แชร์

บทที่ 1.5

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-20 14:54:28

“สีหน้าเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ ท่านพ่อมิใช่อยากให้ข้ายอมรับว่าเขาเป็นพี่มิใช่หรือ ตอนนี้ข้าก็ยอมรับแล้วอย่างไรเล่า ข้าให้เขาเป็นพี่สี่ก็ได้ อย่างไรเขาก็ลืมตามาดูโลกก่อนข้า”

บิดาของนางระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “หายากที่เสี่ยวหวงหรงของข้าจะยอมรับเรื่องนี้ ต้าจิ่วกลับมาจากไปเที่ยวครั้งนี้ข้าจะจัดงานฉลอง ประกาศให้ทุกๆ คนรู้และรับเจ้าเข้าทำเนียบตระกูล”

นางอยากจะถอนหายใจออกมาเสียงดังๆ บิดาของนางไม่รับอีกฝ่ายเข้าตระกูลเพราะนางจริงเสียด้วย หันไปมองเสิ่นจิ่ว เห็นรอยยิ้มของเขานางก็ยิ่งรู้สึกผิด แม้เขายิ้มเพียงบางๆ แต่ก็มองออกว่าดวงตาคมคู่นั้นเปล่งประกาย

“พวกท่านทำเหมือนข้าเป็นต้นเหตุให้เขาไม่ได้เข้าทำเนียบ ข้าไม่สนใจพวกท่านสองคนแล้ว” นางทำเป็นโกรธจากนั้นเดินไปขึ้นรถม้า “พี่สี่ยังไม่รีบมาประคองข้าขึ้นรถม้า!”

เสิ่นจิ่วยิ้มกว้างรีบเดินเข้ามา “คุณหนูระวังด้วย”

นางถลึงตาให้เขา “ยังจะเรียกข้าคุณหนู??”

“ใช่ๆ เรียกน้องสี่สิจึงจะถูก” บิดาของนางสำทับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“น้องสี่” นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นเขายิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มที่ไปถึงดวงตา...

เฮ้อ...เสิ่นหมิงเล่อเมื่อก่อนเห็นชัดว่าเจ้าเป็นสตรีที่ชอบคิดเล็กคิดน้อย หากทิ้งอคติในใจ ยอมให้บิดายอมรับเสิ่นจิ่วเข้าทำเนียบตระกูล บางทีเรื่องราวในความฝันนั่นอาจจะไม่เกิดขึ้น... นางสะบัดศีรษะเลิกคิด “ข้าต้องทำได้ มันจะไม่ลงเอยเช่นนั้นแน่นอน”

หมู่บ้านเหวินโหรวตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของเทียนซาน จี้ชิงมู่ น้องสาวของมารดานางเปิดร้านหมอและตั้งรกรากอยู่ที่นี่มานานหลายปี นางแต่งงานทว่ากลับยังไม่มีบุตร ดังนั้นแล้วเมื่อเห็นหลานสาวมาเยือนก็ดีใจจนน้ำตาริน ในใจมองเห็นนางเป็นบุตรสาวไปนานแล้วนับตั้งแต่ผู้เป็นพี่สาวจากไป

“เสี่ยวหวงหรงหลานรัก!! เจ้ามาได้อย่างไร!!” จี้ชิงมู่โผเข้ากอดหลานสาวสุดรัก

“ข้ามาเยี่ยมท่านน้าเจ้าค่ะ”

“ข้ายังวางแผนไปร่วมดื่มสุรามงคลของเจ้า นึกไม่ถึงว่าเจ้ากลับเป็นฝ่ายมาเยือนข้า มาๆ เข้ามาข้างในกันก่อน ท่านพี่ปิดร้าน! วันนี้ข้าไม่เปิดร้านแล้ว!”

หลิวเจิงหัวเราะจากนั้นรับคำแล้วเชิญทุกคนเข้าไปด้านในร้าน ที่นี่ด้านหน้าเป็นร้านหมอ ด้านหลังกลับเป็นจวนหลังเล็กกะทัดรัด ถึงอย่างนั้นก็มีที่พำนักเพียงพอสำหรับขบวนเดินทาง หลิวเจิงเข้าครัวด้วยตัวเองปล่อยให้จี้ชิงมู่รับแขก เขาให้พ่อบ้านไปเตรียมที่พักให้ทุกคน จากนั้นก็เดินหายเข้าไปในครัว

การพบกันครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในรอบสามปี จี้ชิงมู่ถึงขั้นทิ้งสามีเอาไว้ในห้อง หนีออกมาเพื่อนอนเป็นเพื่อนหลานสาวสุดรัก

“บอกน้ามาตามตรง ที่บอกว่าคิดถึงน้าแท้ที่จริงมีเรื่องอื่นใช่หรือไม่ น้าเห็นว่าเจ้าแม้ยิ้มแย้มแต่กลับแอบครุ่นคิดด้วยความกังวลบ่อยครั้ง”

เสิ่นหมิงเล่อโดนจับได้ก็ออดอ้อนผู้เป็นน้าทันที “ท่านน้ารักและเอ็นดูข้าที่สุดทั้งยังรู้ใจข้านัก ข้ามาเพราะฝันร้ายเจ้าค่ะ ตื่นขึ้นยังคงรู้สึกกังวลหากไม่มาหาท่านก็ไม่รู้ว่าจะไปหาผู้ใด”

“อย่าพูดมาดรีบบอกมาเจ้าอยากให้ข้าช่วยทำสิ่งใด”

“ข้าเพียงอยากมั่นใจว่าท่านพ่อสบายดีสุขภาพแข็งแรงเจ้าค่ะ แต่จะขอให้ท่านหมอที่ฝั่งตะวันออกช่วยตรวจ ก็เกรงว่าจะไม่เป็นความลับ ดังนั้น...”

จี้ชิงมู่หัวเราะ “เรื่องเล็กน้อยเท่านี้ ข้าก็นึกว่าเขาป่วยหนักรักษาไม่หายจนไม่อาจบอกผู้ใด ที่แท้ก็เจ้าฝันร้ายนี่เอง เจ้าวางใจได้ ท่านน้าคนนี้ของเจ้าจะช่วยเจ้าจัดการเอง เรื่องบิดาเจ้าเขาไม่มีทางขัดข้าเป็นแน่ ข้าเป็นหมอแถมยังเคยรับปากมารดาของเจ้าจะช่วยหากเขาล้มเจ็บ ข้าจะไม่ให้ผู้ใดรู้เรื่องนี้แน่นอน”

“ข้ารักท่านน้าที่สุด!”

อีกฝ่ายหัวเราะจากนั้นเลียบๆ เคียงๆ ถาม “แล้วเรื่องคุณชายสี่นั่นตกลงเกิดอะไรขึ้น เจ้ามิใช่เคยบอกว่าเขาเป็นคนนอกมาโดยตลอดหรอกหรือ เหตุใดครั้งนี้ไม่เพียงให้เขาคุ้มกันมาหาข้า แต่ยังยอมเรียกเขาว่าพี่สี่ พี่สี่เชียวนะ ยอมให้พี่เขยรับเขาเข้าทำเนียบตระกูลแล้ว? รู้หรือไม่ว่าหากรับเขาเข้าตระกูลตอนนี้จะหมายความว่าอย่างไร คิดดีแล้วหรือ”

นางถอนหายใจ “ข้าย่อมรู้เจ้าค่ะ แต่ว่า...พี่สี่ก็นับเป็นคนไม่เลว หากเป็นเขาย่อมสามารถสืบทอดเพลงกระบี่คู่ อีกทั้งหากเป็นเขาตระกูลเสิ่นก็คงไม่ต้องห่วงเรื่องอื่น ท่านพ่อเองก็รักและเชื่อมั่นในตัวเขา ข้าเชื่อว่าท่านพ่อคงมองคนไม่ผิด”

นางไม่ได้บอกเล่าว่านางเคยเห็นมาแล้ว แม้เสิ่นจิ่วนับเป็นคนนอกที่ไม่มีสายเลือดตระกูลเสิ่น ทว่าสุดท้ายแล้วกลับเป็นเขาที่ไม่คิดจะทอดทิ้งตระกูลเสิ่น อีกทั้งยังเป็นคนสุดท้ายที่ก้าวออกจากป้อมตระกูลเสิ่น ทั้งๆ ที่คนตระกูลเสิ่นสายตรงพากันทอดทิ้งอย่างไม่ลังเล

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือน   บทที่ 6.2 จบ

    นางกอดเขาแน่นมาก ในใจยังคงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น หลายๆ อย่างคล้ายชัดเจนทว่าก็ไม่ได้เกิดขึ้น จะว่าไปแล้วมันไม่เกิดขึ้นก็เพราะถูกอวี้เฟิงเหลียนเปลี่ยนหากเขาไม่ช่วยพี่ชายกับเฮยมั่ว หากเขาไม่เปิดโปงสวีเหยียนถิง หากนางไม่ได้ถูกถอนหมั้น หากบิดาของนางไม่ยอมยกโทษให้พี่ชาย หากว่า...เขากับนางไม่ได้พบกัน“นอนเสีย ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว อยู่กับเจ้า ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”คำว่า...หากว่า ถูกคำพูดของเขาพัดหายไปจากใจ นางซบใบหน้าลงไปบนอกแกร่ง กอดกระชับอ้อมแขน “ท่านพี่”“หืม”“ได้พบท่าน...ข้าโชคดีเหลือเกิน”“ข้ารู้ ข้าเองก็โชคดีที่ได้พบเจ้า”“บอกข้าได้หรือไม่เจ้าค่ะ จริงๆ แล้วท่านพบข้าครั้งแรกเมื่อไหร่”เขาหัวเราะ “เจ้าจะไม่ได้หรอก เพราะข้า...ไปแอบดูเจ้าตั้งหลายครั้ง ได้ยินมาว่าคุณหนูสี่ตระกูลเสิ่นงดงามอ่อนโยน ทว่าท่านพ่อตาหวงแหนนักไม่ยอมให้นางออกมาจากป้อม ดังนั้น...ข้าจึงแอบปลอมตัวปีนกำแพงเข้าไป”นางเงยหน้าขึ้นเบิกตามองเขา “ท่าน...”เขาหัวเราะ “ตอนรู้ว่าสวีเหยียนถิงหมายตาในตัวเจ้าทั้งที่ไม่เคยพบหน้า ในใจของข้ามองเขาเป็นศัตรูไปนานแล้ว กลับไปวางแผนก็ยังไม่ทันการณ์ นึกไม่ถึงว่าประมุขสวีจะลงมือฉับไว อาศัยที่เขา

  • ข้าถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือน   บทที่ 6.1

    เสิ่นหมิงเล่อ...แง้มม่านรถม้ามองไปยังบุรุษชุดสีแดงเบื้องหน้าขบวน เขาขี่ม้าแผ่นหลังตรงสง่างาม เจ้าบ่าวที่ทุกครั้งที่มองนางก็ยังใจเต้นแรง ตื่นเต้น และประหม่านับจากวันนั้นบนป้อมตระกูลเสิ่น เขากับนางคบหาส่งจดหมายและของฝาก กระทั่งตอนนี้ครบหนึ่งปีตระกูลอวี้จึงสู่ขอนางอย่างเป็นทางการ กำหนดวันมงคลและเจ้าบ่าวก็มารับเจ้าสาวที่ป้อมนับตั้งแต่วันแรก...จนถึงวันนี้ เขาไม่เคยเปลี่ยนไปสักนิด เคยเป็นอย่างไรก็ยังเป็นเช่นนั้น เคยอ่อนโยนอย่างไรก็ยังเสมอต้นเสมอปลาย ลึกๆ นางรู้สึกคล้ายกับว่าทั้งนางและเขารู้จักกันมานานมาก เขาล่วงรู้นิสัยใจคอของงนาง เชื่อใจนาง ราวกับว่าเขาเคยผ่านเรื่องราวมากมายมากับนางอวี้เฟิงเหลียน...เหอคุน คุณชายรองตระกูลอวี้ บุรุษที่ทั้งชีวิตนี้นางไม่เสียใจที่เลือกเขา ในยามที่เทียนซานพานพบกับฝนตกหนักหลายเดือน น้ำท่วมทางใต้แม้ไม่ได้รุนแรง ถึงอย่างนั้นเพราะการซ่อมแซมเขื่อนกั้นน้ำของเขา ทำให้ตระกูลเฉินผ่านพ้นความยากลำบาก เทียนซานไม่ต้องเผชิญกับความอดอยากขาดแคลนเขาเตือนทุกๆ ฝ่าย ทุกๆ ตระกูล ให้เตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่กำลังตกหนัก ส่งเสบียงไปยังเมืองที่ขาดแคลน แม้คนเหล่านั้นเคยหัวเราะเยาะว่

  • ข้าถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือน   บทที่ 5.9

    อวี้เฟิงเหลียนเหม่อมองรอยยิ้มนั้นของหญิงสาว หัวใจของเขาเต้นแรงมาก ในยามที่นางผละไปเพื่อให้เขาได้พักผ่อน ฉางสือถอนหายใจมองเขา “คุณชาย...ท่านแย่แล้วจริงๆ ใช่หรือไม่”เขาหัวเราะ “ใช่ แย่แล้ว ข้าแย่แล้วจริงๆ” เขายอมรับรุ่งเช้าวันต่อมา... เสิ่นหมิงเล่ออาสาพาเขาไปเดินเล่นรอบๆ ป้อมตระกูลเสิ่น เขาไม่มีทางปฏิเสธแน่นอนเช่นนี้จึงได้เห็นว่าภายในป้อมตระกูลเสิ่นแห่งนี้ ทุกอย่างล้วนจัดวางและเป็นระเบียบแบบแผนที่ลงตัวยิ่ง“ข้ารู้มาจากพี่รองแล้วว่าเพราะท่านดังนั้นข้าจึงหลุดพ้นจากคนตระกูลสวี ข้าต้องขอบคุณคุณชายรองมากนะเจ้าคะ”เขายิ้ม “คุณหนูสี่ชอบดอกบัวหรือไม่”นางชะงักมองเขาด้วยท่าทีงุนงง เขายิ้ม “เรียกข้าว่าเหอคุนก็ได้ นามของข้าล้วนแปลว่าดอกบัวทั้งสิ้น”นางกะพริบตามองเขาสองแก้มแดงซ่านขึ้นเล็กน้อย “พี่...เหอคุน” นางพึมพำเสียงเบามาก“ได้ยินว่าท่านลุงเสิ่น คุณชายรอง รวมไปถึงเฮยมั่ว ทุกคนล้วนเรียกคุณหนูสี่ว่าเสี่ยวหวงหรงอย่างเป็นกันเอง ต่อไปพวกเราก็มิใช่คนอื่นไกล ข้าเรียกเจ้าเช่นนั้นบ้างได้หรือไม่ เจ้าเรียกข้าว่าพี่เหอคุน ข้าเองก็จะเรียกเจ้าว่า...เสี่ยวหวงหรง”นางเงยหน้ามองเขาเม้มปากกลบเกลื่อนความขัดเขิน

  • ข้าถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือน   บทที่ 5.8

    อวี้เฟิงเหลียน...ยืนมองทะเลสาบที่ครั้งหนึ่งเขาฝันว่าเคยยืนกับเสิ่นหมิงเล่อ เขาตั้งใจจะขุดคลองเพื่อสร้างระบบขนส่งทางน้ำมายังป้อมตระกูลเสิ่น พร้อมๆ กันนั้นก็ระดมเงินเพื่อซ่อมแซมเขื่อนกั้นน้ำตั้งแต่ยังไม่เริ่มหน้าฝน โกดังสินค้าของเขาเพิ่มสินค้ามาอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือ...ข้าวเปลือกและธัญพืช“ที่นี่น่ะหรือ” เฮยมั่วเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของเขา “ข้าไม่เคยรู้ว่าที่นี่ใกล้แม่น้ำ เคยสำรวจด้านนั้นแต่ไม่เคยมาฝั่งนี้”เสิ่นอวี๋เองก็เดินสำรวจไปรอบๆ “เหมาะจริงๆ ด้วย หอข่าวตระกูลอวี้นอกจากบันทึกเรื่องราวในเทียนซาน ที่จริงพวกเจ้าลอบสำรวจภูมิศาสตร์ด้วย?”ชายหนุ่มหัวเราะ “จะเป็นไปได้อย่างไร คนของข้าเพียงบังเอิญเคยหลงเข้ามาที่นี่ ดังนั้นจึงบอกต่อมาอีกทอดหนึ่ง ข้าเห็นว่าน่าสนใจจึงลองมาดู พบว่าเหมาะจริงๆ”อีกฟากหนึ่ง “พี่รอง! พี่เฮยมั่ว!” เสิ่นหมิงเล่อตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความดีใจ ด้านหลังนอกจากเสิ่นจิ่วแล้วยังมี...ประมุขเสิ่น เสิ่นชิวเขาเห็นเฮยมั่วตัวแข็งทื่อ เห็นความกังวลของเสิ่นอวี๋ “พวกท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ประมุขเสิ่นให้อย่างไรก็เป็นบิดาของท่าน เขาจะต้องเข้าใจพวกท่านแน่ๆ เพียงแต่อาจจะใช้เวลา พวกท่านหล

  • ข้าถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือน   บทที่ 5.7

    เสิ่นหมิงเล่อหันขวับมามองยังทิศทางที่เขาอยู่ ทว่านางกลับมองผ่านเลยไป ไม่รู้ว่าเขาซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้“คุณหนูทำไมหรือเจ้าคะ”“เหมือนมีคนเรียกข้า... แต่ว่าข้าคงหูฝาด มีเพียงท่านพ่อที่เรียกข้าว่าเสี่ยวหวงหรง ข้าคงคิดถึงท่านพ่อเสียแล้ว”“รีบกลับกันเถิดเจ้าค่ะ มิใช่มาเพราะอยากรู้ว่าคุณชายสวีหน้าตาอย่างไรหรอกหรือ ใกล้จะได้เวลาแล้วหาไม่คุณชายรู้ว่าท่านแอบออกมา ครั้งหน้าขอติดตามออกมาเที่ยวก็ไม่ง่ายแล้ว”เสิ่นหมิงเล่อเก็บดอกบัวขึ้นมาดอกหนึ่ง “ได้แล้วพวกเรากลับกันเถิด”เขา...มองรถม้าแล่นจากไปช้าๆ กระทั่งฉางสือจูงม้าสองตัวมาหยุดที่ใต้ต้นหูกวาง “คุณชาย”“อืม กลับกันเถิด” ตอนที่เขาควบม้าผ่านรถม้าของหญิงสาว ยังเหลือบไปเห็นว่านางเปิดม่านรถม้าออกดู ถึงอย่างนั้นอวี้เฟิงเหลียนก็ไม่ได้หันหลังกลับไปมอง เขารอ... รอจังหวะ รอโอกาสที่ดีกว่านี้ รอให้นาง...ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับคู่หมายค่ำคืนนั้นเขาไม่ต้องลงมือเองด้วยซ้ำ เสิ่นอวี๋กับเฮยมั่วอำมหิตกว่าที่เขาคาด ทั้งสองไม่เพียงวางยาปลุกกำหนัดสวีเหยียนถิงกับหลี่เซวียนเอ๋อร์ หนำซ้ำยังแกล้งทำให้ประตูโรงเก็บฟางพัง เช่นนี้แล้วภาพอุจาดตาของคนทั้งสองที่กำลังกอดรัดฟัดเห

  • ข้าถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือน   บทที่ 5.6

    “ข้ามีเนื้อกับสุรามาฝาก เฮยมั่วได้ยินมาว่าเจ้าย่างปลาได้อร่อยนัก”“ท่านมาได้เวลาพอดีคุณชายรอง ข้าเพิ่งตกได้ปลาสองตัว ย่างแกล้มสุราเป็นอย่างไร”“เช่นนั้นก็ประเสริฐ!”ระหว่างมื้อค่ำและการร่ำสุรา เขาบอกเล่าเรื่องการหมั้นหมายของเสิ่นหมิงเล่อกับสวีเหยียนถิงให้เสิ่นอวี๋ฟัง จากนั้นต่อด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ของสวีเหยียนถิงกับหลี่เซวียนเอ๋อร์ เสิ่นอวี๋โกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ“ไอ้คนสารเลวกล้าดีอย่างไรมาหลอกน้องสาวของข้า!”“ท่านมาหาพวกเราเพราะมีแผนแล้วกระมัง” นึกไม่ถึงว่าเฮยมั่วกลับฉลาดนัก“ถูกต้อง ดังนั้นจึงแวะมาหาพวกท่าน เผื่อว่าพวกท่านอยากจะไปช่วยข้า”เสิ่นอวี๋มองเขาด้วยสายตาสงสัย “เพราะอะไรอยู่ๆ คุณชายรองจึงสนใจเรื่องนี้ขึ้นมา”“แน่นอนว่าข้าไม่อาจเห็นสองตระกูลเกี่ยวดองสมหวัง สี่ตระกูลใหญ่ตอนนี้ไม่มีตระกูลใดเกี่ยวดอง อยู่ๆ ตระกูลสวีก็อยากให้บุตรชายแต่งงานกับคุณหนูสี่ พวกท่านไม่คิดว่ามันน่าแปลกหรอกหรือ ยังมี...ข้าเห็นคนของประมุขสวีไปด้อมๆ มองๆ ที่ป้อมตระกูลเสิ่น แถมยังพยายามลอบเข้ามกำแพงไปด้วย”“อะไรนะ! สวีหยวนต้องการจะทำอะไร? หรือว่าเขากำลังคิดไม่ดี?!”“ไม่ต้องกังวล ข้าให้คนเตือนคุณชายเสิ่นจิ

  • ข้าถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือน   บทที่ 1.3

    “ท่านพ่อเจ้าคะ” หญิงสาวเดินเข้าไปหาบิดาด้วยรอยยิ้ม นึกถึงงานศพที่เงียบเหงาของบิดากับสภาพของป้อมตระกูลเสิ่นหลังบิดาสิ้นใจ เสิ่นหมิงเล่อได้แต่กลืนก้อนสะอื้นที่แล่นมาเป็นริ้วๆ กลับเข้าไป“เสี่ยวหวงหรงมาแล้ว? เป็นอย่างไรของหมั้นถูกใจหรือไม่”นางมองเห็นใบหน้าและดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักของบิดา น้ำตาก็ยิ

  • ข้าถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือน   บทที่ 1.2

    เสิ่นหมิงเล่อเห็นสามีและพ่อแม่สามีเป็นทุกข์ นางสละสินเดิมทั้งหมดซื้อหาเสบียงจนผ่านพ้นมาได้ ทว่าตอนนั้นเองที่ได้รับข่าวว่าบิดาล้มป่วยและสิ้นใจกระทันหัน ตอนไปร่วมงานศพบิดาข่าวร้ายยิ่งกว่าทำให้ทุกคนแทบนั่งไม่ติด คัมภีร์ของปรมาจารย์หายสาบสูญ เพลงกระบี่ตระกูลเสิ่นยังไม่มีผู้สืบทอดบิดาก็มาจากไปเสียแล้ว!!

  • ข้าถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือน   บทที่ 1.1

    สี่พรรคใหญ่แห่งเทียนซาน ยอดยุทธ์ผู้ครอบครองคัมภีร์แห่งปรมาจารย์ ตระกูลสวีทางเหนือ ตระกูลเฉินทางใต้ ตระกูลเสิ่นตะวันออก และตะวันตกมีตระกูลอวี้ผู้ครอบครองหอข่าวในใต้หล้าคัมภีร์ทั้งสี่สร้างสมดุลให้ใต้หล้า เพลงกระบี่เหนือใต้ ออก ตก เป็นดังคานอำนาจสี่ทิศ ไม่มีตระกูลใดกลายเป็นอันดับหนึ่งอย่างแท้จริง ทว่

  • ข้าถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือน   บทที่ 1.4

    ในห้องหนังสือของเสิ่นชิวน้อยคนที่จะได้รับอนุญาติให้เข้าไป เสิ่นหมิงเล่อคือหนึ่งเดียวที่เข้าๆ ออกๆ ทว่าก่อนหน้านี้ให้อย่างไรนางก็ไม่เคยให้ความสนใจคัมภีร์แห่งปรมาจารย์ แม้จะรู้ว่ามันเก็บเอาไว้ที่ใด แต่นางกลับไม่เคยคิดที่จะนำออกมาดูสักครากล่องพันสลัก...ในช่องลับของห้องหนังสือเสิ่นหมิงเล่อล่วงรู้วิธี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status