Share

ท่านเทพฯ

last update Tanggal publikasi: 2025-07-01 14:28:15

“นังหนูเอ้ย นังหนูจิน ลุกขึ้นมาคุยกันก่อน” เสียงชายชราดังขึ้นข้างเตียง จินได้แต่งัวเงียลืมตาขึ้นมองด้วยยังปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ยังไม่ได้ อันที่จริงเธอยังอยากนอนคิดอะไรต่อมิอะไรอีกสักพัก แต่ด้วยความอ่อนแอของร่างนี้นางจึงหลับไปอย่างไม่ทันรู้ตัว

“คุณตาเป็นใครคะ เข้ามาในห้องนอนหนูได้ยังไง ปี้หรู ปี้หรู” จินได้แต่คว้าผ้าห่มขึ้นมากอด หันซ้ายหันขวามองหาอาวุธอย่างลุกลี้ลุกลนพร้อมร้องเรียกปี้หรูที่นอนอยู่ห้องข้าง

“ใจเย็นๆ นังหนู เมื่อสักครู่เจ้ายังเรียกหาข้าอยู่หยก ๆ ส่วนสาวใช้ของเจ้าไม่ต้องเรียกหรอก ข้าทำให้นางได้หลับสบาย นางเหนื่อยเพราะเจ้ามาหลายวันแล้ว” ชายชราตรงหน้าอมยิ้มบ่งบอกความใจดีพร้อมมองมาที่นาง

“ท่านคือ ท่านเทพไฉ่ซิงเอี๊ยะหรือเจ้าคะ” จินถามออกไปหลังพิจารณาการแต่งกายของชายชราตรงหน้า

“ก็ข้าน่ะสิ เห็นเรียกหาข้าก็เลยแวะมาดูสักหน่อย” พูดพร้อมทั้งนั่งลงบนเก้าอี้ที่เพิ่งโผล่ออกมาจากอากาศทำเอาจินตาเหลือก

“จิน คารวะท่านเทพเจ้าค่ะ” จินพยายามจะคุกเข่าลงข้างเตียงแต่กลับทำไม่ได้ คล้ายมีมือที่มองไม่เห็นจับนางนั่งลงพิงหัวเตียงพร้อมผ้าห่มคลุมอกให้นางอย่างอบอุ่น จินได้แต่ก้มศีรษะทำความเคารพ

“เรียกข้าว่าท่านตาเถอะ ข้ามีเวลาไม่มากแต่ก็จะตอบในสิ่งที่เจ้ากำลังสงสัย ทว่าลิขิตฟ้าไม่อาจเปิดเผย ข้าตอบได้เพียงมันเป็นชะตาของเจ้า หากเจ้าเห็นสิ่งใดที่คิดว่าไม่ถูกไม่ควรก็จงแก้ไขให้มันเป็นไปตามที่ควร จะได้เป็นตามที่เจ้าเคยอธิฐานไว้ว่าอยากกลับไปแก้ไขในสิ่งที่เคยทำผิดพลาด ต่อไปนี้เจ้าจงใช้ชีวิตในฐานะตู้จินจินให้ดี” ท่านเทพตอบคำถามที่จินได้รำพึงไว้ก่อนหลับไป

“แต่ท่านตาเจ้าขา จินจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ อาหารการกินก็ไม่คุ้น อากาศก็ร้อน แอร์ก็ไม่มี รายได้ก็ไม่มี” เมื่อท่านเทพให้ความเอ็นดู ก็อดบ่นให้ฟังไม่ได้

“เอาเถอะนังหนู เห็นแก่ที่เจ้าขยันทำงานหาเงินในชาติที่แล้ว ข้าจะให้บ้านเก่าของเจ้าและอาหารแปรรูปทั้งหมดที่เจ้ามีในโรงงาน แค่นึกถึงเจ้าก็สามารถเข้าไปในนั้นหรือจะนำของจากในนั้นออกมาก็ได้” ท่านเทพกล่าวพร้อมยื่นมือมาวางเหนือศีรษะจนจินรู้สึกอุ่นทั่วร่างจึงได้เอามือออก

“เท่านี้หรือคะท่านตา” จินได้แต่มองไปรอบ ๆ กาย ไม่เห็นมีสิ่งใดเปลี่ยนไป

“ข้าช่วยเจ้าได้แค่นี้แหละ ส่วนเรื่องของโลกนี้ เดี๋ยวเจ้าก็ได้เจอผู้ชี้แนะ จำไว้นะ เจ้าน่ะมันคนแปลก ถ้าเมื่อใดได้เจอคนแปลกเช่นเจ้าก็คบหาเอาไว้เถอะ เอ้า ก่อนข้าจะไปเจ้าลองนึกถึงสิ่งที่เจ้าเคยมี รึจะนึกถึงห้องแอร์เย็นฉ่ำของเจ้าก็ได้ อ้อ ไม่ต้องกลัวจะเสียค่าไฟค่าน้ำ ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงมิติในใจ เจ้าเพียงแต่อย่าให้บุคคลที่สามรับรู้เป็นพอ” กล่าวเสร็จท่านเทพฯก็ส่งยิ้มพร้อมมองออกไปนอกหน้าต่าง

“หลานจะลองดูเจ้าค่ะ ห้องนอนแสนสบาย อุ้ย เข้ามาได้จริงๆ ด้วย ตู้เซฟลองเปิดดูหน่อย ว้าวว ทองแท่งกับเครื่องประดับทั้งหมด โต๊ะเครื่องแป้ง เครื่องสำอาง ลองไปโรงงานดูดีกว่า ตุบ โอ้ย ทำไมเป็นอย่างงี้” จินหงายหลังลงบนเตียงนอนสี่เสาด้วยอาการงุนงง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าเด็กน้อย ข้ากล่าวว่าอาหารแปรรูปมิใช่โรงงานอาหารแปรรูป เจ้าเพียงแค่นึกถึงมันก็ออกมาแล้วจะต้องไปที่โรงงานทำไมกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ท่านเทพฯขำในความซุ่มซ่ามของจิน ทั้งยังส่ายหัวด้วยความเอ็นดู

จินลองยื่นมือออกมาแล้วนึกถึงติ่มซำหม้อร้อน สินค้าตัวล่าสุดที่เธอยังไม่ทันเปิดตัวก็ต้องมาตายเสียก่อน

“อุ้ย ได้แล้วๆ ชุดติ่มซำหม้อร้อนไม่ต้องใช้เตา มื้อเช้าเบาๆ ที่คุณคู่ควร” ด้วยความดีใจ จินจึงหลุดพูดสโลแกนสินค้าที่เธอคิดไว้ออกมาด้วย

“ในเมื่อเจ้าได้ในสิ่งที่พอใจแล้วข้าก็จะกลับละ” ท่านเทพฯกล่าวพร้อมตั้งท่าจะหายตัวจากไป

“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านตา ติ่มซำนี้หลานขอใช้สักการะท่านตาได้มั้ยเจ้าคะ” จินยื่นส่งติ่มซำหม้อร้อนในมือเธอไปทางท่านเทพฯ ด้วยสองมือ

“ถ้าเจ้าไม่ว่าอะไรข้าขอเปลี่ยนเป็นข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวกับส้มตำสัก 2 ชุด แล้วก็ชานมไข่มุกสัก 2 กระป๋องละกัน ข้ามีนัดกับเจ้าเสินหนงพอดี แล้วก็เจ้าสามารถส่งอาหารให้ข้าด้วยการตั้งโต๊ะบูชาแล้วจุดธูปไหว้ ที่สำคัญข้าเบื่ออาหารจีนกับชาจีนเต็มทนแล้ว” กว่าท่านเทพจะกล่าวจบ จินก็นำอาหารตามออเดอร์ออกจากมิติมาวางตรงหน้าท่านเทพฯ ครบถ้วนพอดี

“เห็นแก่ของกินของเจ้า ข้าขอเตือนอีกอย่าง ในเรือนนี้มีผู้ไม่หวังดีต่อเจ้า จงระวังตัวให้ดี ข้าไปล่ะ” สิ้นเสียงร่างของท่านเทพฯก็หายไปทันที

จินได้แต่คุกเข่าลงโขกศีรษะสามครั้ง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพแด่ท่านเทพไฉ่ซิงเอี๊ยะที่กรุณามาไขข้อข้องใจและให้พรกับตน ก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้งพร้อมทั้งนึกถึงห้องนอนของตน ดีจริง ๆ ไม่ต้องทนนอนร้อนตับแตกแล้ว แถมมีห้องน้ำชักโครกแสนสบายพร้อมอ่างจากุซซี่ที่ตั้งแต่ติดตั้งมาเธอเพิ่งใช้ไปแค่สองครั้ง ก็งานมันยุ่งนี่นา เวลานอนยังแทบไม่มี

“พระชายาเพคะ ตื่นเถิดเพคะ เดี๋ยวแดดแรงจะเดินออกกำลังมิได้นะเพคะ” เสียงเสี่ยวมี่ที่ปี้หรูให้มาปลุกพระชายาแทนเนื่องจากนางตื่นสาย เสี่ยวมี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน พี่ปี้หรูจอมเข้มงวดของนางเหตุใดวันนี้จึงตื่นสายนัก ปกติตื่นตั้งแต่ตีสี่แถมเป็นฝ่ายปลุกนางแทบทุกครั้ง

“พระชายา ท่านอยู่ไหนเพคะ” เสี่ยวมี่ตกใจมากเพราะพระชายาของนางไม่อยู่ในห้องบรรทมอย่างที่ควรจะเป็น

‘ตายละยังไม่ได้แต่งตัวเลยทำไงดี ให้โผล่ไปทั้งอย่างนี้เสี่ยวมี่หัวใจวายแน่ๆ ไปโผล่ที่ห้องน้ำเลยได้มั้ยนะ’ จินรีบใส่ชุดชั้นในแบบบิกินี่ที่เธอเคยชินพร้อมนึกถึงห้องน้ำในห้องบรรทมของเธอ ทันใดนั้นร่างบางก็ปรากฏขึ้นในห้องน้ำทันที

“ข้าอยู่ในห้องน้ำเจ้าหยิบเสื้อผ้าเข้ามาให้ที” พูดพร้อมทำเสียงกุกกักให้เสี่ยวมี่ได้ยินจะได้คิดว่านางอยู่ในนี้แต่แรก

“บ่าวกำลังคิดว่าจะเดินมาดูในนี้พอดีเลยเพคะ เหตุใดพระชายาสรงน้ำเงียบนักเพคะ” เสี่ยวมี่เดินมาให้ห้องน้ำพร้อมชุดฮั่นฝูสีน้ำเงินเข้ม

‘นั่นมันชุดพระชายาแน่รึ’ จินรับมาใส่โดยมีเสี่ยวมี่คอยช่วยพลางนึกกังขาในใจ เหตุใดชุดที่มีสีสันช่างไม่สดใสเอาเสียเลย ตู้จินจินเป็นสาวน้อยเยาว์วัยคงไม่มีใจชมชอบสีทึบทึมเช่นนี้ คงไม่พ้นอนุเจียวผู้มีอำนาจจัดการเรือนหลังจัดหามาให้อีกตามเคย

หลังจากรับมื้อเช้าที่ริมระเบียงหน้าเรือน โดยนางให้ป้าชุ่ยทั้งสองยกโต๊ะตัวเล็กพร้อมเก้าอี้มาวาง ที่เรียกว่าป้าชุ่ยทั้งสองเพราะทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน เป็นคนเก่าแก่ของจวน คนพี่ชื่อชุ่ยหลัน คนน้องชื่อชุ่ยหัวนางจึงขอเรียกว่าป้าต้าชุ่ยกับป้าเสี่ยวชุ่ยเพื่อลดการสับสน ซึ่งป้าทั้งสองก็ยินดีและดีใจมากที่พระชายาใส่ใจพวกตน

หลังจากเดินออกกำลังเสร็จและกำลังนั่งพัก อนุเจียวให้เสี่ยวอิงสาวใช้คนสนิทมารายงานว่า ‘เรือนริมบึงจัดเสร็จแล้ว’ คงเพราะเป็นเรือนลำลองที่ต้องเตรียมพร้อมไว้คอยรับแขก จึงมีการทำความสะอาดอยู่อย่างสม่ำเสมอ

“ไป พวกเราไปดูกัน ท่านป้าต้าชุ่ยรบกวนท่านไปตามหวังซีฉวนไปพบข้าที่เรือนริมบึงด้วย” หลังชวนปี้หรู เสี่ยวมี่และป้าเสี่ยวชุ่ยเสร็จ จึงสั่งให้ป้าต้าชุ่ยไปตามหวังซีฉวนให้นาง เนื่องจากองค์ชายรองได้รับสั่งให้เขา ไปอยู่ที่เรือนด้านนอกของเรือนริมบึงเพื่อขับรถให้นาง นางก็อยากจะทำความรู้จักกับเขา พร้อมทั้งให้เขาได้จัดการที่พักอาศัยไปพร้อมกัน เพราะหากนางย้ายเข้าไปอยู่ในเรือนริมบึงแล้ว จะไปจัดการเรือนพักของเขาอีกคงไม่สมควร ส่วนป้าเหอผู้มีหน้าที่เฝ้ายามหน้าประตูเรือนนั้นตอนนี้เป็นเวลานอนของนางตอนเย็นค่อยเรียกนางมาพูดคุย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามภพมาเป็นเมียหลวงยืนหนึ่ง   ตอนพิเศษ

    เพื่อนร่วมรุ่นม.ต้นที่สนิทสนมและรักกันมาก จำนวน 4 คนพร้อมทั้งน้องสาวของเพื่อนอีกหนึ่งคนในกลุ่มที่อายุไล่เลี่ยกันทำให้พลอยสนิมสนมกับเพื่อนๆ ของพี่สาวไปด้วย ทั้ง 5 คนมีจุดร่วมกันอีกอย่างที่คนภายนอกไม่ทราบนั่นก็คือความความเคารพนับถือในท่านเทพไฉ่ซิงเอี๊ยะเทพเจ้าแห่งโชคลาภนั่นเองวันนี้ห้าสาวนัดรวมกันไปกินข้าวกลางวันที่ห้างดังแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง หนุงหนิงที่พาอุ๊งอิ๊งลูกสาวจินไปประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียนประจำจังหวัดแทนจินที่ติดประชุมผู้ถือหุ้นก่อนจะมารวมตัวกับทุกคน เป็นเหตุให้ได้เห็นนายเจนภพสามีจอมเจ้าชู้ของจินที่อ้างว่าป่วยต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพากิ๊กและลูกติดไปประชุม บังเอิญว่าลูกติดของผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนห้องเดียวกับน้องอุ๊งอิ๊งลูกสาวของจิน เธอเลยให้อุ๊งอิ๊งทำทีถามทางไปบ้านของเด็กคนนั้นและเอามาบอกให้จินฟังหลังทานข้าวเสร็จ เพราะกลัวเพื่อนจะไม่ได้กินข้าวกินปลา แต่กระนั้นจินก็รีบร้อนออกไปหาเจนภพตามที่อยู่นั้นทันทีที่หนุงหนิงเล่าจบเนื่องจากเธออนุญาตให้เจนภพสามีจอมเจ้าชู้มีภรรยาน้อยได้ตลอดขอเพียงให้บอกเธอ เธอจะได้พาเจ้าหล่อนไปตรวจร่างกายเพื่อหลีกเลี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และได้จ

  • ข้ามภพมาเป็นเมียหลวงยืนหนึ่ง   มัลติเวิร์ส (Multiverse) ของอาจิน

    “ตั้งแต่วันที่ข้าฟื้นขึ้นมาก็พบว่ารอบๆ ตัวของข้าเปลี่ยนไป ข้าต้องใช้ชีวิตในร่างของใครอีกคนหนึ่ง ดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากท่านเทพไฉ่ซิงเอี๊ยะที่ข้านับถือ และยังได้พบเจอสหายดีๆ ที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพกายและใจให้ข้าเช่นฮัวตั่วเอ๋อ และไป๋เหลียนฮวาที่ปรึกษาในการใช้ชีวิต รวมถึงหวงเฟิ่งและจินหลิงหลิง ทั้งสี่นางทำให้ข้าคิดถึงสหายสนิททั้งสี่ในภพเดิม และต้องไม่ลืมกล่าวถึงอาเม่ยที่ทำให้ข้าหายคิดถึงอุ๊งอิ๊งลูกสาวข้าที่มีวัยใกล้เคียงกับนาง ท่านตาบอกข้าว่าคำอธิฐานของข้าทำให้ข้าได้ย้อนกลับมาแก้ไขชะตาของตนเอง ข้าจึงมิได้เสียใจนักที่ตู้จินจินคนเดิมตายไปเพราะนางก็คือข้าและข้าก็คือนาง เพียงแต่นี่คงจะเรียกว่าว่า ‘อดีตชาติ’ คงมิได้ แต่มันน่าจะเรียกว่า มัลติเวิร์ส1 ที่มีตัวตนของเราอีกคนหนึ่ง ในโลกอีกใบหนึ่ง ซึ่งมีจุดกำเนิด แนวคิด วีถีชีวิต และจุดจบแต่งต่างกันไป และมิจำเป็นว่าต้องมีแค่หนึ่งหรือสองตัวตนเท่านั้น และแม้ว่าแต่ละตัวตนในแต่ละโลกจะต่างฝ่ายต่างดำรงชีวิตกันไปโดยไร้ซึ่งความเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นในภพใดภพหนึ่งอาจส่งกระทบถึงภพอื่นๆ ไปด้วยได้เช่นกัน” หลังจากที่เล่าเรื่องราวโดยละเ

  • ข้ามภพมาเป็นเมียหลวงยืนหนึ่ง   ความลับของตู้จินจิน (2)

    “นังหนู นังหนูจิน อย่ามัวแต่นอนอยู่เลย สงสารสวามีเจ้าบ้างเถิด เคราะห์ครั้งสุดท้ายของเจ้าผ่านไปแล้ว” เสียงอ่อนโยนของเทพชราปลุกให้จินมีสติขึ้นมาในความฝัน “ท่านตาเจ้าขา ท่านตาช่วยหลานไว้ใช่ไหมเจ้าคะ หลานกราบขอบคุณเจ้าค่ะ” พร้อมคำพูดร่างแน่งน้อยกุลีกุจอลุกขึ้นยอบกายลงกราบแทบเท้าท่านเทพที่นางเคารพยิ่ง “คราวนี้นับว่าเป็นกุศลที่เจ้าช่วยหลีกเลี่ยงสงครามครั้งใหญ่ทำให้ผู้คนมากมายรักษาชีวิตไว้ได้ เรียกว่าเป็น ‘บุญรักษา’ อย่างแท้จริงก็ว่าได้” “เป็นเช่นนี้เอง ว่าแต่นี่หลานเข้ามาในมิติได้แถมยังพาสวามีมาได้อีกด้วย เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้เจ้าคะ ท่านตาเคยบอกหลานว่ามีเพียงหลานเองที่สามารถเข้าออกมิติแห่งนี้ได้” แม้ว่าจะดีใจที่พาสวามีหลบภัยเข้ามามิติได้แต่ก็ยังไม่วายสงสัยจนต้องตั้งคำถาม “ในภพเดิมของเจ้าก็มีคำกล่าวว่า ‘สามี-ภรรยา เหมือนดั่งคนคนเดียวกัน’ มิใช่รึ” เสียงตอบเรียบๆจากท่านเทพชราพาให้จินคิดตามและเมื่อคิดได้ว่า นางและเขาได้ผ่านการเข้าหอซึ่งถือว่าเป็นสามี-ภรรยากันแล้ว ใบหน้าเรียวพลันขึ้นสีแดงด้วยความขวยเขิน “ข้ามิได้หมายถึงเรื่องนั้น แต่หมายถึงการที่

  • ข้ามภพมาเป็นเมียหลวงยืนหนึ่ง   ความลับของตู้จินจิน (1)

    หลังสรุปผลการชิงธง และรับประทานมื้อเช้าอันอุดมสมบูรณ์ที่พระชายาตู้สั่งมาจากภัตตาคารชิมเมฆา แม้กับข้าวจะมีเพียงต้มจืดซี่โครงหมูกับผักกาดดองไว้ซดให้คล่องคอ และผัดกะเพราหมูสับไข่ดาวที่เติมได้ไม่อั้นครานี้การพรางตัวเป็นไปอย่างง่ายดายเพราะองครักษ์เงานั้นมีการฝึกแปลงโฉมกันอยู่ก่อนแล้ว ตู้จินจินให้ช่างแต่งหน้าจากคณะละครของไป๋เหลียนฮวามาสอนเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยก็เรียกได้ว่าไร้ที่ติ เป้สัมภาระถูกซุกซ่อนในหีบเสื้อผ้า อาหารแห้งปะปนกันทั้งจริงและหลอก อาหารทะเลตากแห้งและเกลือในปริมาณตามที่ได้รับอนุญาตถูกบรรจุไว้ในถังไม้ หรือแม้กระทั่งห่อกระดาษน้ำมันที่ตีตราว่าเป็นใบชา ด้านในกลับเป็นเกาเฟยคั่วบดในซองผ้ากับน้ำตาลอ้อยชนิดผงกองกำลังถูกแบ่งกลุ่มและพรางตัวเพื่อออกเดินทางแล้วแยกย้ายกันไปในรูปลักษณ์ต่างๆ โดยแบ่งกำลังออกเป็น 5 กลุ่ม ทำทีเป็นพ่อค้าบ้าง เป็นคณะละครที่กลับจากแคว้นต้าจินบ้าง ทุกกลุ่มเดินทางทั้งกลางวันกลางคืน เมื่อถึงเมืองชายแดนหลังออกเดินทาง 3 วัน จึงตั้งค่ายพักผ่อนให้เต็มที่ 2 วัน จากนั้นจึงเดินทางเข้าประชิดเป้าหมายคือค่ายโจรเผ่าปาสู่แผนการรบถูกวางและซักซ้อมกันไปแล้วในการฝึกพิเศษ ตู้จินจินถ

  • ข้ามภพมาเป็นเมียหลวงยืนหนึ่ง   ชิงธง (2)

    เมื่อทุกคนตื่นมารับประทานอาหารเย็นในยามโหย่ว เหตุการณ์ที่พวกเขารับรู้ได้ก็ยังไร้วี่แววการบุกหรือถูกบุกจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยสิ้นเชิง ดีที่มื้อเย็นวันนี้เป็นอาหารปิ้งย่างที่ตู้จินจินให้ทางภัตตาคารชิมเมฆาส่งเนื้อสัตว์เสียบไม้สลับกับผักและผลไม้และมีน้ำหมักที่เอาไว้ทาไปย่างไปมาอีก 2 แบบ คือแบบเผ็ดมากและเผ็ดน้อย ส่วนคนที่ไม่เผ็ดนั้นคือเนื้อสัตว์แต่ละชนิดก่อนจะนำมาเสียบสลับกับผักผลไม้ที่ถูกหมักกับน้ำมันงาและเหล้าอย่างดีมาก่อนแล้ว “เจ้าว่าพวกเขาจะเริ่มบุกกันเมื่อใดหรือ” ฮัวตั่วเอ๋อที่ไม่ได้พักผ่อนยามบ่ายเอ่ยถามขึ้น และอีกหลายคนก็ยังจัดการงานในมือมิแล้วเสร็จ “หลังกลางยามโฉ่วไปแล้วกระมัง หากให้คำนวณตามหลักการของคนปกติ ช่วงนี้จะเป็นเวลาที่กำลังหลับลึกที่สุด แต่ว่าข้าก็มิอาจยืนยันได้เพราะพวกเขาผ่านการฝึกให้ต่างจากคนทั่วไป หากใครต้องการพักผ่อนก็ตามสบาย หากมีความเคลื่อนไหวข้าจะให้คนไปปลุกพวกท่านเอง” ตู้จินจินเองก็เพิ่งพักสายตาไปไม่นานเพราะมัวแต่ถูกก่อกวนจากพระสวามีก็รู้สึกง่วงอยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะไม่ได้มีอะไรเกินเลยเพราะต่างก็เกรงใจดวงตะวันที่ยังไม่ตกดิน ทั้งยังมิได้พักอยู่ในจวน

  • ข้ามภพมาเป็นเมียหลวงยืนหนึ่ง   ชิงธง (1)

    “กลุ่มเลขคี่ประชุมด่วน” เสียงเรียกประชุมดังขึ้นกลางสวนผลไม้ในชมเมฆา แต่กลับไร้วี่แววของกำลังพลกลุ่มเลขคี่ที่ควรจะมารวมตัวกันเพื่อรับฟังการประชุม องค์ชายรองและพระชายามองหน้ากัน ในสายตามีรอยยิ้มน้อยๆ จนเมื่อหยางต้าซานหยิบนกหวีดทองเหลืองออกมาเป่าเป็นจังหวะสั้นยาวสลับกันสามครั้งจึงเริ่มมีกำลังพลทยอยกันมารวมกลุ่มจนครบทุกนายภายในเวลาเพียงชั่วอึดใจ แสดงให้เห็นได้ชัดถึงระเบียบวินัยและความมั่นคงในจิตใจของกำลังพลที่มิเชื่อคำสั่งของผู้ใดโดยง่าย “ทุกคนพรางตัวได้ดีมาก เรื่องบทลงโทษจึงละเว้นให้ แต่อย่าลืมว่าในยามศึกการลงโทษคือชีวิต คืนนี้ฝ่ายเลขคี่เลือกเป็นฝ่ายบุก ดังนั้นภารกิจที่พวกเจ้าได้รับคือ บุกไปชิงธงสัญลักษณ์ของฝ่ายเลขคู่มาให้ได้ก่อนฟ้าสาง โดยที่ต้องรักษาธงสัญลักษณ์ของฝ่ายตนเองเอาไว้ให้ได้ด้วย โดยทั้งสองฝ่ายต้องสร้างหอธงขึ้นมาในส่วนใดก็ได้ของค่ายพัก และภารกิจจะเริ่มเมื่อตะวันตกดิน นี่คือพลุสีเหลือง พวกเจ้าติดตัวไว้คนละ 1 ดอก หากชิงธงมาได้แล้วให้จุดพลุขึ้นทันทีแล้วภารกิจจะเป็นอันเสร็จสิ้น ส่วนแผนการทั้งหมดให้พวกเจ้าหารือกันเอง ครูฝึกและพวกข้าจะคอยสังเกตการณ์ ห้ามมิให้ถึงแก่ชีวิตและห

  • ข้ามภพมาเป็นเมียหลวงยืนหนึ่ง   ไป๋เหลียนฮวากับขนมอบ

    “เจ้าจะเอาพื้นที่ไปทำอันใด จวนบิดาเจ้าออกใหญ่โต ไหนจะศาลาไร้ทุกข์นั่นอีก” ตู้จินจินรู้สึกประหลาดใจเมื่อรู้ว่าสหายก็ต้องการเช่าพื้นที่เช่นกัน“ข้ามีความคิดของข้าแล้วกัน ไว้เจ้ายินยอมให้เช่าแล้วข้าจะบอก” ฮัวตั่วเอ๋อแกล้งอมพะนำ“เฮ้อ ข้ายังตัดสินใจอันใดไม่ได้ดอก เพราะยังมิเห็นสถานที่จริงเลยสักครั้ง” แ

  • ข้ามภพมาเป็นเมียหลวงยืนหนึ่ง   พยากรณ์มิใช่เดา #รักมิใช่ดวงดาวเมื่อพราวแสง

    “แม่นางไป๋เจ้าคะ พี่อาจินกับพี่ตั่วเอ๋อเป็นพี่สาวของข้า ท่านจะรับข้าเป็นน้องสาวด้วยได้หรือไม่” กงซุนเสี่ยวเม่ยตื่นเต้นยิ่งนัก แม้จะเคยได้ยินชื่อเสียงของเทพธิดาพยากรณ์มาได้สักพัก วันนี้ตัวจริงกลับมายืนอยู่ตรงหน้า อีกทั้งดูท่าทีว่าจะเป็นคนอัธยาศัยดีและน่าคบหาอีกด้วย“เจ้าควรต้องถามพี่สาวทั้งสองของเจ้

  • ข้ามภพมาเป็นเมียหลวงยืนหนึ่ง   หอชมเมฆา

    สิ่งที่อยู่บนหนังสัตว์แผ่นนั้นคล้ายแผนผังสถานที่แห่งใดสักแห่ง โดยสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือหอแปดเหลี่ยมสูงแปดชั้นหลังหนึ่ง โดยมีป้ายกำกับอาคารหลังนั้นว่า ‘หอชมเมฆา’ รายรอบหอแปดเหลี่ยมนั้นยังมีสิ่งปลูกสร้างอีกหลายหลัง ทั้งทางเดินจากประตูใหญ่ สะพานข้ามลำธาร และป่าไผ่สระบัวและที่ดินที่ดูคล้ายแปลงนาเมื่อ

  • ข้ามภพมาเป็นเมียหลวงยืนหนึ่ง   มรดกและการส่งต่อ

    “ส่วนคนสุดท้าย ผู้ดูแลอาหารและการจัดเลี้ยงรูปแบบใหม่ที่ข้าไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน หลานสะใภ้คนแรกของข้า ตู้จินจิน” ตู้จินจินจำต้องเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าไทเฮาตามเสียงเรียกจากพระนาง สิ่งที่ไทเฮายื่นมาตรงหน้ากลับเป็นป้ายหยกแผ่นหนึ่งซึ่งบรรจุอยู่ในกล่องไม้ขนาดใหญ่ บนตัวป้ายสลักอักษร ‘ชมเมฆา’ ด้านล่างเหมือน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status