Share

7 บ๊ะจ่างลูกนั้น

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-13 15:03:59

        เมื่อไปถึงบ้านของมาติน ซึ่งสถานที่แห่งนั้นควรถูกเรียกว่าคฤหาสน์ถึงจะเหมาะสม แสนเสน่ห์ก็นั่งรอเอกสารอยู่นานเกือบสามสิบนาที กระทั่งลายสิงห์เดินเข้ามาและบอกว่ามีบ๊ะจ่างมาฝาก แต่ลืมเอาให้หล่อนตอนอยู่ออฟฟิศ

“ขอบคุณค่ะ แต่แสนยังไม่หิว”

ลายสิงห์ไม่ได้เซ้าซี้อะไร ก่อนขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ เพราะมีสายเรียกเข้ามาพอดี ระหว่างนั่งรอเอกสารจากมาติน สายตาของหญิงสาวก็หันไปมองถุงกระดาษที่ด้านในมีบ๊ะจ่างจากร้านดัง

แสนเสน่ห์สะดุดรูปวาดผู้หญิงในชุดจีน ดูแล้วเหมือนถูกดึงดูดด้วยมนตร์สะกดลึกลับ กระทั่งหล่อนได้สติจึงเกิดความครั่นคร้ามใจ แวบหนึ่งเกิดภาพประหลาดในหัว ประหนึ่งว่าหญิงสาวเป็นแม่นางซูกุ้ยฟาง เจ้าของเรื่องราวที่อยู่ข้างถุงกระดาษ

“บ้าบอ สงสัยหมู่นี้จะอ่านนิยายท่านแม่ทัพและจิ้นการอุ่นเตียงหนักเกินไป” แสนเสน่ห์เอ่ยแล้วจึงยิ้มน้อยๆ พร้อมเปิดถุงกระดาษ หล่อนเห็นว่ามีบ๊ะจ่างที่ส่งกลิ่นหอมยั่วใจหลายชิ้น

“อร่อยนะครับ ผมซื้อฝากคุณแม่ประจำเลย” เสียงลายสิงห์ลอยมาเข้าหูในตอนที่อารมณ์แสนเสน่ห์เบื่อหน่ายกับการรอคอยอย่างที่สุด

“แต่มันดูไม่คลีนเลยนะคะ แสนไม่อยากอ้วน”

ชายหนุ่มมองหน้าหล่อน แววตาคมๆ มีประกายวิบวับอย่างหาดูได้ยาก

“อย่างคุณถึงจะอวบขึ้นอีกสักสิบกิโลก็ยังน่ารัก”

ใบหน้าหญิงสาวร้อนผะผ่าว แม้เขาไม่ใช่ผู้ชายที่หมายตา แต่ความเป็นสุภาพบุรุษและยังคอยเทคแคร์หล่อนตลอด แถมยังเป็นกำลังใจห่างๆ ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ พาให้หัวใจสาวโสดกระตุกไหว

“บ้าบอ ชมผู้หญิงที่ไม่ใช่แฟนแบบนี้ได้เหรอคุณสิงห์”

“ได้สิครับ แสนเป็นคนน่ารักนี่นา”

“ไม่เอาละค่ะ ยังไงแสนไม่หลงกลกินบ๊ะจ่างของคุณแน่ๆ เดี๋ยวเก็บเอาไว้ให้ป้าศรีกับพี่ๆ ที่ออฟฟิศดีกว่า”

เมื่อได้ยินแบบนั้นหัวคิ้วเข้มๆ ของลายสิงห์จึงขมวดเข้าหากัน และเขาอดถามหล่อนไม่ได้

“หรือบ๊ะจ่างของผมสู้ขนมฝรั่งราคาแพงๆ ไม่ได้ครับ แสนถึงไม่อยากลองชิม” ชายหนุ่มถามพลางมองไปที่กล่องขนมซึ่งแม่บ้านเอามามอบให้ อีกฝ่ายบอกว่ามาตินฝากไปให้พนักงานที่ออฟฟิศแบ่งกันกิน รวมถึงหล่อนด้วย

“คิดมากไปได้นะคะ เพียงแต่ช่วงนี้แสนอยากกินอะไรตามใจปากก็เท่านั้น” หล่อนเอ่ยออกไปตรงๆ อย่างใจคิด เหมือนเป็นการตัดโอกาสเขา ไม่ใช่เพราะหล่อนหวังสูงอยากเป็นผู้หญิงของมาติน เพียงแต่คนขับรถที่งานหนักพอๆ กับหล่อน ในอนาคตต้องขยันอีกสักเท่าไหร่ถึงจะลืมตาอ้าปากได้

“ถ้าอย่างนั้นผมไม่กวนนะครับ เชิญแสนตามสบาย” เขาเอ่ยแล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้แสนเสน่ห์คิดวุ่นวายใจไปต่างๆ นานา

กระทั่งหล่อนรู้สึกหิวนั่นแหละ จึงอยากหาอะไรรองท้อง แต่ขนมโก้หรูของมาตินไม่อาจแกะกินได้ ส่วนบ๊ะจ่างถึงไม่ค่อยปลื้ม แต่สุดท้ายหญิงสาวทนความหิวไม่ไหวจึงแกะห่อใบไผ่ออก ด้านในเป็นบ๊ะจ่างที่หอมชวนให้รับประทาน และเป็นแนวไส้เยอะจนทะลักตามสมัยนิยม

แสนเสน่ห์เลือกหยิบกินถั่วและเม็ดแปะก๊วย พอเอาเข้าปากหล่อนจึงยิ้มออก มันอร่อยถูกปากทีเดียว พอได้กินคำแรกหล่อนก็เริ่มกินต่อเนื่อง จากนั้นเลยสนุกในการกินจนบ๊ะจ่างหมดไปเกือบครึ่งลูก

หญิงสาวหัวเราะออกมาน้อยๆ นึกขำตัวเองที่ตอนแรกปฏิเสธของฝากจากลายสิงห์ ในตอนนั้นสายตาหล่อนพลันเหลือบไปมองที่ถุงกระดาษซึ่งมีประวัติความเป็นมาของเจ้าตำรับบ๊ะจ่างยี่ห้อนี้

“ซูกุ้ยฟาง...” หล่อนเพิ่งพินิจแล้วอ่านประวัติของหญิงงาม ซึ่งมันน่าสนใจทีเดียว สตรีนามว่า ซูกุ้ยฟาง นางคือลูกสาวคหบดีจากเมืองหลวง ถูกบิดาบังคับให้ไปเป็นของกำนัลแทนพี่ชาย ณ เมืองไคหนาน ก่อนที่จะได้แม่ทัพหนุ่มอนาคตไกลช่วยเหลือไว้ ในปีแรกที่แต่งเข้าสกุลหยางอย่างเงียบๆ นางให้กำเนิดบุตรหัวปี และในปลายปีเดียวกันก็คลอดลูกชายอีกคนสร้างความปลาบปลื้มใจให้แก่สามียิ่งนัก

แสนเสน่ห์กวาดตาอ่านไปอีกหนึ่งถึงสองบรรทัด หล่อนจึงคว้าบ๊ะจ่างมากัดอีกคำ และไม่ทันได้มองว่ามีถั่วลิสงกับแปะก๊วยอัดแน่นอยู่ข้างใน ความที่อร่อยและติดใจรสชาติ หล่อนกินด้วยความเร็ว ในตอนนั้นจู่ๆ หูได้ยินเสียงจุ๊บจั๊บดังอยู่ไม่ห่าง แสนเสน่ห์นิ่งงันชั่วขณะ หญิงสาวตัวแข็งทื่อ ทั้งที่ในมือถือบ๊ะจ่างค้างไว้

ซึ่งเสียงดังกล่าวดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เป็นเสียงหวานบอกคำรักกันอย่างไม่อายผีอายสาง

“เราควรมีฮันนีมูนที่ประเทศไทยดีไหมคะ ลีน่าอยากเที่ยวทะเล และชอบอาหารไทยมากๆ” เสียงหญิงสาวออดอ้อนหนัก ท่าทางคงหลงชายหนุ่มจนหัวปักหัวปำ

“ได้สิครับ แต่เราต้องไปเกาะปิดนะ เกาะที่มีแค่เราสองคน แบบไม่ต้องใส่เสื้อผ้าสักชิ้น” มาตินเอ่ยอย่างหนุ่มเจ้าชู้

“ไม่เอาค่ะ แบบนั้นคงไม่ได้ทำอะไรกันพอดี อีกอย่างลีน่ายังไม่พร้อมมีลูก คุณก็รู้นี่คะ”

“ฮ่าๆๆ ไม่ต้องรีบมีสิครับ ผมรู้น้าว่าต้องทำยังไง” เสียงชายหนุ่มคุยอย่างติดตลก ก่อนตามด้วยเสียงครางหวานของหญิงสาวซึ่งคาดว่าเธอคงถูกจูบ หรือไม่คงโดนมาตินเย้าหยอกอย่างหนัก ด้วยจังหวะการหายใจที่ฟังดูเหมือนคนใกล้ขาดใจตาย แล้วยังตบท้ายด้วยการหวีดเสียงสูงอย่างสุขสม

“อูย อ๊าย อ๊า เบบี๋...ไม่เอานะคะ ตรงนี้ไม่เหมาะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”

“ไม่หรอกครับ เด็กๆ ไม่มากวนใจเราอยู่แล้ว”

“ถ้าอย่างนั้น...”

“ใช่...ผมอยากกินลีน่าที่ห้องรับแขกมาก จำตอนที่เราสนุกกันบนโซฟาได้ไหม เปิดหน้าต่างให้เห็นข้างนอก แล้วคุณค่อยก็ขึ้นขย่มไง”

เมื่อได้ยินอย่างนั้นแสนเสน่ห์ก็หูผึ่ง มาตินหมายถึงโซฟาที่หล่อนกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ใช่หรือไม่

อึดใจต่อมา ภาพจึงตัดให้เห็นร่างสูงของมาติน เขาอุ้มนาตาลีแนบอก ฝ่ายหญิงนั้นทำท่าฉอเลาะอย่างน่าหมั่นไส้

แสนเสน่ห์ชอกช้ำใจอย่างหนัก บ๊ะจ่างที่ถือค้างอยู่ในมือเลยถูกส่งเข้าปาก และหล่อนสะอื้นฮักๆ น้ำตาตกใน แต่ดูเหมือนอาการหล่อนจะหนักยิ่งกว่านั้น เพราะสำลักอาหารอย่างแรง ซึ่งมันน่าประหลาดใจ เพียงแค่เมล็ดถั่วลิสงกับแปะก๊วยติดคอ แต่แสนเสน่ห์กลับโชคร้าย ด้วยมันเป็นเหตุให้วิญญาณสาวหลุดออกจากร่างในเวลาต่อมา!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าน่ะหรือฮูหยินใหญ่แม่ทัพเตียงหัก    91 อี๋็เหนียง 29

    หยวนหยวนมองเหลียงเซียนซี ในวันนี้เขามีสวี่หยางซิน อยู่ใกล้ๆ ทว่าสภาพชายหนุ่ม ค่อนข้างไร้ราศี อีกทั้งการถูกน้องสาวและมารดาวางยาตั้งแต่เด็กส่งผลมาจนทุกวันนี้ สมองเขาได้รับการกระทบกระเทือน ขาข้างหนึ่งก็อ่อนเปลี้ยไม่ใคร่จะมีแรง “ในที่สุดก็ได้พบหน้ากันก่อนที่ข้าจะสิ้นใจ อี๋เหนียงสี่” หยวนหยวนพยักหน้าให้อีกฝ่าย และเอ่ยว่า “การมาเมืองหลวงครั้งนี้ คงเป็นครั้งสุดท้ายของข้า ดังนั้นหลายสิ่งที่ติดค้างกัน ขอให้ฝ่าบาทอภัยด้วย” “ไม่เลย เป็นเราที่ทำผิดต่ออี๋เหนียง รวมถึงฮองเฮา” เหลียงเซียนซีกล่าว และเอื้อมมือไปหาสวี่หยางซิน “ฝ่าบาท ชีวิตข้ากับพี่สาวลิขิตไว้เช่นนี้ อีกอย่างวันนี้นับว่าเป็นวันดี ที่ข้ากับนางได้อยู่พร้อมหน้า อย่าได้กล่าวถึงสิ่งที่จะทำให้ทุกข์ใจเลย” สวี่หยางซินตัดทุกปัญหาออก สำหรับนางชีวิตในวังหลวงอาจไม่ใช่สิ่งที่เลือกตั้งแต่แรก กระนั้นก็ได้ดูแลคนที่นางรัก ทั้งยังเห็นบุตรชายของพี่สาวเติบโต ส่วนตัวนางเป็นคนที่มีกรรม เพราะอดีตถูกจางเจิ้นกับสวี่อี้เฟยวางยาจนไม่อาจมีบุตร ดังนั้นจึงเข้าใจหัวอกของเหลียงเซียนซีดี ทั้งคู่ต่างมีปมในใจ ชีวิตที่ได้ใช้ร่วมก

  • ข้าน่ะหรือฮูหยินใหญ่แม่ทัพเตียงหัก    90 อี๋เหนียง 28

    สามเดือนต่อมา หยวนหยวนมองคนที่อยู่ปลายเตียง ยามนี้นางเริ่มแพ้ท้องหนัก และเส้าเฟิงสรรหาอาหารเลิศรส ทั้งของคาว หวานกับผลไม้มาให้นาง แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการคอยเอาอกเอาใจ ราวกับต้องการชดเชยความผิดในหลายปีที่ได้กระทำต่อนาง “พี่เส้า อีกไม่นานข้าคงต้องกลายเป็นแม่หมูที่เอาแต่นั่งกินนอนกินเป็นแน่ ให้ข้าได้ดูแลท่านบ้างเถิด” “อาหยวนที่เจ้ายอมตั้งครรภ์ให้บุรุษผู้นี้ นับว่าประเสริฐแล้ว ไฉนต้องลงแรงทำสิ่งอื่น” “มิได้ สามีภรรยากันต้องใส่ใจ และผ่อนปรนสิ่งต่างๆ ที่หนักอึ้งของอีกฝ่าย” เมื่อนางเอ่ยเช่นนั้น ก็เหมือนเป็นการเปิดทางแก่เส้าเฟิง “นับว่าดี... ศรีภรรยาอย่างอาหยวน เข้าใจข้าคนมือหยาบตีนหยาบอย่างที่สุด” กล่าวจบ มือใหญ่ๆ ที่นวดปลายเท้าหยุดออกแรง ก่อนที่เขาจะทำในสิ่งที่หยวนหยวนซ่านสยิวใจ “พี่เส้าจะทำสิ่งใด” ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีประกายพราวระยับ และเขาเอ่ยว่า “เป็นทาสรับใช้ฮูหยินของข้าอย่างไรเล่า” เมื่อเขากล่าวจบ ริมฝีปากชื้นจัดก็แนบลงที่หลังเท้าของหยวนหยวน จมูกโด่งสูดกลิ่นหอมจางๆ หลังจากที่นางอาบน้ำนมแพะอยู่เกือบหนึ่งชั่วยาม

  • ข้าน่ะหรือฮูหยินใหญ่แม่ทัพเตียงหัก    89 อี๋เหนียง 27

    และด้วยความแค้นที่สะสม ทั้งได้รับการฝึกฝนให้ใช้อาวุธหลายปี สวี่อี้เฟยจึงเผยอาวุธที่ซ่อนไว้ เป็นดาบเขากวางที่มีความคมกริบ “ข้าเรียนรู้มันมานาน เพื่อใช้สังหารเจ้าโดยเฉพาะ” เมื่อเอ่ยด้วยความแค้นจบ สวี่อี้เฟยก็พุ่งตัวอย่างรวดเร็ว แม้จะถูกหลี่ซางถีบกระเด็นไปไกล แต่นางยังสามารถพ่นเข็มเงินในปากใส่ผู้อื่น แล้วทะยานกลับมาหาหยวนหยวน ขณะเดียวกันหลี่ซางต้องรับมืออีกหลายสิบชีวิตที่จู่โจมเขาอย่างลอบกัด จึงไม่อาจป้องกันภัยแก่หยวนหยวน “ไหนล่ะ... ใครจะมาช่วยเจ้า ฝ่ายฮ่องเต้คงนอนป่วย ป่านนี้ชีวิตก็ไม่อาจรักษา ส่วนเจ้า... อย่าหวังว่าจะรอดพ้นเงื้อมมือข้าเลย” สวี่อี้เฟยเอ่ยจบก็ใช้กระบวนท่าประหลาดล้ำ พร้อมบ่ายหน้าพาดาบเขากวางเข้ามาเล่นงานหยวนหยวน กระทั่งความคมของมันบาดหัวไหล่ขวาหยวนหยวนสำเร็จ “เจ้าจะทรมานกว่านี้ เพราะดาบเขากวางอาบพิษ และข้ายังจะเฉือนเนื้อเจ้าให้ขาดรุ่งริ่งด้วย!” คำขู่ดังกล่าวไม่เกินเลยสักนิด หยวนหยวนกระอักเลือดกองโต และเป็นเสี้ยวอึดใจนั้น นางซัดมีดบินออกไป และปักเข้าที่ลำคอสวี่อี้เฟย “บัดซบ! ข้าจะฆ่าให้ตายเดี๋ยวนี้!” ไม่ทันที่สวี่อี้เฟยจะรวบ

  • ข้าน่ะหรือฮูหยินใหญ่แม่ทัพเตียงหัก    88 อี๋เหนียง 26

    เจิ้งถงมองมารดาของเขา และไม่ได้เอ่ยสิ่งใด กระทั่งในช่วงเวลาที่เดินอยู่บนแนวกำแพงสูง เพื่อไปใช้ช่องทางลับที่จะออกจากประตูวังหลวงทางด้านหลัง ยามนั้นมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายปรากฏตัว “คุ้มกันรัชทายาทและพระสนม!” เสียงที่ดังอย่างดุดัน ไม่ใช่ใครหากเป็นหลี่ซาง ซึ่งกลายมาเป็นองครักษ์นั่นเอง นอกจากนั้นยังมีองครักษ์เงาอีกสองคนที่เผยตัวให้เห็นในยามมีเรื่องฉุกเฉิน “พวกเจ้าชอบเล่นซ่อนแอบกับข้าเสมอใช่หรือไม่” เจิ้งถงเอ่ยกับองครักษ์เงาที่อยู่ในวัยหนุ่มน้อย ทั้งคู่คือเสี่ยวปิงและเสี่ยวหวิน ลูกชายบุญธรรมเส้าเฟิง “ลูกเจิ้ง มาหลบตรงนี้!” หยวนหยวนร้องบอก แม้รู้ว่ามีผู้เยี่ยมยุทธ์ช่วยนางกับลูกชายได้ แต่การไม่ประมาทย่อมดีที่สุด ในขณะเดียวกัน เหล่าชายชุดดำเพิ่มจำนวนมากเป็นสองเท่าตัว รวมถึงขันที และนางกำนัลที่ติดตามหยวนหยวนก็แปรพักตร์ พวกเขาเผยอาวุธที่ซ่อนไว้ออกมา ความโกลาหล และตึงเครียดเกิดอยู่ราวๆ ชั่วเวลาหนึ่งก้านธูปดับ จากนั้นเหม่ยเหนียงก็เผยตัวอยู่บนหอสูงอีกฝากหนึ่ง นางเตรียมสั่งพลธนูที่ดักซุ่มอยู่สังหารหยวนหยวนกับเจิ้งถง “ฮิๆ ๆ เจ้านี่ เมื่อไหร่ถึงจะตา

  • ข้าน่ะหรือฮูหยินใหญ่แม่ทัพเตียงหัก    87 อี๋เหนียง 25

    คืนนี้ฝนตกหนักเหลือเกิน สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ย่อมแจ้งชัดว่ามีพายุหนักพัดเข้าเมืองหลวง “ข้าไม่ไหว แม่นมหลัว หมอหลวงมาถึงหรือยัง” หยวนหยวนว่า และนางตัวร้อนเป็นอาการของคนมีไข้ ร่างกายอ่อนเพลีย ศีรษะก็ปวดตุบๆ อยู่ตลอด “พระสนม...หมอหลวงกำลังเดินทางมา ผิดแต่ยามนี้ มีสิ่งที่น่ากลัวเหลือเกิน จึงทำให้ทุกอย่างล่าช้าไปบ้าง” “เจ้าหมายถึง...” “ข่าวว่า องค์หญิงเก้ากับราชบุตรเขยสับเปลี่ยนทหารหลายกองในวังหลวง ดูท่าอาจมีความไม่ชอบมาพากล” “เมื่อสามวันก่อนที่ตลาดเกิดการจราจร ที่หอกระจายข่าว และสำนักศึกษาหลายแห่งก็ถูกเผา...” หยวนหยวนทบทวนควาทรงจำของตน เรื่องนี้เซี่ยงอี่เป็นคนมารายงาน “บ่าวคาดว่า คงไม่ใช่แค่นั้น บางทีอาจถึงขั้นมีการก่อกบฏ!” เซี่ยงอี่ขยายความเพิ่ม และสิ่งที่หยวนหยวนรับรู้ไม่ได้เกินจริง ที่ทุกอย่างเดินทางมาถึงจุดนี้ ล้วนเป็นฝ่ายอินปั๋วส่งเสริมให้เหม่ยเหนียงกับสามีนางกระทำแผนร้ายสำเร็จ และราชบุตรเขย ก็คือองค์ชายผู้มาจากแคว้นจื่อ เขาเพิ่งเกี่ยวดองกับเหม่ยเหนียงเมื่อปลายปีก่อน และยามนี้ได้รวบรวมกำลัง และคิดแย่งชิงบัลลังก์จากเหลียงเซียน

  • ข้าน่ะหรือฮูหยินใหญ่แม่ทัพเตียงหัก    86 อี๋เหนียง 24

    เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เด็กน้อยไม่อาจรู้ได้ นางไม่กล้าขยับไปไหน พอฟ้ามืด ข้างนอกมีเสียงสัตว์น่ากลัว ทั้งหมาป่า เสียงแมลงชวนหลอน นอกจากนั้นเป็นเสียงนกร้องราวกับภูตผีปีศาจ ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือ แม่นางน้อยจำต้องอยู่เงียบๆ พร้อมกินของที่คนพวกนั้นทิ้งไว้ให้ ทว่าพอกินจนหมดกลับทำให้สลบไปเกือบสองวันสองคืน! “แม่นางน้อย เหตุใดเจ้าถึงแต่งตัวเป็นชาย” นายพรานถามย้ำอีกหน เด็กหญิงไม่อาจตอบ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คนที่เลี้ยงดูนางอย่างลับๆ เรียกนางว่า คุณชายน้อย เสี่ยวปา ชื่อที่ไม่อาจใช้ได้อีกต่อไป “หยวนเอ๋อร์...เจ้าจำสิ่งใดได้หรือไม่” แม้เติบโตเป็นดรุณีใบหน้างดงามแล้ว แต่นายพรานมักถามเช่นนี้ ทว่าหยวนหยวนกลับส่ายหน้า ภาพอดีตรางเลือน นางละม้ายว่าตนอยู่ในห้องแคบๆ บางคราได้ออกไปวิ่งเล่นที่สวน เมื่อออกจากพื้นที่ส่วนตัว นางในวัยเด็กจะถูกจับแต่งตัวเป็นชาย มีคนคอยดูแลอยู่สองคน พวกนางเป็นสตรี มักสวมหมวกตาข่ายปกปิดใบหน้า หยวนหยวนส่ายหน้าช้าๆ นางไม่ลงเหลือสิ่งใดติดค้างในหัว จึงตอบนายพรานว่า “ข้า รู้แต่วันนี้ เป็นลูกท่านพ่อ นายพรานผู้ยิ่งใหญ่” อีกฝ่ายได้ย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status