LOGINตอนที่ 11
ความฝัน หลอกหลอน ห้วงฝัน... "เฉิงเจิงอวี้...ท่านมันแค่ลูกเต่าไร้ความสามารถ...ท่านจะสู้บิดาท่านได้อย่างไร..." จ้าวซินเอ่ยในขณะที่สวมอาภรณ์บางเบาจนแทบมองเห็นไปถึงด้านในจนเฉิงเจิงอวี้ต้องลอบกลืนน้ำลาย "จ้าวซิน! เจ้าดูถูกข้ามากไปแล้ว....." ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะดึงร่างบางของจ้าวซินเข้ามาแนบชิดจนไม่มีช่องว่าง "ท่านก็ทำให้ข้าเห็นสิ ว่าท่านไม่ได้ไร้ความสามารถ" จ้าวซินเอ่ยขึ้นก่อนจะลูบไล้แผงอกกว้างของเขาอย่างยั่วยวน ริมฝีปากของนางเผยอออกเล็กน้อยคล้ายกับต้องการเชิญชวนให้ชิม "จ้าวซิน...ข้าจะทำให้เจ้าลืมบิดาข้า จากนี้ไปเจ้าเป็นของข้า!" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาจุมพิตราวกับต้องการสูบวิญญาณก็ไม่ปาน ใบหน้างามครางออกมาอย่างน่าอาย เมื่อดอกบัวคู่งามถูกเขาครอบครองด้วยริมฝีปากอุ่นคล้ายกับทารกหิวโหย ในขณะที่เฉิงเจิงอวี้เลื่อนใบหน้าเพื่อมอบจุมพิตเร่าร้อนให้คนใต้ร่างนั้นเอง จู่จู่ใบหน้าของจ้าวซินก็แปรเปลี่ยนเป็นผู้ช่วยหมอหญิงที่ช่วยฉางมี่ในวันนั้น... เฮือก! เฉิงเจิงอวี้ลืมตาขึ้นในความความมืดก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่ง เหงื่อผุดออกหน้าผากเป็นเม็ดๆ...เหตุการณ์ในคืนนั้นกลับมาหลอกหลอนเขาอีกแล้ว...แต่ทว่าจ้าวซินในฝันนั้นเหตุใดจึงกลายเป็นผู้ช่วยหมอหญิงที่ช่วยรักษาฉางมี่ในวันนั้นไปได้... หรือว่า...ผู้ช่วยหมอผู้นั้นจะเป็นจ้าวซิน! เพราะหลังจากตื่นขึ้นเฉิงเจิงอวี้ก็อาจข่มตาหลับได้อีก เขาจึงเรียกเสี่ยวจ้านออกมาสนทนา "องค์ชายสี่ ท่านคิดว่าหลิวซินซินผู้นั้นคือจ้าวซินเช่นนั้นหรือ? แต่ใบหน้านั้น…ดูอย่างไรก็ไม่ใช่จ้าวซินนะพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์เสี่ยวจ้านเอ่ยในขณะที่อ้าปากหาวหวอด เพราะถูกปลุกให้มานั่งรับฟังความฝันของผู้เป็นนาย เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยว่าอีกฝ่ายทราบได้อย่างไรว่าเป็นจ้าวซิน…สตรีผู้นั้นหน้าตาไม่คล้ายจ้าวซินเลยสักนิด "ใบหน้าและชื่อเสียงย่อมเปลี่ยนได้ ...ข้านับเวลาและความเป็นไปได้ที่นางไปโผล่ที่นั้น เหมาะกับเวลาที่จ้าวซินหายไปหลังจากดื่มยาพิษ " เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้น ก่อนจะนึกถึงใบหน้างามของหลิวซินซินที่แม้จะมีส่วนที่ไม่คล้ายคลึงกับจ้าวซินแต่ก็เดาได้ไม่ยากที่อีกฝ่ายอาจจะแปลงใบหน้า "ท่านจะทำอย่างไรต่อไป" องครักษ์เสี่ยวจ้านเอ่ยขึ้นในขณะที่ตากำลังจะปิด "เรื่องนี้ข้ามีวิธีพิสูจน์ เจ้าส่งคนไปจับตาดูนางก่อน อย่าให้คลาดสายตา" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้น "พ่ะย่ะค่ะ… แต่เวลานี้เพิ่งจะยามโฉว่ (01:00-02:59น.)กระหม่อมขอไปนอนก่อนได้หรือไม่" เสี่ยวจ้านเอ่ยเสียงเบาท่าทางยังคงสะลึมสะลือ "องครักษ์เช่นเจ้าไร้ประโยชน์จริงๆ ไปเถอะ" เฉิงเจิงอวี้โบกมือไล่ผู้เป็นองครักษ์อย่างรำคาญ เสี่ยวจ้านประสานมือทำความเคารพเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวจากไปทันทีด้วยท่าทีง่วงงุน ทิ้งองค์ชายสี่ที่ยังคงครุ่นคิดถึงสตรีที่หายไป.... ***** ณ ตลาดในเมือง วันนี้หลิวซีจินไปเลือกวัตถุดิบสมุนไพรบางตัวที่โรงแพทย์ไม่มี หลิวซินซินจึงได้มาเปิดหูเปิดตาด้านนอกบ้าง นางอดนึกถึงวันเก่าๆที่เคยมาเที่ยวเล่นในตลาดแห่งนี้ไม่ได้ ในบรรดาพี่น้องแคว้นเฉิง องค์ชายห้า นับเป็นสหายและพี่ชายที่ดีคนหนึ่ง... แต่นางก็ไม่อาจไปขอความช่วยเหลืออีกฝ่ายได้เวลานี้นางไม่ควรพบเจอคนรู้จัก เพราะจ้าวซินผู้นั้นได้ตายไปแล้ว "ซินซิน เจ้าไปซื้อกระดาษและพู่กันตามรายการที่ข้าจดไว้…. ข้าจะไปสนทนาธุระกับสหายสักครู่หนึ่ง นี่เงิน เดี๋ยวครู่หนึ่งฉงอี้กลับมาข้าจะให้ไปช่วยเจ้าถือของ" หลิวซินซินเอ่ยอย่างใจดีก่อนจะยื่นถุงเงินให้นาง "ขอบคุณเจ้าค่ะ" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นก่อนจะรับถุงเงินมาไว้ในมือแล้วจึงหมุนตัวจากไปทันที ณ ร้านเครื่องเขียน... หลิวซินซินเลือกดูม้วนกระดาษและพู่กันอย่างตื่นเต้น ก่อนสายตาของนางจะหันไปเจอพู่กันประหลาดอย่างหนึ่ง "แม่นางตาถึง…สินค้านี้เพิ่งมาจากท่าเรือ เป็นพู่กันที่มีหมึกในตัวไม่ต้องจิ้มหมึกให้เสียเวลา " เถ้าแก่เจ้าของร้านเอ่ยขึ้น "น่าสนใจจริงๆ ราคาเท่าใดหรือเถ้าแก่" หลิวซินซินถามขึ้น "ยี่สิบตำลึงขอรับ" เถ้าแก่ผู้นั้นเอ่ยขึ้น ด้านหลิวซินซินที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง หากเป็นเมื่อก่อนนางคงเหมาจนหมด แม้หลิวซีจินจะให้เงินหลายสิบตำลึง แต่ทว่าเวลานี้คงใช้เงินแบบฟุ่มเฟือยไม่ได้อีก นางมีเงินส่วนตัวไม่มาก…แต่ก็ไม่อยากเอามาใช้โดยไม่จำเป็น "เช่นนั้น...ข้าเอาพู่กันแบบธรรมดา3ด้ามก็ได้เจ้าค่ะ แล้วก็ขอหมึก10ตลับและกระดาษให้ข้า20ม้วนเจ้าค่ะ" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นเสียงเบา ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย นางอดที่จะชำเลืองมองพู่กันประหลาดนั่นไม่ได้... หากได้มาสำหรับจดบันทึกประวัติผู้ป่วยคงรวดเร็วและสะดวกมากเป็นแน่ ช่างเถอะ! นางไม่ควรเห็นแก่ความสะดวกตนเอง พู่กันธรรมดาก็ใช้ได้เหมือนกันมิใช่หรือ? หญิงสาวคิดกับตนเอง "แม่นางโปรดรอสักครู่" เถ้าแก่เอ่ยขึ้นเอ่ยอย่างใจดีก่อนหยิบพู่กันและตลับหมึกและม้วนกระดาษตามที่อีกฝ่ายสั่ง "ทั้งหมดเจ็ดสิบตำลึงขอรับ" เถ้าแก่ร้านเครื่องเขียนเอ่ยขึ้นในขณะยื่นของทั้งหมดให้นาง หลิวซินซินจึงยื่นเงินเจ็ดสิบตำลึงให้อีกฝ่ายก่อนจะรับของมาไว้ในมือ ในใจพลางคิดว่า เจ็ดสิบตำลึงแต่ได้ของหลายอย่าง เท่านี้ก็คุ้มแล้ว "ขอบคุณแม่นาง" เถ้าแก่เอ่ยขึ้น หลิวซินซินเดินออกมาจากร้านเครื่องเขียนอย่างอารมณ์ดีก่อนจะมุ่งตรงไปยังจุดนัดพบที่หลิวซีจินบอกไว้ ในขณะที่นางเดินมาเรื่อยๆนั่นเอง จู่จู่ บุรุษสองคนเดินมาหยุดตรงหน้านาง หลิวซินซินพยายามเดินหลบแต่บุรุษสองคนนั้นกลับไม่ขยับ ดูจากอาภรณ์ที่บุรุษพวกนี้สวมแล้วนางเดาว่าจะต้องเป็นผู้ มีอันจะกินในเมืองเป็นแน่ "น้องสาว เจ้าจะไปที่ใดหรือ?"ตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







