Masukตอนที่ 5
ข้ากลายเป็นคนใหม่ “รับรองว่าไม่มีใครจำเจ้าได้แน่” "ขอบคุณพี่หลิวที่ให้ความช่วยเหลือข้า พระคุณนี้ข้าจะไม่ลืมเจ้าค่ะ"จ้าวซินรีบประสานมือคุกเข่าลงอย่างตื้นตัน "ในเมื่อข้าตั้งใจช่วยเจ้า สัญญากับข้าต่อจากนี้เจ้าจะเป็นหมอที่ดี" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นก่อนจะสบเข้าไปในดวงตาของผู้ที่มีอายุน้อยกว่าตนเจ็ดหนาว "ข้าจ้าวซินผู้นี้จะเป็นหมอที่ดีตั้งใจเล่าเรียนทำประโยชน์ให้ผู้อื่น ท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ" จ้าวซินเอ่ยขึ้นก่อนจะยิ้มกว้าง "ต่อไปนี้เจ้าเป็นน้องสาวบุญธรรมของข้า นามหลิวซินซิน ดีหรือไม่?" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนดึงหญิงสาวขึ้น "ข้าหลิวซินซิน ขอบคุณพี่ซีจินและพี่ซูซูเจ้าค่ะ" จ้าวซินที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อเป็น หลิวซินซินเอ่ยขึ้น ดวงตากลมโตมีน้ำคลออย่างอดไม่ได้ หลี่ซูซูที่เห็นว่าหลิวซินซินมีน้ำตาอีกครั้งก็กลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย นางคร้านจะเห็นน้ำตาของอีกฝ่ายแล้ว "เปลี่ยนใบหน้าและเปลี่ยนชื่อแล้วแผลเป็นที่แผ่นหลังเล่า" หลี่ซูซูเอ่ยในขณะที่มือเรียวกำลังคัดแยกสมุนไพรชนิดต่อไป "แผลเป็นอะไรกัน ?ข้าไม่เคยมีนะเจ้าค่ะ" จ้าวซินเอ่ยขึ้นอย่างงุนงง "หลี่ซูซู เอาคันฉ่องมาให้นางลองส่องดูเถิด" หลิวซีจินเอ่ยขึ้น ด้านจ้าวซินที่เห็นแผลเป็นนั้นผ่านคันฉ่องก็เบิกตากว้าง...แผลเป็นเช่นนี้ผู้ใดกันกระทำไว้...แล้วเหตุใดนางไม่รู้สึกเจ็บ "เรื่องแผลเป็นข้าไม่รู้ว่ามันมาได้อย่างไร " หลิวซินซินเอ่ยด้วยสีหน้างุนงงอีกครั้ง "มีผู้ตั้งใจทำสัญลักษณ์ไว้" หลิวซีจินเอ่ยขึ้น "หรือจะเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเจ้า?"หลิวซูซูเอ่ยขึ้น "ก็ไม่แน่ แต่ตอนนี้เรื่องใบหน้าสำคัญกว่ามาก แผลเป็นนั่นค่อยว่ากันเถอะ" หลิวซีจินเอ่ยขึ้น นางคิดว่าคงไม่มีใครบ้ามาเปลื้องผ้าดูอีกฝ่าย ไว้อนาคตซินซินจะมีสามีอีกเมื่อไหร่นางค่อยหาทางช่วยลบเลือนแผลเป็นนั่นอีกครา ณ โรงหมอโม่ชิงหนาน... จ้าวซินที่ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น หลิวซินซิน ถูกพาตัวมายังสำนักหมอโม่ชิงหนานเพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ ใช้เวลานานหลายวันพอสมควรนางจึงจะสามารถเปิดผ้าพันใบหน้าออกได้ หลิวซินซินไม่ปล่อยให้เวลาเลยผ่านในระหว่างที่ใบหน้าของนางถูกพันไว้หลังจากผ่าตัดเหลือเพียงดวงตาเท่านั้น...นางได้ขออ่านตำราและขอทำแบบทดสอบจากโม่ชิงหนาน ผู้ที่ทำการแปลงโฉมให้นางเพื่อศึกษาในเบื้องต้น หมอหนุ่มที่ได้เห็นอีกฝ่ายให้ความสนใจใฝ่รู้จึงถ่ายทอดวิชาเบื้องต้นให้อีกฝ่ายโดยไม่หวงแหนเลยแม้แต่น้อย...เขาคิดว่าความรู้นั้นยิ่งถ่ายทอดและยิ่งให้ผู้อื่น...ผู้ให้ก็มีแต่จะได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน ความจริง โม่ชิงหนาน หลิวซีจิน และ หลี่ซูซู เป็นสหายกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่สำนักแพทย์ด้วยกัน นับเป็นหมอที่ฝีมือไม่ธรรมดาเลยทีเดียวจนถูกขนานนามให้เป็นหมอฝีมือดีอันดับต้นๆในใต้หล้า...ทั้งสามมีเป้าหมายเดียวกันคือรักษาคนโดยไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ...และรักษาในราคาย่อมเยาว์ สำหรับคนยากจนพวกเขาก็มักจะรักษาให้โดยไม่คิดเงิน หลังจากที่ศึกษาวิชาแพทย์จนแตกฉาน โม่ชิงหนานได้ตั้งโรงหมอ ณ แคว้นแห่งนี้....ในขณะที่หลิวซีจินและหลี่ซูซูจัดตั้ง โรงหมอใกล้กับชนบท...ทั้งสามมักจะมีการปรึกษาหารือกันอยู่บ่อยครั้งเพื่อพัฒนาการการรักษาที่ดียิ่งขึ้น โม่ชิงหนานคิดว่าการสังเกตและการจดบันทึก รวมถึงการทดลองในแบบต่างๆก็สามารถทำให้มีรูปแบบการรักษาที่ดียิ่งขึ้นไปเช่นกัน รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้กับสหาย ***** หลายวันต่อมา.... หลิวซีจินเดินทางมาถึงโรงหมอโม่ชิงหนาน เพื่อแวะมาดูการเปิดใบหน้าใหม่ของหลิวซินซินก็อดตื่นเต้นไม่ได้ที่เห็นใบหน้าหลังแปลงโฉมของอีกฝ่าย และนางก็ต้องตกตะลึงไปตามคาด จนได้เอ่ยกับสหายผู้ที่ลงมือแปลงโฉม "โม่ชิงหนาน! เจ้าฝีมือดีเกินไปแล้ว..."หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะพิศมองใบหน้างามของ หลิวซินซิน ที่งดงาม ด้านหลิวซินซินที่ได้เห็นใบหน้าใหม่ของตนผ่านคันฉ่องก็อดเบิกตาโตไม่ได้ งดงามเกินไปแล้ว! แม้อดีตจ้าวซินจะงดงามอยู่แล้วแต่ก็มิอาจเทียบใบหน้านางในตอนนี้ได้เลย "มันแน่อยู่แล้ว ข้าคือหมอผู้เก่งกาจ เรื่องเท่านี้ถือว่าเล็กน้อย"โม่ชิงหนาน หมอหนุ่มวัยยี่สิบห้าหนาวเอ่ยขึ้นกับสหายสาวที่มีอายุเท่ากันในขณะที่ใช้มือหนากดใบหน้างามของหลิวซินซินที่เขาเป็นแปลงโฉมให้กับมือเพราะคำของร้องของหลิวซีจิน "ยังปวดใบหน้าอยู่หรือไม่?" โม่ชิงหนานถามขึ้น "แทบไม่รู้สึกแล้วเจ้าค่ะ" หลิวซินซินตอบ "ท่านหมอโม่ชิงหยวน.... พี่ซีจิน ข้าไม่รู้จะตอบแทนพวกท่านอย่างไร ทำได้เพียงใช้ร่างกายนี้ทำประโยชน์ให้ชีวิตผู้อื่น" หลิวซินซิน เอ่ยขึ้นก่อนจะคุกเข่าประสานมือขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งคู่ "คำขอบคุณของเจ้าข้ารับไว้แล้ว...หากอยากตอบแทนข้าจริงก็เร่งศึกษาวิชาแพทย์เถิด " หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะดึงมือเด็กสาวตรงหน้าขึ้นมา "หลายปีมานี้มีผู้ติดโรคระบาดจำนวนมาก...หมอก็มีน้อย" โม่ชิงหนานเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งใกล้กับโต๊ะน้ำชาของตน...มือหนายกกาน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปากก่อนจะพิจารณาใบหน้างามของหลิวซินซิน "ข้าจะตั้งใจศึกษาเจ้าค่ะ ช่วงที่ข้าพักฟื้นหลายวันมานี้ข้าได้ศึกษาตำราหลายโรค วิธีการกดจุด ตามที่ท่านได้สั่งไว้ ทั้งยังได้อ่านตำราจากห้องตำราของท่านหมอโม่ชิงหนานอย่างเคร่งครัด ที่เหลือก็คือลงมือปฏิบัติจริงแล้ว และนี่เป็นแบบทดสอบที่ท่านให้ข้าไว้เพื่อประเมินความเข้าใจของข้า นี่เจ้าค่ะ" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นยืดยาว ก่อนจะดึงกระดาษปึกใหญ่ออกมาตรงหน้าโอ้อวดหลิวซีจินและโม่ชิงหนาน หลิวซีจินที่เห็นเช่นนั้นก็รับมาอ่านคำตอบก่อนจะยื่นให้โม่หยวนอ่านด้วยเช่นกัน ทั้งสองมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะไล่สายตาไปตามตัวหนังสือที่มีเนื้อความสรุปความเข้าใจของเด็กสาวตรงหน้า โม่หยวนและหลิวซีจินก็ได้ข้อสรุปว่าหลิวซินซินน่าจะมีความเข้าใจเบื้องตนมาก่อนแล้ว "เป็นเช่นนี้ก็ดี วิชาแพทย์เป็นวิชาที่ต้องอาศัยการจดบันทึก และการสังเกต หากเจ้ามีข้อสงสัยอันใดก็ถามหลิวซีจินได้นางน่ะเก่งแทบทุกด้าน" ชิงหนานเอ่ยขึ้น ด้านหลิวซีจินที่เพิ่งนึกได้ว่าตนมีนัดเข้าตรวจสุขภาพของไทเฮาจึงเอ่ยขึ้นอย่างถ่อมตัว "เอ่ยเกินจริงไปแล้ว โม่ชิงหนาน.....เอาล่ะซินซิน เจ้ากลับโรงหมอไปก่อนข้าจะให้คนรถม้าไปส่งเจ้า ส่วนข้าต้องเดินทางเข้าวังไปตรวจสุขภาพไทเอาต่อ เจ้าเอาจดหมายนี่ให้หลี่ซูซู นางจะสอนเจ้าเรื่องสมุนไพร ส่วนการฝังเข็ม ไว้ข้ากลับไปจะสอนเจ้าเอง" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้หลิวซินซิน "เจ้าค่ะพี่ซีจิน ข้าลาเจ้าค่ะ และขอบคุณท่านโม่ชิงหนานอีกครั้ง" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นก่อนจะรับซองจดหมายบางอย่างมาไว้ในมือแล้วจึงเตรียมตัวเดินทางกลับสำนักแพทยตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







