Partager

last update Date de publication: 2026-01-01 00:46:54

ข้านิ่งไปทันทีเมื่ออยู่ ๆ ในหัวก็เห็นภาพบางอย่างขึ้น เป็นภาพอดีตของหลีซือคนเดิมที่…

กรี๊ด! นี่มันอะไรกัน เหตุใดในนิยายไม่ได้บอกเอาไว้ เหตุใดก่อนหน้านี้ข้าไม่เห็น เหตุใดเพิ่งมาเห็นในยามนี้

“เปิ่นไท่จื่อไม่สบายใจที่ทำให้คุณหนูติงตกใจ ไม่สู้ให้เปิ่นไท่จื่อเลี้ยงน้ำชาคุณหนูติง”

ประโยคนี้คล้ายจะเป็นคำถามรอการตอบรับ แต่เพียงครู่ต่อมาข้าก็ถูกมือใหญ่เอื้อมมาจับข้อมือแล้วดึงตัวไปขึ้นรถม้า

ข้ามัวแต่ตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินได้เห็น รู้ตัวอีกทีก็ขึ้นมานั่งบนรถม้าคันเดียวกันกับไท่จื่อแล้ว

ที่องครักษ์ของไท่จื่อรู้จักข้าไม่ได้เป็นเพราะว่าข้าจะแต่งเข้าจวนองค์ชายสี่ แต่เป็นเพราะว่า…

จ๊วบ~

ร่างข้าแข็งท่ื่อเมื่อโดนมือใหญ่ดึงตัวขึ้นมานั่งบนตักแล้วยื่นใบหน้าเข้ามาจุมพิตริมฝีปาก

ที่น่าตกใจคือร่างกายนี้ตอบรับสัมผัสของเขาด้วยการเผยอริมฝีปากออกให้ลิ้นหนาได้สอดลิ้นเข้ามาชิมความหวาน มือหนาสัมผัสร่างกายข้าสะเปะสะปะ

บีบหน้าอก บีบเอวคอด ก่อนจะไล้ใบหน้าลงมายังลำคอสูดกลิ่นหอมบนกายข้า

ในขณะที่กำลังไล้หน้าลงต่ำมายังหน้าอก ข้าถึงได้สติ ยื่นมือดันอกแกร่งเอาไว้ ส่ายหน้าไปมา

“ไม่นะเพคะ”

ไท่จื่อไม่ฟังคำปฏิเสธของข้า รั้งต้นคอของข้าเข้ามาจุมพิตอีกครั้ง

ตามนิสัยของข้าแล้วย่อมปฏิเสธการรุกรานนี้อย่างแน่นอน ถ้าไม่ติดว่าข้าเห็นภาพในอดีตขึ้นมาอีกครั้ง

ที่จริงแล้วหลีซือคนเดิมเคยร่วมเตียงกับไท่จื่อมานับไม่ถ้วน เมื่อเสร็จกิจแล้วก็มักจะได้รับยาห้ามครรภ์เสมอ การย้อนภาพเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ยินบทสนทนาด้วย

ในขณะที่สองร่างเปลือยเปล่ากำลังโอบกอดกันบนเตียงกว้าง ไท่จื่อก็เอ่ยขึ้นมาว่า

‘เจ้ารักเปิ่นไท่จื่อหรือไม่’

‘รักเพคะ’

ไท่จื่อจุมพิตหน้าผากบนผมหน้าม้า ไล่ต่ำลงมายังจมูกและริมฝีปาก

‘รักมากพอจะทำทุกอย่างเพื่อเปิ่นไท่จื่อหรือไม่’

หลีซือเงยหน้าขึ้นมาสบตาเข้ากับใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาที่มองเขาต่างจากแววตาที่มององค์ชายสี่โดยสิ้นเชิง

มันเป็นแววตาเช่นคนที่รักใครล้ำลึก ไม่ใช่เพียงสาวน้อยเขินอายชายหนุ่มเท่านั้น

‘ไท่จื่อประสงค์ให้หม่อมฉันทำสิ่งใดตรัสมาได้เลยเพคะ หม่อมฉันพร้อมจะทำทุกอย่าง’

‘เช่นนั้น…เจ้าแต่งเป็นสนมขององค์ชายสี่ได้หรือไม่ สืบความว่าเขามีใจอยู่ฝั่งเปิ่นไท่จื่อจริงหรือไม่ หรือว่าแสร้งจงรักภักดีเพื่อรอวันหักหลังกัน’

หลีซือนิ่งไป ในแววตาร้าวรานยิ่งนัก ไท่จื่อจึงก้มหน้าลงจุมพิตบนหน้าผากหญิงสาวอีกครั้ง

‘เพื่ออนาคตของเรา เมื่อใดที่เปิ่นไท่จื่อได้ครองราชย์ เจ้าก็จะมีฐานะมียศศักดิ์ไปด้วย’

‘แต่หม่อมฉันเป็นของพระองค์แล้ว จะให้หม่อมฉันถวายตัวให้แก่องค์ชายสี่อีกหรือเพคะ’

‘เจ้ายังคงเป็นของเปิ่นไท่จื่อเสมอ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เจ้าบอกว่ารักมากมิใช่หรือ หากทำไม่ได้แสดงว่าไม่ได้รักมากพอ’

‘หม่อมฉันรักพระองค์เพคะ หม่อมฉันจะทำเพคะ หม่อมฉันยอมถวายตัวเข้าตำหนักองค์ชายสี่แล้ว’

สิ้นคำของหลีซือ ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบนิ่งก่อนหน้านี้ก็มีรอยยิ้ม

เขายื่นหน้าเข้ามาจุมพิตแลกเปลี่ยนความหวานกับหลีซืออีกครั้ง ก่อนที่จะเริ่มบรรเลงเพลงรักกันอีกครั้ง

ตอนนี้ข้าทราบแล้ว!

แท้จริงแล้วคนที่แสดงละครได้ดีไม่ใช่คนของราชวงศ์

แต่เป็นติงหลีซือ!

แล้วหลีซือเสินจวินผู้นี้ก็แสดงละครได้แย่มากเสียด้วยสิ

โอ๊ย~ขอมีคนมาวางยาพิษข้าตอนนี้ได้หรือไม่ ข้าไม่อยากเป็นสายสืบ!

“อะ!”

ข้าหลุดเสียงร้องออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอก

เมื่อก้มหน้าลงก็เห็นว่ากระโปรงเกาะอกของข้าถูกดึงลงมากองอยู่ที่เอวโดยมีใบหน้าหล่อเหลากำลังฝังริมฝีปากลงบนอกอิ่ม ใช้ลิ้นวนรอบฐาน บ้างก็ใช้ฟันขบลงบนผิวเนื้อ

“ไม่ ไม่นะเพคะ”

สิ่งที่ชัดเจนสุดในความคิดของข้าคือจะไม่ทำให้เกิดการบรรเลงเพลงรักบนรถม้าเป็นอันขาด

แต่สิ่งที่ข้ากำลังสับสนคือ จะรับบทสายสืบต่อไปหรือว่าจะทำตามบทในนิยายที่มีใจรักมั่นต่อองค์ชายสี่ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่องไปจนกระทั่งถูกเนรเทศก็ยังมองเขาด้วยสายตาแห่งความรัก

“ทำไม เพราะกำลังจะได้เป็นของน้องสี่ก็เลยเกิดหวงตัวกับเปิ่นไท่จื่อเช่นนั้นหรือ”

ใบหน้าหล่อเหลาผละออกจากอกอิ่มมาสบตาข้า หากข้ามองไม่ผิด คล้ายกับว่าเขาจะไม่พอใจอยู่ลึก ๆ

แต่โทษที เขาเป็นคนให้หลีซือเข้าใกล้องค์ชายสี่เองไม่ใช่หรือ

มีสิทธิ์อันใดมาไม่พอใจข้า!

“หม่อมฉัน หม่อมฉันเพียงกลัวว่าร่างกายจะเป็นรอยเพคะ”

“อ้อ ไม่ชอบที่ร่างกายถูกตีตราจองจากเปิ่นไท่จื่อนั่นเอง อีกตั้งเจ็ดวันกว่าจะถวายตัวในน้องสี่ ถึงเวลานั้นร่องรอยก็คงหายไปแล้ว”

ข้าคิดจะขัดขืน แต่อยู่ ๆ ร่างกายก็แข็งทื่อ ปากที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธก็พูดไม่ออก

ราวกับว่าถูกพลังของใครสะกดร่างกายเอาไว้ให้ไหลไปตามการสัมผัสของไท่จื่อ

แย่แล้ว! ทำอย่างไรดี

ในหัวข้าตะโกนคำนี้อยู่ซ้ำ ๆ พยายามขัดขืนสัมผัสจากชายหนุ่มแล้วแต่ก็ไม่อาจทำได้ สุดท้ายก็ได้บรรเลงเพลงรักกับไท่จื่อบนรถม้าในท่าที่ข้านั่งอยู่บนตักเขาตลอด

ข้าคิดว่ามันควรจะจบอยู่เพียงเท่านี้ ไม่คิดว่ารถม้าที่ข้านั่งอยู่จะมุ่งออกนอกเมืองมาจอดอยู่สถานที่แห่งหนึ่ง

ข้าถูกไท่จื่ออุ้มลงจากรถม้าเข้าไปในจวนสวนไผ่แห่งหนึ่ง ตอนแรกข้ายังไม่คุ้นสถานที่จนกระทั่งถูกอุ้มเข้ามาในห้องหนึ่งที่มีเตียงกว้างวางเอาไว้

การตบแต่งห้องคุ้นตาจนข้านึกออกว่าที่นี่เป็นสถานที่เริงรักของไท่จื่อและหลีซือคนเดิม

เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของข้าตอนนี้ถูกลอกคราบออกจนร่างกายเปลือยเปล่า

ที่น่ากลัวไปกว่านั้น ไท่จื่ออู๋เฉินปี้ก็ปลดฉลองพระองค์ปักลายมังกรห้าเล็บสีดำเอากองไว้ที่พื้น

เมื่อร่างกายไร้เสื้อผ้าติดกายแล้วเขาก็เข้ามาคร่อมร่างของข้าเอาไว้ เล้าโลมข้าด้วยปากทั้งร่างโดยที่ข้าไม่อาจห้ามสัมผัสนี้หรือเอ่ยปากปฏิเสธได้เลยนอกจากการหลุดเสียงครางกระเส่าออกมาเท่านั้น

การบรรเลงเพลงรักดำเนินไปกว่าหนึ่งเค่อแล้วจบลงที่สองร่างเปลือยเปล่านอนกอดก่ายกันอยู่

“วันนี้เปิ่นไท่จื่อเห็นเจ้าอยู่ที่ร้านหนังสือกับน้องสี่ ท่าทางเหมือนหนุ่มสาวกำลังเกี้ยวพานกันอยู่ ก็ไม่รู้ว่าท่าทางเขินอายของเจ้าเป็นการแสดงอันยอดเยี่ยมหรือเป็นเพราะว่าเขินอายจริง ๆ”

“กริ้วหรือเพคะ”

คำถามนี้ไม่เพียงชายหนุ่มที่รูม่านตาขยาย แม้แต่ข้าเองก็ยังตกใจ เพราะไม่คิดว่าตนจะเอ่ยปากได้แล้ว

ข้ายกมือขึ้นปิดริมฝีปากเอาไว้เพราะตกใจที่พูดได้หลังจากผ่านไปเกือบชั่วยาม

“รู้ตัวแล้วใช่หรือไม่ว่าพูดอะไรออกมา!”

ไท่จื่ออู๋เฉินปี้คงคิดว่าข้าเผลอหลุดปากเอ่ยคำพูดนี้ เมื่อรู้ตัวว่าตนพูดผิดไปแล้วจึงปิดริมฝีปากเอาไว้

“หม่อมฉัน…”

ข้าไม่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองถามออกมาเป็นสิ่งที่ผิด แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็คิดจะขอโทษไว้ก่อน

ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน!

“จะไม่ให้เปิ่นไท่จื่อโกรธได้อย่างไร ตัวเจ้าเป็นของเขาได้แต่ไม่อาจมอบใจให้เขาได้!”

ข้าตะลึงในคำพูดของเขา ไม่คิดว่าไท่จื่อที่ดูทรงอำนาจเช่นนี้จะแสดงท่าทางหวงความรัก

คนของราชวงศ์ขาดความรักถึงเพียงนี้

“ต่างกันหรือเพคะ”

“เหตุใดจะไม่ต่าง หากเจ้ามอบตัวให้น้องสี่ไปแล้ว สุดท้ายข้าก็จะดึงตัวเจ้ากลับมา แต่หากเจ้ามอบใจให้เขาไปแล้ว ต่อให้ใช้สารพัดวิธีก็คงไม่อาจเอาหัวใจเจ้ากลับมาได้”

โอ้โห! มีทั้งลูกหนักลูกเบา ถึงว่าติงหลีซือถึงได้ยอมทำทุกอย่างให้เขา แม้จะต้องมอบกายให้ชายที่ไม่ได้รักก็ตาม

“หม่อมฉัน…”

ข้าพูดไม่ออกทำเพียงหลบตาเขามองไปทางอื่น ตอนนี้สับสนไปหมดเพราะเนื้อเรื่องของข้าที่อยู่นอกเหนือจากบทนิยายยังมีอะไรซ่อนเอาไว้

‘เต็มที่ละ อย่าให้เสียชื่อข้า’

ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าคำพูดของท่านเทพหมายความว่าอย่างไร

เจ้านายของข้าช่างใจร้าย จะเตือนกันให้เยอะกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้

“เปิ่นไท่จื่อเห็นความลังเลในแววตาเจ้า อย่าบอกนะว่าได้มอบใจให้น้องสี่ไปแล้ว”

ข้าหลุดออกมาจากความคิดของตัวเองแต่ก็ต้องมาตะลึงในคำถามของไท่จื่อ

มอบใจหรือ…บ้าน่า! ข้าจะมอบใจให้เขาได้อย่างไร

“ใช่จริง ๆ ด้วย สตรีทรยศ!”

ไท่จื่ออู๋เฉินปี้ไม่รอให้ข้าปฏิเสธก็บีบคอเล็กของข้าด้วยน้ำหนักไม่เบา

ข้าพยายามดึงมือเขาออก ริมฝีปากเผยอออกเตรียมจะเอ่ยปฏิเสธ

ในจังหวะนั้นชายหนุ่มก็ปล่อยมือแล้วก้มใบหน้าลงมาจุมพิตบนริมฝีปากของข้า

แก่นกายที่ปัดป่ายอยู่บริเวณหน้าท้องทิ่มผิว ไม่นานเขาก็สอดกายเข้ามาในความอุ่นทีเดียวมิดลำ

“อะ! เจ็บ…”

ข้าดันริมฝีปากเขาออก ขาสั่นไปหมดให้กับการสอดกายเข้ามาในช่องคับแคบ

“เจ้าจะได้จำ!”

เป็นอีกครั้งที่ไท่จื่ออู๋เฉินปี้บรรเลงเพลงรักบนร่างกายของข้า ต่างกันตรงอารมณ์ในการกระแทกกระทั้น เขาฝังกายเข้ามาราวกับว่าลงโทษข้าที่ปันใจไปให้คนอื่น

แต่ข้าจะโกหกออกไปได้อย่างไรว่าเขาและองค์ชายสี่ล้วนไม่ใช่คนที่ข้ามอบใจให้ ส่วนร่างกายนั้นเห็นทีจะต้องปล่อยไปตามนิยายแล้ว

ข้าจะคิดว่ามันคือด่านเคราะห์ที่ต้องเผชิญแล้วกัน!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๙(จบ)

    ๑๙ติงหลีซือกำลังนอนอยู่บนเตียงในช่วงบ่ายคล้อย ตอนนี้นางแพ้ท้องหนักมาก อ่อนเพลียจนต้องนอนอยู่นิ่ง ๆ ไม่อาจทำสิ่งใด“หมดสภาพเลย”ในขณะนั้นเองนางก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้นภายในห้องบรรทม ดวงตาคู่งามลืมขึ้นมองต้นเสียงก็เป็นเทพแห่งดวงชะตาเจ้านายของนางจริงดั่งที่คิด“ท่านเทพ! มาได้อย่างไรเจ้าคะ”“มาดูคนแพ้ท้อง”ติงหลีซือลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าอิดโรย ท่าทางไร้เรี่ยวแรงจนเทพแห่งดวงชะตาต้องเข้ามาพยุงขึ้นนั่ง“ท่านเทพ ไหนเจ้าคะการเนรเทศ เหตุใดข้าถึงได้มานอนแพ้ท้องอยู่แบบนี้”“เจ้านี่แปลก! ไม่ต้องเนรเทศให้ลำบากก็ดีแล้วมิใช่หรือ เหตุใดจึงเรียกร้องการเนรเทศนัก”ติงหลีซือเถียงไม่ออก ทำเพียงถอนหายใจเทพแห่งดวงชะตาเห็นแบบนั้นก็เสกผลไม่รสเปรี้ยวมาให้นางหนึ่งถาด“ทานผลไม้เหล่านี้เสีย แล้วเจ้าจะไม่แพ้ท้องอีก”ติงหลีซือดวงตาลุกวาว ยื่นมือไปรับถาดมาวางไว้บนเตียง ผลไม้มีหลากหลายชนิดแต่นางเลือกทานเฉ่าเหมย [1] เป็นอันดับแรกเพราะชอบในรูปร่างของมัน“งื้อ~สะใจเจ้าค่ะ”รสเปรี้ยวผสมหวานทำให้นางหลับตาพริ้ม อร่อยจนตัวสั่น เทพแห่งดวงชะตาเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะ“หากเจ้าชอบข้าจะขอนำเข้าพืชชนิดนี้จากเทพต่างทวีป นี่คือผลไม้จาก

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๘

    ๑๘ตอนนี้ข้ากำลังนอนด้วยดวงตาเหม่อลอยอยู่บนเตียง คำที่หมอหลวงกล่าวเมื่อครู่ทำข้าพูดไม่ออก อยากรู้หรือไม่ว่าหมอหลวงกล่าวว่าอย่างไรเขาบอกว่า…“กระหม่อมยินดีกับกับไท่จื่อด้วยพ่ะย่ะค่ะ ติง เหลียงตี้ทรงพระครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้ว”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขากล่าวประโยคนี้ครั้งแรกที่บอกผลหลังจากหมอหลวงตรวจอาการก็ได้บอกผลการตรวจแก่ฮองเฮาแล้วไท่จื่อคงได้ยินข่าวว่าตำหนักฮองเฮาเชิญหมอหลวง เขาจึงมาที่ตำหนักฮองเฮาด้วยชุดที่ใช้ประชุมเช้า ท่าทางร้อนใจเป็นอย่างมากจนกระทั่งได้ยินข่าวว่าข้าตั้งครรภ์มังกร จากที่แสดงอาการกังวลใจก็เปลี่ยนเป็นดีใจในทันทีฟอด~ร่างสูงเข้ามาหาข้าพร้อมกดริมฝีปากลงบนหน้าผากต่อหน้าฮองเฮา ไท่จื่อเฟย หมอหลวงนางกำนัลและขันที“ไท่จื่อ!”ฮองเฮาเรียกพระโอรสเสียงเขียว ทว่าไท่จื่อไม่สะทกสะท้าน หันมายิ้มแฉ่งใส่พระมารดา“เสด็จแม่ เฉินเอ๋อร์จะมีบุตรแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ทุกคนในห้องบรรทมตะลึงไปเลยเมื่อได้ยินคำแทนตัวที่ไท่จื่อใช้เรียกตัวเองเฉินเอ๋อร์เช่นนั้นหรือ…น่ารักแท้!ข้าหันไปสำรวจสีหน้าฮองเฮาก็เห็นว่าพระนางตัวแข็งทื่อ ดวงตาจับจ้องเพียงใบหน้าอาบรอยยิ้มของพระโอรส ไม่นานใบหน้างดงามสมวัยก็ฉายรอย

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๗

    ๑๗สองเดือนผ่านไปคำกล่าวที่ว่า ‘พระสนมคนโปรด’ ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ไท่จื่ออู๋เฉินปี้โปรดปรานติงเหลียงตี้ถึงขนาดมาค้างด้วยที่ตำหนักทุกคืนสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะตั้งแต่แต่งไท่จื่อเฟยมา ไท่จื่อก็ยังเสด็จมาหาเฉพาะวันที่ฮองเฮากำหนดไว้ให้เท่านั้น แต่มาเพียงค่อนคืนก็กลับไปค้างกับติงเหลียงตี้จนกระทั่งถึงเช้าข่าวสารนี้รู้ถึงพระกรรณฮองเฮาแล้ว พระนางได้รับสั่งให้สะใภ้เอกหรืออีกฐานะหนึ่งคือหลานสาวพาตัวติง เหลียงตี้เข้าเฝ้าในวันนี้จ้าวฮองเฮาใคร่รู้นักว่าสตรีประเภทใดที่มัดใจพระโอรสของนางได้แต่งตั้งเป็นสนมขั้นสูงก็แล้วไปเถอะ แต่เหตุใดถึงได้เสด็จไปหาทุกเช้าค่ำ!ทางด้านจ้าวฮองเฮา….ช่วงนี้สิ่งที่กวนใจข้ามากที่สุดไม่พ้นเป็นเรื่องข่าวลือเกี่ยวกับพระโอรสที่ว่าหลงใหลได้ปลื้มพระสนมจนไม่เหลียวแลชายาเอกสิ่งนี้เป็นการกระตุ้นความทรงจำเก่าสมัยเป็นไท่จื่อเฟยวังบูรพายอมรับอย่างไม่อายเลยว่าข้าเกลียดที่สุดเมื่อได้ยินบ้านไหนสามีหลงใหลภรรยารองมากที่สุด ก็ไม่คิดว่าพระโอสองค์เดียวของข้าจะเป็นไปกับเขาด้วย“ฮองเฮาเพคะ ไท่จื่อเฟยและติงเหลียงตี้เสด็จมาแล้วเพคะ”“เชิญเข้ามาได้”นางกำนัลโค้งตัวลงทำความเ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๖

    ๑๖เพราะทราบว่าเขาจะไปลงโทษมี่อิง ใจข้าก็เต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ จนไม่มีสมาธิอ่านนิยายต่อ เดินวนไปวนมาอยู่ในห้องบรรทมรอฟังข่าวจากนางกำนัลที่ข้าส่งไปสืบข่าว“พระสนมเพคะ อย่าทรงกังวลใจไปเลยเพคะ มี่อิงนางสมควรได้รับแล้ว”“ก็ข้าไม่สบายใจ”ตอนอยู่บนสวรรค์ข้าไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร นี่เป็นครั้งแรกจึงรู้สึกแปลกไปไม่น้อย“เรื่องตั้งใจทำชาร้อนหกใส่ระหว่างบ่าวด้วยกันเองยังนับว่าใจร้ายมากแล้ว แต่นี่นางประสงค์ร้ายในตัวพระสนมที่เป็นชนชั้นเจ้านาย ทั้งยังเป็นคนโปรดของไท่จื่อ ไม่ว่าจะมองมุมไหนนางก็สมควรโดนทำโทษแล้วเพคะ”ข้าเผลอมองหน้าซิงซิงนิ่ง ไม่คิดว่าภาพลักษณ์ที่ดูสดใสจะไม่ใสซื่อเป็นข้าประเมินนางต่ำไปสินะ!“เช่นนั้นระหว่างนี้ข้าจะทำอะไรรอดีล่ะ ไม่มีสมาธิอ่านตำราแล้ว”“หม่อมฉันสอนปักผ้าดีหรือไม่เพคะ เวลาที่พระสนมปักผ้าทีไรจะมีสมาธิทุกครั้งเพราะกลัวเข็มแทงมือ”ข้าไม่เคยปักผ้ามาก่อนเลย น่าสนใจ!“ก็ได้ เอาลายง่าย ๆ นะ ข้าอยากปักผ้าเช็ดหน้าให้ตัวเอง เอาเป็นปักชื่อข้าก็แล้วกัน”ซิงซิงยิ้มกว้างรีบไปเตรียมอุปกรณ์ในทันทีเพราะเช่นนี้ข้าถึงเบนสมาธิมาจากเรื่องมี่อิงได้ เพราะในหัวกำลังคิดว่าเขียนอักษรด้วยลายมือ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๕

    ๑๕ตุบ!“หม่อมฉันขออภัยเพคะพระสนม”มี่อิงคุกเข่าฟุบหน้าลงกับพื้นทันทีเมื่อได้ยินคำสั่งอันเด็ดขาดของไท่จื่อเฟยข้าก้มมองนางแต่ไม่รับการขอโทษนี้ หันไปมองนางกำนัลคนอื่นเพื่อจะขอน้ำชา“ขอน้ำชาอันใหม่ให้ข้าที”นางกำนัลที่ถูกออกคำสั่งหันไปมองหน้าไท่จื่อเฟยก็ได้รับการพยักหน้ารับเบา ๆตอนที่นางกำนัลยื่นน้ำชาให้ข้ามีความระมัดระวังเป็นอย่างมากข้าที่ไม่มีใจอยากเล่นบทนี้อยู่แล้วก็ตั้งใจรับ เดินเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าไท่จื่อเฟยโดยไม่สนใจการมี่อิง“น้ำชาเพคะไท่จื่อเฟย”ไท่จื่อเฟยยื่นมือมารับน้ำชาจากมือข้าในทันที จิบชาเล็กน้อยพอเป็นพิธีก็เป็นอันเสร็จพิธียื่นน้ำชา“ไม่ต้องมาคารวะเช้าทุกวันจนเป็นกิจวัตร หากเปิ่นกงอยากเจอเจ้าจะให้คนมาเชิญเอง”เอ่ยสั้น ๆ ก็หันไปออกคำสั่งกับนางกำนัลที่ยื่นน้ำชามาให้ข้า“ไปหยิบยามาทาให้พระสนม โดนน้ำร้อนลวกมากหรือไม่ ไหนให้เปิ่นกงดู”ข้าลุกขึ้นยืนแล้วดึงชายกระโปรงขึ้น พบว่าเป็นรอยแดงตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นมายังหน้าขา เพียงเท่านี้ดวงตาคู่งามก็ตวัดไปมองมี่อิงอย่างดุร้ายมี่อิงรีบก้มหน้าลงต่ำไม่สบตาเจ้านาย ไท่จื่อเฟยก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากคาดโทษเอาไว้“เปิ่นกงขออภัยแทนมี่อิงด้วย ต่อ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๔

    ๑๔ข้าตื่นเพราะนางกำนัลเข้ามาปลุกจึงเดาว่าใกล้ยามซื่อแล้วเมื่อข้าอนุญาตให้พวกนางเข้ามานางกำนัลทั้งสี่ก็ช่วยปรนนิบัติข้าทุกอย่างตั้งแต่การอาบน้ำไปจนกระทั่งการแต่งตัวเพราะชินกับการมีคนช่วยแล้ว ข้าจึงนั่งนิ่ง ๆ อำนวยความสะดวกให้พวกนางได้ทำงานทุกอย่างในขณะที่นางกำนัลกำลังช่วยทำผมให้อยู่นั้น ข้าก็เห็นใบหน้าคุ้นตาผ่านกระจกทองเหลือง“ซิงซิง!”“ถวายพระพรพระสนมเพคะ”ข้าไม่ได้หันหน้าไปมองซิงซิงเพราะนางกำนัลกำลังเกล้าผมขึ้นแล้วใช้ปิ่นปัก ดังนั้นจึงประสานสายตากับสาวใช้คนสนิทผ่านกระจกแทน“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”“ไท่จื่อรับสั่งให้องครักษ์มารับตัวหม่อมฉันที่จวนตระกูลติงเพคะ นายท่านฝากความคิดถึงมาถึงพระสนมด้วยนะเพคะ”นับว่าเขาใส่ใจข้าดี!“ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง”“นายท่านดูเศร้าซึมไม่น้อยเพคะ ดีว่าคุณชายเล็กกลับมาแล้ว นายท่านจึงไม่ได้รู้สึกเหงามากจนเกินไป”“ติงอวี่มาแล้วหรือ!”น้องชายคนเดียวของติงหลีซืออยู่สำนักยุทธ์ไม่กลับจวนมาหลายปี เขากลับมาตอนนี้นับว่าตรงตามความประสงค์ของข้า“เพคะ คุณชายกล่าวว่ามาครั้งนี้จะอยู่กับนายท่านไม่ไปไหนเลยเพคะ”ข้อดีของการเป็นบุตรชายคือแต่งภรรยาเข้าจวน ไม่เหมือนสตรีอย

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๐

    ๑๐เช้าวันต่อมาข้าถูกปลุกโดยซิงซิงสาวใช้คนสนิทของข้า ท่าทางของนางตื่นเต้นมากเมื่อเห็นนางกำนัลเกือบสิบคนเดินยืนเรียงกันอยู่หน้าห้องนอนเล็ก ในมือถือถาดที่ด้านบนวางชุดเจ้าสาวและเครื่องประดับหลายชิ้นนางกำนัลเหล่านี้ล้วนมาจากวังบูรพา ถูกไท่จื่อส่งมาเพื่อแต่งตัวเจ้าสาว!“เอาเลย! อยากทำอะไรกับข้าก็เชิญเล

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๙

    ๙แววตาของเขาทำให้ข้าเดาไม่ยากว่าต้องทำอย่างไรถึงจะพอใจชายหนุ่มเริ่มปรนนิบัติเขาตามที่เคยเห็นผ่านกระจกส่องโลกาซึ่งฉายภาพเหล่าเทพเซียนที่เคยไปเริงรักในสถานที่เริงรมย์จัดการทำรักให้เขาถึงใจจนอีกฝ่ายหลุดเสียงครางไม่เป็นภาษา ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีใครได้ยินเสียงนี้จนกระทั่งเราสองต่างเสร็จสมด้วยกันทั้

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๔

    ๔ทางด้านองค์ชายสี่อู๋เยี่ยนหยา…“องค์ชายทรงพระสรวลใส่หม่อมฉันหรือเพคะ”ท่าทางของนางตอนถามประโยคนี้จริงจังมาก นางจะรู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังทำสีหน้าต่างไปจากคนเดิมที่เหลียงกงกงกล่าวว่านางเปลี่ยนไปนั้น...ข้าเริ่มจะเชื่อแล้ว!ว่าแต่…อะไรทำให้นางเปลี่ยนไปกัน“เปิ่นหวางหัวเราะเจ้าเพราะรู้สึกเอ็นดู เมื

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๓

    ๓เพราะเทพแห่งดวงชะตาใช้นิยายจากโลกมนุษย์มาเขียนชะตาชีวิตของเทพผู้ฝ่าด่านเคราะห์หลายท่านข้าจึงอยากไปดูร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ดูว่ามีเรื่องใดที่น่าสนใจหรือไม่เผื่อจบสิ้นการเป็นมนุษย์แล้วจะได้ไปนำเสนอเจ้านาย!ไม่คิดว่าจะเห็นร่างคุ้นตาของเทพแห่งดวงชะตาเปิดอ่านตำราตัวอย่างทีละหน้าทีละหน้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status