Home / โรแมนติก / ข้างห้องคือคนข้างใจ / บทที่ 7 วันหยุดของชั้น 18 (2)

Share

บทที่ 7 วันหยุดของชั้น 18 (2)

last update Last Updated: 2025-11-06 18:17:08

ท่ามกลางความอ่อนโยน เสียงหนึ่งเกิดขึ้น เสียงแก้วกระทบพื้น “กริ๊ง!” เด็กผู้หญิงตัวเล็กทำแก้วชิมโกโก้หล่น มือเธอสั่นและตาเริ่มมีน้ำ ภีมเดินไปเร็วพอ ๆ กับที่โตโตะเดินวนเวียนเป็นห่วง เขาคุกเข่าลง เก็บเศษแก้วอย่างระมัดระวัง “โชคดีที่เป็นแก้วใบทดลองนะครับ ใบจริงยังอยู่” เขาชูแก้วอีกใบแล้วหลิ่วตาให้เด็กน้อย “และถ้าโกโก้หก เราจะเรียกเมนูนี้ว่า ‘โกโก้อวกาศ’ เพราะมันเดินทางไกลมาก” เด็กหญิงหลุดหัวเราะ น้ำตาที่จะไหลหยุดอยู่แค่ขอบตา แม่ของเด็กยิ้มขอบคุณเกรงใจ ภีมถอยให้แม่กอดลูกไว้ แล้วเขาค่อยกลับมาเก็บเศษแก้วต่ออย่างนิ่ง

“ใจกล้าได้อีก” มิ้นท์ยื่นนิ้วโป้งให้ฉันแบบคนบ้าบอลยิงเข้า “เขาเกิดมาเพื่อเจอสถานการณ์วุ่น ๆ ของชั้น 18 และยังยิ้มได้”

ฉันเผลอคิดตาม ใช่ เขาเหมือนคนที่ทำให้ความวุ่นวายเล็ก ๆ ไม่กลายเป็นปัญหาใหญ่ นี่เป็นความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งที่โลกควรมีรางวัล

ครึ่งหลังของเวิร์กช็อปเป็นช่วงให้เด็ก ๆ ติดสติ๊กเกอร์คอร์กี้บนเสื้อ ภีมประกาศให้ทุกคนเป็น “ผู้ช่วยบาริสต้ากิตติมศักดิ์” วันนั้น ทั้งร้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเล็ก ๆ ที่กัดกินเครียดของผู้ใหญ่จนบางลง ฉันเห็นพ่อคนหนึ่งแอบชิมคาปูชิโน่ของตัวเองตอนลูกหมุนโม่ แล้วทำหน้าทึ่งแบบคนพบทวีปใหม่ ภาพนั้นทำให้ฉันยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว

จบคลาส เด็ก ๆ รับสติ๊กเกอร์และถ่ายรูปกับโตโตะที่ทำงานเกินค่าจ้าง ภีมก้มตัวขอบคุณผู้ปกครอง เอ่ยคำเล็ก ๆ ว่า “ขอบคุณที่พาเขามาเล่นนะครับ” แล้วหันไปเก็บอุปกรณ์ทีละชิ้น แปรงขนปัด กวาด ผงกาแฟตกค้างไม่มีเหลือ เขาเช็ดโม่ด้วยผ้าแห้งก่อนเก็บเข้ากล่อง “ไม้” กับ “โลหะ” แยกกันอย่างเป็นระบบ ความละเอียดนี้เห็นแล้วก็ เออ ชวนให้ชอบมากขึ้นอีกนิด

ฉันเดินไปใกล้ “คลาสน่ารักมากค่ะ”

“ขอบคุณครับ” เขายิ้มบาง “เด็ก ๆ ทำให้กลิ่นกาแฟสนุกขึ้น”

“แล้วคุณทำให้เด็ก ๆ เชื่อว่าพลาดได้” ฉันหลุดพูด พอรู้ตัวก็หน้าอุ่น “หมายถึง…คุณทำให้เขาไม่กลัวตอนของหก”

ภีมเงียบชั่ววินาที ก่อนตอบเรียบ ๆ “ผมหกบ่อยกว่าพวกเขาเยอะครับ เลยรู้ว่ามันไม่เป็นไร”

ประโยคนั้นเหมือนกระทบเบา ๆ ที่อก เสียงทุ้มและน้ำหนักคำตรงพอดี ฉันรวบรวมสติแล้วชวนคุยเรื่องรูป “ฉันถ่ายฟิล์มนิดหน่อย ไว้ล้างแล้วจะเอามาให้ดูนะคะ เผื่อคุณอยากติดบนกำแพงเวิร์กช็อป”

“ยินดีมากครับ” เขาตอบด้วยสายตาจริงใจ “ถ้ามีเวลาส่งไฟล์ดิจิทัลด้วยก็ได้ จะได้ลงเพจร้าน แล้วใส่เครดิตคุณ”

“โอเคค่ะ” ฉันยิ้ม ความรู้สึกภูมิใจเล็ก ๆ โผล่ขึ้นมาเหมือนฟองนมเหนือกาแฟ

มิ้นท์ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ไม่ห่างจู่ ๆ ก็ยื่นหน้ามาพูดกับภีม “ฉันให้คะแนนสิบเต็มในหัวข้อ ‘พ่อบ้านใจกล้า’ นะคะ ทั้งรับมือเด็ก ทั้งเก็บงาน ทั้งปลอบใจด้วยมุกตลก”

ภีมทำตาเหวอครึ่งวินาที ก่อนหัวเราะเบามาก “ขอบคุณครับ” เขามองหน้าฉันแวบหนึ่ง เหมือนจะถามว่า เพื่อนคุณปกติดีมั้ย ฉันยิ้มตอบว่า ปกติดี แต่นี่คือโหมดสายแซว

กะทันหันนั้น พนักงานในร้านยกจานคุกกี้เนยออกมาวางที่โต๊ะเรา “บอสบอกให้เสิร์ฟเป็นของขอบคุณครับ” ภีมหันมาบอก “ลองคู่กับชามะลิร้อนดูไหมครับ วันนี้อากาศมันครึ่ง ๆ กลาง ๆ”

“ดีค่ะ” ฉันรับคำอย่างไม่ลังเล “มิ้นท์ เธอชอบชาใช่ไหม”

“ชอบทุกอย่างที่กินแล้วมีความสุขค่ะ” เธอตอบก่อนยิ้มกว้างให้ภีม “ขอบคุณนะคะ บอส” เธอกัดคำว่าบอสจนได้ฟีลซีรีส์ออฟฟิศ

จิบชาร้อนหนึ่งคำ กลิ่นมะลิอ่อน ๆ ขึ้นจมูกแบบไม่ฉุน กัดคุกกี้กรอบ ๆ ตาม ความหวานไม่จัดทำให้ฉันนึกถึงคำว่า “พอดี” ซึ่งเป็นคำง่าย ๆ ที่อยากปักไว้รอบตัวในช่วงนี้ของชีวิต ฉันเหลือบไปเห็นภีมเช็ดเคาน์เตอร์เสร็จพอดี แล้วเดินไปผูกผ้าพันคอให้โตโตะใหม่ เพราะมันคลายจนเอียง “หล่อแล้วครับพนักงานต้อนรับ” เขาพูดกับหมา คอร์กี้เงยหน้าส่งยิ้มตากลม เห็นแล้วอยากสมัครเป็นลูกค้าประจำตลอดไป

“เพื่อน…” มิ้นท์เอนตัวมากระซิบ “ฉันเริ่มกลัวว่าเธอจะไม่ย้ายคอนโดไปไหนอีกแล้วนะ”

“ฉันก็เริ่มกลัวเหมือนกัน” ฉันหัวเราะ ครึ่งสนุกครึ่งจริงจัง

บ่ายคล้อย ลูกค้าจำนวนหนึ่งเริ่มเข้ามาเพิ่ม เวิร์กช็อปจบไปแล้ว แต่กลิ่นสนุกยังค้างในอากาศ ฉันกับมิ้นท์ขออนุญาตช่วยเก็บโต๊ะผ้าปูและอุปกรณ์นิดหน่อย ภีมตอบ “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพนักงานจัดการ” แต่ฉันดึงถาดแปรงมาถือยืนยันว่า “ขอช่วยหน่อย จะได้เอาบุญ” เขายิ้มเหมือนยอมแพ้ “งั้นขอบคุณนะครับ” เสียงคำว่าขอบคุณของเขามีโทนอุ่นที่พิสูจน์ว่าการแบ่งเบางานเล็ก ๆ ก็มีค่าพอ ๆ กับการชงกาแฟแก้วเก่ง

ในช่วงที่เราจัดของ พ่อของเด็กคนหนึ่งกลับเข้ามา เขาถือรูปโพลารอยด์ที่พนักงานถ่ายให้ตอนจบกิจกรรม “ขอบคุณมากนะครับ ลูกผมสนุกมาก ปกติเขาไม่ค่อยกล้าทำอะไรที่ต้องใช้แรงมือ แต่วันนี้เขาบอกว่า ‘พรุ่งนี้อยากมาบดอีก’” ภีมยิ้มและก้มหัว “ดีใจครับ ถ้ามาอีกบอกผม เดี๋ยวเตรียมโม่พิเศษให้” พ่อเด็กส่ายหัวหัวเราะ “โม่พิเศษคืออะไรครับ” “คือโม่ธรรมดา แต่มีสติ๊กเกอร์โตโตะติดเพิ่มหนึ่งดวงครับ” ทุกคนหัวเราะพร้อมกันอย่างไม่ได้นัด

หลังลูกค้ากลับ ฉันกับมิ้นท์ย้ายไปนั่งมุมหน้าต่าง แสงบ่ายผ่านใบไม้ลงมาเป็นเงาลายบนโต๊ะไม้ เราเปิดกล้องฟิล์มดูจำนวนช็อตที่เหลือ “พอถ่ายอีกสองรูป” ฉันวางกล้องไว้ตรงกลาง

“ถามจริง” มิ้นท์เริ่มโหมดเพื่อนสนิท “ถ้าวันหนึ่งเธอต้องเลือกเมืองอื่นกับที่เดิม เธอจะเลือกอะไร”

คำถามนั้นมาเร็วกว่าที่ฉันเตรียมใจไว้นิดหน่อย ฉันคิดครู่หนึ่ง คิดถึงโต๊ะโอ๊คใหม่ในห้อง กลิ่นลาเต้อุ่น แสงระเบียงชั้น 18 ตอนเช้า เสียงหัวเราะของเด็กในร้านวันนี้ และคนที่คอยจดรายละเอียดเล็ก ๆ อย่าง “อุณหภูมินมไม่เกิน 62” ฉันจึงตอบ “ยังไม่รู้หรอก แต่ตอนนี้ฉันชอบตื่นมาแล้วรู้ว่ามีที่ไปที่เรียกว่า ‘ที่เดิม’”

มิ้นท์ยิ้ม แววตาอ่อนลง “ดีแล้วเพื่อน แค่รู้ว่าตอนนี้มีที่ให้วางใจ ก็พอ”

เราเงียบพร้อมรอยยิ้ม รู้สึกเหมือนทั้งโลกช้าลงจนได้ยินเสียงเครื่องบดไฟฟ้าทางโน้นกับเสียงช้อนกระทบแก้วอีกโต๊ะกลายเป็นจังหวะคอรัสเบา ๆ

ภีมเดินมาหยุดใกล้ ๆ “เย็นนี้จะแวะชิมเบลนด์ใหม่ไหมครับ” เขาถามเหมือนถามว่า เย็นนี้จะมานั่งคุยสบาย ๆ กันไหม

“ได้สิคะ” ฉันตอบพลัน “วันนี้วันหยุด ไม่มีประชุมกวนใจ”

“งั้นหกโมงครึ่งดีไหมครับ ร้านเริ่มเงียบ” เขาเสนอ ฉันพยักหน้า “โอเคค่ะ”

มิ้นท์ยิ้มจนตาหายไปครึ่ง “ฉันจะไปซื้อของที่ซูเปอร์ เดี๋ยวกลับมารับ หรือไม่ต้องรับ?” เธอยกคิ้ว ฉันตีแขนเธอเบา ๆ “ไปเถอะ เดี๋ยวฉันเดินกลับเอง” เธอทำหน้าทะเล้น ก่อนหยิบคุกกี้ชิ้นสุดท้ายเข้าปาก “ขอให้การชิมเบลนด์คืนนี้เต็มไปด้วยโน้ต ‘ดอกไม้บนหลังคาสังกะสี’ นะคะคุณผู้ชิมประจำชั้น 18” เธอเน้นคำสุดท้ายแล้วโบกมือบ๊ายบาย

ฉันมองเพื่อนเดินลับไป แล้วหันกลับมานั่งนิ่ง ๆ สักพัก ปล่อยให้บ่ายไหลไปกับกลิ่นกาแฟ พนักงานเปิดเพลงแจ๊สเบา ๆ ที่ฉันไม่รู้ชื่อแต่รู้สึกว่าคุ้นเหมือนเสียงฝนยามค่ำในเมืองเล็ก ๆ ภีมยกถาดแก้วไปเก็บ เขาเดินผ่านโต๊ะฉันพอดี เราสบตากันครู่หนึ่ง—ไม่มีคำพูด แต่เหมือนมีบางอย่างที่นุ่ม ๆ แลกเปลี่ยนกันอยู่กลางอากาศ

หลังบ่ายแก่ ฉันออกไปเดินเล่นรอบตึกสั้น ๆ แวะซื้อดอกยิปโซช่อเล็ก—ตั้งใจจะเอาไปใส่ขวดแก้วบนโต๊ะโอ๊คใหม่ เมื่อกลับผ่านหน้าร้านอีกครั้ง โตโตะยังนั่งประจำที่หน้าประตู ผ้าพันคอผูกแน่นเรียบร้อย มันมองฉันตาใสแล้วส่ายหางเหมือนทัก “เจอกันตอนเย็นนะครับ” ฉันก้มลงลูบหัวมันเบา ๆ “ขอบคุณนะพนักงานต้อนรับ” แล้วมองผ่านกระจกเข้าไป ภีมกำลังก้มเปลี่ยนดริปเปอร์ เขาเอียงหัวนิดหนึ่งเหมือนฟังเสียงน้ำผ่านผงกาแฟ กล้ามเนื้อที่ข้อมือขยับเบา ๆ อย่างคนสนิทกับงานของตัวเอง ภาพนั้นทำให้ฉันได้คำตอบหนึ่งในใจ—เขาไม่ใช่แค่เพื่อนบ้าน เขาเป็นคนที่ทำให้พื้นที่รอบตัวนุ่มลงสำหรับทุกคนที่อยู่ใกล้

ฉันเงยหน้ามองป้ายไม้ “ที่เดิม” อีกครั้ง แล้วบอกตัวเองในใจว่า วันหยุดของชั้น 18 วันนี้ไม่ต้องมีทริปใหญ่ ไม่ต้องมีวิวภูเขาหรือทะเล แค่มีเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ กลิ่นกาแฟบดมือ และคนที่พูดน้อยแต่ใจดี ก็พอให้ทั้งวันกลายเป็นเรื่องเล่าที่อยากเก็บไว้

ฉันเดินกลับคอนโดด้วยช่อดอกยิปโซในมือ ภาพโมจิที่คงกำลังหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟาลอยขึ้นมา ในหัวเริ่มเรียงคำว่า “สิ่งดี ๆ ของวันนี้” โดยอัตโนมัติ—ข้อหนึ่ง เสียงหัวเราะของเด็กในร้าน ข้อสอง หน่วยกู้ภัยกาแฟของภีม ข้อสาม โตโตะผ้าพันคอลายเมล็ด ข้อสี่ ชามะลิร้อนกับคุกกี้กรอบ ข้อห้า…ความคิดที่ชัดขึ้นว่า เขาคือคนที่ดูแลคนรอบข้างได้ดีจริง ๆ

เมื่อประตูห้องปิดลง ฉันวางดอกไม้ลงในขวดแก้วบนโต๊ะโอ๊คใหม่ ลูบปลายก้านให้เข้าที่ แสงบ่ายปลายวันลอดผ่านม่านบาง ๆ ตกกระทบขวดน้ำจนเกิดประกายเล็ก ๆ เหมือนดาวจิ๋ว ฉันหยิบสมุดขึ้นมาเขียน—

“วันหยุดของชั้น 18 = เสียงหัวเราะจากถ้วยเล็ก ๆ + กลิ่นกาแฟที่ตื่น + คนที่เปลี่ยนความพลาดเป็นรอยยิ้ม”

แล้ววางปากกา พิงพนักเก้าอี้ สูดลมหายใจยาว ๆ พร้อมรอเวลาเย็นหกโมงครึ่ง—รอบที่สองของวัน ซึ่งแม้ไม่อยู่ในตารางเวิร์กช็อป แต่ฉันรู้ว่าเป็นชั่วโมงเรียนพิเศษของหัวใจ ที่ชื่อว่า “อยู่ด้วยกันเฉย ๆ ก็พอ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษที่ 4 ผมชื่อโตโตะ

    โตโตะนั่งอยู่บนพรมหนานุ่มในมุมห้องที่อบอุ่นของภีม มันชอบที่นี่ที่ไม่เคยมีอะไรยุ่งยาก หรือวุ่นวาย แต่กลับเต็มไปด้วยความสงบและความสุขที่ไม่อาจอธิบายได้ มันรู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะยืน หรือนั่งอยู่ตรงไหน มันก็คือบ้านที่อบอุ่นที่สุด วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ภีมกลับบ้านตอนเย็น เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ชื่อร้านผมฟังแล้วมันก็แปลก ภีมตั้งชื่อร้านว่า ร้านที่เดิม เหมือนจะรู้ว่ามะปรางรอเขาอยู่ ภีมมักจะทำกาแฟให้มะปรางทุกครั้งที่กลับมาจากทำงาน แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่โตโตะเห็นในท่าทางของเขา ภีมอยากให้มะปรางรู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย และอบอุ่น โตโตะกระดิกหางไปมา มองไปที่ภีมที่ทำกาแฟให้มะปรางที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกาแฟ หญิงสาวที่ดูนุ่มนวลและใจดี เขามักจะเห็นภีมมองมะปรางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน แม้จะเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา แต่โตโตะรู้ดีว่าแววตาของภีมเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยในทุกการกระทำ ผมมักจะชอบอยู่ข้าง ๆ มะปรางในทุกวัน ตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงโซฟา ก้มหน้าก้มตาทำอะไรไปบ้าง โตโตะแอบยิ้มให้ตัวเองท

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 3 ฉันชื่อโมจิ

    ฉันคือโมจิ แมวที่หน้าตาดุร้ายที่สุดในร้านขายสัตว์เลี้ยง และเชื่อเถอะว่าเมื่อก่อนฉันไม่คิดเลยว่าจะมีชีวิตที่ดีแบบนี้ ย้อนกลับไปตอนนั้น...ตอนที่ยังไม่รู้จักมะปรางเลย ตอนนั้นแหละที่ฉันรู้สึกถึงความโหดร้ายที่สุดในชีวิต แม้ว่าฉันจะเป็นแมวที่มีขนฟูเหมือนกับแมวธรรมดาทั่วไป แต่ว่าฉันกลับมีหน้าตาแปลก ๆ ที่ทำให้ทุกคนในร้านไม่อยากจะรับฉันไปเลี้ยงสักคน บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมวที่ไม่มีใครรัก ฉันไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเจ้าของร้านถึงไม่พยายามหาคนรับฉันไปเลี้ยงสักคน ฉันไม่ได้ดุขนาดนั้นนะ ฉันแค่มีหน้าตาโหดเกินไปนิดหน่อย ลองคิดดูสิ! แมวหน้าตาน่ากลัวกับคนทั่วไปมันจะน่ารักตรงไหน? ตอนนั้น ฉันจำได้ว่าเคยคิดในใจว่า “ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่?” ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาในร้าน ฉันจะมองเขาอย่างหวังว่าเขาจะเห็นฉันและรับฉันไป แต่ไม่เคยมีใครหันมาสนใจฉันเลย ทุกวันฉันก็แค่ยืนอยู่ในกรง รอเวลาที่จะมีใครสักคนมองเห็นฉันที่ไม่ใช่แค่ในฐานะแมวที่หน้าตาดุ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถมอบความรักให้กับใครสักคนได้ วันหนึ่ง มิ้นท์พามะปรางมาที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 2 วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    เช้าวันทำงานที่มะปรางคิดว่าจะเป็นวันธรรมดา กลับกลายเป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดในสัปดาห์ เพราะหลังจากที่มะปรางตัดสินใจบอกมิ้นท์เกี่ยวกับข่าวดีที่เธอและภีมได้ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนแล้ว ก็เป็นวันที่ทุกคนแซวจนเธอแทบจะไม่รู้จะตอบยังไง เมื่อมิ้นท์เดินเข้ามาหามะปรางที่โต๊ะทำงานในช่วงพักเที่ยง มะปรางก็ไม่รอช้าที่จะบอกข่าวดี “มิ้นท์... ฉันมีเรื่องจะบอก” มะปรางพูดเสียงเบา ๆ แต่ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย มิ้นท์มองมาที่เธออย่างสงสัย “อะไรเหรอ? ทำไมหน้าตาดูตื่นเต้นขนาดนั้น?” มะปรางยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะตอบออกไป “ภีม... เราเป็นแฟนกันแล้วค่ะ” มิ้นท์ตาโตและอ้าปากค้าง “จริงเหรอ?! โอ้ยยย ในที่สุดก็ได้คบกันแล้วนะ! ฉันรู้แล้วล่ะว่าภีมต้องเป็นคนพิเศษของเธอแน่ ๆ!” มิ้นท์พูดเสียงดังจนคนในออฟฟิศหันมามอง มะปรางรีบก้มหน้าหลบสายตา ไม่รู้จะทำยังไงดี “มิ้นท์... ดังไปนะ ทุกคนได้ยินหมดแล้ว” เธอพูดเสียงต่ำ แต่ไม่สามารถปิดรอยยิ้มได้เลย มิ้นท์หัวเราะขำ ๆ “โอ๊ยยย ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ แต่นี่มันข่าวดีนี่นา!” แล้วก็ยิ้มแหย ๆ “บอกมาเร็ว ๆ สิ ยั

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 1 วันแรกที่พวกเขาเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันใหม่ในช่วงต้นฤดูหนาว ภายในคอนโดของมะปราง ทุกอย่างเงียบสงบและอบอุ่น ราวกับว่าโลกภายนอกนั้นไม่มีความวุ่นวายที่สามารถเข้ามากวนใจได้ วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ความรู้สึกของเธอไม่เคยเบาหรือสับสนเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างในชีวิตตอนนี้มันชัดเจนขึ้น และในความเงียบของเช้านี้ เธอได้เห็นภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังและการเริ่มต้นใหม่ มะปรางลุกจากเตียงและเดินไปที่ระเบียงห้อง ก้มมองไปยังท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีส้มอบอุ่นจากแสงแรกของวัน เธอได้ยินเสียงในใจที่บอกว่า ทุกอย่างมันจะดีขึ้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป วันนี้ไม่เหมือนทุกวันก่อนหน้านี้ มันเป็นวันที่มะปรางและภีมจะเริ่มต้นชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ในแง่ของความรู้สึกหรือการที่ทั้งสองอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น แต่เป็นการที่พวกเขาจะเริ่มทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เหมือนคู่รักที่ได้เริ่มต้นชีวิตคู่ “ภีมคะ” มะปรางพูดเบา ๆ ขณะเปิดประตูระเบียงให้ลมเย็นจากนอกบ้านพัดเข้ามา ภีมที่กำลังยืนรอดื่มกาแฟอยู่ตรงมุมห้องหันมามองเธอแล้วยิ้มให้ “อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้มีแผนอะไรหรือเปล่า?”

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 39 ความรักของสองเรา

    หลังจากวันทำขนมกับคุณแม่ภีม วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาและรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจ แม้จะเป็นแค่การทำขนมธรรมดา ๆ แต่การได้ใช้เวลากับคุณแม่ของภีมทำให้เธอรู้สึกถึงการยอมรับและความใกล้ชิดที่มากขึ้น วันนี้ภีมมาที่ห้องมะปรางพร้อมกาแฟและขนมที่ทำเอง ทั้งสองเริ่มทำกิจกรรมร่วมกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภีมที่เคยทำตัวห่างเหินเริ่มเปิดเผยความรู้สึกมากขึ้นผ่านการกระทำ และมะปรางก็เริ่มรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขามากขึ้น “ภีมวันนี้ทำขนมมาให้หรอ?” มะปรางถามยิ้ม ๆ ขณะภีมยืนอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมกับถุงขนมที่เขาทำเอง ภีมยิ้มอย่างเขิน ๆ แล้วตอบว่า “ก็แค่ขนมง่าย ๆ น่ะครับ อยากให้ลองชิมดู” เขายื่นถุงขนมให้มะปรางอย่างระมัดระวัง มะปรางรับขนมจากเขาและเปิดถุงขึ้น ดูเหมือนจะเป็นขนมที่เขาทำด้วยใจจริง ๆ แม้จะเป็นแค่ขนมง่าย ๆ แต่การที่ภีมทำมันให้เธอแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกพิเศษมาก “ดูแล้วก็น่ากินนะคะ ขอบคุณค่ะภีม” มะปรางยิ้มให้ภีม ขนมนี้อาจจะเรียบง่าย แต่มันทำให้เธอรู้สึกถึงความใส่ใจที่ภีมมอบให้ โมจิที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มสนใจขนมทันที มันเดินไป

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 38 นึกว่าจะได้อาหารของภีม

    เช้าวันหนึ่ง บรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นและคุ้นเคยกลับทำให้มะปรางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะเมื่อคืนนี้เธอได้บ่นกับภีมว่า ถ้าเขามีโอกาสก็อยากจะลองทำอาหารมื้อเช้าให้เธอบ้าง มะปรางนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในคอนโดนี้ในตอนแรกๆ ภีมมักจะทำอาหารเช้าหรือขนมปังมาให้เธอทานบ่อยๆ ทุกเช้า โดยเฉพาะในวันที่เธอรู้สึกเหนื่อยจากการทำงาน แต่ตอนนี้ภีมต้องรีบไปเปิดร้านทำให้หยุดส่งอาหารเช้าหรือขนมปังให้เธอมาหลายวันแล้ว มะปรางรู้สึกดีใจที่วันนี้จะได้กลับไปเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นแบบนั้นอีกครั้ง เพราะทุกครั้งที่ภีมทำอาหารให้เธอ เธอจะรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจทุกครั้ง มะปรางนั่งที่เตียงแล้วหันไปมองหน้าต่างที่ยังคงมีแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องเข้ามา สายลมเย็นพัดผ่านจากระเบียงห้อง ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกนิด "วันนี้ภีมจะทำอาหารให้แน่ ๆ!" มะปรางคิดในใจขณะเดินไปที่ระเบียงเพื่อรอเขาเหมือนทุกเช้า มันเป็นเช้าวันหยุดที่ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามปกติ แต่ในวันนี้มีบางอย่างที่ทำให้เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษ เมื่อมาถึงระเบียง ภีมยืนอยู่ที่เดิมและยิ้มให

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status