Mag-log inตอนที่ 5
ข้ากลายเป็นคนใหม่ “รับรองว่าไม่มีใครจำเจ้าได้แน่” "ขอบคุณพี่หลิวที่ให้ความช่วยเหลือข้า พระคุณนี้ข้าจะไม่ลืมเจ้าค่ะ"จ้าวซินรีบประสานมือคุกเข่าลงอย่างตื้นตัน "ในเมื่อข้าตั้งใจช่วยเจ้า สัญญากับข้าต่อจากนี้เจ้าจะเป็นหมอที่ดี" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นก่อนจะสบเข้าไปในดวงตาของผู้ที่มีอายุน้อยกว่าตนเจ็ดหนาว "ข้าจ้าวซินผู้นี้จะเป็นหมอที่ดีตั้งใจเล่าเรียนทำประโยชน์ให้ผู้อื่น ท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ" จ้าวซินเอ่ยขึ้นก่อนจะยิ้มกว้าง "ต่อไปนี้เจ้าเป็นน้องสาวบุญธรรมของข้า นามหลิวซินซิน ดีหรือไม่?" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนดึงหญิงสาวขึ้น "ข้าหลิวซินซิน ขอบคุณพี่ซีจินและพี่ซูซูเจ้าค่ะ" จ้าวซินที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อเป็น หลิวซินซินเอ่ยขึ้น ดวงตากลมโตมีน้ำคลออย่างอดไม่ได้ หลี่ซูซูที่เห็นว่าหลิวซินซินมีน้ำตาอีกครั้งก็กลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย นางคร้านจะเห็นน้ำตาของอีกฝ่ายแล้ว "เปลี่ยนใบหน้าและเปลี่ยนชื่อแล้วแผลเป็นที่แผ่นหลังเล่า" หลี่ซูซูเอ่ยในขณะที่มือเรียวกำลังคัดแยกสมุนไพรชนิดต่อไป "แผลเป็นอะไรกัน ?ข้าไม่เคยมีนะเจ้าค่ะ" จ้าวซินเอ่ยขึ้นอย่างงุนงง "หลี่ซูซู เอาคันฉ่องมาให้นางลองส่องดูเถิด" หลิวซีจินเอ่ยขึ้น ด้านจ้าวซินที่เห็นแผลเป็นนั้นผ่านคันฉ่องก็เบิกตากว้าง...แผลเป็นเช่นนี้ผู้ใดกันกระทำไว้...แล้วเหตุใดนางไม่รู้สึกเจ็บ "เรื่องแผลเป็นข้าไม่รู้ว่ามันมาได้อย่างไร " หลิวซินซินเอ่ยด้วยสีหน้างุนงงอีกครั้ง "มีผู้ตั้งใจทำสัญลักษณ์ไว้" หลิวซีจินเอ่ยขึ้น "หรือจะเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเจ้า?"หลิวซูซูเอ่ยขึ้น "ก็ไม่แน่ แต่ตอนนี้เรื่องใบหน้าสำคัญกว่ามาก แผลเป็นนั่นค่อยว่ากันเถอะ" หลิวซีจินเอ่ยขึ้น นางคิดว่าคงไม่มีใครบ้ามาเปลื้องผ้าดูอีกฝ่าย ไว้อนาคตซินซินจะมีสามีอีกเมื่อไหร่นางค่อยหาทางช่วยลบเลือนแผลเป็นนั่นอีกครา ณ โรงหมอโม่ชิงหนาน... จ้าวซินที่ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น หลิวซินซิน ถูกพาตัวมายังสำนักหมอโม่ชิงหนานเพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ ใช้เวลานานหลายวันพอสมควรนางจึงจะสามารถเปิดผ้าพันใบหน้าออกได้ หลิวซินซินไม่ปล่อยให้เวลาเลยผ่านในระหว่างที่ใบหน้าของนางถูกพันไว้หลังจากผ่าตัดเหลือเพียงดวงตาเท่านั้น...นางได้ขออ่านตำราและขอทำแบบทดสอบจากโม่ชิงหนาน ผู้ที่ทำการแปลงโฉมให้นางเพื่อศึกษาในเบื้องต้น หมอหนุ่มที่ได้เห็นอีกฝ่ายให้ความสนใจใฝ่รู้จึงถ่ายทอดวิชาเบื้องต้นให้อีกฝ่ายโดยไม่หวงแหนเลยแม้แต่น้อย...เขาคิดว่าความรู้นั้นยิ่งถ่ายทอดและยิ่งให้ผู้อื่น...ผู้ให้ก็มีแต่จะได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน ความจริง โม่ชิงหนาน หลิวซีจิน และ หลี่ซูซู เป็นสหายกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่สำนักแพทย์ด้วยกัน นับเป็นหมอที่ฝีมือไม่ธรรมดาเลยทีเดียวจนถูกขนานนามให้เป็นหมอฝีมือดีอันดับต้นๆในใต้หล้า...ทั้งสามมีเป้าหมายเดียวกันคือรักษาคนโดยไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ...และรักษาในราคาย่อมเยาว์ สำหรับคนยากจนพวกเขาก็มักจะรักษาให้โดยไม่คิดเงิน หลังจากที่ศึกษาวิชาแพทย์จนแตกฉาน โม่ชิงหนานได้ตั้งโรงหมอ ณ แคว้นแห่งนี้....ในขณะที่หลิวซีจินและหลี่ซูซูจัดตั้ง โรงหมอใกล้กับชนบท...ทั้งสามมักจะมีการปรึกษาหารือกันอยู่บ่อยครั้งเพื่อพัฒนาการการรักษาที่ดียิ่งขึ้น โม่ชิงหนานคิดว่าการสังเกตและการจดบันทึก รวมถึงการทดลองในแบบต่างๆก็สามารถทำให้มีรูปแบบการรักษาที่ดียิ่งขึ้นไปเช่นกัน รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้กับสหาย ***** หลายวันต่อมา.... หลิวซีจินเดินทางมาถึงโรงหมอโม่ชิงหนาน เพื่อแวะมาดูการเปิดใบหน้าใหม่ของหลิวซินซินก็อดตื่นเต้นไม่ได้ที่เห็นใบหน้าหลังแปลงโฉมของอีกฝ่าย และนางก็ต้องตกตะลึงไปตามคาด จนได้เอ่ยกับสหายผู้ที่ลงมือแปลงโฉม "โม่ชิงหนาน! เจ้าฝีมือดีเกินไปแล้ว..."หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะพิศมองใบหน้างามของ หลิวซินซิน ที่งดงาม ด้านหลิวซินซินที่ได้เห็นใบหน้าใหม่ของตนผ่านคันฉ่องก็อดเบิกตาโตไม่ได้ งดงามเกินไปแล้ว! แม้อดีตจ้าวซินจะงดงามอยู่แล้วแต่ก็มิอาจเทียบใบหน้านางในตอนนี้ได้เลย "มันแน่อยู่แล้ว ข้าคือหมอผู้เก่งกาจ เรื่องเท่านี้ถือว่าเล็กน้อย"โม่ชิงหนาน หมอหนุ่มวัยยี่สิบห้าหนาวเอ่ยขึ้นกับสหายสาวที่มีอายุเท่ากันในขณะที่ใช้มือหนากดใบหน้างามของหลิวซินซินที่เขาเป็นแปลงโฉมให้กับมือเพราะคำของร้องของหลิวซีจิน "ยังปวดใบหน้าอยู่หรือไม่?" โม่ชิงหนานถามขึ้น "แทบไม่รู้สึกแล้วเจ้าค่ะ" หลิวซินซินตอบ "ท่านหมอโม่ชิงหยวน.... พี่ซีจิน ข้าไม่รู้จะตอบแทนพวกท่านอย่างไร ทำได้เพียงใช้ร่างกายนี้ทำประโยชน์ให้ชีวิตผู้อื่น" หลิวซินซิน เอ่ยขึ้นก่อนจะคุกเข่าประสานมือขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งคู่ "คำขอบคุณของเจ้าข้ารับไว้แล้ว...หากอยากตอบแทนข้าจริงก็เร่งศึกษาวิชาแพทย์เถิด " หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะดึงมือเด็กสาวตรงหน้าขึ้นมา "หลายปีมานี้มีผู้ติดโรคระบาดจำนวนมาก...หมอก็มีน้อย" โม่ชิงหนานเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งใกล้กับโต๊ะน้ำชาของตน...มือหนายกกาน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปากก่อนจะพิจารณาใบหน้างามของหลิวซินซิน "ข้าจะตั้งใจศึกษาเจ้าค่ะ ช่วงที่ข้าพักฟื้นหลายวันมานี้ข้าได้ศึกษาตำราหลายโรค วิธีการกดจุด ตามที่ท่านได้สั่งไว้ ทั้งยังได้อ่านตำราจากห้องตำราของท่านหมอโม่ชิงหนานอย่างเคร่งครัด ที่เหลือก็คือลงมือปฏิบัติจริงแล้ว และนี่เป็นแบบทดสอบที่ท่านให้ข้าไว้เพื่อประเมินความเข้าใจของข้า นี่เจ้าค่ะ" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นยืดยาว ก่อนจะดึงกระดาษปึกใหญ่ออกมาตรงหน้าโอ้อวดหลิวซีจินและโม่ชิงหนาน หลิวซีจินที่เห็นเช่นนั้นก็รับมาอ่านคำตอบก่อนจะยื่นให้โม่หยวนอ่านด้วยเช่นกัน ทั้งสองมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะไล่สายตาไปตามตัวหนังสือที่มีเนื้อความสรุปความเข้าใจของเด็กสาวตรงหน้า โม่หยวนและหลิวซีจินก็ได้ข้อสรุปว่าหลิวซินซินน่าจะมีความเข้าใจเบื้องตนมาก่อนแล้ว "เป็นเช่นนี้ก็ดี วิชาแพทย์เป็นวิชาที่ต้องอาศัยการจดบันทึก และการสังเกต หากเจ้ามีข้อสงสัยอันใดก็ถามหลิวซีจินได้นางน่ะเก่งแทบทุกด้าน" ชิงหนานเอ่ยขึ้น ด้านหลิวซีจินที่เพิ่งนึกได้ว่าตนมีนัดเข้าตรวจสุขภาพของไทเฮาจึงเอ่ยขึ้นอย่างถ่อมตัว "เอ่ยเกินจริงไปแล้ว โม่ชิงหนาน.....เอาล่ะซินซิน เจ้ากลับโรงหมอไปก่อนข้าจะให้คนรถม้าไปส่งเจ้า ส่วนข้าต้องเดินทางเข้าวังไปตรวจสุขภาพไทเอาต่อ เจ้าเอาจดหมายนี่ให้หลี่ซูซู นางจะสอนเจ้าเรื่องสมุนไพร ส่วนการฝังเข็ม ไว้ข้ากลับไปจะสอนเจ้าเอง" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้หลิวซินซิน "เจ้าค่ะพี่ซีจิน ข้าลาเจ้าค่ะ และขอบคุณท่านโม่ชิงหนานอีกครั้ง" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นก่อนจะรับซองจดหมายบางอย่างมาไว้ในมือแล้วจึงเตรียมตัวเดินทางกลับสำนักแพทยตอนพิเศษ 10ข้าคร้านแล้ว ผ่านไปหลายชั่วยามแล้วที่หยวนลู่จิ่นถูกล่ามโซ่ไว้เช่นนั้น นี่คนบ้านั่นกลัวว่านางจะหนีถึงเพียงนี้เชียวหรือ?ในขณะที่หญิงสาวกำลังคิด ราวกับเสียงสวรรค์ ประตูห้องถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของหวังเฟยหลงที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในห้อง"เป็นอย่างไร...พระชายา"หวังเฟยหลงเอ่ยเสียงเรียบ"หวังเฟยหลง ท่านทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะ ใยต้องล่ามโซ่ข้า ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของท่านนะ!" หยวนลู่จิ่นโวยวายขึ้น เพราะวันนี้นางถูกเขาล่ามโซ่มาหลายชั่วยามแล้ว"น้องหญิง ข้ายังไม่ได้ลงโทษเจ้าเรื่องที่เจ้าพานักฆ่าเข้ามาที่นี่เลย นี่ถือเป็นการลงโทษเจ้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้น"นักฆ่าหรือ? ท่านหมายถึง..เซียวอิงเช่นนั้นหรือ?...."หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น หวังเฟยหลงจึงพยักหน้าแทนคำตอบ หยวนลู่จิ่นที่ได้ฟังเช่นนั้นราวกับถูกสาป"หากข้าไม่ได้สืบเรื่องนางมาก่อน ข้าคงเข้าใจว่าเจ้าต้องการส่งนางมาสังหารข้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะเล่าเรื่องที่เขาตามดูสตรีผู้นี้มานานคาดว่าเป็นคนจากต่างแคว้นปลอมตัวเข้ามาคาดว่าอาจเป็นศัตรูที่ต้องการสังหารเขาจึงแฝงไปในสถานที่ที่มีเขาอยู่...เมื่อคืนนี้หลังจากที่หยวนลู่จิ่นหลับใหลเ
ตอนพิเศษ 9 หลงกลหลังจากที่หยวนลู่จิ่นช่วยเปลี่ยนอาภรณ์ให้เขาเรียบร้อยแล้ว...นางจึงยกน้ำจีเสวียเฉ่าที่คั้นเรียบร้อยแล้วให้เขาดื่มทันที ส่วนนางกำนัลทั้งหลายเมื่อเก็บกวาดของที่เขาและนางต่อสู้กันเมื่อครู่เรียบร้อยแล้วก็หายไปจากห้องกว้างนี้อย่างรวดเร็วอย่างรู้งาน"ท่านดื่มนี่ก่อนเถิด หมอหลวงบอกว่าสิ่งนี้ช่วยต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อได้ จะได้หายโดยเร็ว "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นถ้วยยาที่มีน้ำสีเขียวอยู่ในนั้น หวังเฟยหลงมองดูน้ำสีเขียวนั้นก็ทำหน้าขยะแขยงราวกับว่านั่นคือสิ่งที่น่ารังเกียจ"ข้าเกลียดการดื่มน้ำสีเขียวเช่นนี้"เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะเบือนหน้าหนีคล้ายเด็กที่ไม่อยากกินยา หากมิใช่เพราะต้องแสร้งบาดเจ็บเพื่อให้นางอยู่ดูแลเขาแล้ว...เขาคงไม่ต้องมาฝืนดื่มน้ำเขียวนี้"ท่านพี่ อย่าทำราวกับเด็กที่ไม่อยากดื่มยาสิ แม้ว่าข้าจะไม่ใช่หมอแต่ข้าเคยได้ยินมาว่า จีเสวียเฉ่า(บัวบก)นี้ประโยชน์มากมายนัก ไม่เพียงช่วยฆ่าเชื้อโรคต้านอักเสบ ช่วยเรื่องความจำ ช่วยเรื่องลดความวิตกกังวลได้อีกด้วย"หยวนลู่จิ่นบรรยายสรรพคุณให้อีกฝ่ายราวกับหลอกล่อเด็กน้อยให้กินยาก็ไม่ปาน"ข้าไม่ดื่ม อย่างไรท่านหมอก็ใส่ยาให้ข้าแล้ว
ตอนพิเศษ 8 การต่อสู้"ข้าไม่มีบุรุษอื่น...ปล่อย! ข้าเจ็บ""เช่นนั้นเหตุใดจึงอยากหย่าและหนีไปจากข้านัก""เพราะข้าเกลียดท่าน! แม้คืนแรกของการเข้าหอ ท่านยังกล่าวว่าหากข้าไม่ตั้งครรภ์ภายในหนึ่งเดือนท่านจะรับอนุชายาเข้าตำหนัก...ท่านเห็นข้าเป็นอะไร! หากมีข้าเพียงเพื่อเรื่องนั้น...ท่านก็หย่าให้ข้าเถอะ"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นดวงตาคู่งามมีน้ำคลอหน่วยเล็กน้อย ก่อนจะผลักร่างหนาออกจนเป็นอิสระ มือเรียวดึงหนังสือหย่าออกมาหนึ่งฉบับก่อนจะกางออกให้เขาดู"ข้าประทับลายนิ้วมือแล้ว ขาดแต่การประทับลายนิ้วมือของท่าน"ด้านหวังเฟยหลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย"หยวนลู่จิ่น นี่คือสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท เจ้าคิดว่าจะไปจากข้าได้ง่ายๆเช่นนั้นหรือ? ข้าไม่มีวันหย่ากับเจ้า""เพราะเหตุใด?! "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างหมดความอดทน"เพราะเจ้าเป็นภรรยาข้า ต่อให้ครบหนึ่งปี ข้าก็ไม่หย่ากับเจ้า""ท่านมันเห็นแก่ตัว! ท่านไม่หย่าก็ช่างแต่ข้าจะหนีจากท่าน!"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นจะหมุนตัวเตรียมจากไปแต่ทว่า หวังเฟยหลงไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น เขาใช้วรยุทธขว้างตะเกียบไปยังจุดล็อคตรงบานประตูด้วยความชำนาญฟ้าว!ปึก!"หวังเฟยหลง! อะไร
ตอนพิเศษ 7 แผนกลบเกลื่อน หลังจากที่หยวนลู่จิ่นพาตนเองมาอยู่ที่ตำหนักองค์รัชทายาทก็พบว่าเซียวอิงกำลังรินสุราสามีของตน หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็อมยิ้มเล็กน้อยวันนี้หยวนลู่จิ่นสวมอาภรณ์สีเงินโปร่งใบหน้างามที่แทบไม่ต้องแต่งอะไรก็ดูงดงามนักในสายตาของหวังเฟยหลง อาหารถูกนำมาวางตั้งไว้บนโต๊ะ ในขณะที่เซียวอิงกำลังนั่งบรรเลงเพลงพิณอย่างไพเราะจนสตรีเช่นนางยังรู้สึกชอบฟังเสียงดนตรี....."ท่านพี่ เซียวอิงมีความสามารถหลากหลายด้านเช่นนี้ น่าเสียดายยิ่งนัก ที่นางไม่ได้ตกแต่งเป็นภรรยาผู้ใดเสียที"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะลอบสังเกตอากัปปกิริยาของคนตรงหน้าที่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปาก"เจ้ากล่าวมาไม่ผิด เซียวอิงมีความสามารถหลายด้านนัก"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าทั้งคู่คงจะร่วมเตียงกันได้โดยไม่ต้องวางยาปลุกกำหนัดเป็นแน่...อย่างไรก็ตามนางจะต้องหาอนุภรรยาให้เขาอีกหลายคน เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมีความต้องการเรื่องเช่นนั้นกับนาง...บิดานางเคยบอกนางว่า สมรสพระราชราชทานนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดนางก็ต้องอยู่ให้ครบหนึ่งปีจากนั้น...นางก็จะเขียนใบหย่าให้เขา
ตอนพิเศษ 6แผนการณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง"พี่สะใภ้ หากพี่ใหญ่ทราบว่าข้ามาพบท่านเขาต้องแหกอกข้าแน่ เหตุใดท่านไม่กลับไปตำหนักเสียทีเล่า" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยถามขึ้นก่อนจะมองซ้ายขวา“ข้ากังวลเรื่องพี่ชายของท่าน กล่าวตามตรง ในฐานะที่เราเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน และท่านยังเป็นน้องชายของสามีข้า ดังนั้นข้าจึงอยากให้ท่านช่วย” หยวนลู่จิ่นเอ่ยทันที"เรื่องอะไรกัน?""ข้าอยากให้ท่านช่วยแนะนำข้าว่าสตรีเช่นใดที่หวังเฟยหลงถูกใจ เวลาที่เขาเข้าหอโคมเขียวเขามักจะชอบเรียกผู้ใดหรืออุ่นเตียงหรือ?""ท่านถามเช่นนี้... "เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะหรี่ตาลงมองดูพี่สะใภ้อย่างไม่ไว้วางใจ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าต้องให้อีกฝ่ายช่วยจึงตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้คนตรงหน้าฟัง รวมถึงการไปทาบทามฝางผิงเกอแต่ได้รับการปฏิเสธอีกด้วย"ท่านจะหาอนุให้เสด็จพี่!" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นในขณะที่เบิกตากว้าง"ข้ารู้ว่ามันอาจดูประหลาด กล่าวตามตรง ข้าเคยได้ยินมาว่า บุรุษที่มีมากภรรยาทั้งยังชอบเที่ยวสถานที่เช่นนั้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคติดต่อยิ่งนัก ไหนจะต้องตั้งครรภ์ตอนเบ่งท้องคลอดบุตร..ข้ากังวลเรื่องคลอดบุตรที่สุด"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างไม
ตอนพิเศษ 5 ทาบทามสตรีให้สามี หยวนลู่จิ่นเดินทางไปที่สำนักศึกษาที่นางร่ำเรียนมา นางเข้าไปคารวะผู้เป็นอาจารย์เรียบร้อยแล้วจึงขอพบฝางผิงเกอทันที"ผิงเกอ เจ้ายังมีใจให้กับหวังเฟยหลงอยู่หรือไม่?"หยวนลู่จินถามอีกฝ่ายทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม"ข้า...."ฝางผิงเกอเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นอาการเช่นนั้นก็ยิ้มร้ายกาจออกมาเล็กน้อย..."เจ้าไม่ต้องพูดข้าก็รู้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้า..เต็มใจจะแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทหรือไม่ "หยวนลู่จิ่นถามขึ้น ด้านฝางผิงเกอที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างทันทีนี่อีกฝ่ายจะให้นางแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทจริงหรือ?"พระชายา! ท่านเพิ่งแต่งกับองค์รัชทายาทเมื่อไม่กี่วันเองมิใช่หรือเจ้าคะ" ฝางผิงเกอ บุตรสาวของอาจารย์นางเอ่ยขึ้นคิ้วขมวดด้วยความประหลาดใจ"ข้ากล่าวตามตรงกับเจ้า ข้าไม่อยากมีบุตร ข้าจึงอยากหย่ากับเขาให้เร็วที่สุด อีกทั้งอยากสนับสนุนเจ้าให้ลงเอยกับเขา"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น"พระชายา ท่านมีเรื่องกับองค์รัชทายาทมาก่อนหรือ? เหตุใดจึงไม่อยากมีบุตร... แม้ว่าข้าจะอยากแต่งให้องค์รัชทายาทแต่เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องขออนุญาตจากท่านพ่อก่อน"ฝางผ
ตอนที่ 6ศึกษาเล่าเรียนหลังจากที่หลิวซินซินขึ้นรถม้ากลับโรงหมอไปแล้ว โม่ชิงหนานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามสหายตนที่รู้จักมานาน"เหตุใดเจ้าจึงช่วยนาง? หากทางการรู้เรื่องนี้ เจ้าไม่กลัวจะเดือดร้อนหรือไรกัน?" โม่ชิงหนานเอ่ยถามทันทีที่อยู่กันลำพัง"บิดาข้าที่กลายเป็นไต้ซือไปแล้วเคยทำนายไว้เมื่อปีก่อน...ว่าอ
ตอนที่ 4 สารภาพ "ใบหน้าของเจ้าคล้ายกับถูกพิษบางอย่างที่ข้าเองก็ไม่รู้จักน่าประหลาดเสียจริง...แต่เจ้าวางใจเถอะ ข้าได้นำสมุนไพรทาให้เจ้าแล้ว ตอนนี้ผื่นนั่นยุบลงมากแล้วอีกไม่กี่วันก็หาย" หลี่ซูซู เอ่ยขึ้นก่อนจะจดบางอย่างลงตำราแล้วหยิบสมุนไพรหลายชนิดลงไปในหม้อ "ขอบคุณพี่ซูซูมาก พี่ซีจินบอกว่าท่านเ
ตอนที่ 3 สตรีในคำทำนาย ณ โรงหมอหลิวจิน…. “ท่านหมอใหญ่! มีสตรีจากที่ใดไม่ทราบขอรับมาสลบอยู่ข้างลำธารโรงหมอนางยังมีมีชีพจรอยู่จึงพามาที่นี่ขอรับ”บุรษที่ทำงานในโรงหมอเอ่ยขึ้นในขณะในวงแขนมีสตรีนอนหลับหมดสติอยู่ โดยที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยผื่นแดง “เจ้าพานางเข้ามานอนที่เตียงเถิด หลี่ซูซู....มาช่
ตอนที่ 2 โทษตาย "ท่านจะทำอะไร!?" จ้าวซินร้องขึ้นเมื่อเห็นว่าเฉิงเจิงอวี้ กระชากขวดยาในมือของนางไปก่อนดันนางจนหลังติดเสาขนาดใหญ่ของศาลาติดแม่น้ำแห่งนี้ก่อนดึงจุกฝาปิดออก แล้วบังคับบีบคางของนางอย่างแรง มือหนาเทยากรอกปากอีกฝ่ายจนสำลัก แต่ทว่าเฉิงเจิอวี้ไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น มือหนาเอามือปิดปากของน







