Share

ทวงสินเดิม 1

last update Last Updated: 2025-06-27 16:59:20

จ้าวเฟยเฟยยังต้องพึ่งพาผู้ใหญ่บ้านจึงไว้หน้าเขา นางปล่อยมือเหวี่ยงแม่เฒ่าเฉินไปอีกทางก่อนจะหันไปหาผู้ใหญ่บ้านอ่อนน้อมถ่อมตน อีกทั้งบีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร

"ฮือๆๆ  ท่านปู้หลี่เจิ้ง ข้ามิอยากทำร้ายใคร แต่ท่านดูเอาเถอะแค่สินเดิมสะใภ้ก็ยังจะยึด ชาวบ้านทุกท่านคนบ้านเฉินบอกว่าข้าชั่วร้ายเลวทราม พวกท่านที่มีปัญญาจงตรองดูเถิด หากข้าไม่ลุกขึ้นต่อต้านมิต้องเหลือแต่กระดูกแล้วหรือ"

เมื่อนางเอ่ยจบ สตรีคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางผู้คนที่ยืนเงียบ

"ข้าว่านะจ้าวเฟยเฟย เจ้าแต่งมาแล้วก็เป็นคนสกุลเฉิน แค่สินเดิมเพียงนิดกับทุบตีผู้อาวุโสเจ้าช่างอกตัญญูเสียจริงๆ เลยนะ"

"ใช่ สะใภ้ข้าพูดถูกแต่งมาแล้วก็เป็นคนของบ้านสามี"

เฉินมู่หยางเดินไปหานางก่อนจะจับแขนเรียวแล้วเอ่ย

"กลับบ้านเถอะ"

"ไม่   ข้ามาทวงสินเดิมของข้าและข้าต้องการเอาคืน ในเมื่อแยกบ้านกันแล้วตัวความสัมพันธ์แล้วก็คืนข้ามา อ้อ   พี่สะใภ้จูท่านนั้นในเมื่อเจ้าบอกว่าแต่งงานแล้วก็เป็นคนของบ้านสามี   งั้นที่เจ้าแอบเอาข้าวสารกับธัญพืชให้พี่ชายเจ้าที่มาหา บ่อยๆ นั่นคืออะไรหรือ มิใช่เอาของบ้านสามีไปเลี้ยงดูบ้านเดิมหรอกหรือ"

ทันทีที่จ้าวเฟยเฟยเอ่ยจบ แม่เฒ่าจูก็หันไปหาลูกสะใภ้ทันทีก่อนจะทุบตีนาง ปากก็ด่าทอ

"นางตัวดี กล้าเอาของที่สามีกับบุตรชายข้าลงมือไถหว่านอย่างลำบากไปให้บ้านแม่เจ้าหรือ  ข้าก็ว่าทำไม่พักนี้ข้าวสารหมดไว สั่งให้เจ้าทำครัวแต่กลับขโมย จากนี้ไปไม่ต้องแตะต้องเสบียงบ้านจูอีกแล้ว"

แม่สามีกวดตีสะใภ้กลับบ้าน ส่วนจ้าวเฟยเฟยถูกเฉินมู่หยางลากกลับนางสะบัดออกไม่ยอมกลับเอ่ยกับเขาเสียงดัง

"เฉินมู่หยางเจ้ากตัญญูจนเสียสติหรือ ดูบุตรชายกับบุตรสาวเจ้าสิ ตัวเองเป็นนายพรานแต่ลูกกลับได้กินแค่น้ำข้าวกับผักดอง   ดูหลานจ้าวสิ   ดูป้าสะใภ้ใหญ่ลุงใหญ่อาเล็กกับอาสามของท่านสิ   พวกเขายังกับหมูรอถูกเชือดขายตอนตรุษจีน   แต่บุตรของเจ้าผอมแห้งราวกับซากศพเดินได้ วันนี้ของๆข้าๆ ต้องได้คืน ท่านปู่หลี่เจิ้งขอความเป็นธรรมข้าด้วยเจ้าค่ะ"

พูดจบก็เดินไปกระชากผมเฉินเหม่ยลี่ดึงปิ่นเงินและรูดกำไลออกจากข้อมือของนาง แม่เฒ่าเฉินลุกมาจะช่วยหลานสาวแต่เฉินมูหยางยืนขวางไว้ก่อนจะเอ่ย

"ท่านย่า ของนี่เป็นของนาง หากท่านอยากได้ไปซื้อให้อาเล็กใหม่เถอะขอรับ เมื่อวันก่อนข้าขายหมูป่าได้สิบตำลึงท่านก็เอาไปหมดน่าจะพอซื้อ"

"อะไรนะ สิบตำลึง บ้านเฉินรวยขนาดไหนกัน"

จ้าวเฟยเฟยเห็นชาวบ้านซุบซิบจึงเอ่ยขึ้น

"ท่านลุงหม่า   ท่านย่าสามีข้านางมีเงินแล้ว  เช่นนั้นงั้นเงินที่ยืมท่านมาสามตำลึงคงได้เวลาคืนแล้ว   แม้ข้าจะแยกบ้านมาแล้วแต่ก็ไม่อาจแสร้งลืม ท่านย่าท่านก็คืนค่าหมอที่เอามารักษาลุงใหญ่แก่ท่านลุงหม่าเถอะเจ้าค่ะ  ท่านพี่ให้ท่านทุกเดือนรวมๆ แล้วหลายปีมานี่น่าจะมากถึงสามร้อยตำลึง"

แม่เฒ่าเฉินจะยอมให้ได้อย่างไรกัน นางเก็บมานานเลยนะ   อีกอย่างถึงสามร้อยตำลึงเสียที่ไหน  อย่างมาก็แค่ร้อยกว่าตำลึงเท่านั้นเอง   จ้าวเฟยเฟยนางแพศยานี่กล้าดีอย่างไรมาเอาของนาง  ไม่มีทางนางไม่ให้แน่ๆ   แต่ใครจะรู้ว่านอกจากหม่าซุนยังมีชาวบ้านอีกหลายคนทวงเงินเช่นกัน

"ยายเฒ่า  เจ้าบอกว่าหลานชายขายสัตว์ไม่ได้  ขึ้นเขาไม่ได้ยังไม่มีใช้หนี้  หากวันนี้หลายสะใภ้เจ้าไม่พูดออกมาเจ้าจะรอข้าตายค่อยเผาเงินกระดาษคืนข้าหรือ"

"ใช่ๆ  วันก่อนเจ้ามายืมข้าวสารบ้านข้า  หนอยตัวเองมีเงินแต่กลับไม่ยอมใช้หนี้  วันนี้อย่างไรข้าต้องได้"

ในขณะที่ชาวบ้านมะรุมมะตุ้มคนบ้านเฉินอยู่นั้นจ้าวเฟยเฟยก็เข้าไปขนที่นอนผ้าห่มและเครื่องครัวออกมาจนหมด  นางไม่ลืมไปหยิบเครื่องมือช่างของพ่อสามีนางออกมาด้วย  พ่อของเฉินมูหยางเป็นช่างไม้  เครื่องมือเหล่านี้หากมีชาวบ้านต้องการใช้จะมาขอเช่ากับตาเฒ่าเฉินนี่   เรื่องอะไรจะให้ประโยชน์  เหอะไอ้พวกปลิงสูบเลือดคนอื่น

คนบ้านเฉินเห็นนางขนข้าวของขึ้นรถเข็นก็ตรงรี่เข้ามา  จ้าวเฟยเฟยเห็นสตรีแต่งตัวด้วยผ้าเนื้อดี  กับหญิงสาวหน้าตาดีอีกคนยืนอยู่ด้วยข้างๆมีหยิงวัยกลางคนยืนคู่กัน  พร้อมกับรถม้าหนึ่งคันก็เอ่ยขึ้น

"พวกท่านจะมาแย่งของๆข้าได้อย่างไร  นี่อาเล็กของสามี   ท่านเองกำลังจะแต่งไปสกุลหลิวแล้วนี่  จะไปเป็นฮูหยินนายท่านหลิวมิใช่หรือ  ว่าแต่ได้ยินว่าท่านหลิวมีบุตรีสองคน  เรื่องที่ท่านบอกกับท่านย่าว่ารอท่านมีบุตรของตนเมื่อไหร่จะเอาสมบัติของเมียเก่าเขามาให้บุตรท่านให้หมดนั้นท่านแค่พูดเล่นใช่หรือไม่"

"ปกติท่านชอบทุบตีผิงผิงกับโม่หวายของข้าบ่อยๆ  แต่ก็มักจะโยนความผิดให้ข้าเสมอ  ยามที่ท่านแต่งไปสกุลหลิวแล้วท่านจะหาใครมาเป็นแพะรับบาปเล่าหากท่านพลั้งมือ"

"เจ้าๆ  ข้าเคยพูดอย่างนั้นเมื่อไหร่กัน   อีกอย่างเด็กสองคนนั้นเป็นผู้หญิง  หากข้าสามารถมีบุตรชายได้ท่านหลิวก็ต้องยกย่องข้า  สมบัติของเขาก็เป็นของบุตรชายข้าเหตุใดต้องแย่งชิงอีกนางโง่"

"ใช่แล้ว  นี่มู่หยางภรรยาของเจ้าน้ำเข้าสมองหรือ  หากเหม่ยลี่มีบุตรชายตำแหน่งในสกุลหลิวก็ยิ่งสูง  นางคงอิจฉาที่ได้แต่งงานกับนายพรานจนๆอย่างเจ้ามากกว่า  คู่หมั้นก็ยังถอนหมั้น  นางยังมิวายหน้าด้านไปหาเขาอีกไร้ยางอายจริง"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   สัญญารักตลอดกาล (จบบริบูรณ์)

    หลังจากนั้นรถม้าก็เคลื่อนออกจากเมืองหลวง สกุลมู่มีคนตามไปกว่าห้าสิบคนเพราะนายท่านรองไปกับคุณหนูด้วย จวนมู่เงียบเหงาลงทันทีเมื่อคุณหนูจากไป เมืองหลวงกลับมาปกติดังเดิม หลังจากที่ซ่งมู่หยางไปไม่นานรัชทายาทก็พาเฉินเหว่ยออกเดินทางไปดูความเป็นอยู่ราษฎรและส่งข้อมูลกลับมาให้ฮ่องเต้วินิจฉัยเพื่อมีพระดำริต่อไป จางซือเหยียนออกเดินทางไปด้วยเพื่อคุ้มครองรัชทายาทและสอนวรยุทธทั้งคู่ไปพลางๆด้วยสิบสามปีผ่านไปจวนอ๋องยามนี้เต็มไปด้วยพี่เลี้ยงเนื่องจากพระชายาและท่านอ๋องทรงมีบุตรธิดาถึงแปดคนและพระชายาทรงพระครรภ์ที่เก้าได้ห้าเดือนแล้ว ร่างอุ้ยอ้ายกำลังทำบัญชี เด้กหนุ่มคนหนึ่งเดินมาหานาง เมื่อเงยหน้าก็เห็นยเป็นเวี่ยหยุนที่ไปทำงานดูและพื้นที่กลับมารายงาน ยามนี้เจ้าตัวน้อยที่เคยมาของานทำและขอเสื้อผ้าไปให้มารดาเขาได้สวมหมวกจอหงวนแล้ว"พระชายากระหม่อมไปดูมณฑลหมางหยวนและนำตัวอย่างดินมาให้ทอดพระเนตรแล้วพ่ะย่ะค่ะ""อืม เอามาดูสิ"มู่เฟยเฟยพิจารณาดินที่เซี่ยหยุนนำมาอย่างละเอียดมือเรียวหยิบดินขึ้นมาหนึ่งกำมือ ดินนั้นไม่มีความชุ่มชื้นพอจะจับตัวเป็นก้อน แต่มันกลับมีลักษณะพิเศษที่ทำให้ดวงตาของนางเป็นประกาย"ดินนี่คื

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   กลับอวี๋หยาง

    มู่เฟยเฟยยามนี้นางคลอดคู่แฝดได้หกเดือนแล้ว แฝดสามได้หนึ่งขวบแปดเดือนซ่งมู่หยางกำลังเดินทางมารับนางและลูกกลับอวี๋หยาง ท่านตาทวดร้องไห้ไม่อยากให้นางไปจนฝ่าบาททราบเรื่องจึงอนุญาตให้เขาไปอยู่กับนาง แต่หากราชสำนักมีเรื่องจะใช้เขาก็ต้องกลับมา ซึ่งมู่หย่งเหอรีบรับปากเพราะกลัวไม่ได้อยู่กับเหลนและลูกๆ ของนางหลังปีใหม่ที่ผ่านมาฝ่าบาทสถาปนาหลินกุ้ยเฟยขึ้นเป็นฮองเอาและแต่งตั้งองค์ชายแปดขึ้นเป็นรัชทายาท เฉินเหว่ยได้เป็นเพื่อนเรียนของรัชทายาท ซ่งโม่หวายกลับซ่งผิงผิงใส่ใจมารดามากขึ้นเพาะพระชายาเสิ่นกำลังตั้งครรภ์มู่เฟยเฟยมองดูเด็กที่เดินเตาะแตะๆ อยู่กลางลานก็ยิ้ม เสียงฝีเท้าม้าดังมาแต่ไกล นางจำได้ดี เสียงควบม้าอย่างองอาจดุดันนี้เป็นซ่งมู่หยางสามีของตน"ชิงหลิงดูเหมือนท่านอ๋องจะมาถึงแล้ว เจ้าให้พี่เลี้ยงอุ้มซื่อจื่อกับท่านชายและท่านหญิงไปล้างหน้าล้างตาสักหน่อย เดี๋ยวเจอเสด็จพ่อจะได้ไม่มอมแมม""เพคะพระชายา ซื่อจื่อ ท่านชาย ท่านหญิงไปล้างหน้ากันเถอะเจ้าค่ะเสด็จพ่อกำลังมาแล้ว"เด็กทั้งสามรู้ความต่างกางแขนให้พี่เลี้ยงอุ้ม ไม่นานคนที่ถูกกล่าวถึงก็ปรากฏตัว ซ่งมู่หยางลงจากหลังม้าได้ก็ตรงมาหามู่เฟยเฟยทันที

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   เริ่มต้นชีวิตคู่อย่างจริงจัง

    เมื่อทุกคนกลับหมดแล้วร่างสูงก็เปิดประตูเข้ามา ยามซวีแล้วงานเลี้ยงจึงได้เลิกรา คู่บ่าวสาวจึงมีเวลาอยู่ด้วยกัน ซ่งมู่หยางเดินมาหาคนท้องที่เอนหลังอยู่ เขานั่งลงขอบเตียง มือจับปอยผมทัดหูให้อย่างแผ่วเบา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย"เหนื่อยหรือไม่น้องหญิง ขอโทษนะที่ทิ้งให้เจ้าอยู่คนเดียวเหงาหรือเปล่า""ไม่เพคะ พอดีไป๋ฮูหยินกับหลินฮูหยินมาหา ผิงผิงกับเสี่ยวฮวาและคู่แฝดมาหาช่วยกันบีบนวดและพูดคุยเป็นเพื่อน"ซ่งมู่หยางพาเมียเข้ามิติ มู่เฟยเฟยรู้เลยว่าคืนนี้เขาเอาแต่ใจแน่ๆ แล้วคนตัวโตก็เอ่ยออกมาจริงๆ"อืม..ดึกแล้วเดี๋ยวจะเลยฤกษ์นะ เราสองคนเข้าหอกันเถอะ"มู่เฟยเฟยมองหน้าเขา ซ่งมู่หยางเลื่อนมือลงมาที่สายผูกเอวเขาคลายปมออก มู่เฟยเฟยจับมือหนาเอาไว้จ้องตาสามีเป็นเชิงห้ามปราม คนตัวโตจ้องตอบเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระเส่า"น้องหญิง ตั้งแต่งานเลี้ยงวันนั้นพี่ยังไม่ได้รักเจ้าอีกเลยนะ""ท่านอ๋อง...ทรงหิวเก่งเหลือเกินนะเพคะ ทรงรับอนุสักคนไหม อื้อ"ซ่งมู่หยางไม่ยอมให้เมียพูดต่อ เขาจูบนางอย่างเรียกร้อง กระทั่งมู่เฟยเฟยทุบหลังเขาเพราะนางหายใจไม่ออก บึ๊ก ๆ ๆๆ ร่างสูงยอมปล่อยอย่างเสียดาย ปากจิ้มลิ้มบวมเจ่อ นางเอ่ยทันทีที

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   แต่งงาน

    ขณะที่ผู้อาวุโสในตระกูลมู่กำลังถกเถียงกันเรื่องธรรมเนียมการจูงเจ้าสาวออกไปส่งที่เกี้ยว เพราะเกรงว่าครรภ์ของมู่เฟยเฟยจะทำให้การก้าวเดินลำบากจนเกินไป ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังรุกล้ำเข้ามาถึงหน้าห้องหอโดยไม่รอการเชิญ"ไม่ต้องลำบากพวกท่านหรอก ข้าจะอุ้มนางไปขึ้นเกี้ยวเอง""แต่ว่า นางครรภ์ใหญ่มากนักเกรงว่าท่านอ๋องจะอุ้มลำบาก""ข้าอุ้มได้ นางตัวเบาราวกับลูกนก"ไม่ทันที่ทุกคนจะเอ่ยอันใดมู่เฟยเฟยก็ถูกประคองออกมา นางเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ท่านอ๋อง...เชื่อท่านตาเถอะเจ้าค่ะ หม่อมฉันขึ้นเกี้ยวไปจะดีกว่า ชาวบ้านมากมายต่างเฝ้าดู ภาพที่เจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาวท้องแก่คงทุลักทุเลไม่น่ามอง ทรงเชื่อหม่อมฉันนะเพคะ"ซ่งมู่หยางคิดตามก่อนจะพยักหน้า นางพูดถูกภาพที่เขาอุ้มเจ้าสาวท้องโตอาจดูไม่น่ามองนัก เขาเป็นเชื้อพระวงศ์ต้องสำรวมให้มาก จากนั้นจึงหันไปทางมู่หย่งอันและมู่หย่งเหอเอ่ยกับทั้งสองคน"ท่านตาทวดของเสี่ยวเฟยเช่นนั้นก็เอาตามความตั้งใจเดิมพวกท่านเถอะ น้องหญิงพี่จะรอเจ้าที่เกี้ยวเจ้าสาว""เพคะ...พูดง่ายๆแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย""เชื่อเมียแล้วจะเจริญพี่ยังจำได้ น้องหญิงทุกอย่างล้วนฟังเจ้

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   รับเจ้าสาว

    เสียงมโหรีบรรเลงดังกังวานทั่วทั้งเมืองหลวง วันนี้เฉินอ๋องจะแต่งงานกับคุณหนูสกุลมู่เป็นสมรสพระราชทาน ทั่วท้องถนนมีแต่ผู้คนยินดี บางคนก็มารับของโปรยทานได้ยินว่าเฉินอ๋องทุ่มเงินกว่าห้าพันตำลึงเพื่อโปรยหว่านตามทางตอบที่ขบวนรับเจ้าสาวเคลื่อนผ่านมโหรีดังมาจากทางทิศตะวันออกของเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งจวนหลันฮวาขอเฉินอ๋อง เพื่อที่จะไปทิศเหนือของเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของสกุลมู่ ขนมและลูกกวาดรวมถึงเหรียญอีแปะถูกโปรยมาต่อเนื่อง ขบวนเจ้าบ่าวนั้นยิ่งใหญ่มากนัก เฉินหยางอ๋องในฉลองพระองค์สีแดงสดปักลวดลายมงคลด้วยด้ายสีทอง ผมรวบมวยตรึงกลางศีรษะ สวมกว๊านหยกสีขาวปักด้วยปิ่นที่แกะสลักรูปนกอินทรี ดูแล้วองอาจยิ่งนักร่างสูงนั่งตัวตรงบนหลังอาชาตัวสูงใหญ่ ชุดอาภรณ์สีแดงที่สวมใส่นั้นตัดกับขนสีขาวราวหิมะ ขนของมันเงางามราวกับหยกมันแพะที่ราคาแพงและหายาก เขามองตรงไปข้างหน้า ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกสลักยิ้มเล็กน้อย คุณหนูที่มาดูขบวนรับเจ้าสาววันนี้ต่างก็แอบเสียดาย ชายงามเพียงนี้เหตุใดก่อนหน้าพวกนางถึงไม่เคยเจอกันนะ เจิ้นเป่ยอ๋องที่มากับน้องชายยิ่งทำให้ขบวนวันนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม แม่ทัพไร้พ่ายขี่อาชาเคียงคู่แม่ทัพบูรพาพยัคฆ

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   แต่งตั้งรัชทายาท

    ซ่งมู่หยางลูบศีรษะเด็กหนุ่ม เสด็จพี่มีพระดำริจะแต่งตั้งเขาเป็นรัชทายาท และสถาปนาหลินกุ้ยเฟยเป็นฮองเฮา ส่วนสตรีที่ตำหนักเย็นคนนั้นมีส่วนในการจากไปของเสด็จปู่และเสด็จย่าของเขา แต่เรื่องนั้นเกิดตอนที่เขายังไม่เกิด จะไปหาความนางก็จะดูไม่สมเหตุสมผล ซ่งมู่หยางเอ่ยถามหลานชายเกี่ยวกับบทลงโทษสนมหลี่"ฝ่าบาททรงกักขังสนมหลี่ไว้ตำหนักเย็น พระองค์ทรงอยากให้มารดาเจ้าลงโทษนางด้วยตนเอง หลินกุ้ยเฟยได้พบนางหรือยัง"ซ่งเทียนนอวี้ถอนหายใจเบาๆก่อนจะตอบกลับ"เสด็จแม่ทรงพระทัยดีเกินไป พระองค์ไม่อยากให้เป็นเวรกรรมต่อกัน แต่ตอนที่สกุลหลี่ทำกับพวกเรานั้นพวกเขาไม่ได้นึกถึงเวรกรรมสักนิดพ่ะย่ะค่ะเสด็จอา""อืม..นางเป็นคนจิตใจดี อวี้เอ๋อร์ไม่ว่าเจ้าจะเป็นองค์ชาย หรืออนาคตจะเป็นอ๋องหรือว่าฮ่องเต้จำไว้ว่าคนที่เจ้าควรให้ความสำคัญที่สุดคือมารดาของเจ้า สตรีที่ไม่เคยลำบากกลับยอมปักผ้าขาย ยอมกินรากไม้ยอมให้คนดูถูกต่างๆนาๆเพื่อแลกกับการที่ให้เจ้ามีชีวิตรอด ไม่มีใครรักเจ้าได้เท่านางอีกแล้ว""พ่ะย่ะค่ะหลานจะจำไว้ เสด็จอาจะอยู่ที่จวนหลันฮวาใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ""อืม..อีกสามวันจะถึงงานแต่ง ตามประเพณีมิอาจเจอหน้ากัน ข้าคิดถึงนาง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status