LOGINร่างบางถูกดึงจนเซถลาเข้ามากระแทกกับหน้าอกแกร่งของเขาอย่างแรง ก่อนที่นางจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่เข้ามาช่วยชีวิตนางให้รอดพ้นความตายไปได้อย่างหวุดหวิด
แต่แล้วเมื่อหนิงอันเห็นว่าคนๆนั้นเป็นใคร หญิงสาวก็อยากจะแทรกตัวหนีหายไปตอนนี้เลยหรือไม่ก็อยากจะกระโดดลงแม่น้ำไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด เพราะสายตาที่มองมาที่หญิงสาวราวกับจะจับนางสับเป็นพัน ๆชิ้น
"นี่เจ้าคิดจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตายงั้นหรือ!"
"ขะ ข้าเปล่านะเจ้าคะ! ราวจับนั่นมันพังลงไปต่างหาก" หนิงอันเถียงชายหนุ่มพร้อมกับทำตาโตราวกับเด็กน้อยที่กำลังต้องการหนีความผิด
"แล้วเหตุใดจึงออกจากจวนมาโดยไม่นำสาวใช้ออกมาด้วยเช่นนี้!" เฟยฉีที่ในตอนแรกได้ยินเสียงองครักษ์เอ่ยกับหญิงสาวก็คิดว่าตนเองจะออกมาดูเสียหน่อย หากแต่เมื่อยามที่ออกมาหนิงอันก็เดินจากมาแล้ว ชายหนุ่มเห็นหลังไวของนางเดินตรงออกนอกจวนมาโดยที่ไม่มีสาวใช้ข้างกาย จึงได้คิดเดินตามนางมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งร่างบางมาหยุดอยู่ที่สะพานเป็นเวลานานราวครึ่งชั่วยามได้ ในเวลาต่อมาก่อนจะพบว่าหนิงอันกำลังจะตกลงไปในแม่น้ำเช่นเมื่อครู่นี้ โชคดีที่เขาอยู่ไม่ไกลจึงได้ใช้วิชาตัวเบาเข้าไปช่วยหญิงสาวได้อย่างพอดิบพอดี หลังจากช่วยชีวิตนางได้แล้ว เฟยฉีก็ว่ากล่าวนางเสียยกใหญ่
และหากว่านางยอมรับผิดอย่างเงียบๆโดยที่ไม่เถียงกลับ ชายหนุ่มก็จะถือเสียว่าเลิกแล้วต่อกันไป หากในความเป็นจริงนั้นหนิงอันกลับเถียงกลับเขาคอเป็นเอ็น ไม่ยอมรับผิดแม้แต่น้อย ทำให้เฟยฉีรู้สึกโมโหยิ่งนัก
และเมื่อทั้งคู่มีปากเสียงกันอยู่นั้น ชายหนุ่มก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเขากำลังโอบกอดหญิงสาวไว้แนบอก ก่อนจะรั้งร่างบางให้ห่างตัวหากแต่ว่าชายหนุ่มหนักมือไปสักเล็กน้อยทำให้ดูเหมือนว่าเขาผลักนางออกไป
หนิงอันที่แต่เดิมขาของนางก็เกิดเป็นตะคริวอยู่แล้วทำให้ทรงตัวได้ไม่ดี ก่อนที่หญิงสาวจะหงายหลังล้มลงไปก้นกระแทกพื้นอย่างแรง
"โอ้ย! ท่านผลักข้าด้วยเหตุใดกัน"
"เปิ่นหวางไม่ได้ผลักเจ้า"
"ก็เห็นอยู่ว่าท่านผลักข้า!"
"กลับจวนได้แล้ว อย่ามัวแต่เถลไถล" กล่าวจบเฟยฉีก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปทันที โชคดีที่บริเวณนี้ไม่ไกลจากจวนอ๋องและยังถือว่าอยู่ในบริเวณพื้นที่จวนอ๋องทำให้ไม่มีชาวบ้านมาวุ่นวายบริเวณนี้มากนัก เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้จึงไม่ได้มีคนเห็นเหตุการณ์ มีเพียงหนิงอันและเขาเท่านั้น
หนิงอันลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะลูบที่ก้นของตัวเองเบาๆราวกับจะปลอบโยน พร้อมกับนึกในใจว่า สามีของนางไม่อ่อนโยนเอาเสียเลย หึ! ใช่สินางก็เป็นได้แค่ตัวประกอบไม่ใช่นางเอก ที่พระเอกอย่างเขาจะต้องมาอ่อนโยนกับนางด้วยเล่า
"ท่านพี่! รอข้าก่อนเจ้าค่ะ" หนิงอันลุกขึ้นก่อนจะรีบวิ่งตามอีกฝ่ายให้ทันโดยที่หญิงสาวเว้นระยะห่างจากเขาเพียงแค่ห้าก้าวเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันอยู่ ๆ ชายหนุ่มก็หยุดฝีเท้า ทำให้หนิงอันที่มัวแต่ก้มลงมองพื้นไม่ทันได้สังเกตว่าคนด้านหน้าหยุดเดินแล้ว จึงทำให้นางเผลอเดินชนเข้าที่หลังของเขาอย่างแรง
"โอ้ย!!!" เสียงเฟยฉีถอนหายใจออกมา พร้อมกับหันมาเพื่อที่จะต่อว่าคนตัวเล็กด้านหลัง
"เหตุใดเจ้าจึงไม่รู้จักดูทาง"
"ขะ ข้าขอโทษเจ้าค่ะ"
"หึ เหตุใดจึงได้เป็นสตรีซุ่มซ่ามยิ่งนัก ช่วยทำกิริยาให้ดีๆได้หรือไม่ หากผู้ใดพบเห็นจะได้ไม่ว่ากล่าวมาถึงเปิ่นหวางได้ว่าอบรมภรรยาไม่ดี ช่างน่าอาย!" เฟยฉีก่นด่าหนิงอันยืดยาวเป็นชุด ทำเอาหญิงสาวได้แต่อ้าปากค้างเพราะเถียงกลับไม่ทันแม้แต่คำเดียว และเมื่อตั้งสติได้มากพอที่จะว่ากล่าวชายหนุ่มคืน อีกฝ่ายก็เดินจากไปไกลเสียแล้ว
ในขณะที่หนิงอันกำลังเสียใจในตอนนี้ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นอกจากจะไม่หลงเหลือความเสียใจแล้ว ยังมีแต่อารมณ์โมโหล้วน ๆ หญิงสาวได้แต่คิดใคร่ครวญ พระเอกของนางไม่ควรจะเป็นบุรุษปากร้ายเช่นนี้นี่น่า นี่มันกลับตาลปัตรอันใดกันแน่เนี่ย! พระเอกของนางจึงได้กลายเป็นบุรุษปากร้ายที่แม้แต่หนิงอันที่เป็นสตรีก็ยังเอ่ยเถียงกลับไม่ทัน เรียกได้ว่า หนิงอันถูกชายหนุ่มก่นด่าไฟลุกเลยทีเดียว
หนิงอันรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเป็นแน่ หรือจะมีใครบางคนที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเฟยฉีเช่นเดียวกันกับนาง! หนิงอันได้แต่ส่ายหน้า เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน นิยายเรื่องนี้นางส่งให้แค่บรรณาธิการสำนักพิมพ์ได้อ่านเท่านั้น หญิงสาวมั่นใจว่ายังไม่มีใครได้เห็นบทนิยายฉบับเกือบสมบูรณ์ของนาง
หรืออีกนัยหนึ่งคือ นางอาจจะมโนไปเอง
หนิงอันรีบกลับมาที่เรือนของตนเองก่อนจะสั่งให้สาวใช้เตรียมกระดาษและพู่กัน แล้วลงมือเรียบเรียงบทนิยายที่ตนเองได้เขียนค้างเอาไว้ก่อนจะทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ เวลาได้ผ่านพ้นไปหลายชั่วยามแล้วแต่หนิงอันก็ยังคงนั่งจมอยู่กับกองกระดาษบนโต๊ะ
"พระยาชา รับสำรับก่อนเถิดเพคะ"
"เอาไว้ก่อนเถิด ข้ายังไม่หิว"
"พระชายาทรงแช่น้ำอุ่นดีหรือไม่เพคะคืนนี้ บ่าวจะได้เตรียมไว้รอ" หนิงอันเงยหน้าขึ้นก่อนจะมองไปที่สาวใช้แล้วพยักหน้า
"ก็ดี เจ้าไปเตรียมไว้เถิด"
"เพคะ บ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้"
อาโปเดินเข้ามาพร้อมกับรายงานว่าองครักษ์ของฉีอ๋องได้ฝากยานวดแก้เคล็ดอย่างดีมาให้นาง หนิงอันขมวดคิ้วจนยุ่งก่อนจะถึงบางอ้อ จริงด้วยเมื่อบ่ายนางเกิดเหน็บชาแล้วข้อเท้าพลิก ตอนนี้ก็รู้สึกเจ็บๆอยู่ไม่น้อย หากแต่หญิงสาวก็ไม่ได้ใส่ใจ
"พระชายาเพคะ ท่านอ๋องฝากยานวดแก้เคล็ดมาให้ท่านเพคะ" หนิงอันมองดูตลับยาสีเงิน ที่ท่าทางจะมีราคาแพงเอาการไม่น้อย หญิงสาวคิดว่าสามีของนางนั้นอันใดก็ล้วนแต่ดีไปหมดยกเว้นอย่างเดียวคือ เขาไม่รักนางเท่านั้นเอง
จนกระทั่งอาเป่าเดินมาแจ้งว่าน้ำร้อนเตรียมเสร็จแล้ว
"พระชายา น้ำร้อนเตรียมเสร็จแล้วเพคะ"
"ดีเลย! ข้าอยากจะแช่น้ำอยู่พอดี พวกเจ้ามาช่วยข้าถอดชุดที"
"เพคะ!"
หนิงอันทิ้งตัวลงแช่ในอ่างไม้ขนาดใหญ่ โดยมีสาวใช้ทั้งสองคอยปรนนิบัติเป็นอย่างดี หญิงสาวคิดในใจว่าช่างรู้สึกดีเสียจริง สบายตัวยิ่งนัก ระหว่างที่แช่น้ำไปนานราวครึ่งชั่วยาม หนิงอันก็รู้สึกเกิดอาการเจ็บที่ข้อเท้าขึ้นมาอีกครั้ง จึงได้หันไปสั่งกับสาวใช้แล้วรีบลุกขึ้นจากน้ำ
"ช่วยหยิบเสื้อคลุมให้ข้าที!" ร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวลุกขึ้นจากน้ำเผยให้เห็นผิวขาวราวกับหิมะ ทรวดทรงองค์เอวที่ดูซ่อนรูป ไม่บอกไม่รู้เลยว่าตัวประกอบผู้นี้ช่างมีดีเหลือล้นเสียจริง หน้าอกอวบใหญ่เต่งตึง เอวคอดกิ่ว ผิวขาว นิ้วมือที่เรียวเล็กราวกับลำเทียน งดงามขนาดนี้แล้วเหตุใดอีตาบ้านั่นถึงได้เมินเฉยได้ลงคอ
เฮ้อ! นี่คงจะเป็นชะตาของตัวประกอบกระมัง
เสื้อคลุมถูกสวมให้กับร่างบางอย่างแผ่วเบา นางจับกระชับที่สาบเสื้อพร้อมกับสั่งให้สาวใช้หยิบตลับยาให้
"เจ้าช่วยหยิบตลับยาให้ข้าที จนป่านนี้ถึงได้พึ่งรู้สึกเจ็บ ช่างโง่งมนัก" หญิงสาวก่นด่าตนเองไม่เบานัก และเมื่อหันมาก็ต้องตกใจจนแทบสิ้นสติ!
"ทะ ท่าน! เข้ามาได้อย่างไรน่ะ" และในเวลาต่อมาก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกตกใจมากขึ้นไปอีกขั้น เมื่อมองหาสาวใช้รอบๆห้องแต่แล้วกลับไม่เจอผู้ใด ก่อนจะก้มลงมองเสื้อคลุมตัวบางที่ปิดบังสิ่งใดแทบไม่ได้
"มะ เมื่อกี้นี้! ปะ เป็นท่านงั้นหรือ" ชายหนุ่มพยักหน้าในขณะที่ใบหน้าของเขาแทบไม่เปลี่ยนสี
"ทะ ท่านเห็น ท่านเห็นหมดแล้ว..."
"อะแฮ่ม เปิ่นหวางไม่ได้มองให้ชัดเจนเท่าใดนัก จะเรียกว่าเห็นหมดก็อาจจะไม่ถูกต้องนัก"
"หา" หนิงอันอุทานออกมา หญิงสาวรู้สึกอยากจะแกล้งเป็นลมหมดสติเสียตอนนี้เลย น่าอาย น่าอายเกินไปแล้ว แล้วทีนี้นางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนอีก! ก่อนที่นางจะวิ่งไปหลบหลังฉากกั้นแล้วโผล่ออกมาแค่เพียงศีรษะเท่านั้น
"ท่านมีธุระอันใดกับข้างั้นหรือ"
"เปิ่นหวางแค่บังเอิญเดินผ่านมาเท่านั้น"
"หา" หนิงอันขมวดคิ้วเป็นปม สีหน้าของนางแสดงออกชัดเจนว่าไม่เชื่อ!
"เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ หากไม่มีอันใดแล้วเช่นนั้น เปิ่นหวางขอตัว"
หนิงอันได้แต่ยืนงง มองดูชายหนุ่มเดินออกจากประตูห้องไป พร้อมกับกลอกตาสอดส่ายไปมาอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนจะคิดในใจว่า
ฮัลโหล! เขายังสติดีอยู่มั้ย นางอยู่ของนางในห้องอยู่ดีๆ แล้วเขาก็โผล่มาก่อนจะกล่าวราวกับว่าคนที่มีธุระคือนาง
หนิงอันเดินเข้ามาในห้องก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกับโซฟากลางห้อง ดวงตาของเธอยังคงเหม่อลอยสับสน ไม่รู้ว่าที่แท้แล้วสำหรับเขาเธอเป็นแค่ของเล่นคั่นเวลาสนุกๆชิ้นหนึ่งเพียงเท่านั้นใช่มั้ย? ยิ่งได้มากยากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องลงทุนสูงมากเท่านั้นหลังจากวันนั้นชายหนุ่มก็หายหน้าไป หนิงอันพยายามคิดว่าตัวเองจะยังพอมีความหวังบ้าง ทุกครั้งที่เปิดประตูออกมาก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่าเธอไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มคิดอย่างไรกันแน่ หรือว่าเธอผิดพลาดที่ตรงไหน หรืออาจจะเป็นวันนั้นที่อยู่ ๆเธอก็ออกมาจากห้องโดยที่ไม่บอกเขาเพราะเธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีคนรัก ไม่เคยมีครอบครัว เธอไม่รู้ว่าการเริ่มต้นที่จะอยู่กับใครสักคนต้องทำอย่างไร แต่พอเธอพยายามรวบรวมความกล้าที่จะเปิดใจเขากลับหายไปแล้ว เขาเดินหายไปจากชีวิตเธอแล้วหนิงอันรู้ตัวอีกทีตัวเองก็มาโผล่ที่บาร์แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากคอนโดของเธอมากนัก หญิงสาวสั่งค็อกเทลแล้วยกดื่มราวกับน้ำเปล่า แก้วแล้วแก้วเล่า ใบหน้าของหญิงสาวแดงเรื่อ พูดเสียงอ้อแอ้เป็นสัญญาณว่าเริ่มเมามากแล้ว เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่เธอมักจะมานั่งปลดปล่อยความเศร้า แต่พอเริ่มเมามากขึ้นก
"หัวหน้าค่ะ โลกเสมือนจริงจบลงแล้วค่ะ ทั้งคู่น่าจะกลับมาในอีกสิบนาทีค่ะ""ดีมาก นับว่าสมบูรณ์แบบ""แบบนี้ก็แปลว่า โครงการนี้จะถูกอนุมัติใช่มั้ยคะ""ถูกต้อง สักครึ่งชั่วโมงค่อยติดต่อแจ้งข่าวนี้แก่ท่านประธาน""ได้ค่ะหัวหน้า"รายงานผลการทดลองเป็นผลสำเร็จและสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มเดินออกไปหน้าประตูก่อนจะแง้มเพื่อมองดูห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะยกยิ้มอย่างใจเย็นพลางคิดในใจ(เสี่ยวอันเธอหนีฉันไม่พ้นหรอก)เฟยฉีพยายามนำตัวเองให้เข้าไปอยู่ในสายตาของหญิงสาวมาตลอด เด็กสาวที่สวมแว่นตาหนาเตอะคนนั้นคือคนที่ทำให้เขาตกหลุมรักโดยที่ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ตัวว่าเขาเริ่มรู้สึกเช่นนั้นกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็มักจะเอาตัวเองเข้าไปใกล้กับหญิงสาวอยู่เสมอ แต่เพราะความหล่อเหลาของเฟยฉีทำให้ทุกคนไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีความคิดเช่นนั้นกับหญิงสาว ทำให้การที่เขาไปวอแวกับอีกฝ่ายไม่ได้กลายเป็นเป้าสายตามากนัก อาจเพราะหนิงอันเรียนเก่งเขาเองก็เรียนเก่งจึงทำให้ทั้งคู่ค่อยๆสนิทกัน แต่หลังจากที่เรียนจบหญิงสาวก็ไม่เคยติดต่อเขาอีกเลย ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงติดตามข่าวคราวของเธออยู่เงียบๆจนกระทั่งหนิงอันมีผลงานนิย
หนิงอันและเฟยฉีเดินทางกลับจิงโจวในเช้าวันต่อมา เรื่องราวหลังจากนี้ไม่ได้อยู่ในนิยายที่นางเขียนขึ้นหากแต่มันเป็นเรื่องราวต่อจากนั้นที่แม้แต่คนเขียนนิยายเช่นนางก็ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ หนิงอันคิดว่าตนเองคงจะต้องใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งหมดอายุขัยเลยหรือไม่จึงจะสามารถกลับไปยังโลกปัจจุบันที่นางจากมาได้คงไม่มีใครสามารถตอบได้รถม้าค่อยเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงก่อนจะค่อยๆแล่นไปตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่งจิงโจวเมืองที่เป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใด ในขณะที่มุมหนึ่งบนกำแพงเมือง พบชายหนุ่มที่สวมชุดมังกรที่เหลืองอร่ามกำลังเพ่งมองไปยังรถม้าที่ค่อยๆวิ่งไกลออกไปจนกระทั่งสุดลูกหูลูกตา"ฝ่าบาท จะทรงปล่อยให้นางจากไปเช่นนี้จริงๆหรือพ่ะย่ะค่ะ" กงกงคนสนิทเอ่ยขึ้น แววตาของเขาฉายชัดความห่วงใยในตัวฮ่องเต้พระองค์ใหม่ผู้นี้ไม่น้อย"นางพบคนที่นางรักจริงๆเสียที เช่นนั้นก็หมดหน้าที่ของเราแล้ว""แล้วฝ่าบาทเล่าพ่ะย่ะค่ะ""เรากับนางคงมิได้มีวาสนาต่อกัน เอาละกลับกันเถิด""พ่ะย่ะค่ะ หลายปีต่อมา"อันอัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ! แม่บอกให้หยุด เจ้าเอาหมินหมินไปนอนบนเตียงกับเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่อาบน้ำให้มันก่อน"
หนิงอันลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะพยายามมองไปรอบๆก็ต้องแปลกใจที่หญิงสาวยังคงอยู่ในนิยาย ก่อนจะคิดในใจว่าเหตุใดนางจึงยังไม่ตายกันนะ!(นี่ข้ายังไม่ตายหรอกหรือ)"เจ้าฟื้นแล้วหรือ" หนิงอันหันไปตามเสียงก็พบกับสตรีผู้หนึ่งที่กำลังถือถ้วยชาเข้ามา"เอ่อ... ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ใดหรือเจ้าคะ""สำนักจี๋หลินเจ้าค่ะ" หนิงอันมองไปรอบๆนางพยายามมองหาร่างของสามี"สามีของท่านอีกเดี๋ยวก็คงกลับมา ท่านดื่มยาก่อนเถิด""อืม ขอบคุณแม่นาง" หนิงอันรับถ้วยยามาก่อนจะฝืนใจดื่มมันจนหมดแล้วยื่นถ้วยเปล่าส่งคืนไปให้อีกฝ่าย"ข้าหลับไปนานเท่าใดงั้นหรือ""ท่านหลับไปเจ็ดวันแล้ว สามีของท่านเขานั่งเฝ้าท่านที่ข้างเตียงตลอด หากแต่วันนี้มีธุระด่วนจึงได้ฝากให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนท่านแทน""เช่นนั้นก็ต้องรบกวนแม่นางแล้ว""ท่านอย่าได้เกรงใจเลย ท่านอ๋องมีบุญคุณต่อข้าเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้นับว่าเป็นอันใดได้"เพียงครู่เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หนิงอันมองเห็นใบหน้าคุ้นเคยที่ตอนนี้แลดูซูบผอมลงไปมาก ใต้ตาของเขาดำคล้ำราวกับอดหลับอดนอนมาหลายวัน เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เป็นเช่นนั้นหัวใจของหนิงอันก็รู้สึกเจ็บปวดยิ่งนักทางด้านเ
วันต่อมาอยู่ ๆ จื่อเว่ยก็วีแชทมาบอกเธอว่างานเลี้ยงถูกยกเลิกเพราะที่เมืองข้างๆ เกิดเหตุดินถล่ม มีเพื่อนหลายคนประสบภัยทั้งยังมีปัญหาเดินทางมาไม่สะดวกทำให้ต้องยกเลิกไปก่อนทำให้คนเหงาๆ อย่างหนิงอันถึงกับซึมเพราะต้องติดอยู่ที่คอนโดไม่รู้จะออกไปไหนติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!หนิงอันขมวดคิ้วเป็นปมใครกันมาแต่เช้า ก่อนจะเดินไปเปิดประตูแล้วพบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนบ้านจอมวุ่นวายของเธอเอง“นายมีอะไรงั้นหรือ”“ขอเข้าไปก่อนได้มั้ย ข้างนอกหนาวมากเลย”“ดะ เดี๋ยว” หนิงอันไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธชายหนุ่มก็แทรกตัวเข้ามาในห้องแล้ว ก่อนจะตรงไปที่โซฟาแล้วจับเจ้าโป๊ยก่ายแมวตัวอ้วนสีเทาขึ้นมาทั้งกอดทั้งหอมอย่างมันเขี้ยว“นายมีอะไร”“ฉันมาฟังคำตอบของเธอ”“คำตอบอะไร”“เธอคือเสี่ยวอันคนนั้นใช่มั้ย”“ใช่แล้วยังไง ไม่ใช่แล้วยังไง มันสำคัญกับนายมากหรือไง”“สำคัญมาก” หึ ห
เฟยฉีก้าวเข้ามาภายในห้องเขาถอดรองเท้าออกพร้อมกับสวมรองเท้าแตะที่ใส่เดินในบ้านของแขกแล้วก้าวเข้าไป ร่างสูงสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ทั้งห้องถูกตกแต่งเป็นโทนสีขาวทำให้ดูสบายตา ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ โซฟาสีขาวที่มีแมวตัวอ้วนสีเทาและสีส้มนอนหลับอยู่ เขาจึงไม่กล้ารบกวนมันจึงได้ย้ายตัวเองไปนั่งโซฟาอีกตัวหนิงอันยกน้ำชามาให้ชายหนุ่มแทนน้ำเปล่า เพราะจำได้ว่าเขาชอบมากกว่าการดื่มน้ำเปล่าเฟยฉีมองดูน้ำชาอุ่นๆ ในมือของหนิงอันก็ถึงกับยกยิ้มที่มุมปากทันที“ขอบคุณน







