่อมาถึงระเบียง ภีมยืนอยู่ที่เดิมและยิ้มให

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 7 วันหยุดของชั้น 18 (2)

    ท่ามกลางความอ่อนโยน เสียงหนึ่งเกิดขึ้น เสียงแก้วกระทบพื้น “กริ๊ง!” เด็กผู้หญิงตัวเล็กทำแก้วชิมโกโก้หล่น มือเธอสั่นและตาเริ่มมีน้ำ ภีมเดินไปเร็วพอ ๆ กับที่โตโตะเดินวนเวียนเป็นห่วง เขาคุกเข่าลง เก็บเศษแก้วอย่างระมัดระวัง “โชคดีที่เป็นแก้วใบทดลองนะครับ ใบจริงยังอยู่” เขาชูแก้วอีกใบแล้วหลิ่วตาให้เด็กน้

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 6 แซนด์วิชไข่ยามเช้า (2)

    เรากลับมาที่จานของตัวเอง ฉันกินคำที่สอง สาม แล้วหยุดตั้งใจชิมแบบคนจริงจัง “ฉันว่าถ้าราดน้ำผึ้งตรงขอบขนมปังบาง ๆ จะเพิ่มเลเยอร์หวานปลาย ๆ นะคะ แต่ต้องเบาสุด ๆ ไม่งั้นกลบรสไข่”ภีมมองขวดน้ำผึ้งที่ฉันเอามา เขาพยักหน้า “ลองครับ แต่แค่ขอบ”ฉันหยดน้ำผึ้งปลายช้อนตามขอบ แสงแดดสะท้อนหยดน้ำผึ้งเป็นสีทองเล็ก

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 5 ฮีโร่เล็ก ๆ (2)

    เสียงโทรศัพท์ฉันดัง “ติ๊ง” มิ้นท์ทักมา “เสร็จยัง ๆๆๆ มี ‘เทวดาชั้น 18’ ไหม” ฉันยิ้มแล้วถ่ายรูปมุมโต๊ะครึ่งหนึ่งส่งไป พร้อมแคปชัน “กำลังสร้างจักรวาลใหม่” เธอตอบรูปสติกเกอร์กรี๊ดลั่นกลับมาที่หน้างาน ภีมค่อย ๆ ประกอบคานกลาง เสียบเดือยไม้ ใส่กาวจิ๋วเท่าหยดน้ำ แล้วขันน็อตให้แน่นพอดี จากนั้นคว่ำโต๊ะกลับ

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 4 เพื่อนรักสายแซว (2)

    “ทีนี้คนเขียนต้องการน้ำไหมคะ” มิ้นท์โบกแก้ว “หรืออยากได้กาแฟยามค่ำ เอ๊ะ ถามเจ้าของร้านกาแฟเลยไหมคะว่ามีเมนู Night Mode”“ผมทำดริปรสอ่อน ๆ ได้ครับ ถ้าไม่ทำให้คืนนอนไม่หลับ” ภีมตอบฉันรีบส่ายหน้า “คืนนี้ขอพักกาแฟก่อนค่ะ เดี๋ยวใจเต้นแรงเกินเหตุ” ประโยคหลุดโดยไม่ตั้งใจทำให้แก้มฉันร้อนวาบ ฉันเลยหัวเราะก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status