แชร์

ตอนที่ 4 ท่านอ๋อง vs นางร้าย

ผู้เขียน: อาทิตย์ชมดาว
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-06 14:11:26

          อี้เวยหนิงทอดสายตามองสองแม่ลูกนั่งคุกเข่าทั้งวันด้วยแววตาเฉยชา ถึงจะไม่เข้าใจการกระทำของสองแม่ลูกนักแต่ก็คิดว่าห้ามปรามอะไรไม่ได้ นางเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าทั้งสองต้องการสิ่งใดถึงต้องลงทุนทำสิ่งเหล่านี้

          “นางอยากนั่งก็ปล่อยไปทั้งสองแม่ลูกนั่นแหละ”

          นางสั่งสาวใช้ข้างกายเสียงราบเรียบไร้แววขบขันหยอกล้อเช่นทุกครั้ง

          “อี้เวยหนิง!!!” เสียงฝีเท้าเป็นกลุ่มตรงเข้าจวนพร้อมกับเสียงเรียกนางดังลั่น ทำให้อี้เวยหนิงรีบหันไปมองผู้มาบุกรุก

          “ท่านเป็นใครกล้าบุกรุกจวนข้า!”

          นางมองบุรุษแต่งกายด้วยอาภรณ์มีราคา รู้สึกได้ถึงอำนาจจากตัวของคนตรงหน้า แต่ที่ประหลาดใจมากคือนางไม่เคยรู้จักคนผู้นี้มาก่อน

          “บังอาจ!! ทหารจับนางเอาไว้” ท่านอ๋องไป๋เทียนจินสั่งทหาร ขณะที่สายตาไม่ได้ละไปจากริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่อยู่ภายใต้หน้ากากบนใบหน้านั้น

          “ท่านอ๋อง” อี้เหยียนซินเรียกบุรุษที่นางเพียรทอดสะพานเสียงแผ่วเบา พร้อมกับร้องไห้ออกมา

          “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เขามองสตรีบอบบางอย่างสงสาร ไม่คิดเลยว่าอี้เวยหนิงนั้นจะร้ายกาจได้มากมายเพียงนี้ กับพี่แท้ ๆ ก็ยังกลั่นแกล้งได้ลงคอ นางนิสัยไม่ดีอย่างที่อี้เหยียนซินเคยกล่าวจริง ๆ

          เขาที่บังเอิญเจอกับอี้เหยียนซินทุกครั้งต้องเห็นนางร้องห่มร้องไห้เพราะถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ โดยที่อดีตแม่ทัพไม่เคยรับรู้เพราะไปปฏิบัติธรรมเสียส่วนใหญ่

          “ไม่เป็นไรเพคะ ทุกอย่างเป็นความผิดหม่อมฉันเอง ขออภัยที่ไม่อาจลุกไปต้อนรับท่านอ๋องได้”

          นางกล่าวก่อนจะมองไปทางน้องสาวที่ตอนนี้ถูกทหารกุมตัวอยู่

          “เจ้าทำเช่นนี้กับนางด้วยเหตุใดกัน”

          ไป๋เทียนจินหันมาเค้นความกับสตรีร้ายกาจที่ไม่มีทีท่าจะหวั่นเกรงต่อเขาเลยสักนิด

          “หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใด นางไปนั่งของนางเองตามประสาคนโง่”

          คนอย่างนางคิดไปกลั่นแกล้งสองแม่ลูกนี้เพื่อสิ่งใดกัน ช่างคิดได้ราวกับคนไร้ปัญญา

          “เจ้าช่างกล้าหาข้ออ้างได้โง่เขลานัก คำร่ำลือถึงความร้ายกาจชั่วช้าของเจ้าเห็นทีว่าคงจะเป็นจริง ท่านอดีตแม่ทัพเป็นคนดีแต่เหตุใดบุตรสาวถึงได้นิสัยเป็นเช่นนี้”

          ท่านอ๋องชี้หน้าสตรีปากกล้าที่สบตากับเขาอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดกล้าทำมาก่อน

          “อำนาจในมือเอามาทำเรื่องเช่นนี้หรือเพคะ ท่านอ๋อง ชินอ๋องแคว้นฉินบุกจวนผู้อื่นใช้อำนาจโดยมิชอบช่วยสตรีของตน ช่างน่าขัน”

          ผู้ชายที่ได้ร่ำเรียนมาหลายแขนงแม้สตรีก็ยังดูไม่ออกคนผู้นี้นะหรือที่ใคร ๆ ต่างก็อยากแต่งไปเป็นพระชายา ไม่เห็นว่าจะดูน่าตบแต่งด้วยตรงไหน

          “เอานางไปโบยโทษฐานลบหลู่เชื้อพระวงศ์ เหตุผลเท่านี้คงพอจะลงโทษเจ้าได้”

          เดิมทีตั้งใจเพียงช่วยสตรีที่ถูกกลั่นแกล้งยามบิดาไม่อยู่ เพราะเขาก็นับถืออดีตแม่ทัพอี้เวยหลงมากไม่อยากมีเรื่องเช่นนี้บ่อยนัก หากไม่ปรามอี้เหยียนซินคงถูกทำร้ายหนักขึ้นทุกวัน นางเองก็เคยเอ่ยปากว่าหวาดกลัวจนอยากหนีไปอยู่ที่อื่นแต่ทำไม่ได้

          “ขออภัยท่านอ๋อง คุณหนูของบ่าวไม่เคยพบท่านมาก่อน ได้โปรดเมตตาด้วย”

          ลู่เจียวสาวใช้คุกเข่าอ้อนวอนสงสารเจ้านายเป็นที่สุด ในใจเจ็บแค้นกับเรื่องที่นายไม่ได้เป็นคนก่อ อีกทั้งอี้เวยหนิงไม่เคยพบหน้าท่านอ๋องมาก่อน ทำให้แสดงกิริยาไม่เหมาะสม

          “ข้าจะยอมไม่เอาความ หากนางยอมขอโทษ….”

          สีหน้าแววตาท้าทายอำนาจนั้นทำให้ท่านอ๋องอยากเอาชนะ

          “โบยหม่อมฉันเถอะเพคะ หากต้องให้ขอโทษนางเห็นทีหม่อมฉันยอมตายเสียดีกว่า เป็นท่านอ๋องแล้วอย่างไรคิดใส่ความผู้ใดก็ได้อย่างนั้นเหรอเพคะ โบยเพราะลบหลู่เชื้อพระวงศ์หม่อมฉันยินดี แต่หากโบยเพราะสองแม่ลูกนั่นเห็นทีหม่อมฉันคงไม่ยอมง่าย ๆ”

          “เจ้าช่างขี้อิจฉาริษยา ทำร้ายได้แม้แต่พี่ตัวเอง ซ้ำยังไม่ยอมรับผิด”

          ไป๋เทียนจินมองแววตาท้าทายด้วยความโกรธ รู้สึกถูกสตรีลูบคม // อี้เวยหนิงเจ้ามันนางปีศาจ ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้ลอยนวลแน่

          “สตรีของพระองค์มีค่าใดให้หม่อมฉันกลั่นแกล้งกัน เป็นเพียงลูกอนุการเรียนก็นับว่าโง่เขลาทำตัวอ่อนแอเสแสร้งไร้ค่าไปวัน ๆ หม่อมฉันต้องอิจฉานางด้วยเรื่องใดเพคะท่านอ๋อง”

          นางไม่รู้หรอกว่าใครจะมองนางร้ายกาจอย่างไร แต่การจะเอานางไปโบยได้ก็ต้องมีข้อหาที่ดีกว่านี้เสียหน่อย ไม่ใช่ทำไปตามอารมณ์เหมือนพวกไร้สมอง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้านี่แหละนางร้ายอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ หากไม่ร้ายไยจะได้รัก

    สตรีในชุดสีฟ้ายืนยิ้มอยู่ริมสระใกล้ตลาดเพราะแผนการของตนนั้นมีเสด็จป้าฮองเฮาเป็นผู้ช่วยหนุนหลัง คิดไว้ว่าอย่างไรเสียนางต้องได้พี่ลี่จวินมาครอบครองอย่างแน่นอน “ไป๋อี้หลินเจ้าเป็นคนเอาซากของงูนี่ไปใส่รถม้าซูเพ่ยใช่หรือไม่ เหตุใดเจ้าถึงได้ทำเรื่องน่าละอายเช่นนี้ทั้งที่เป็นสตรีสูงศักดิ์!” เฉิงลี่จวินโยนซากงูตายแล้วใส่สตรีใบหน้างดงามทว่าจิตใจกลับคับแคบคิดร้ายต่อผู้อื่นเป็นนิจ ไป๋อี้หลินงดงามกว่าผู้ใดแต่ใครเลยจะคิดว่าความร้ายกาจของนางนั้นก็มากไม่แพ้กัน บุรุษเช่นเขาผ่านพบสตรีมามากมายไม่เคยเจอผู้ใดร้ายกาจว่ายากเช่นนาง บอกไปซ้ายนางไปขวาบอกตรงมานางก็รีบถอยหลังดังคนเอ่ยมิรู้ความต้องการท้าทายเขา เขาเป็นองค์ชายต่างแคว้นปลอมตัวมาอยู่ในแคว้นนี้ได้ราวหนึ่งปี ไม่มีวันใดเลยที่ไม่พบใบหน้างดงามนี้มาก่อกวนให้ขุ่นใจแต่ครั้นจะต่อว่าก็เกรงพระทัยฮ่องเต้เพราะพระองค์นั้นรักใคร่หลานสาวผู้นี้มากเสียจนทำให้ไป๋อี้หลินมีนิสัยร้ายกาจเอาแต่ใจคอยหาเรื่องสตรีที่เข้าใกล้เขาไปเสียหมด คนล่าสุดนี้คือซูเพ่ย สตรีบอบบางที่ไม่สามารถต่อกรกับไป๋อี้หลินได้เลยแม้แต่น้อยทว่า

  • ข้านี่แหละนางร้ายอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ ด้ายแดงผูกเราไว้ตั้งแต่ต้น

    ความรักของนางกับอ๋องแปดราบรื่นด้วยดี มีบุตรให้ชื่นใจเพียงคนเดียวนามว่า ไป๋อี้หลิน นิสัยเอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง ยามนี้ไม่อยู่ในจวนเพราะมักเข้าเฝ้าฮองเฮาหนานอิงเพื่อออดอ้อนรวมทั้งยังหาเรื่องให้นางปวดหัวได้ทุกวัน ไม่กลั่นแกล้งผู้อื่นก็หนีเที่ยวพาให้ใจหายใจคว่ำ อ๋องแปดเองแม้หวงแหนบุตรสาวมากยังเหนื่อยใจกับความดื้อรั้นของนางจนยอมปล่อยให้ไปหาฮองเฮาเพราะทนเสียงใสรบเร้าหาข้ออ้างไม่ไหว ป่านนี้ก็คงก่อกวนองค์รัชทายาทไป๋หนานอินเสียวังป่วน จะหาคู่หมายให้ก็ไร้บุรุษมาทาบทามเพราะเป็นสตรีบิดาหวงผู้ใดเล่าจะกล้าฝ่าด้านฮ่องเต้กับอ๋องโหดมาได้ อี้เวยหนิงถือถ้วยน้ำแกงเข้ามาเมื่อหาอ๋องแปดกำลังยืนถือบางสิ่งเอาไว้ในมือ ดูคล้ายผ้าทว่าเก่าจนมองไม่ออกว่าคือสิ่งใด “เสด็จพี่น้ำแกงได้แล้วเพคะ” ร่างงดงามส่งรอยยิ้มหวานให้สวามีที่ตอนนี้ยังคงใบหน้าหล่อเหลาเอาไว้ เพิ่มขึ้นเพียงความน่าเกรงขามเท่านั้น “ลำบากเจ้าแล้ว” อ๋องแปดรีบรับน้ำแกงจากพระชายามาวางบนโต๊ะพร้อมทั้งรวบเอวบางเข้ามาชิดลำตัว ด้วยเกรงว่านางจะต้องถือนานให้เมื่อยแขน โดยที่มืออีกข้างนั้นยังถือผ้าสีเ

  • ข้านี่แหละนางร้ายอัปลักษณ์   ตอนที่ 35 รักสุดหัวใจ (จบบริบูรณ์)

    อาการแง่งอนของอี้เวยหนิงกินเวลามานานนับเดือน ร้อนถึงท่านอ๋องต้องง้อนางทุกค่ำคืน จากเรื่องทะเลาะกันมากมายกลับกลายเป็นดีไปในที่สุด ท่านอ๋องแปดเอาใจพระชายาแทบทุกอย่างไม่เคยขัดใจแม้แต่ครั้งเดียว ขอเพียงอี้เวยหนิงเอ่ยปากทุกสิ่งจะปรากฏให้นางในวัดถัดมาเสมอ ไม่เพียงดูแลนาง ท่านอ๋องยังดูแลไปถึงท่านพ่อที่ออกเดินทางแสวงบุญ จวนของนางจึงถูกเปลี่ยนเป็นโรงทานรวมทั้งเป็นที่พักให้กับคนเร่ร่อนโดยมีบ่าวในจวนคนเก่าคอยดูแลเรื่องอาหาร ส่วนสาวใช้ก็สอนงานเย็บปักถักร้อยฝึกอาชีพต่าง ๆ ให้แก่คนเร่ร่อน หลิงหลิงกับลู่เจียวเป็นผู้ควบคุมดูแลจวนแทนนางทั้งหมด คอยรายงานความเป็นไปให้ทราบและสาวใช้คนสนิทของนางก็กำลังจะแต่งงานกับองครักษ์ของท่านอ๋องแปด ข่าวลืออี้เวยหนิงเป็นคนร้ายกาจจางหายไปเปลี่ยนเป็นชื่นชมสรรเสริญ ผู้คนต่างพากันเคารพนับถือไม่ว่าย่างก้าวไปที่ใดนางได้รับเพียงรอยยิ้มเป็นมิตรจากผู้คนทั้งแคว้น ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากท่านอ๋องทำเพื่อนางทั้งสิ้น นอกจากนั้นพระองค์มักลงมือเตรียมอาหารให้นางไม่ขาด ทุกมื้อล้วนคัดสรรมาอย่างดี “หนิงเอ๋อร์คนดีเจ้าชิมนี่เถอะ” ไป๋เทียนจิน

  • ข้านี่แหละนางร้ายอัปลักษณ์   ตอนที่ 34 วันง้อเมีย

    หนานอิงทำตามที่ได้ลั่นวาจาไม่ผิดเพี้ยน นางให้คนมาเฝ้ารอบเรือนนอนแทบไม่มีโอกาสปีนไปได้ ร้ายกว่านั้นคือแม่กระต่ายน้อยรับหมั้นหมายจากคุณชายหน้าขาวผู้นั้นในไม่กี่วันถัดมา ช่างใจกล้าไม่กลัวตาย! หนานอิงปกตินั้นว่านอนสอนง่ายช่างเอาใจไม่กล้าแม้แต่ปริปากเถียง เหตุใดถึงกระทำการอุกอาจเช่นนี้ได้หากไม่มีผู้คอยยุแยงและคนผู้นั้นเป็นผู้ใดไม่ได้นอกจากอี้เวยหนิง พระองค์พยายามเหลือเกินไม่ให้แม่กระต่ายน้อยหนานอิงพบปะกับอี้เวยหนิงเพราะกลัวพวกนางสนิทสนมกันแล้วแม่กระต่ายน้อยถูกนางสอนเรื่องน่าปวดหัวให้ “หนานอิงเจ้ากล้าสวมหมวกเขียวให้สามีอย่างนั้นเหรอ” กลิ่นอายสูงศักดิ์เรียกสติหนานอิงให้หันขวับมองผู้บุกรุกมาในห้องนอนนางยามวิกาลด้วยแววตาตื่นตะลึง ในจวนวางกำลังบ่าวไว้แน่น ท่านอ๋องเข้ามาได้อย่างไรกัน หนานอิงเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขเกรงว่าจะถูกกลั่นแกล้งอย่างเช่นเคย เห็นทีว่าครานี้ต้องลุกขึ้นสู้แบบที่อี้เวยหนิงแนะนำเสียที “ว้าย! ท่านอ๋องเข้ามาได้อย่างไรเพคะ” กิริยาตื่นตกใจเกินเหตุสร้างความรู้สึกไม่พอใจให้อ๋องสามยิ่งนัก

  • ข้านี่แหละนางร้ายอัปลักษณ์   ตอนที่ 33 ท่านอ๋องซวยแล้ว

    เสร็จจากปราบกบฏแดนใต้ใช้เวลาเพียงเดือนกว่าก็สามารถกำจัดได้หมด โดยแคว้นเฉียนส่งคนมาช่วยส่วนหนึ่งทำให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้นแม้จะมีปัญหาหาตามมาเล็กน้อยในช่วงหลังก็ตาม “เจ้าจะทำเช่นนี้จริงเหรอ หากนางจับได้ต้องฆ่าเจ้าตายแน่ ข้าว่าเจ้าหาอย่างอื่นทำเถอะ” อ๋องสามตักเตือนน้องชายที่คิดลองใจเมียด้วยการแต่งหน้าตนเองให้อัปลักษณ์ดูบ้าง อี้เวยหนิงเคยหลอกว่าอัปลักษณ์ก็จริงแต่นางมีเหตุผลในการกระทำ แต่สำหรับไป๋เทียนจินมันคือความอยากเห็นเมียแสดงความรักให้ตนล้วน ๆ “เสด็จพี่อย่าห่วงเลยข้าเอาตัวรอดได้ หากไม่ทำเช่นนี้แคว้นเฉียน ต้องบังคับข้าแต่งกับองค์หญิงผู้นั้นแน่ แบบนั้นตายเร็วกว่าอีก” ไป๋เทียนจินยกเอาเรื่องตอนไปปราบกบฏมาเถียงเพื่อให้เหตุผลในการกระทำครั้งนี้ “ข้าจะคอยดู” อ๋องสามถอนหายใจนึกเวทนาน้องชายผู้คลั่งรักอยากให้พิสูจน์ใจเมียจนคิดแผนไร้สาระ หากอี้เวยหนิงรังเกียจจริงสภาพหน้าอย่างเจ้านี่หรือจะปล่อยเมียไป อยากอ้อนเมียมากกว่าละไม่ว่า ‘ว้าย! หน้าท่านอ๋องแปดเหตุใดอัปลักษณ์น่ากลัวเช่นนั้น’ เสียงคนในตลาดเริ่มวิจารณ์เมื่ออ๋องแปดร

  • ข้านี่แหละนางร้ายอัปลักษณ์   ตอนที่ 32 มารผจญคนจะเข้าหอ

    ฮูหยินรองกับอี้เหยียนซินถูกจับเข้าคุกมีโทษถึงชีวิต โทษฐานฆ่าผู้อื่นทั้งยังลอบสังหารพระคู่หมั้นอ๋องแปด จากที่มีหนทางรอดก็ดูมืดมนลงไร้หนทางช่วยเหลือ แม้แต่ชายชู้ของฮูหยินรองก็ถูกกำจัด เรื่องร้ายผ่านไป พิธีอภิเษกระหว่างอ๋องแปดกับอี้เวยหนิงนับเป็นเรื่องมงคลที่สุดแห่งปี ผู้คนต่างชื่นชมในความเหมาะสมแม้ในอดีตข่าวลือถึงความร้ายกาจของอี้เวยหนิงแต่ก็ถูกแก้ไขเพราะทุกคนเข้าใจว่าอี้เหยียนซินปล่อยข่าวกลั่นแกล้งน้องสาวทั้งหมด อี้เวยหนิงในชุดเจ้าสาวคลุมผ้านั่งในห้องให้สามีเปิดผ้าคลุมนางแต่งกายด้วยชุดสีแดงปักเลื่อมทองใบหน้าตกแต่งให้งดงามคิ้วดั่งจันทร์เสี้ยวรับกับใบหน้ารูปไข่ผิวเนียนละเอียดจมูกโด่งรั้นริมฝีปากบางคลี่ยิ้มหวานจนเจ้าบ่าวไม่อาจละสายตาไปจากนางได้ “มองนานไปแล้วนะเพคะ” นางท้วงเมื่อไม่เห็นทีท่าว่าไป๋เทียนจินจะเอ่ยสิ่งใดออกมา เอาแต่มองหน้านางนิ่ง “เจ้างดงามเช่นนี้ข้าไม่อยากละสายตา” พระองค์เผยรอยยิ้มออกมารู้สึกเป็นสุขจนไม่อยากห่างนางไปไหนเลย อยากอยู่เคียงข้างกันไปอย่างนี้ตลอดชีวิต “เมื่อก่อนเห็นจ้องแต่จะโบยหม่อมฉัน”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status