ข้ามภพมาเป็นเมียหลวงยืนหนึ่ง

ข้ามภพมาเป็นเมียหลวงยืนหนึ่ง

last updateDernière mise à jour : 2025-07-01
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
8
1 Note. 1 commentaire
100Chapitres
5.1KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เมื่อจิน กาญจนาสาวนักธุรกิจอาหารแปรรูป ยุ่งจนไม่มีเวลาจนต้องยอมให้สามีมีกิ๊กจนเป็นเหตุแห่งความตาย เมื่อเธอฟื้นมาในอีกภพหนึ่งในตำแหน่งพระชายาที่แถมมาด้วยอนุอีกหลายนาง

Voir plus

Chapitre 1

พระชายาตู้จินจิน

“พระชายาเพคะ เสวยน้ำแกงโสมสักหน่อยเถิดเพคะ” เสียงอ่อนใจของนางกำนัลคนสนิทที่ติดตามตู้จินจิน ต้ากงจู่1แห่งแคว้นสู่ผู้ถูกส่งมาบรรณาการแด่แคว้นต้าจินหลังแพ้สงคราม แต่ฮ่องเต้แคว้นต้าจินกลับพระราชทานนางให้กับองค์ชายรองผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน แม้ว่าเขาจะรูปงามและจิตใจดี ทว่าเขามีอนุอยู่ในเรือนมากมาย นางผู้เกิดมาในราชวงศ์ที่ยึดถือธรรมเนียมคู่สามีภรรยาเดียวมีหรือจะยอมรับได้ เป็นเหตุให้ตู้จินจินตรอมใจจนร่างกายทรุดโทรม

“วางไว้ก่อนเถิดปี้หรู ขอข้านอนสักงีบ เดี๋ยวตื่นแล้วข้าจะกินเอง” เสียงอ่อนแรงตอบมาจากในม่านมุ้ง

“ถ้าอย่างนั้นบ่าวจะไปเอากำยานสงบใจมาจุดถวายนะเพคะ” ปี้หรูทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แล้วรีบเดินออกไปที่เรือนท่านหมอเฉียน ผู้เป็นหมอประจำจวนเพื่อเบิกกำยานสงบใจ

อึดใจต่อมามีเสียงกุกๆ กักๆ คล้ายคนจุดกำยานแว่วมาจากโต๊ะริมหน้าต่าง ตู้จินจินที่หนังตาหนักอึ้งมิได้ลืมตาดูเพราะเข้าใจว่าเป็นปี้หรู เธอสูดหายใจลึกๆ สองสามครั้งแล้วหลับไป

ผ่านไปครู่ใหญ่ ปี้หรูเดินกลับจากเรือนท่านหมอ นางรีบเข้าไปดูอาการพระชายาด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นร่างบางนอนนิ่ง กระบังลมที่เคยขยับขึ้นลงเบาบางผะแผ่วตามจังหวะกลับไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวในตอนนี้ ปี้หรูถลาเข้าไปคว้าข้อมือของพระชายาขึ้นมาควานหาชีพจรตามที่ท่านหมอเคยสอนตน

เนื่องจากพักหลังมานี้พระชายามักเอาแต่นอน ไม่กิน ไม่ดื่ม จนไร้เรี่ยวแรง แม้ท่านหมอจะจัดยาบำรุงตำรับใดให้ นางก็ได้แต่อาเจียนออกมาหมด  ปี้หรูจับชีพจรอยู่ครู่หนึ่งจนมั่นใจได้ว่าตนไม่ได้เข้าใจผิดไปเอง

ร่างเย็นเฉียบของพระชายาตู้ไร้ชีพจรและสัญญาณชีพใดๆ นางจึงร้องเรียกเสี่ยวมี่ นางกำนัลชั้นรองที่มีหน้าที่ดูแลภายในจวนให้มาคอยบีบนวดฝ่ามือฝ่าเท้าของพระชายาตู้ด้วยหวังว่าเลือดลมจะเดินสะดวกขึ้นมาบ้าง แล้วจึงให้บ่าวหญิงร่างใหญ่รีบไปแจ้งท่านหมอเฉียนที่เรือน จากนั้นปี้หรูรีบไปที่เรือนหน้าเพื่อแจ้งองค์ชายรองผู้เป็นพระสวามีของพระชายาตู้และเจ้าของจวน

“องค์ชายรองเพคะ แย่แล้วเพคะ” ตัวยังไม่ทันถึงห้องหนังสือ แต่ด้วยความร้อนใจปี้หรูส่งเสียงนำไปก่อน พร้อมทั้งวิ่งมาชะงักหน้าห้องหนังสือขององค์ชายรอง

“เสียงดังอะไร องค์ชายทรงเจรจาการค้าสำคัญกับท่านคหบดีมู่อยู่” พ่อบ้านเฉินหันตัวเข้ากันมิให้ปี้หรูเข้าห้องหนังสือ

“ท่านหลีกไปเถิดพ่อบ้านเฉิน ข้ามีเรื่องด่วนต้องทูลองค์ชาย” ปี้หรูไม่ยอมแพ้ พยายามจะแทรกตัวผ่านไปให้ แต่พ่อบ้านเฉินจอมกันท่าผู้นี้มิได้ยอมให้นางผ่านไปง่ายๆ ในเวลาปกติจะบ่ายเบี่ยงไม่ให้นางพบองค์ชายรองเพื่อรายงานเรื่องพระชายาตู้ก็แล้วไป แต่ตอนนี้พระชายาของนางอาการหนัก จะไม่มารายงานได้เยี่ยงไร

“มีอะไรกันอาเฉิน” เสียงนุ่มดังมาจากในห้อง

“มิมีสิ่งใด เดี๋ยวบ่าวจัดการเอง องค์ชายมิต้องกังวลพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านเฉินรายงานในขณะที่มือใหญ่ปิดปากปี้หรูจนเธอพูดไม่ได้

ด้วยความร้อนรน นางกลั้นใจยกเท้าขวาขึ้นจนสุดแล้วดันไปด้านหลัง พ่อบ้านเฉินที่จุกจนพูดไม่ออกลงไปนั่งกองอยู่ด้านข้างประตู นางจึงอาศัยจังหวะนี้พุ่งเข้าไปคุกเข่าหน้าโต๊ะน้ำชาที่องค์ชายรองกับคหบดีมู่ผู้เป็นท่านตาและยังเป็นที่ปรึกษาด้านการค้ากำลังสนทนากันอยู่

ชายต่างวัยทั้งคู่ต่างตกอยู่ในอาการงงงัน ยังมิทันได้เอ่ยปากถาม ปี้หรูรีบคุกเข่าลงโขกศีรษะพร้อมร่ำไห้สะอึกสะอื้น “องค์ชายเพคะ ช่วยพระชายาของบ่าวด้วยเพคะ ฮึก ฮึก” 

“เกิดอะไรขึ้นค่อย ๆ เล่าให้ข้าฟัง ข้าจะได้ช่วยพระชายาของเจ้าได้” ในเสียงนุ่มนวลนั้นเจือไปด้วยความสงสัย

“พระชายา เอ่อ พระชายา ไม่รู้องค์เลยเพคะองค์ชาย บ่าวทั้งเรียกทั้งเขย่า ทั้งจับชีพจร เอ่อ จับชีพจรแทบไม่ได้เลยเพคะ” ปี้หรูละล่ำละลักตอบรวดเดียว พร้อมเอามือลูบอก ไม่ใช่อะไรหรอกนางเกือบบอกไปแล้วว่านางจับชีพจรไม่ได้เลยต่างหาก แต่ก็เกรงว่าองค์ชายจะไม่ให้ไปตามหมอแต่จะให้พาพระชายาของนางไปสุสานราชวงศ์แทนนี่สิ

“เอ้า นี่ป้ายหยกของข้า เจ้ารีบไปที่โรงรถ ให้รถม้าพาไปรับท่านหมอฮัวมา” องค์ชายรองรีบปลดป้ายหยกประจำกายส่งให้ปี้หรู แม้ว่าเขาจะมิได้สนใจชายาเอกที่เสด็จพ่อพระราชทานให้ ก็มิใช่เพราะตัวนางนั้นเป็นบรรณการจากแคว้นสู่ที่ถวายมาเป็นส่วนหนึ่งของสินสงคราม2 แต่เป็นเพราะเขาไม่เคยสนใจหญิงนางใดเลยต่างหาก ถึงจะมีคนถวายบุตรสาวหรือสตรีในบ้านแด่เขามากมาย เขาก็เพียงรับไว้ด้วยความสงสาร แม้แต่อนุเจียว สตรีเพียงคนเดียวที่เขายอมให้ใกล้ชิดและยกหน้าที่จัดการเรื่องในจวนก็เป็นนางกำนัลที่เสด็จย่าประทานให้

ตั้งแต่เขาเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น และตั้งแต่วันที่เขาถูกพิษสุราทำร้ายในครั้งนั้นจนทำให้ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก เขาก็ไม่เคยแตะต้องนางอีกเลย มัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย มองอีกทีก็ไม่เห็นคนแล้ว คงไปตามหมอแล้วสินะ

“นี่ป้ายขององค์ชายรองเลยนะ พวกเจ้าใครก็ได้พาข้าไปตามท่านหมอฮัวทีเถอะ” เสียงอ้อนวอนของปี้หรูแทบจะขาดใจ แต่ไม่มีใครเหลียวแลนางสักคน

“นี่ไม่ใช่เวรของพวกข้า ขืนพวกข้าเอารถออกไปเกิดอะไรขึ้นข้ารับไม่ไหวหรอก” เสียงตอบจากหัวหน้าสารถีอายุน้อยที่อยู่ตรงหน้าปี้หรู แถมยังกอดอกเดินส่ายไปมาด้วยท่าทียียวน ส่วนสารถีอวุโสหลายคนได้แต่มองด้วยความสงสาร จะออกตัวพานางไปก็ใช่ที่ เพราะพ่อบ้านเฉินได้ส่งคนมาสำทับไว้ก่อนหน้าที่ปี้หรูจะมาเพียงไม่ถึงสิบนาที ว่าให้ทุกคนฟังคำของเสี่ยวเฉินหลานชายของพ่อบ้านเฉินเท่านั้น ถึงแม้เฉินเสี่ยวเฉินจะเพิ่งมาทำงานได้ไม่นาน แต่ก็มีตำแหน่งหัวหน้าโรงรถม้าส่วนหัวหน้าคนเก่าที่สั่งงดข้าวเย็นเสี่ยวเฉินเพราะรถม้าที่รับผิดชอบนั้นไม่สะอาด จู่ๆ ก็โดนนักเลงในตลาดซ้อมจนขาหักทำงานไม่ได้

“แล้วเป็นเวรของผู้ใดกัน เหตุใดไม่อยู่ที่โรงรถ” ปี้หรูถามด้วยความสงสัย ปกติทุกแผนกงานของจวนต้องมีคนอยู่เข้าเวรประจำการ

“เจ้าไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายงานของข้า” เสี่ยวเฉินนั่งลงกระดิกเท้าพร้อมจิบน้ำชาที่โต๊ะหน้าโรงรถม้าวางท่าทางดั่งคุณชายน้อย

ตุบ โป๊ก เสียงคุกเข่าลงบนพื้นหน้าโรงรถที่โรยด้วยกรวดเม็ดเล็กตามมาด้วยเสียงโขกศีรษะอย่างแรง “ได้โปรดเถอะพี่ชาย ช่วยส่งคนพาข้าไปตามท่านหมอฮัวทีเถอะ โป๊ก โป๊ก” ตามมาด้วยเสียงโขกศีรษะติดกันอีกสองเสียงจนเหล่าบุรุษที่อยู่ในที่นั้นอดน้ำตารื้นไม่ได้

เสี่ยวเฉินมองออกไป ณ มุมหนึ่งของลานหน้าโรงรถม้ามีชายคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นดอกกุ้ย คนผู้นั้นพยักหน้ามาทางเขา เสี่ยวเฉินหันไปมองปี้หรูด้วยแววตาหาได้ทุกข์ร้อนต่อการโขกศีรษะของนางไม่

“เอาเถอะ เห็นแก่เจ้า ถ้าใครอยากจะพาเจ้าไปก็แล้วแต่ เจ้าไปหาคนสมัครใจเอาเองเถอะ” เมื่อพูดเสร็จเสี่ยวเฉินหันไปมองสารถีที่อยู่เบื้องหน้าทีละคนจนทุกคนไม่กล้าสบตา

“ข้าไปเอง” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังของโรงรถม้า ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว อ้อ หวังซีฉวน คนที่องค์ชายรองพามาอยู่ใหม่นั่นเอง แม้แต่เสี่ยวเฉินก็มิกล้าขวาง

“ขอบคุณพี่ชาย” ปี้หรูทำท่าจะโขกศีรษะให้เขาแต่ชายหนุ่มดึงแขนเสื้อนางไว้

“รีบไปกันเถอะ ป่านนี้พระชายาของเจ้าจะเป็นเช่นไรแล้วก็ไม่รู้” หวังซีฉวนปล่อยแขนเสื้อนางแล้วเดินไปจูงม้าที่เทียมรถเสร็จแล้วออกมาจากโรงรถ เอาตั่งรองเท้าลงมาให้ปี้หรูเหยียบก้าวขึ้นรถ รอจนนางนั่งลงเรียบร้อยแล้วจึงออกรถทันที โดยไม่เสียเวลาแม้แต่จะกล่าวสิ่งใดหรือมองใครๆ ในที่นั้นเลย

1 ต้ากงจู่      องค์หญิงใหญ่

2 สินสงคราม         การชดใช้ค่าเสียหายที่ฝ่ายชนะสงครามเรียกร้องเอาจากฝ่ายพ่ายแพ้

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

Nattery
Nattery
ตัวอักษรเยอะ เลยอ่านข้ามๆ มีทั้งหมอหญิง ทั้งเทพพยากรณ์ ควรจะแนะนำตั้งแต่แรกว่าเป็นนิยายชุด ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2026-01-27 11:38:51
0
0
100
พระชายาตู้จินจิน
“พระชายาเพคะ เสวยน้ำแกงโสมสักหน่อยเถิดเพคะ” เสียงอ่อนใจของนางกำนัลคนสนิทที่ติดตามตู้จินจิน ต้ากงจู่1แห่งแคว้นสู่ผู้ถูกส่งมาบรรณาการแด่แคว้นต้าจินหลังแพ้สงคราม แต่ฮ่องเต้แคว้นต้าจินกลับพระราชทานนางให้กับองค์ชายรองผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน แม้ว่าเขาจะรูปงามและจิตใจดี ทว่าเขามีอนุอยู่ในเรือนมากมาย นางผู้เกิดมาในราชวงศ์ที่ยึดถือธรรมเนียมคู่สามีภรรยาเดียวมีหรือจะยอมรับได้ เป็นเหตุให้ตู้จินจินตรอมใจจนร่างกายทรุดโทรม“วางไว้ก่อนเถิดปี้หรู ขอข้านอนสักงีบ เดี๋ยวตื่นแล้วข้าจะกินเอง” เสียงอ่อนแรงตอบมาจากในม่านมุ้ง“ถ้าอย่างนั้นบ่าวจะไปเอากำยานสงบใจมาจุดถวายนะเพคะ” ปี้หรูทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แล้วรีบเดินออกไปที่เรือนท่านหมอเฉียน ผู้เป็นหมอประจำจวนเพื่อเบิกกำยานสงบใจอึดใจต่อมามีเสียงกุกๆ กักๆ คล้ายคนจุดกำยานแว่วมาจากโต๊ะริมหน้าต่าง ตู้จินจินที่หนังตาหนักอึ้งมิได้ลืมตาดูเพราะเข้าใจว่าเป็นปี้หรู เธอสูดหายใจลึกๆ สองสามครั้งแล้วหลับไปผ่านไปครู่ใหญ่ ปี้หรูเดินกลับจากเรือนท่านหมอ นางรีบเข้าไปดูอาการพระชายาด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นร่างบางนอนนิ่ง กระบังลมที่เคยขยับขึ้นลงเบาบางผะแผ่วตามจังหวะกลับไร้ซึ่งความเคล
Read More
ท่านหมอฮัว
ศาลาไร้ทุกข์ หรือก็คือโรงหมอของท่านหมอฮัว ท่านหมอผู้เฒ่าผู้ได้รับสมญานามว่าฮั่วท้อเซียนซือ1 อีกทั้งท่านหมอยังเปิดโรงหมอรักษาแบบไม่คิดเงินทุกวันที่หนึ่งของทุกเดือน เป็นเหตุให้ผู้คนจากทุกสารทิศจะแห่กันมารับติ้วที่หน้าศาลาไร้ทุกข์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง แต่ติ้วที่แจกมีเพียงแปดสิบอันเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่มีการแจกติ้ว แม้ว่ามืดค่ำปานใดคนป่วยก็ไม่ยอมกลับไป เป็นเหตุให้ท่านหมอฮัวผู้เฒ่าและศิษย์ทั้งสาม ไม่มีเวลาแม้แต่จะดื่มน้ำ บุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านหมอฮัว จึงได้เสนอการแจกติ้วเพื่อจัดอันดับ ให้คนมาก่อนโดยจะแบ่งเป็นสัญลักษณ์สามแบบ แบบที่หนึ่งเป็นการบอกว่าได้ตรวจกับท่านหมอท่านใด เพื่อกันมิให้ทุกคนมุ่งแต่จะตรวจกับท่านหมอฮัวผู้เฒ่า โดยใช้ขีดหนึ่งเส้นไปจนถึงสี่เส้นแทนตัวท่านหมอแต่ละท่าน แบบที่สองคือลำดับที่โดยใช้จำนวนจุด เป็นการแสดงลำดับที่จะได้รับการตรวจ และแบบที่สามคือสี โดยใช้สีแดงที่ปลายติ้วแสดงว่าได้ตรวจรอบเช้า ส่วนสีน้ำเงินที่ปลายติ้วแสดงว่าได้ตรวจรอบบ่าย เช่น สองเส้น สามจุด สีแดง หมายถึง ได้ตรวจรอบเช้ากับศิษย์คนที่หนึ่งและเป็นลำดับที่สาม ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีการเบียดเสียดยัดเยียด
Read More
โรคใจต้องรักษาด้วยใจ
“ฮึก นี่ชั้นเป็นอะไรไป” ร่างผ่ายผอมตรงหน้าผวาลุกขึ้นนั่ง ฮัวตั่วเอ๋อตกใจหงายหลังลงจากเตียง นางมัวแต่คว้าหัวเตียงเพื่อช่วยไม่ให้ล้มจึงมิได้ยินสิ่งที่คนตรงหน้ากล่าว“เอ่อ ข้าเป็นอะไรไปเหรอแล้วท่านเป็นใครเป็นชายหรือหญิง แต่งกายเป็นชายเหตุใดจึงมีหน้าอก” ตู้จินจินคว้าผ้าห่มมากอดพร้อมหายใจหอบเหนื่อย เนื่องจากนางถามคำถามติดกันจนลืมหายใจ“ท่านเอ่อ สลบไปน่ะ แล้วข้าก็เป็น เป็นหมอหญิงน่ะ ปี้หรูไปตามข้ามารักษาท่าน อ้อ พวกนางคงได้ยินเสียงท่านแน่ะ เคาะประตูใหญ่แล้ว ข้าไปเปิดประตูให้พวกนางก่อนนะ” กล่าวจบก็หมุนตัวไปเปิดประตูที่กำลังสั่นด้วยแรงเคาะไม่น้อยจากภายนอก“พระชายาฟื้นแล้ว พระชายาของข้า ฮ่าฮ่า ฮือฮือ” ปี้หรูทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ มือไม้ปาดน้ำตาไม่หยุด ส่วนเสี่ยวมี่รีบไปหาน้ำอุ่นใส่อ่างทองเหลืองพร้อมผ้าเข้ามา หมายจะเช็ดตัวให้พระชายา“อ้าว เจ้าฟื้นแล้วรึ มันยังไงกันท่านหมอเฉียน” เสียงทุ้มดังขึ้นด้วยความแปลกใจ พร้อมร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามาในห้องบรรทมของตู้จินจิน ทั้งยังหันไปถามท่านหมอเฉียน ที่เพิ่งแจ้งข่าวการเสียชีวิตของพระชายาเมื่อหนึ่งเค่อที่ผ่านมา เหตุใดยามที่เขาจะมาพบหน้านางเป็นครั้งสุดท้ายแ
Read More
ผู้ชี้แนะ
“หม่อมฉันไม่เป็นไรแล้ว ถ้าอย่างไรรบกวนอนุเจียวช่วยให้คนไปทำความสะอาดเรือนริมบึงไว้ พรุ่งนี้เช้าจะได้ย้ายไปอยู่ ข้าวของที่เรือนนี้มีไม่มาก ถ้ามีคนมากกว่านี้เพียงชั่วยามเดียวก็คงเสร็จ แต่นี่เรามีกันเพียงสตรีบอบบางสามนางกับหญิงชราอีกสามนาง” จะใช้งานอนุเจียวคงได้แต่อาศัยบารมีองค์ชายรองไปก่อน คนในมือนางตอนนี้มีเพียงปี้หรูนางกำนัลขั้นหนึ่งที่ไม่เคยออกแรงทำงานแบกหาม เสี่ยวมี่สาวใช้ชั้นรองมีหน้าที่ทำความสะอาดเรือนด้านใน กับมามาเฒ่าอีกสามคน สองคนมีหน้าที่ทำความสะอาดด้านนอกเรือนและซักล้าง ส่วนอีกคนหนึ่งมีหน้าที่เฝ้ายามหน้าเรือนตอนกลางคืน ถึงแม้จะร่างใหญ่โตแต่ก็เป็นผู้หญิง จะไปมีเรี่ยวแรงยกหีบเสื้อผ้าและเครื่องครัวที่เป็นสินสมรสที่พระบิดาประทานให้นางมาได้อย่างไร “ตุบ องค์ชายรองโปรดประทานอภัยเพคะ เป็นความผิดของบ่าวเอง บ่าวอยากจะพาบ่าวรับใช้และนางกำนัลมาให้พระชายาเลือกด้วยตนเอง แต่เห็นว่าพระชายาทรงประชวรอยู่เกรงว่าจะเป็นการการรบกวนการพักผ่อน จึงทำให้ล่าช้ามาจนตอนนี้เพคะ” อนุเจียวรีบคุกเข่าลงด้วยท่าทางสำนึกผิดแต่ในใจนั้น ‘เฮอะร้ายนักนะ เมื่อกี้ก็ทีนึงแล้ว ดีนะที่ข้าเตรียมข้อแก้ตัวไว้’ อนุเ
Read More
ท่านเทพฯ
“นังหนูเอ้ย นังหนูจิน ลุกขึ้นมาคุยกันก่อน” เสียงชายชราดังขึ้นข้างเตียง จินได้แต่งัวเงียลืมตาขึ้นมองด้วยยังปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ยังไม่ได้ อันที่จริงเธอยังอยากนอนคิดอะไรต่อมิอะไรอีกสักพัก แต่ด้วยความอ่อนแอของร่างนี้นางจึงหลับไปอย่างไม่ทันรู้ตัว“คุณตาเป็นใครคะ เข้ามาในห้องนอนหนูได้ยังไง ปี้หรู ปี้หรู” จินได้แต่คว้าผ้าห่มขึ้นมากอด หันซ้ายหันขวามองหาอาวุธอย่างลุกลี้ลุกลนพร้อมร้องเรียกปี้หรูที่นอนอยู่ห้องข้าง“ใจเย็นๆ นังหนู เมื่อสักครู่เจ้ายังเรียกหาข้าอยู่หยก ๆ ส่วนสาวใช้ของเจ้าไม่ต้องเรียกหรอก ข้าทำให้นางได้หลับสบาย นางเหนื่อยเพราะเจ้ามาหลายวันแล้ว” ชายชราตรงหน้าอมยิ้มบ่งบอกความใจดีพร้อมมองมาที่นาง“ท่านคือ ท่านเทพไฉ่ซิงเอี๊ยะหรือเจ้าคะ” จินถามออกไปหลังพิจารณาการแต่งกายของชายชราตรงหน้า“ก็ข้าน่ะสิ เห็นเรียกหาข้าก็เลยแวะมาดูสักหน่อย” พูดพร้อมทั้งนั่งลงบนเก้าอี้ที่เพิ่งโผล่ออกมาจากอากาศทำเอาจินตาเหลือก“จิน คารวะท่านเทพเจ้าค่ะ” จินพยายามจะคุกเข่าลงข้างเตียงแต่กลับทำไม่ได้ คล้ายมีมือที่มองไม่เห็นจับนางนั่งลงพิงหัวเตียงพร้อมผ้าห่มคลุมอกให้นางอย่างอบอุ่น จินได้แต่ก้มศีรษะทำความเคารพ“เร
Read More
พบหน้าเหล่าอนุ
ครึ่งชั่วโมงต่อมาพระชายาเพิ่งเดินมาถึงเรือนริมบึง มิใช่ว่าเรือนนี้ตั้งอยู่ห่างไกลสักเท่าไร เพียงแต่ร่างกายนี้ของตู้จินจินอ่อนแอเหลือเกิน นางจึงต้องเดินไปพักไปถือเป็นการชมทิวทัศน์ไปในตัว แต่มีอีกหลายคนมิได้เข้าใจเช่นนั้น เพราะตอนนี้หน้าเรือนมีสตรีหลายนางยืนเข้าแถวยืนรออยู่บนสะพานที่ทอดยาวเข้าสู่ตัวเรือน ในใจของพวกนางล้วนขุดบรรพบุรุษของพระชายาขึ้นมาสักการะบูชาไปหลายร้อยจบ ด้วยคิดว่าพระชายาตั้งใจกลั่นแกล้งให้พวกนางยืนรอกลางแสงแดดที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ที่เรียกว่าเรือนริมบึงนั้นในความเป็นจริงแล้ว ยังต้องเดินข้ามสะพานไปอีกอย่างน้อยก็คงสักหนึ่งร้อยเมตรในสายตาของจินเท่าที่เห็นคร่าว ๆ ยังไม่ได้นับอย่างจริงจังก็มีสตรีไม่น้อยกว่าสิบนาง น่าจะเป็นอนุของขององค์ชายรองทั้งหมด ‘จะหาพวกครั้งเดียวทั้งกระบิเลยสินะอนุเจียว พาพวกนางมาตากแดดรอ หวังจะให้พวกนางเกลียดข้าสินะ’‘ท่านตาเตือนว่าในเรือนนี้มีคนไม่หวังดีต่อเรา อนุเจียวแน่ ๆ ละคนนึง ส่วนคนอื่นคงต้องดูกันต่อไป’ จินหรือตอนนี้ก็คือพระชายาตู้จินจิน เมื่อคืนหลังจากที่ท่านเทพไฉ่ซิงเอี๊ยะจากไป นางก็นึกได้ว่าก่อนที่นางจะฟื้นขึ้นมานางได้พบตู้จินจิน
Read More
เล่ห์แรกในเรือนหลัง
“ถ้าอย่างนั้นต้องรบกวนอนุเจียว ช่วยให้ห้องเครื่องจัดอาหารมื้อกลางวันส่งมาที่เรือนนี้ด้วย ส่วนครัวเล็กของเรือนนี้นั้นไม่รู้ว่าจัดวัตถุดิบส่งมาแล้วหรือยัง แล้วข้าก็อยากจะถามว่ามีใครจัดเรือนพักให้สารถีหวังหรือยัง เมื่อวานนี้องค์ชายรองตรัสว่าจะให้เขามาพักที่เรือนนอกพร้อมรถม้า” ตู้จินจิน ถามพลางมองอนุเจียวด้วยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่ารอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา“ทูลพระชายาเพคะ เรื่องมื้อกลางวันนั้นไม่มีปัญหา แต่วัตถุดิบในครัวเล็กนั้นบ่าวไม่ทราบว่าพระชายาจะย้ายมาเรือนนี้เมื่อใด จึงไม่กล้าส่งวัตถุดิบมาก่อนด้วยกลัวจะเก่าเก็บเสียก่อนเพคะ ส่วนเรื่ององครักษ์หวังนั้นองค์ชายรองได้เลื่อนตำแหน่งให้เป็นองครักษ์ประจำพระองค์ของพระชายา และบ่าวได้จัดการเรือนด้านนอกไว้ให้ท่านหวังเรียนร้อยแล้ว เพียงแต่บ่าวยังไม่ได้พบกับท่านหวังเพื่อสอบถามความต้องการเพิ่มเติมจากเขาเลยเพคะ” อนุเจียวตอบครบทุกคำถามในประโยคเดียว“เช่นนั้นเจ้าเข้ามารับของขวัญพบหน้าจากข้าเถอะ จะได้ไปรับมื้อกลางวันเสีย ส่วนวัตถุดิบสำหรับครัวเล็กนั้นเจ้าช่วยให้คนส่งมาช่วงบ่ายวันนี้เลยแล้วกัน ข้าคงไม่กลับไปเรือนเหมยกุ้ยแล้ว เดินไ
Read More
ของขวัญพบหน้ากับเมนูปาร์ตี้
“ถ้าจะให้บ่าวตอบก็ขอตอบว่ามิอยากเพคะ แต่ในบางครั้งก็มิสามารถเลี่ยงได้ อันชีวิตคนเรานั้นมิใช่ว่าจะได้อย่างใจเสมอไปเพคะ” ด้วยความที่โตมาในวังพอจะได้เห็นด้านมืดของจิตใจคนมาบ้าง ปี้หรูจึงพอมีความเข้าใจในเรื่องการแก่งแย่งแข่งขันกันระหว่างสตรี“นั่นสินะ เมื่อไม่มีโอกาสก็จำต้องยอมทน แต่ถ้ามีโอกาสก็มิยอมปล่อยไป หากซ้ำเติมให้ได้รับความอับอายได้ด้วยก็คงจะดี พวกเจ้าว่าจริงหรือไม่” พูดไปอมยิ้มไป ทำให้สาวใช้ทั้งสองงุนงงยิ่งนักว่าเกี่ยวกับที่ปี้หรูถามนางเรื่องรายการอาหารจัดเลี้ยงอย่างไร“อนุเจียวนางคงหวังให้ข้าหน้าแตก หมายถึงเสียหน้าต่อหน้าเหล่าอนุทั้งหลายขององค์ชายรอง จึงแกล้งทำเป็นลืมถามไปเสียอย่างนั้น เพราะเมื่อเช้าข้ามิได้เอ่ยถึงนางจึงได้ลืมไปเสีย จนป่านนี้แล้วนางยังไม่ส่งคนมาจัดสถานที่ที่เรือนนี้เลย” เกือบเผลอใช้คำพูดในสมัยที่ยังเป็นจิน นางเห็นสาวใช้ทั้งสองทำหน้างุนงงเสียก่อน จึงได้เปลี่ยนคำพูดที่ทำให้พวกนางเข้าใจง่ายแทน“ถ้าอย่างนั้นบ่าวจะไปส่งรายการอาหารที่ห้องเครื่องเองเพคะ ขอพระชายาทรงรับสั่ง บ่าวจะจดถวาย เสี่ยวมี่ เจ้าไปเอาเครื่องเขียนมา” พูดกับพระชายาแล้วจึงหันไปสั่งเสี่ยวมี่ทันที ด้วยกล
Read More
ปาร์ตี้พี่สาวน้องสาวนอกไส้
วันนี้นางคงไม่ต้องเดินออกกำลังแล้ว แค่เข้าๆ ออกๆ มิติ จัดเรียงข้าวของที่นำออกมาก็เหนื่อยจนเหงื่อโทรมหน้า จึงได้อาบน้ำจากในมิติเสียจนเย็นชุ่มฉ่ำแล้วค่อยออกมาแต่งกายด้วยชุดฮั่นฝู่สีเขียวใบบัว ที่คาดว่าคงเป็นอนุเจียวจัดหาไว้ให้อีกตามเคยเมื่อนางแต่งกายเสร็จเรียบร้อย เสี่ยวมี่ก็เข้ามารายงานว่ามีอนุส่วนหนึ่งมาถึงแล้ว และเมื่อมองออกไปตามทางที่เดินมาสู่เรือนริมบึงก็เห็นสตรีวัยเยาว์ทยอยเดินกันมาเป็นกลุ่มเล็กบ้างใหญ่บ้าง นางจึงได้ออกไปรอที่ระเบียงที่ใช้เป็นที่พบปะกันเมื่อเช้าเพราะยังมิได้เคลื่อนย้ายเก้าอี้ประธานและโต๊ะน้ำชา จากนั้นจึงสั่งให้ปี้หรูพาสาวใช้ที่ติดตามเหล่าอนุมาเข้าไปช่วยกันขนโต๊ะญี่ปุ่นกับเสื่อรองนั่งไปจัดเรียงเป็นรูปครึ่งวงกลมบริเวณลานกลางน้ำ ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเรือนริมบึง โดยจัดที่นางของนางให้อยู่กึ่งกลางระหว่างซ้ายและขวา ด้านซ้ายเป็นเสี่ยวมี่ ด้านขวาเป็นปี้หรู ซึ่งนั่งถัดลงไปด้านหลังนางสองก้าว และด้านหลังของเหล่าอนุก็ให้จัดที่นั่งสำหรับสาวใช้ที่ติดตามมาด้วยเช่นกัน ด้านหน้าโต๊ะที่นางนั่งมีกล่องสีดำแบ่งวางซ้ายขวา นั่นก็คือก็คือถ้วยร้อนที่กำลังเป็นที่นิยมในภพที่นางจากมา
Read More
ปลูกสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น
“เจ้าเข้ามารับของขวัญจากข้า อนุซีด้วย” เมื่ออนุน้อยที่นางได้ทราบที่มาที่ไปกล่าวจบ ตู้จินจินก็เรียกนางและอนุซีที่ออกมาแนะนำตัวไปแล้วเมื่อเช้ามารับของขวัญพบหน้าพร้อมกันโดยนางหยิบกล่องของขวัญกำมะหยี่ขนาดวางบนฝ่ามือพอดีส่งให้ทั้งสองคนคนละใบ ทั้งสองกล่าวขอบพระทัยแล้วถอยออกไปนั่งยังโต๊ะของตน ในระหว่างนี้ถ้วยร้อนหรือกล่องอาหารตรงหน้าแต่ละคนมีควันพวยพุ่งออกมาจากรูบนฝาจำนวนมาก อนุกงซุนค่อยๆ เอาฝ่ามือเข้าไปอังควันนั้นจนต้องสะบัดมือหนีด้วยความที่มันร้อนมาก ตู้จินจินขำจนต้องยกมือมาปิดปากกับท่าทางซุกซนสมวัย ช่างน่าสงสารที่ต้องมาติดอยู่ในเรือนหลังแห่งนี้“บ่าวชื่อหยูซีเข้าจวนหลังจากอนุกงซุนประมาณสองเดือนเพคะ อายุ 16 ปี ท่านพ่อท่านแม่และพี่ชายบ่าวทำงานอยู่ในโรงทอผ้าขององค์ชายรอง พี่ชายบ่าวถูกคนชั่วหลอกให้ข้องเกี่ยวกับการพนันจนเป็นหนี้สินจำนวนมากผู้คุมบ่อนมาทวงหนี้ที่โรงทอผ้าแต่ครอบครัวบ่าวไม่มีให้ พวกผู้คุมจึงจะให้พวกท่านส่งตัวบ่าวให้พวกเขาเพื่อชดเชยหนี้สินของพี่ชาย แต่บ่าวได้บอกพวกเขาไปว่าองค์ชายรองรับสั่งว่าทรงประสงค์ให้บ่าวเข้าจวนในฐานะอนุ ผู้คุมบ่อนเหล่านั้นจึงยอมจากไปโดยให้ครอบครัวของบ่าวใช้หนี
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status