Share

ตอนที่4(ครึ่งจบ)

last update Dernière mise à jour: 2026-02-07 12:48:05

“ท่านลุงใจดียิ่งนักขอบพระคุณนะเจ้าคะ”

เด็กน้อยกล่าวขอบคุณ ‘ท่านลุงสวมหน้ากากปีศาจ’ ที่ดูภายนอกอีกฝ่ายนั้นคล้ายกับจะน่าหวาดกลัว ทว่าเด็กน้อยมองออกว่าเขามีกลิ่นอายของความ ‘ใจดี’ มากกว่าจะเป็นมนุษย์ ‘ใจเหี้ยม’ ดังหน้ากากที่สวมอยู่เลยสักนิด

“ฝนทำท่าว่าจะตกแล้ว และคงตกหนักเช่นนี้ไปอีกนาน แล้วพวกเจ้าสองแม่ลูกจะกลับเช่นไร”

หานเฟยฉีรู้สึกถูกชะตากับเด็กหญิงแก้มกลมสีชมพูระเรื่อตัวน้อยตรงหน้านัก ไหนจะปากจิ้มลิ้มนั่นอีก ทั้งปาก จมูก คิ้ว คาง ราวกับถอดพิมพ์เดียวกับผู้เป็นมารดาก็มิปาน เกิดมาเขาก็เพิ่งจะเคยเห็นมารดากับบุตรสาวที่ช่างเหมือนกันได้มากถึงเพียงนี้ก็ครานี้แหละ

“ประเดี๋ยวข้าจะฝากเสี่ยวหว่าเอาไว้กับเถ้าแก่เนี้ยร้านสมุนไพรเสวียนนี้ก่อน ส่วนข้านั้นจะขอแยกไปซื้อของก่อนรอจนฝนหยุดจึงค่อยกลับเจ้าค่ะ”

เผยหว่านอีตอบ ‘นายท่านหาน’ ด้วยกิริยาสงบเสงี่ยม และแน่นอนนางย่อมวางตนเองด้วยความระมัดระวังตามประสาสตรีซึ่งเป็นหญิงหม้ายที่ต้องวางตัวให้ดีเสียยิ่งกว่าคุณหนูซึ่งยังมิได้แต่งงานออกเรือนเสียอีก

“แล้ว? …”

คราวแรกหานเฟยฉีอยากจะสอบถามว่าแล้วสามีของนางหายศีรษะไปที่ใด จึงปล่อยบุตรสาวและภรรยามาลำบากลำบนค้าขายแตกแดดตากฝนโดยไร้เงามาเหลียวแล แต่คิดอีกครั้งนั่นมันเป็นส่วนตัวเรื่องภายในครอบครัว เขาเป็นคนนอกเพื่อนบ้านหรือญาติพี่น้องก็หาใช่ไม่จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะไปก้าวก่ายเรื่องภายในครอบครัวของนาง

“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน อ้อ…หากพรุ่งนี้ยังมีผักอีกก็ตัดมาได้เลย ประเดี๋ยวข้าจะให้พ่อครัวของสำนักคุ้มภัยมารับซื้อเอาไปเอง หน้าฝนแล้วหากให้แม่หนูน้อยอยู่กับคนที่บ้านของเจ้าคงจะดีกว่า เด็กยังเล็กยิ่งนักอาจเจ็บป่วยเป็นไข้เอาได้”

สายตาที่มองผ่านหน้ากากนั้นดูห่วงใยอาทรบุตรสาวของนางด้วยใจจริง คาดว่าบางที ‘นายท่าน’ ผู้นี้อาจจะนึกไปถึงบุตรสาวที่จวนของเขาก็เป็นได้จึงเมตตามาถึงบุตรสาวของนางเช่นนี้

“ขอบคุณนายท่านหานที่เมตตา พรุ่งนี้หากฝนยังตกอยู่ข้าจะให้เสี่ยวหว่าอยู่ที่เรือนกับท่านยายของนางเจ้าค่ะ”

หญิงสาวโค้งกายเป็นการขอบคุณจากใจจริง เพราะอีกฝ่ายดูไม่ได้มีเจตนาไม่ดี แต่เขาเมตตาบุตรสาวของนางจากใจจริง ซึ่งเขาก็เพียงก้มศีรษะตอบแล้วจึงเดินจากไปเช่นลูกค้าไร้ร่องรอยคิดไม่ซื่อกับนางสักน้อย

พอถึงเดือนหกเข้าฤดูฝนและเข้าสู่หน้าเพาะปลูกของหนานฉู่อย่างจริงจังแล้ว ดังนั้นวันนี้กว่าจะจับจ่ายข้าวของเสร็จแล้วรอจนฝนหยุดตกจริงก็เลยยามอู่ไปครู่ใหญ่ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดของสุ่ยโจวนั้นต่างบ่นกันพึมพำว่าฝนตกเช่นนี้ราวกับจะกลั่นแกล้งเหล่าพ่อค้าแม่ขายอย่างไรอย่างนั้น

“เอาสมุนไพรนี่ไปต้มให้เสี่ยวหว่าดื่มกันเอาไว้ก่อนย่อมดีกว่านะหว่านอี โดนฝนจนผมเปียกประเดี๋ยวจะมีไข้เอาได้”

เถ้าแก่เนี้ยเสวียนจัดยาสมุนไพรให้สองแม่ลูกได้ติดเอาไปต้มดื่มตามประสาคนที่เคยเลี้ยงลูกเล็กมาก่อน จึงอยากให้เผยหว่านอีเอายาสมุนไพรต้มให้เด็กหญิงได้ดื่มกินป้องกันไข้หวัดเอาไว้ก่อน

“ลำบากเถ้าแก่เนี้ยเสวียนยิ่งนัก”

เผยหว่านอีโค้งกายแล้วโค้งกายอีกด้วยความซาบซึ้งใจที่อีกฝ่ายมอบให้นางกับลูกมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นหยูกยาของมารดา หากเป็นนางซื้อสองสามีและภรรยานั้นแทบจะไม่เก็บเงินจนนางนั้นต้องยัดเยียดให้เสมอ แต่ส่วนใหญ่ทั้งสองมักขอเป็นผักและขนมหรือไม่ก็ของที่นางทำขายเสียแทนที่จะรับเงิน

“ลำบากอันใดกันเล็กน้อยทั้งสิ้น”

เถ้าแก่เนี้ยเสวียนกล่าวจากใจจริง เพราะหลายเดือนผ่านมาสองแม่ลูกคู่นี้ทั้งเป็นคนดีเป็นคนขยันขันแข็ง คนเช่นนี้สมควรส่งเสริมหรืออย่างน้อยนางได้ ‘แบ่งปัน’ ให้สองแม่ลูกแซ่เผยบ้างนางกับสามีก็ล้วนมีความสุขแล้ว

นางอายุมากแล้วจะตายวันไหนยังไม่ทราบ แต่บัดนี้ยังมีชีวิตแล้วได้ช่วยเหลือคนดีสักคนหรือสักครอบครัวนางย่อมสบายใจอย่างยิ่ง

“เช่นนั้นหว่านอีกับเสี่ยวหว่าขอตัวกลับ ‘บ้าน’ ก่อนนะเจ้าคะ วันนี้เลยยามอู่แล้วเป็นห่วงท่านแม่นางอยู่ผู้เดียวอากาศมืดครึ้มดวงตาของท่านแม่จะยิ่งแย่ลงมากมองอันใดไม่เห็นเลยเจ้าค่ะ เสี่ยวหว่าขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยเสวียนก่อนเร็ว”

“หว่าหวาขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยเสวียนเจ้าค่ะ”

“เด็กดีเร่งกลับบ้านเถิดประเดี๋ยวฝนจะเทลงมาอีก”

ล่ำลาเถ้าแก่เนี้ยเสวียนเสร็จแล้วก็เป็นเช่นทุกวัน เผยหว่านอีเข็นรถโดยมีลูกสาวตัวน้อยขี่หลังซึ่งพอได้จังหวะเหมาะเจ้าตัวน้อยก็สามารถหลับสนิทได้โดยไม่ตกเสียด้วย วันนี้ของถูกเหมาจนเกลี้ยงอารมณ์ของคนเป็น ‘ท่านแม่จ๋า’ จึงเข็นรถไปก็ร้องเพลงไปด้วย ความเหน็ดเหนื่อยสำหรับนางหายได้ก็เพียงเห็นของที่ทำขายหมดเกลี้ยงเช่นนี้

“มากันแล้วหรือ?”

วันนี้นางเฉียวซื่อถือร่มมารอรับบุตรสาวกับหลานด้วยความเป็นห่วงเป็นใยด้วยเห็นว่าวันนี้ฝนตกเสียเกือบหมดไปครึ่งวัน พอนางนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงของล้อรถเข็นอันคุ้นเคยดังมาแต่ไกลจึงเร่งเอ่ยถามออกมา

“เจ้าค่ะ เดี๋ยวรถเข็นทิ้งเอาไว้ตรงนี้ก่อน เนื้อตัวและผมตลอดจนเสื้อผ้าของเสี่ยวหว่าเปียกคงต้องปลุกขึ้นมาหาน้ำอุ่นเช็ดตัวแล้วเคี่ยวตัวยาสมุนไพรกันไข้หวัดให้ดื่มเอาไว้ก่อนเจ้าค่ะท่านแม่”

เผยหว่านอีนั้นหันไปบอกกล่าวกับมารดาทุกสิ่งแล้วอุ้มคนหลับไปนอนบนเตียงก่อนจะไปติดเตาไฟหนึ่งต้มน้ำอุ่นสองตั้งหม้อดินเคี่ยวตัวยาสมุนไพรที่ได้มา ไม่นานนางก็ได้น้ำอุ่นมาหนึ่งอ่างทองเหลืองแล้วมาปลุกเผยหว่าหวา เด็กน้อยง่วงจนตาแดงแต่ด้วยมารดาสั่งสอนมาดิบดีหลายเดือนเด็กน้อยจึงไม่ร้องไห้งอแง แล้วลุกขึ้นนั่งให้มารดาถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นจากนั้นก็เช็ดตัวเช็ดเส้นผมจนเรียบร้อยก็ไปจัดการหาเสื้อผ้าแห้งมาสวมให้แก่ลูกสาว จากนั้นก็บอกให้เผยหว่าหวาอย่าเพิ่งหลับก่อนจะหันไปถ้วยยามาให้บุตรสาวดื่ม

“ขมอ่า…ท่านแม่จ๋า…” เด็กย่อมยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ ดังนั้นเผยหว่านอีจึงเตรียมน้ำตาลปั้นเอาไว้ให้เผยหว่าหวาได้อมคลายความขมของตัวยา แต่นางห้ามเอาไว้ว่าอมนานแค่เพียงหายขมก็พอจากนั้นก็ห่มผ้าแล้วให้เด็กดีได้นอนหลับต่อไป หลังจากจัดการบุตรสาวเสร็จสิ้นแล้วจึงเป็นนางบ้างที่ไปจัดการรถเข็นและเก็บแยกข้าวของ อันใดต้องล้างก็นำไปวางด้านหลังบ้านส่วนของสดและพวกแป้งก็นำไปจัดเก็บในห้องครัวอีกทาง

“ท่านแม่เป็นเช่นไรบ้าง ได้กินข้าวกินยาหรือยังเจ้าคะ”

คำตอบก็คือยังเพราะอากาศมันมืดมัวดวงตาของนางเฉียวซื่อมิอาจมองอันใดเห็นได้ เผยหว่านอีจึงเร่งไปอุ่นอาหารแล้วมากินร่วมกับมารดาทันทีเพราะนี่ก็ล่วงเลยจนเข้ายามเว่ยเสียแล้ว

“หว่านอีเจ้ากตัญญูยิ่งนักอนาคตของเจ้าย่อมไม่ลำบากเป็นแน่”

หญิงสาวยิ้มขณะตักกับข้าวใส่ถ้วยข้าวของมารดา ฝ่ายนางเฉียวซื่อนั้นก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กของบุตรสาวด้วยหัวใจอันอิ่มเอิบ มีลูกสาวดีนับว่านางมากวาสนาแล้ว ถึงนางจะถูกทำร้ายจนดวงตาเสียไปตั้งแต่ยังสาว แต่บัดนี้นางมีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีเท่านี้มาก่อนตลอดเวลาเกือบห้าสิบปีที่ผ่านมานั่นเลยทีเดียว

“อย่าคิดมากเจ้าค่ะท่านแม่ อ้อหากพรุ่งนี้ฝนยังตกอีกข้าคงต้องให้หว่าหวาอยู่ที่บ้านกับท่านแม่ จะยุ่งยากท่านแม่หรือไม่เจ้าคะ”

เผยหว่านอีเองก็อดจะคิดห่วงใยบุตรสาวเสียมิได้ เผยหว่าหวานั้นเพิ่งจะใกล้ห้าขวบถูกฝนหนักเข้าอาจจะเจ็บไข้ได้ป่วยเอาได้ คนเป็น ‘แม่’ หากลูกเจ็บป่วยนางแลกได้ย่อมยินดี ภายในใจของนางทุกวันนี้ไม่เคยคิดว่าเด็กน้อยเป็น ‘ตัวภาระ’ ทว่านางกลับรักใคร่ผูกพันกับเด็กหญิงจากใจจริงมิเคยคิดเป็นอื่นอีกเลย

“ไม่ลำบาก หากนางอยู่ด้วยย่อมดีแม่จะได้ไม่เหงา”

พอแม่ลูกพูดคุยกันไปกินข้าวกันไปจนอิ่ม เผยหว่านอีก็ไปจัดการล้างข้าวของแล้วมาเก็บกวาดเช็ดถูบ้านเรือนทุกห้อง ดูกระโถนของมารดานำปัสสาวะซึ่งค้างไว้ไปเทลงหลุมส้วมซึมที่นางจ้างคนมาขุดแล้วทำโรงเรือนครอบคลุมเอาไว้ดังห้องส้วมซึมแถวบ้านนอก

“จะไปที่ใดอีกหว่านอี”

พอได้ฟังเสียงบุตรสาวเปิดประตูเตรียมออกไปด้านนอก นางเฉียวซื่อก็สอบถามทันทีเพราะนับจากกลับมาจากขายของเผยหว่านอียังไม่ได้หยุดพักเลยสักเสี้ยวลมหายใจ

“ว่าจะไปดูบ่อปลา กับคอกหมูและโรงเลี้ยงไก่ไข่สักหน่อยเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าครอบครัวแซ่ซวนทำงานก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว ฝนเริ่มตกเช่นนี้ข้าจะไปดูด้วยว่าข้าวในท้องนาเริ่มงอกงามขึ้นมามากเท่าใดแล้วอีกด้วย”

หญิงสาวกล่าวตอบมารดาละเอียดยิบแล้วจึงต้องเร่งฝีเท้าไป ‘ตรวจงาน’ และดูข้าวในท้องนาอีกด้วยว่าฝนตกมาหลายวันคืบหน้าไปถึงไหนแล้วบ้างนั่นเอง…

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่41 (อวสาน) 2/2

    ใจความที่คนสองข้างถนนที่รถม้าของจวงฉีเยว่เคลื่อนผ่านล้วนเป็นเช่นนี้คำอวยพรเซ็งแซ่ จนสองฝาแฝด หานฉางเซิน และหานเฉินเซียวต่างก็ไม่ยอมนั่งลุกขึ้นไปเกาะหน้าต่างรถม้ามองดูต้นเสียงดังเอ็ดอึงเพราะเห็นเป็นเรื่องสนุกนั่นเอง จวงฉีเยว่ไม่คิดว่าตนเองจะมาถึงขั้นนี้เวลาสองปีไม่นานนักแต่ถามว่านางเหน็ดเหนื่อยหรือไม่มันก็ไม่ขนาดนั้นเพราะทุกสิ่งนางเต็มใจทำและด้วยนิสัยไม่ชอบหยุดนิ่งเพราะในใจยังคิดถึงวันที่เคยทุกยากอยู่ในร่างกายที่พิการขยับเคลื่อนไหวไม่ได้มันทรมานมากเพียงใดรสชาติความขมขื่นนั้นนางจดจำไม่เคยลืมเลือนและจนตายนางก็มั่นใจยิ่งนักว่าตนเองจะลืมไม่ได้ในชาตินี้เสียงอวยพรนี้ยังดังกึกก้องส่งนางและลูกๆ ทั้งสามออกไปจนไกลจากกำแพงเมืองถึงหกลี้ก็ยังได้ยินแต่อาจเพราะนางเคยทุกสาหัสมาก่อนหรือไม่ก็เกินจะทราบแทนที่จะยินดีกับความสำเร็จนี้ของตนเองจวงฉีเยว่กลับดีใจและสุขใจได้ไม่ถึงที่สุดคล้ายกับว่าในซอกหลืบลึกลับภายในหัวใจของนางมันคอยเตือนว่าทุกสิ่งไม่เที่ยงแท้มีทุกข์เสื่อมทุกข์มีสุขวันใดก็เสื่อมสุขได้ในวันหนึ่งชีวิตมนุษย์เราเป็นเช่นนี้มาช้านานแล้วไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด ดังนั้นพอวันนี้มีเรื่องน่ายินดีเช่นนี้นางจึง

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่41 (อวสาน) 1/2

    ตอนที่41 (อวสาน)หลังจากพิชิตหนานฉู่ได้แล้วอีกหนึ่งเดือนต่อมาขบวนรถม้ายิ่งใหญ่ก็ถูกส่งมารับชินหวางเฟยแห่งต้าซ่งจนถึงแคว้นเว่ยเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วแต่ตลอดร่วมสองปีที่จวงฉีเยว่มาอยู่แคว้นเว่ยในฐานะ ‘นายหญิง’ ของค่ายซ่างหานนางก็ทำเพื่อประชาชน สร้างคุณประโยชน์มากมายจนคนในแคว้นเว่ยถึงไม่เคยเห็นรูปโฉมของ ‘นายหญิง’ กลับเยินยอเสียโฉมงามหยดย้อยเกินเทพเซียนไปมากเพราะนางเป็นดังเทพธิดาแห่งธัญพืชเพาะปลูกพืชผัก ข้าวและผลไม้บำรุงกองทัพไม่พอยังเผื่อแผ่ไปถึงชาวบ้านชาวเมืองจนสองปีผ่านพ้นบนท้องถนนแคว้นเว่ยไร้ขอทานและผู้ยากไร้ไปจนสิ้น ก็ล้วนเป็นนางคอยให้คำปรึกษากับท่านเจ้าเมืองของแคว้นเว่ยมิได้ขาดชาวบ้านจึงมีอาชีพไม่อดอยากยากไร้อีกต่อให้ไร้ที่ดินทำกินก็จะมีที่ดินของค่ายซ่างหานให้ได้ทำกินดังนั้นพอทุกคนทราบว่า ‘นายหญิง’ กำลังจะจากไปบางคนนั้นยินดีที่คนดีคนเก่งกำลังจะไปได้ดิบได้ดี หากแต่บางคนกลับไม่อยากสูญเสีย ‘เทพธิดา’ ของพวกเขาไป แต่พระราชโองการของฮ่องเต้ผู้ใดจะกล้าไปขัดขวางจึงทำได้เพียงออกมายืนส่งขบวนเสด็จของ ‘ชินหวางเฟยเฉียว’ ซึ่งเป็นจวงฉีเยว่ที่เลือกจะยืนหยัดใช้แซ่นี้ของฝ่ายมารดาเพื่อจะลำลึกถึงนางเฉี

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่40 2/2

    “ฉีเยว่เอ๋ย นับจากนี้ต่อไปภาระอันหนักอึ้งตกลงมาใส่บ่าบอบบางของเจ้าแล้ว แต่ท่านแม่ผู้นี้ก็เป็นเช่นกับฮ่องเต้ ท่านแม่วางใจและเชื่อใจเจ้าว่าฉีเยว่ของเราจะเป็นท่านแม่ที่ดี เป็นท่านอาสะใภ้ที่มั่นคง และยิ่งว่ามั่นใจว่าเจ้าจะเป็นมารดาของแผ่นดิน เป็นภรรยาที่ดียิ่งให้แก่สามีได้ ท่านแม่ผู้นี้เชื่อใจเจ้าจริงๆ ดังนั้นเจ้าก็ต้องเชื่อใจตนเองด้วยเช่นกัน” นางเฉียวซื่อวางมือเหี่ยวย่นอันแสนจะสั่นเท่าลงบนบ่าบอบบางของบุตรสาวที่ต่อให้นางไม่ได้เป็นผู้คลอดหญิงสาวตรงหน้าออกมาจากครรภ์ของตนเองแต่นางกลับทั้งรักและวางใจเพราะบุตรสาวที่นางใช้สองมือกับหนึ่งหัวใจดวงแกร่งเลี้ยงดูจวงฉีเยว่มาเป็นอย่างดีนางทั้งมั่นใจและวางใจสตรีตรงหน้าเป็นที่สุดแล้วในชีวิต“ต่อไปไม่ว่าจะมีท่านแม่หรือไม่มีข้าอยู่ข้างกายของเจ้าต่อไปอีกก็จงมั่นใจในตนเองเถิดว่าเจ้านั้นจะแน่วแน่และมั่นคงเป็นหลักที่ดีเป็นหลังบ้านที่ดีของอาฉีและต้องเป็นท่านแม่ที่กล้าแกร่งคอยเป็นเบาะอันหนาคอยรองรับไม่ให้ลูกและหลานเมื่อล้มลงต้องบาดเจ็บมากนัก เป็นบ้านที่อบอุ่นรอคอยให้เด็กๆ เหล่านั้นได้กลับมาพักพิงยามพวกเขาสับสน ฉีเยว่เกือบสามปีมานี้เจ้าเติบโตขึ้นมากจริงๆ มากจนหา

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่40 1/2

    ตอนที่40และแล้ววันเคลื่อนทัพหน้าของต้าซ่งก็มาถึงแล้วในวันนี้ หานเฟยฉีเป็นแม่ทัพใหญ่สวมเกราะสีดำดูดุดัน ยืนอยู่ข้างอาชาพ่วงพีสีดำสนิทเช่นกัน โดยในอ้อมแขนแกร่งทั้งสองข้างที่อุ้มร่างของเด็กชายฝาแฝดสองพี่น้อง ฉางเซินและเฉินเซียววัยเกือบสี่เดือนแต่ตัวอวบอ้วนน้ำหนักไม่น้อยเรียกว่าจวงฉีเยว่อุ้มไม่นานแขนยังปวดร้าวไปหมด“ได้ฤกษ์แล้วเจ้าค่ะท่านพี่อย่าได้กังวลอันใดหว่านหว่านจะดูแลลูกๆ และตนเองให้ดีจะไม่ทำให้ท่านพี่ว้าวุ่นในเมื่อต้องออกไปอยู่แนวหน้าแน่นอนเจ้าค่ะวางใจได้” เสียงลั่นกลองบอกถึงฤกษ์ยามที่ดีที่สุดในการเคลื่อนทัพแล้ว จวงฉีเยว่จึงก้าวเข้าไปรับเอาหานฉางเซินมาส่งให้กับจิ่วฉีช่วยอุ้มจากนั้นจึงรับเอาหานเฉินเซียวมาอุ้มเอาไว้ในอ้อมแขนของตนเองแทนส่งสามีขึ้นหลังม้าโดยมีเด็กๆ ทั้งสามกับหานเฟยหลงและนางเฉียวซื่อมายืนอวยพรส่งทหารกว่าสองแสนเคลื่อนขบวนตรงไปพิชิตศึกแรกที่สุ่ยโจว“ท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ใหญ่ พี่สะใภ้และหลานๆ จะคุ้มครองเจ้า นะอาฉี ข้าขออวยพรให้ศึกแรกนี้เจ้าเอาชนะได้โดยง่ายและว่องไว” หานเฟยหลงตรงเข้าไปตบหัวไหล่แกร่งของน้องชายสามครั้ง ทั้งน้ำเสียงและดวงตานั้นมั่นคงยิ่งนัก ลำดับถัดไปก็เป็น

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่39 2/2

    “เอาละๆ เจ้าไปตามสองคนทางนั้นแล้วพาพวกเขากลับไปนอนเถอะปล่อยเสด็จพ่อของเจ้าเอาไว้กับเสด็จอานี่แหละ” หานเฟยฉีจำเป็นต้องห้ามทัพระหว่างพ่อลูกคู่เหมือนนี้เสียก่อนที่พี่ชายจะเอ่ยวาจาไม่ชวนฟังไม่ถนอมน้ำใจคนฟังออกมาให้หลานชายคนโตนั้นต้องคิดมากเพิ่มขึ้นไปอีกจากแต่เดิมหานเว่ยเหยานั้นก็สงบปากสงบคำแต่กลับเก็บทุกคำพูดของบิดาไปคิดมากอยู่เสมอ“เจ้าเด็กคนนี้นี่จริงๆ เลยเชียวมันคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขนาดไหนกันถึงมาทำทีท่าทางแบบนั้นใส่คนเป็นพ่อแบบข้าเช่นนี้หึ!” หานเฟยหลงเอ่ยวาจาใส่อารมณ์เต็มที่ยังดีที่เสียงร้องรำทำเพลงภายในงานเลี้ยงนั้นดังมากทหารทั้งหลายจึงไม่ทันได้ยินคำพูดและน้ำเสียงไร้สาระเช่นนี้ออกจากปากของนายเหนือหัวของพวกเขาหาไม่ทุกคนคงแปลกใจกันแย่เท่านั้นว่าที่แท้ฮ่องเต้ของพวกตนก็ยังมีมุมเช่นนี้กับเขาเหมือนกัน“พี่รองปกติการเป็นองค์ชายก็ไม่ง่ายอยู่แล้วเพียงแต่พวกเราทั้งสามคนนั้นโชคดีเกิดมามีเสด็จแม่คนเดียวกันและยิ่งโชคดีอีกชั้นเพราะเสด็จพ่อรักเสด็จแม่แต่ขนาดนั้นชีวิตของพวกเราก็ใช่ว่าจะง่ายดายแล้วท่านคิดว่า อาเหยาที่เกิดมามารดาของเขาก็ตายจากไปทันทีนั้นเติบโตมาได้ง่ายดายเช่นนั้นหรือ” “……” เป็น

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่39 1/2

    ตอนที่39งานเลี้ยงฉลองปีใหม่มาถึงแล้วเจ้าสองแฝดนั้นเลิกงอแงเอะอะลืมตาขึ้นมาก็แผดเสียงกรีดร้องจ้าดังก้องไปทั่วจวนอีกแล้วฉางเซินและเฉินเซียวไม่ติดมารดาและติดเต้านมของจวงฉีเยว่มากมายเหมือนช่วงแรกคลอดอีกแล้วดังนั้นแล้วงานเลี้ยงเฉลิมฉลองปีใหม่นี้นายหญิงของซ่างหานจึงลงไปควบคุมดูแลเรื่องอาหารการกินได้อย่างเต็มที่ทำให้ปีนี้เป็นงานเลี้ยงที่อบอุ่นและอิ่มหนำไม่ว่าจะเป็นทหารหรือครอบครัวของพวกเขา“ลำบากเจ้ามากจริงๆ นะฉีเยว่” หานเฟยหลงมองดูบรรยากาศโดยรอบก็อดจะกล่าววาจาชื่นชมและขอบอกขอบใจจวงฉีเยว่ไม่ขาดปากเสียมิได้เพราะผู้ใดจะทราบดีไปกว่าเขาและหานเฟยฉีบ้างว่าขวัญและกำลังใจของทหารก่อนออกรบนั้นสำคัญมากเพียงใดดังนั้นพอในวันนี้จวงฉีเยว่เข้าใจและทำทุกสิ่งโดยอ้างอิงคิดถึงครอบครัวทหารไม่ว่าจะยศต่ำเพียงใดหญิงสาวล้วนใส่ใจเท่าเทียมกันจึงทำให้ฮ่องเต้หนุ่มตื้นตันใจกับทุกสิ่งที่น้องสะใภ้ตั้งใจทำมาทั้งหมดทั้งสิ้นนี้จริงๆ“ฝ่าบาทกล่าวเกรงใจไปแล้วเพคะ ที่หม่อมฉันทำไปก็เพียงคิดว่านี่คือการฉลองปีใหม่ภายในครอบครัวเพียงแต่ครอบครัวของพวกเราออกจะใหญ่ไปสักหน่อยเท่านั้นเองเพคะ” ‘ครอบครัว’ คำนี้หากฟังจากผู้อื่นคงไม่รู้สึก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status