Masukตอนที่ 12
เหตุไม่คาดฝัน "น้องสาว เจ้าจะไปที่ใดหรือ?" หนึ่งในสองคนนั้นเอ่ยขึ้น "พวกท่านเป็นใคร เหตุใดจึงมาขวางทางข้า " หลิวซินซินเอ่ยขึ้นในขณะที่กอดห่อพู่กัน ตลับหมึกและม้วนกระดาษอย่างหวงแหนราวกับเป็นสิ่งของมีค่า...แม้นางจะพอมีวรยุทธ์อัน น้อยนิด และวิชาปล่อยเข็มพิษที่ได้รับมาจากหลิวซีจิน แต่ก็ไม่อยากนำมาใช้โดยโดยไม่จำเป็น นางคร้านจะมีเรื่องกับผู้อื่นแล้ว "ข้าไม่เห็นเจ้ามาก่อนเลย " บุรุษใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นก่อนจะสายตาไล่โลมเลียนางตั้งแต่หัวจรดเท้า "นั่นสิ ใบหน้างดงามเช่นนี้ เจ้ามีสามีหรือยัง?" บุรุษหน้าตาดีอีกคนหนึ่งเอ่ย "ข้ามีสามีแล้ว" หลิวซินซินตอบเสียงเรียบก่อนจะสบตาอย่างไม่กลัวเกรง ตลาดที่คนเดินพลุกพล่านเช่นนี้คนพวกนี้คงไม่คิดจะทำไม่ดีกับนางหรอกกระมัง หญิงสาวคิด "มีสามีแล้ว เหตุใดจึงมาเดินคนเดียวเช่นนี้เล่า คนติดตามก็ไม่มีสักคน มิสู้ทิ้งสามีกระจอกนั่น แล้วมาแต่งเป็นอนุภรรยาของข้าดีหรือไม่?" บุรุษหน้าตาดีเอ่ยขึ้น ในมุมหนึ่งมีบุรุษสองคนที่อยู่บนชั้นสองของร้านค้ามองดูสามคนที่คล้ายกับยืนสนทนา เมื่อเขาได้ยินการสนทนานั้นก็อดไม่ได้ที่หาเรื่องสนุกทำ เขาได้ยินแว่วๆว่านางตอบคนพวกนั้นว่านางมีสามีแล้ว.... จากที่เขาสืบมา....หลิวซินซินผู้นี้มีโอกาส ที่จะเป็นจ้าวซิน อยู่หลายส่วน...หากนางคือจ้าวซินจริง...เขาไม่มีทางปล่อยนางไปเป็นแน่ เฉิงเจิงอวี้คิดกับตนก่อนจะหยิบเม็ดหมากล้อมขึ้นมาไว้ในมือ "พวกท่านหลีกไป มิเช่นนั้นข้าจะร้องให้คนช่วย" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นเสียงเรียบก่อนจะมองซ้ายมองขวา ทันใดนั้น จู่จู่ก็มีเม็ดหมากล้อมปริศนาที่ถูกดีดมาจากทิศทางใดไม่ทราบมากระทบหน้าผากของบุรุษสองคนนั้น ปึ่ง! พลั่ก ปึ่ง! พลั่ก "โอ๊ย! บังอาจ! ผู้ใดกล้าทำเช่นนี้กับข้า!?" บุรุษหน้าตาหล่อเหลาตวาดขึ้นก่อนจะยกมือกุมหน้าผากไว้ สายตาสอดส่องมองซ้ายขวาเพื่อหาที่มาของหมากล้อม "ผู้ใด? ลอบโจมตีเช่นนี้ ขี้ขลาดเสียจริง!" ชายอีกคนที่มาด้วยกันตอบ "ข้าเอง...พวกเจ้ามีปัญหาหรือไม่?" เฉิงเจิงอวี้ที่ยืนอยู่บนชั้นสองของร้านอาหารเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางสบาย หลิวซินซิน แหงนมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาที่มองมาเช่นกัน เหตุใดจึงเป็นเฉิงเจิงอวี้! "องค์ชายสี่!/องค์ชายสี่!" ชายหนุ่มทั้งสองเอ่ยขึ้นก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบว่าผู้ที่อยู่บนนั้นคือองค์ชายสี่ที่โลดแล่นในยุทธภพตั้งแต่สิบขวบ! เรื่องวรยุทธไม่ต้องกล่าวถึงพวกเขาไม่มีทางเทียบได้ หลิวซินซินที่เห็นว่าทั้งคู่กำลังถกเถียงกันกับเฉิงเจิงอวี้ที่อยู่ด้านบน นางจึงอาศัยเวลานั้นค่อยๆย่องออกไปจากตรงที่แห่งนั้นโดยไม่คิดขอบคุณเขาแม้แต่คำเดียว...นางควรรีบไปรอที่จุดนัดพบดีกว่า ปล่อยให้พวกเขาถกเถียงกันไปก็แล้วกัน เวลานี้นางไม่ควรพบเจอเฉิงเจิงอวี้… "คารวะองค์ชาย พวกกระหม่อมมีธุระไปต่อ ขอลา" สองหนุ่มนั้นพากันเร่งฝีเท้าออกไปจากที่ตรงนั้นในทันที ในระหว่างที่หลิวซินซินเร่งสาวเท้าอย่างเร่งรีบนั่นเองนางคิดว่าพ้นจากคนผู้นั้นแล้วแต่ทว่า เฉิงเจิงอวี้ใช้วิชาตัวเบาไต่หลังคาก่อนจะมาหยุดตรงหน้าสตรีที่ไร้มารยาทที่เดินหนี หน้าตาเฉย ผลั่ก! "โอ๊ะ!" "ท่าน!" หลิวซินซินเบิกตากว้างก่อนจะรีบก้มหน้าลง "ที่แท้…เจ้าก็เป็นหมอที่โรงหมอหลิวจิน เมื่อครู่ข้าเพิ่งช่วยเจ้าไว้ขอบคุณสักคำยังไม่มี ทั้งยังวิ่งหนีข้าอีก นี่คือมารยาทของเจ้าเช่นนั้นหรือ?" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขณะร่างสูงสาวเท้าเข้ามาใกล้นางมากขึ้น เขาสังเกตจากความสูงของอีกฝ่ายศีรษะของนางนั้นสูงเพียงแค่ครึ่งคางเขา...นับว่าความสูงนั้นใกล้เคียงกับจ้าวซิน "ขอบคุณองค์ชายสี่ที่ช่วยหม่อมฉันไว้ เมื่อครู่ตกใจจนลืมขอบคุณขอองค์ชายอย่าถือสา" หลิวซินซินเอ่ยอย่างใจเย็นนางไม่ควรแสดงท่าทีมีพิรุธ "ข้ามีเรื่องอยากสนทนากับเจ้าสักครู่หนึ่ง" “หม่อมฉันไม่สะดวก ขออภัยองค์ชาย ต้องรีบไปแล้วจริงๆ” นางเอ่ยตอบทันทีโดยไม่คิด นางต้องอยู่ห่างเฉิงเจิงอวี้มากที่สุด นางไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยเหตุใดนางต้องพบคนผู้นี้อยู่ร่ำไป เจ้ากรรมนายเวรอันดับหนึ่งโดยแท้ นางคิด "ข้าซื้อให้เจ้าเพื่อขอบคุณช่วยรักษาฉางมี่" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นด้ามพู่กันที่มีหมึกในตัวให้นางหลายด้าม ด้าน หลิวซินซินที่เห็นเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง... นี่มันพู่กันที่นางอยากได้นี่ คนผู้นี้แอบสะกดรอยตามนางเช่นนั้นหรือ? หลิวซินซินคิดในใจก่อนจะเอ่ยขึ้น “เกรงใจไปแล้ว ไม่ใช่หม่อมฉันคนเดียวที่รักษานาง อีกอย่างท่านก็มอบทองหีบใหญ่เช่นนั้นให้โรงแพทย์ของเราอีก…” หลิวซินซินเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ แต่ทว่าในใจกลับอยากได้มันอยู่ “ในเมื่อข้ามอบทองมากถึงเพียงนั้น เหตุใดเจ้าจึงตระหนี่กับเรื่องการซื้อพู่กันนักเล่า” เขาก่อนจะสังเกตอากัปปกิริยาของหญิงสาว “ท่านมอบทองให้โรงหมอ เป็นของส่วนรวม หม่อมฉันไม่ควรเห็นแก่ตัวจับจ่ายใช้สอยตามอำเภอใจ” นางตอบ “เช่นนั้น…พู่กันนี่ข้าซื้อให้เจ้าส่วนตัว…หากเจ้าไม่รับข้าจะถือข้าเจ้าหักหาญน้ำใจข้า” เขาเอ่ยก่อนจะยื่นถุงกระดาษที่เต็มไปด้วยพู่กันที่นางอยากได้ หลิวซินซินจึงยื่นมือออกไปรับแต่โดยดี "ขอบพระทัยองค์ชายเพคะ" ในขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนสนทนากันนั่นเอง “องค์ชาย! ท่านมาเที่ยวเล่นหรือเจ้าคะ แม่นางซินซิน เจ้าก็อยู่ด้วย” ฉางมี่ที่มาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบเอ่ยขึ้นพร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคน ดูเหมือนจะหายดีแล้ว ด้านหลิวซินซินที่เห็นเช่นนั้นก็ได้โอกาสทันที “แม่นางฉางมี่ท่านหายดีแล้วใช่หรือไม่?” หลิวซินซิน เอ่ยขึ้น “ข้าหายดีแล้ว ขอบคุณท่านมาก” ฉางมี่เอ่ยขึ้นก่อนจะยิ้มสดใส ในขณะที่ทั้งสามสนทนากันนั่นเอง ฉงอี้ที่ตามมาเพื่อช่วยหลิวซินซินถือของพอดี “ซินซิน…มา ข้าช่วยถือ” ฉงอี้เร่งสาวเท้ามา เขายื่นมือมารับของที่หลิวซินซินอุ้มไว้ไปถือ ฉงอี้เพิ่งสังเกตตอนนี้เองว่า เฉิงเจิงอวี้ก็อยู่ด้วย “คารวะองค์ชายสี่ เมื่อครู่กระหม่อมเสียมารยาทแล้ว” ฉงอี้เอ่ยขึ้นเมื่อหันไปเจอผู้ที่ยืนสนทนากับหลิวซินซินเมื่อครู่ก่อนประสานมือคารวะตามมารยาท “ไม่เป็นไร….” เฉิงอวี้เอ่ยขึ้น จู่จู่เขาก็รู้สึกไม่พอใจเจ้าหนุ่มนี่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น “องค์ชายมีแขกแล้ว หลิวซินซินไม่รบกวน ขอลาเพคะ”หลิวซินซินเอ่ยขึ้นก่อนประสานมือเคารพผู้เป็นถึงองค์ชายแล้วเดินจากไปพร้อมกับฉงอี้ทันที “องค์ชาย…สองคนนี้ดูน่ารักดี ท่านว่าหรือไม่” ฉางมี่เอ่ยขึ้นก่อนจะลอบสังเกตอากัปกิริยาของอีกฝ่าย “ไม่เหมาะสมเลยสักนิด!” เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินหนีฉางมี่ไปเสียอย่างนั้น “อ้าว! องค์ชาย…”ฉางมี่ตัดพ้อตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







