Masukตอนที่ 13
พู่กันที่เขามอบให้ หลังจากที่หลิวซินซินกลับมาถึงโรงหมอ นางก็แจกจ่ายพู่กันที่เฉิงเจิงอวี้มอบให้ ส่วนตัวนางนั้นก็เก็บไว้สามด้าม นางได้ทดลองเขียนก็พบว่าประหยัดเวลาได้จริง อีกทั้งยังสะดวกมากด้วย หญิงสาวอดคิดถึงผู้ที่ให้พู่กันนางมาไม่ได้...เฉิงเจิงอวี้...หากเขาและนางไม่มีเรื่องบาดหมางกันและคิดจะสังหารนาง นางก็คงไม่ต้องหนีเขาเช่นนี้..หญิงสาวคิดก่อนจะตวัดพู่กันบันทึกสูตรยาต่อไป ********* หลังจากที่เฉิงเจิงอวี้เจอหลิวซินซินในวันนั้น เขาก็ฝันประหลาดถึงเหตุการณ์ที่ได้ร่วมเตียงกับจ้าวซินแต่ทว่าใบหน้านั้นกลับเปลี่ยนเป็นหลิวซินซินทุกครั้งไป ห้วงฝัน…. “อื้อ…ปล่อยข้า” จ้าวซินเอ่ยขึ้นในขณะที่มือเรียวกำลังลูบไล้แผงออกกว้างซึ่งเป็นการกระทำที่ตรงกันข้ามกับคำพูดยิ่งนัก เฉิงเจิงอวี้ที่กำลังขบดูดซอกคอขาวของจ้าวซินจนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบฟังดูน่าเกลียด จ้าวซินที่ถูกริมฝีปากหนาโลมเลียไปทั่วร่างอันขาวผ่องก็ส่งเสียงครางอันหน้าอายออกมาเป็นระยะ “อื้อ…. ” ชายหนุ่มไล้ริมฝีปากหนาตามซอกคอขาวและไล่ลงมาจนถึงยอดปทุมถันที่ชูชัน ก่อนจะครอบครองมันด้วยริมฝีปากอุ่น “ข้าจะเข้าไปแล้วนะ…..” เขาเอ่ยบอกคนใต้ร่างก่อนจะสอดแก่นกายที่พรั่งพร้อมเข้าไปในกลีบบุปผาที่พรั่งพร้อมเช่นกัน "เจิงอวี้...เจ็บเหลือเกิน...." คนใต้ร่างเอ่ย เฉิงเจิงอวี้เอ่ยในขณะที่ "อดทนหน่อยเถิด..." ชายหนุ่มเอ่ยในขณะที่ดันแก่นกายผ่านเยื่อบางๆเข้าไปในช่องทางคับแคบ ก่อนจะขยับสะโพกหนาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับก้มจุมพิตริมฝีปากอวบอิ่มที่ราวกับต้องการปลอบประโลม ในขณะที่เขากำลังขยับสะโพกตอกอย่างต่อเนื่อง จู่ๆใบหน้าจ้าวซินก็กลายเป็นสตรีอีกคนเสียอย่างนั้น…หมอหญิงคนนั้น อีกแล้ว! เฮือก! เฉิงเจิงอวี้ลืมตาขึ้นในความมืด …สตรีในความฝันนั่น อีกแล้วหรือ? นี่เขาฝันถึงสตรีนางนั้นเป็นครั้งที่สองแล้ว...เห็นที เรื่องนี้….เข้าต้องพิสูจน์ให้กระจ่าง! ณ โรงหมอหลิวซีจิน.... "องค์ชายสี่มาขอพบแม่นางหลิวซินซินขอรับ" ฉงอี้ เอ่ยขึ้น..... หลิวซีจินที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมากที่อีกฝ่ายมาขอพบนางในเวลานี้ทั้งที่เพิ่งเจอกันไปเมื่อวันก่อน "หลิวซินซินคาราวะองค์ชายสี่" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นในขณะที่ย่อคารวะอดีตสามีอย่างนอบน้อม นางคิดว่านางต้องทำกิริยาที่ตรงกันข้ามกับจ้าวซินจึงจะสามารถตบตาคนตรงหน้าได้.... ขอเพียงทำให้เขาเชื่อว่านางในตอนนี้มิใช่จ้าวซินนักโทษผู้นั้น เป็นพอ "ไม่ต้องมากพิธีหรอก พู่กันนั่นใช้ดีหรือไม่?" เฉิงเจิงอวี้ถามเสียงเรียบ "ใช้ดีเพคะ” “ซินซิน” เขาพึมพำ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ที่ตนนั่งเมื่อครู่ ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาใกล้หลิวซินซินจนนางต้องก้าวถอยหลัง “องค์ชาย! โปรดระวังด้วยชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด" และราวกับเฉิงเจิงอวี้ไม่ได้ยินคำตอบนั้น "เจ้ามีแผลเป็นที่หลังหรือไม่...ตอบข้า" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะรวบร่างบางเข้ามาประชิด หมับ! "เฉิงเจิงอวี้ ปล่อยหม่อมฉัน! ไม่มี หม่อมฉันไม่มีแผลเป็นอะไรทั้งนั้น!" หลิวซินซินรีบโกหก มือเรียวทั้งผลักทั้งดันแผงอกแข็งแรงนั้นแต่กลับไม่เป็นผล เฉิงเจิงอวี้ยกยิ้มมุมปากอย่างมีชัย ผู้ที่กล้าเรียกชื่อเขาตรงๆเช่นนี้มีไม่กี่คนเท่านั้น ด้านหลิวซินซินที่เผลอเรียกชื่อเขาที่เพิ่งรู้สึกตัวก็เบิกตาโตเท่าไข่ห่าน แย่แล้ว! นางเผลอเรียกชื่อเช่นนี้...เขาจะสงสัยหรือไม่ "ขออภัยองค์ชาย หลิวซินซินมิเคยถูกบุรุษสัมผัสตัวเช่นนี้จึงตกใจไม่น้อย" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นก่อนจะแสร้งทำเสียงให้ดูอ่อนหวานที่สุด "เช่นนั้นหรือ? นักโทษที่ข้าตามหา มีแผลเป็นคล้าย四 ที่แผ่นหลัง…แผลเป็นนั่นข้าเป็นคนทำเครื่องหมายนั้นเองกับมือ ขอเพียงเจ้าเปิดให้ข้าดูว่าเจ้าไม่มีแผลเป็นนั่น ข้าจะปล่อยเจ้าไป" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้น ด้านหลิวซินซินที่ได้ฟังเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย ที่แท้เขาเป็นผู้ที่ทำแผลเป็นรูป四บนแผ่นหลังนางเช่นนั้นหรือ? และแผลเป็นที่แผ่นหลังนาง ดูไปก็คล้ายจะเป็น 四 ที่แปลว่าสี่! มันคงจะหมายถึงชื่อเขาเป็นแน่! เขามาทำรอยนี้ตั้งเมื่อใด!? นางพลาดเหลือเกินที่ไม่ให้ โม่ชิงหนานลบแผลเป็นนี้ บ้าเสียจริง นางเพิ่งจะได้เป็นหมอหญิงไม่นาน เหตุใดคนผู้นี้ต้องมาขัดขวางการทำความดีของนางด้วย! ที่เขาตามหานางเช่นนี้คงจะเพราะต้องการสังหารนางเป็นแน่ "องค์ชาย แผลเป็นเช่นนั้นหม่อมฉัน ไม่มีหรอกเพคะ… อีกอย่าง…. หม่อมฉันเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือน จะให้เปลื้องผ้าต่อหน้าบุรุษเช่นนี้ มันสมควรแล้วหรือ?" หลิวซินซินพยายามเอ่ยอย่างใจเย็นและพยายามรักษาน้ำเสียงไม่ให้ตื่นตระหนก "ใครบอกว่าข้าจะตรวจสอบเอง โรงแพทย์แห่งนี้อย่างไรก็มีสตรีที่ตรวจดูแทนข้าได้….ว่าอย่างไร? จะยอมเปิดให้ดูดีดีหรือไม่" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้น "หากหม่อมฉันไม่เปิดเล่า ท่านจะทำเช่นใด?" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นก่อนจะสบตาเขาอย่างลืมตัว คนเผด็จการ! คนเอาแต่ใจ! นางด่าเขาในใจ "ข้าก็จะเป็นผู้เปิดดูด้วยตนเอง...." เฉิงเจิงอวี้เอ่ยพลางจ้องกลับอย่างไม่ลดละ ด้านหลิวซินซินที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด เห็นทีนางต้องเลื่อนการเปิดดูแผลเป็นนี้ออกไปก่อนมิเช่นนั้นคงถูกจับได้ "วันนี้หม่อมฉันไม่สะดวก ขอองค์ชายสี่ค่อยมาวันหลังเถิดเพคะ" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นก่อนจะหมุนตัวจากไป แต่ทว่านางเดินได้เพียงสามเก้าเท่านั้นก็ถูกมือหนาคว้าเอวบางของนางก่อนจะดันนางติดเสาต้นหนึ่งในศาลา ด้านองครักษ์เสี่ยวจ้านที่เห็นเช่นนั้นเมื่อรู้ว่านายตนจะทำอะไรก็รีบหันหลังทันทีอย่างรู้งาน หมับ! พลั่ก!ตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







