แชร์

ตอนที่ 5 โทษทัณฑ์สตรีร้ายกาจ

ผู้เขียน: อาทิตย์ชมดาว
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-06 14:11:30

          “เจ้ากลั่นแกล้งนางเพราะริษยาที่ข้าให้ความสนใจนางมากกว่าเจ้าอย่างไรล่ะ คงพลาดจากเสด็จพี่ของข้าแล้วคิดจะจับข้าเป็นสามีแทน”

          ไป๋เทียนจินคิดข้อหาขึ้นมาเองในใจตามที่ได้ยินผู้คนร่ำลือกันมา และคิดว่ามันก็คงจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ด้วยกิริยามารยาทของอี้เหยียนซินนั้นอ่อนหวาน ทำให้เขาอดพูดคุยกับนางบ่อยครั้งด้วยความสงสารไม่ได้

          ไม่คิดว่านี่จะเป็นสาเหตุให้อี้เวยหนิงไม่พอใจจนต้องกลั่นแกล้งพี่สาวตนเองบ่อยครั้ง นางคงเสียใจที่อ๋องสามพี่ชายเขาปฏิเสธหมั้นหมายด้วยจึงหวังจะเป็นพระชายาของเขาแทน ช่างไม่รู้จักเจียมตน

          “หม่อมฉันกับท่านอ๋องเคยพบกันหรือเพคะ ถึงจะได้ไปอิจฉาเวลาท่านสนใจผู้ใด และเรื่องท่านอ๋องสามข้าไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรนัก เราทั้งสองเพียงแต่ไร้วาสนาต่อกัน”

          อี้เวยหนิงอยากจะหัวเราะให้ลั่นจวนกับข้อหาหลงตัวเองของท่านอ๋องผู้นี้ เขาคิดได้อย่างไรกันว่านางชื่นชอบเขา ขนาดอ๋องสามที่ดูหล่อเหลานางยังไม่หมั้นหมายด้วยแล้วกับบุรุษที่ไม่เคยพบหน้าได้ยินแต่ชื่อนั้นนางจะไปหลงใหลเขาด้วยเหตุใด

          เจ้าอ๋องโง่เอ๋ย สตรีงดงามหลบในเช่นข้าจะไปทำร้ายสตรีของเจ้าเพื่อประโยชน์ใดกัน ช่างหลงตนเองนัก……

          “ทุกคนในใต้หล้าล้วนแต่อยากเป็นพระชายาของข้าทั้งสิ้น เป็นไปได้ว่าเจ้าก็คิดเช่นนั้น พระชายาอ๋องแปดมีผู้ใดไม่อยากเป็นบ้าง”

          อ๋องแปดยังต่อความกับอี้เวยหนิงอย่างลืมตัวว่าเขานั้นปกติแล้วไม่ค่อยสนทนากับสตรีใดมากนัก แม้แต่กับอี้เหยียนซินก็ทำเพียงแค่นั่งฟังเงียบ ๆ เท่านั้น ทว่าเวลานี้กลับเถียงดรุณีน้อยอย่างเอาเป็นเอาตาย

          สายตาของสตรีผู้นี้ช่างทำให้คนมองอับอายนัก นางทำราวกับว่าตนเองนั้นเป็นดั่งนางพญาหงส์ ทั้งที่ตัวเองเป็นแต่อีกาที่โชคดีได้มาเกิดเป็นบุตรของฮูหยินเอกเท่านั้น

          “ท่านอ๋องเพคะ นอกจากท่านแล้วยังมีท่านอ๋องสาม เหตุใดไม่คิดว่าหม่อมฉันสนใจพี่ชายท่านเล่าเพคะ ถึงจะไม่ได้หมั้นหมายกันแต่ก็นับว่าเยื่อใยยังมี”

          สิ่งที่นางกล่าวมานั้นไม่เกินจริงนัก เมื่อท่านอ๋องสามทุกวันนี้แม้ถูกนางปฏิเสธหมั้นก็ยังคอยวนเวียนแอบมาหานางอยู่เรื่อย

          “สตรีหน้าด้านคิดอกุศลกับพี่ชายของข้าเชียวหรือจะหาทางบีบบังคับเสด็จพี่ข้าให้ได้เลยหรืออย่างไร อย่าหวังเลยว่าข้าจะยินยอม”

          ไป๋เทียนจินตอนนี้โกรธจนเลือดขึ้นหน้า คิดไปเองว่าอี้เวยหนิงคงให้บิดาไปขอร้องอ้อนวอนฮ่องเต้ให้พระราชทานสมรสแน่

          “หม่อมฉันเพียงแต่อยากให้ตรองดูเสียก่อน จะให้หม่อมฉันต้องรับโทษทัณฑ์”

          เกิดมาไม่เคยพบใครพูดยากเท่าท่านอ๋องผู้นี้มาก่อน หากไปอยู่ในโลกปัจจุบันคงถูกนางตบสักทีสองที

          “เถียงกับเจ้าไปก็ไร้ค่า! ไปกับข้า!” ร่างสูงสง่ากระชากสตรีในชุดคลุมมิดชิดให้เดินตาม ระหว่างทางเดินอี้เวยหนิงเหลือบไปเห็นว่าสองแม่ลูกแอบลอบยิ้ม ก่อนจ้องไปทางสาวใช้ลู่เจียวด้วยความเกลียดชัง

          “ใครแตะลู่เจียวตอนข้าไม่อยู่ให้ระวังตัวเอาไว้ให้ดี”

          สตรีตัวเล็กขืนร่างหันไปสั่งเสียงดุดันเต็มไปด้วยอำนาจจนอ๋องแปดสัมผัสได้เหมือนกับว่านางไม่ใช่เพียงสตรีอายุสิบหกหนาว แต่เป็นคนผ่านโลกมามากพอสมควร

          “คุณหนู ฮือ ๆ” ลู่เจียวร้องไห้สะอึกสะอื้นยามเห็นผู้เป็นนายถูกฉุดกระชากไปอย่างไร้ความปรานี

          “ไปอยู่ในห้องข้า อย่าออกมาจนกว่าข้าจะกลับนี่เป็นคำสั่ง”

          อี้เวยหนิงรู้ดีว่าหากปล่อยไปง่าย ๆ สองแม่ลูกจะต้องหาเรื่องสาวใช้ของนางเป็นแน่ นิสัยฮูหยินรองนั้นร้ายลึกถึงได้ถีบตนเองจากอนุขึ้นมาเป็นฮูหยินรองได้ด้วยเล่ห์ทั้งสิ้น นางเองก็เรียนรู้มาจากฮูหยินรองและพี่สาว

          “ต่อหน้าข้ายังคิดข่มขู่ผู้อื่น รีบมาเสียที”

          จากกระชากเพียงข้อมือก็กลายเป็นคว้าเอวบางให้เดินตามท่ามกลางสายตาคนในจวนอย่างลืมไปว่า การกระทำเช่นนี้กับสตรีไม่เหมาะสมเท่าใดนัก อาจจะเกิดเรื่องเสื่อมเสียตามมาได้

          อี้เหยียนซินจ้องมองมือคู่นั้นด้วยแววตาริษยา นางพบกับท่านอ๋องแปดมาก่อนกลับไม่เคยได้ใกล้ชิดกับท่านอ๋องถึงเพียงนี้ แต่สตรีอัปลักษณ์เช่นนั้นกลับมีวาสนาได้ใกล้ชิด

          จวนอ๋องแปด

          อี้เวยหนิงถูกจับให้นั่งคุกเข่าอยู่ลานกว้างกลางจวนอ๋อง กลางแดดแรงจวนร่างบางจะเป็นลมแต่คนใจร้ายก็ไม่ได้คิดสงสาร

          “สำนึกได้หรือไม่ ว่าทำผิดใด” ไป๋เทียนจินถามสตรีตรงหน้าอีกครั้ง พยายามกดดันให้นางนั้นยอมเอ่ยปากขอโทษ เรื่องทุกอย่างจะได้จบ ๆ ไป เขาเองไม่ได้อยากจะกลั่นแกล้งนางนัก แต่หากยังยืนกรานเช่นนี้เขาก็จนปัญญาแล้ว

          “เพคะ หม่อมฉันผิดเองที่โง่เขลาแสดงกิริยาไม่เหมาะสมต่อท่านอ๋อง ต้องขออภัย”

          เสียงหวานรื่นหูฟังเพลินกล่าวอย่างสำนึกผิดในสิ่งที่นางกระทำ

          “ความผิดเจ้าคิดว่าข้าควรลงโทษสถานใด ลบหลู่เบื้องสูงโทษถึงประหารรู้หรือไม่”

          กิริยานอบน้อมของอี้เวยหนิงทำให้ไป๋เทียนจินใจเย็นลงหลายส่วน

          “สุดแต่จะเมตตาเพคะ หม่อมฉันผิดต่อท่านอ๋องแล้ว”

          นางยอมรับความผิดไม่คิดโต้แย้งในข้อกล่าวหานี้ ต่อให้ไม่รู้จักก็ผิดอยู่ดี // เฮ้อ อย่าให้ได้เกิดเป็นคนมีอำนาจบ้างแล้วกัน

          “หยิ่งยโส แค่เพียงขอโทษพี่สาวเจ้ามันยากนักหรืออย่างไร ดื้อนักเด็กนี่”

          ขนาดนี้แล้วนางยังดื้อดึงไม่ยอมสำนึก ช่างร้ายกาจจริง ๆ เกิดมาไม่เคยพบผู้ใดหยิ่งยโสเท่านางมาก่อน แววตาแน่วแน่ไม่กลัวตายราวกับนักรบ

          “โบยให้เสร็จเถอะเพคะ” หากต้องขอโทษคนผิด ให้คนโบยนางให้ตายไปอีกรอบก็เชิญเถอะ

          “โบยนางจนกว่าข้าจะสั่งให้หยุด”

          คำท้าทายจากร่างเล็กปลุกอารมณ์โกรธของไป๋เทียนจินให้ลุกโชนสั่งทหารเสียงเกรี้ยวกราด ตั้งใจแน่วแน่จะสั่งสอนนางสักสามไม้จะได้เข็ดหลาบ

          ควับ!!!!!

          “ฮึก” แรงฟาดกระทบลงบนสะโพกงอนงามชาวาบ ก่อนความเจ็บจะเข้ามาเยือนภายหลัง อี้เวยหนิงทำได้เพียงกัดริมฝีปากไม่ให้เสียงเหล่านั้นเล็ดลอดออกมา

          ขวับ!!! แรงโอบทาบทับด้านหลังทำเอาคนรอรับการโบยไม้ที่สองตาหลับแน่นลืมตาโพลงขึ้นมามองว่าผู้ใดกันมาขวางการลงโทษนี้

          “หยุดเถอะ อย่าได้ลงโทษนางเลย”

          เสียงทุ้มอบอุ่นนี้อี้เวยหนิงจำได้เป็นอย่างดีว่าคือผู้ใด

          “เสด็จพี่!! หยุดโบย!!” ไป๋เทียนจินสั่งทหารเสียงดัง รีบตรงเข้าไปยังท่านอ๋องสามผู้เป็นพี่ที่เข้ามารับไม้โบยแทนอี้เวยหนิง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้านี่แหละนางร้ายอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ หากไม่ร้ายไยจะได้รัก

    สตรีในชุดสีฟ้ายืนยิ้มอยู่ริมสระใกล้ตลาดเพราะแผนการของตนนั้นมีเสด็จป้าฮองเฮาเป็นผู้ช่วยหนุนหลัง คิดไว้ว่าอย่างไรเสียนางต้องได้พี่ลี่จวินมาครอบครองอย่างแน่นอน “ไป๋อี้หลินเจ้าเป็นคนเอาซากของงูนี่ไปใส่รถม้าซูเพ่ยใช่หรือไม่ เหตุใดเจ้าถึงได้ทำเรื่องน่าละอายเช่นนี้ทั้งที่เป็นสตรีสูงศักดิ์!” เฉิงลี่จวินโยนซากงูตายแล้วใส่สตรีใบหน้างดงามทว่าจิตใจกลับคับแคบคิดร้ายต่อผู้อื่นเป็นนิจ ไป๋อี้หลินงดงามกว่าผู้ใดแต่ใครเลยจะคิดว่าความร้ายกาจของนางนั้นก็มากไม่แพ้กัน บุรุษเช่นเขาผ่านพบสตรีมามากมายไม่เคยเจอผู้ใดร้ายกาจว่ายากเช่นนาง บอกไปซ้ายนางไปขวาบอกตรงมานางก็รีบถอยหลังดังคนเอ่ยมิรู้ความต้องการท้าทายเขา เขาเป็นองค์ชายต่างแคว้นปลอมตัวมาอยู่ในแคว้นนี้ได้ราวหนึ่งปี ไม่มีวันใดเลยที่ไม่พบใบหน้างดงามนี้มาก่อกวนให้ขุ่นใจแต่ครั้นจะต่อว่าก็เกรงพระทัยฮ่องเต้เพราะพระองค์นั้นรักใคร่หลานสาวผู้นี้มากเสียจนทำให้ไป๋อี้หลินมีนิสัยร้ายกาจเอาแต่ใจคอยหาเรื่องสตรีที่เข้าใกล้เขาไปเสียหมด คนล่าสุดนี้คือซูเพ่ย สตรีบอบบางที่ไม่สามารถต่อกรกับไป๋อี้หลินได้เลยแม้แต่น้อยทว่า

  • ข้านี่แหละนางร้ายอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ ด้ายแดงผูกเราไว้ตั้งแต่ต้น

    ความรักของนางกับอ๋องแปดราบรื่นด้วยดี มีบุตรให้ชื่นใจเพียงคนเดียวนามว่า ไป๋อี้หลิน นิสัยเอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง ยามนี้ไม่อยู่ในจวนเพราะมักเข้าเฝ้าฮองเฮาหนานอิงเพื่อออดอ้อนรวมทั้งยังหาเรื่องให้นางปวดหัวได้ทุกวัน ไม่กลั่นแกล้งผู้อื่นก็หนีเที่ยวพาให้ใจหายใจคว่ำ อ๋องแปดเองแม้หวงแหนบุตรสาวมากยังเหนื่อยใจกับความดื้อรั้นของนางจนยอมปล่อยให้ไปหาฮองเฮาเพราะทนเสียงใสรบเร้าหาข้ออ้างไม่ไหว ป่านนี้ก็คงก่อกวนองค์รัชทายาทไป๋หนานอินเสียวังป่วน จะหาคู่หมายให้ก็ไร้บุรุษมาทาบทามเพราะเป็นสตรีบิดาหวงผู้ใดเล่าจะกล้าฝ่าด้านฮ่องเต้กับอ๋องโหดมาได้ อี้เวยหนิงถือถ้วยน้ำแกงเข้ามาเมื่อหาอ๋องแปดกำลังยืนถือบางสิ่งเอาไว้ในมือ ดูคล้ายผ้าทว่าเก่าจนมองไม่ออกว่าคือสิ่งใด “เสด็จพี่น้ำแกงได้แล้วเพคะ” ร่างงดงามส่งรอยยิ้มหวานให้สวามีที่ตอนนี้ยังคงใบหน้าหล่อเหลาเอาไว้ เพิ่มขึ้นเพียงความน่าเกรงขามเท่านั้น “ลำบากเจ้าแล้ว” อ๋องแปดรีบรับน้ำแกงจากพระชายามาวางบนโต๊ะพร้อมทั้งรวบเอวบางเข้ามาชิดลำตัว ด้วยเกรงว่านางจะต้องถือนานให้เมื่อยแขน โดยที่มืออีกข้างนั้นยังถือผ้าสีเ

  • ข้านี่แหละนางร้ายอัปลักษณ์   ตอนที่ 35 รักสุดหัวใจ (จบบริบูรณ์)

    อาการแง่งอนของอี้เวยหนิงกินเวลามานานนับเดือน ร้อนถึงท่านอ๋องต้องง้อนางทุกค่ำคืน จากเรื่องทะเลาะกันมากมายกลับกลายเป็นดีไปในที่สุด ท่านอ๋องแปดเอาใจพระชายาแทบทุกอย่างไม่เคยขัดใจแม้แต่ครั้งเดียว ขอเพียงอี้เวยหนิงเอ่ยปากทุกสิ่งจะปรากฏให้นางในวัดถัดมาเสมอ ไม่เพียงดูแลนาง ท่านอ๋องยังดูแลไปถึงท่านพ่อที่ออกเดินทางแสวงบุญ จวนของนางจึงถูกเปลี่ยนเป็นโรงทานรวมทั้งเป็นที่พักให้กับคนเร่ร่อนโดยมีบ่าวในจวนคนเก่าคอยดูแลเรื่องอาหาร ส่วนสาวใช้ก็สอนงานเย็บปักถักร้อยฝึกอาชีพต่าง ๆ ให้แก่คนเร่ร่อน หลิงหลิงกับลู่เจียวเป็นผู้ควบคุมดูแลจวนแทนนางทั้งหมด คอยรายงานความเป็นไปให้ทราบและสาวใช้คนสนิทของนางก็กำลังจะแต่งงานกับองครักษ์ของท่านอ๋องแปด ข่าวลืออี้เวยหนิงเป็นคนร้ายกาจจางหายไปเปลี่ยนเป็นชื่นชมสรรเสริญ ผู้คนต่างพากันเคารพนับถือไม่ว่าย่างก้าวไปที่ใดนางได้รับเพียงรอยยิ้มเป็นมิตรจากผู้คนทั้งแคว้น ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากท่านอ๋องทำเพื่อนางทั้งสิ้น นอกจากนั้นพระองค์มักลงมือเตรียมอาหารให้นางไม่ขาด ทุกมื้อล้วนคัดสรรมาอย่างดี “หนิงเอ๋อร์คนดีเจ้าชิมนี่เถอะ” ไป๋เทียนจิน

  • ข้านี่แหละนางร้ายอัปลักษณ์   ตอนที่ 34 วันง้อเมีย

    หนานอิงทำตามที่ได้ลั่นวาจาไม่ผิดเพี้ยน นางให้คนมาเฝ้ารอบเรือนนอนแทบไม่มีโอกาสปีนไปได้ ร้ายกว่านั้นคือแม่กระต่ายน้อยรับหมั้นหมายจากคุณชายหน้าขาวผู้นั้นในไม่กี่วันถัดมา ช่างใจกล้าไม่กลัวตาย! หนานอิงปกตินั้นว่านอนสอนง่ายช่างเอาใจไม่กล้าแม้แต่ปริปากเถียง เหตุใดถึงกระทำการอุกอาจเช่นนี้ได้หากไม่มีผู้คอยยุแยงและคนผู้นั้นเป็นผู้ใดไม่ได้นอกจากอี้เวยหนิง พระองค์พยายามเหลือเกินไม่ให้แม่กระต่ายน้อยหนานอิงพบปะกับอี้เวยหนิงเพราะกลัวพวกนางสนิทสนมกันแล้วแม่กระต่ายน้อยถูกนางสอนเรื่องน่าปวดหัวให้ “หนานอิงเจ้ากล้าสวมหมวกเขียวให้สามีอย่างนั้นเหรอ” กลิ่นอายสูงศักดิ์เรียกสติหนานอิงให้หันขวับมองผู้บุกรุกมาในห้องนอนนางยามวิกาลด้วยแววตาตื่นตะลึง ในจวนวางกำลังบ่าวไว้แน่น ท่านอ๋องเข้ามาได้อย่างไรกัน หนานอิงเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขเกรงว่าจะถูกกลั่นแกล้งอย่างเช่นเคย เห็นทีว่าครานี้ต้องลุกขึ้นสู้แบบที่อี้เวยหนิงแนะนำเสียที “ว้าย! ท่านอ๋องเข้ามาได้อย่างไรเพคะ” กิริยาตื่นตกใจเกินเหตุสร้างความรู้สึกไม่พอใจให้อ๋องสามยิ่งนัก

  • ข้านี่แหละนางร้ายอัปลักษณ์   ตอนที่ 33 ท่านอ๋องซวยแล้ว

    เสร็จจากปราบกบฏแดนใต้ใช้เวลาเพียงเดือนกว่าก็สามารถกำจัดได้หมด โดยแคว้นเฉียนส่งคนมาช่วยส่วนหนึ่งทำให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้นแม้จะมีปัญหาหาตามมาเล็กน้อยในช่วงหลังก็ตาม “เจ้าจะทำเช่นนี้จริงเหรอ หากนางจับได้ต้องฆ่าเจ้าตายแน่ ข้าว่าเจ้าหาอย่างอื่นทำเถอะ” อ๋องสามตักเตือนน้องชายที่คิดลองใจเมียด้วยการแต่งหน้าตนเองให้อัปลักษณ์ดูบ้าง อี้เวยหนิงเคยหลอกว่าอัปลักษณ์ก็จริงแต่นางมีเหตุผลในการกระทำ แต่สำหรับไป๋เทียนจินมันคือความอยากเห็นเมียแสดงความรักให้ตนล้วน ๆ “เสด็จพี่อย่าห่วงเลยข้าเอาตัวรอดได้ หากไม่ทำเช่นนี้แคว้นเฉียน ต้องบังคับข้าแต่งกับองค์หญิงผู้นั้นแน่ แบบนั้นตายเร็วกว่าอีก” ไป๋เทียนจินยกเอาเรื่องตอนไปปราบกบฏมาเถียงเพื่อให้เหตุผลในการกระทำครั้งนี้ “ข้าจะคอยดู” อ๋องสามถอนหายใจนึกเวทนาน้องชายผู้คลั่งรักอยากให้พิสูจน์ใจเมียจนคิดแผนไร้สาระ หากอี้เวยหนิงรังเกียจจริงสภาพหน้าอย่างเจ้านี่หรือจะปล่อยเมียไป อยากอ้อนเมียมากกว่าละไม่ว่า ‘ว้าย! หน้าท่านอ๋องแปดเหตุใดอัปลักษณ์น่ากลัวเช่นนั้น’ เสียงคนในตลาดเริ่มวิจารณ์เมื่ออ๋องแปดร

  • ข้านี่แหละนางร้ายอัปลักษณ์   ตอนที่ 32 มารผจญคนจะเข้าหอ

    ฮูหยินรองกับอี้เหยียนซินถูกจับเข้าคุกมีโทษถึงชีวิต โทษฐานฆ่าผู้อื่นทั้งยังลอบสังหารพระคู่หมั้นอ๋องแปด จากที่มีหนทางรอดก็ดูมืดมนลงไร้หนทางช่วยเหลือ แม้แต่ชายชู้ของฮูหยินรองก็ถูกกำจัด เรื่องร้ายผ่านไป พิธีอภิเษกระหว่างอ๋องแปดกับอี้เวยหนิงนับเป็นเรื่องมงคลที่สุดแห่งปี ผู้คนต่างชื่นชมในความเหมาะสมแม้ในอดีตข่าวลือถึงความร้ายกาจของอี้เวยหนิงแต่ก็ถูกแก้ไขเพราะทุกคนเข้าใจว่าอี้เหยียนซินปล่อยข่าวกลั่นแกล้งน้องสาวทั้งหมด อี้เวยหนิงในชุดเจ้าสาวคลุมผ้านั่งในห้องให้สามีเปิดผ้าคลุมนางแต่งกายด้วยชุดสีแดงปักเลื่อมทองใบหน้าตกแต่งให้งดงามคิ้วดั่งจันทร์เสี้ยวรับกับใบหน้ารูปไข่ผิวเนียนละเอียดจมูกโด่งรั้นริมฝีปากบางคลี่ยิ้มหวานจนเจ้าบ่าวไม่อาจละสายตาไปจากนางได้ “มองนานไปแล้วนะเพคะ” นางท้วงเมื่อไม่เห็นทีท่าว่าไป๋เทียนจินจะเอ่ยสิ่งใดออกมา เอาแต่มองหน้านางนิ่ง “เจ้างดงามเช่นนี้ข้าไม่อยากละสายตา” พระองค์เผยรอยยิ้มออกมารู้สึกเป็นสุขจนไม่อยากห่างนางไปไหนเลย อยากอยู่เคียงข้างกันไปอย่างนี้ตลอดชีวิต “เมื่อก่อนเห็นจ้องแต่จะโบยหม่อมฉัน”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status