Mag-log inหนิงอันถูกเฟยฉีอุ้มขึ้นมาแนบอก ก่อนจะนำร่างของหญิงสาวไปวางบนเตียงอย่างอ่อนโยน ในส่วนของหนิงอันนั้นนางไม่ได้รู้สึกไม่สบายตรงที่ใดเพียงแต่หญิงสาวกำลังตื่นเต้นจนถึงที่สุดถึงได้มีเลือดกำเดาไหลเช่นนั้น ก่อนจะคิดในใจว่าอยากจะหยุดเวลาไว้แค่ตรงนี้เสียจริง เหตุใดเฟยฉีของนางจึงได้มีกลิ่นกายที่ละมุนละไมขนาดนี้นะ
"พวกเจ้าดูแลพระชายาให้ดี หากนางฟื้นแล้วก็ช่วยไปรายงานให้เปิ่นหวางทราบด้วย"
"เพคะ" อาเป่าและอาโปรับคำก่อนจะก้มหน้าแสดงความแปลกใจเล็กน้อย เพราะโดยปกติแล้วท่านอ๋องและพระชายามักจะเว้นระยะห่างจากกัน ราวกับน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำโคลน
หลังจากที่ร่างของชายหนุ่มก้าวพ้นประตูออกไป ไม่นานหมอหลวงก็มาถึงก่อนจะตรวจชีพจรแล้วได้ผลสรุปว่าหญิงสาวเพียงอ่อนเพลียเท่านั้น เมื่อเขียนเทียบยาส่งให้กับสาวใช้คนสนิทของนางหมอหลวงก็ขอตัวกลับ โดยมีสาวใช้คนสนิทของนางเป็นคนเดินออกไปส่ง
ภายในห้องของหนิงอันกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง พร้อมกับร่างของ หนิงอันที่ค่อยๆลุกขึ้นมาช้า ในตอนนี้เลือดกำเดาของนางหยุดไหลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากแต่ตัวนางเองยังคงตกอยู่ในภวังค์ความตื่นเต้น
เรื่องราวต่างๆค่อยๆถูกเรียบเรียงขึ้นตามลำดับ เรื่องราวในช่วงเวลานี้พระเอกและนางเอกยังไม่ได้พบกัน หากแต่ทั้งคู่จะพบกันและตกหลุมรักกันในทันที ในงานเลี้ยงในวังที่จะจัดขึ้นหลังการแข่งขันลูกหนังในอีกสามวันข้างหน้า หนิงอันกำลังคิดหาวิธีที่จะทำอย่างไรให้นางได้มีโอกาสเข้าใกล้ชายหนุ่มมากกว่านี้ เพราะหากนางปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเสียเปล่า
ตัวละครพระเอกในเรื่องนี้ เป็นบุรุษที่เงียบขรึม เย็นชาทั้งยังโหดเหี้ยมตามแบบฉบับของแม่ทัพ เรียกได้ว่าเป็นประเภทร้ายกับคนทั้งโลกและดีกับเธอคนเดียวอะไรเทือกนั้น
ส่วนหนิงอันที่แต่งเข้ามาในจวนอ๋องแห่งนี้ก็เพราะบิดาเสียสละชีวิตเข้าปกป้องชายหนุ่ม เฟยฉีจึงได้ตอบแทนบุญคุณด้วยการแต่งนางเข้าจวน โดยที่เขาไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าหลังจากแต่งงานได้หนึ่งปี เขาจะพบกับรักแท้เช่นนางเอกผู้งดงาม เมื่อนึกถึงรายละเอียดนิยายที่ตนเองเขียนไว้ หนิงอันก็ได้แต่เบะปากและกลอกตามองบน ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเขียนนิยายที่ใจร้ายกับตัวเองขนาดนี้
ในชีวิตจริงยังเป็นรักข้างเดียวไม่พอ ในนิยายยังจะโผล่มาเป็นหนามยอกอกพระเอกนางเอกเขาอีก! หรือว่านางควรจะเปลี่ยนเนื้อเรื่องของนิยายเรื่องนี้ดีนะ
หนิงอันพลางคิดไปเรื่อยเปื่อย นางไม่มั่นใจว่าหากเปลี่ยนเนื้อเรื่องของนิยาย สุดท้ายนางจะมีจุดจบอย่างไรหรือว่าจริงๆแล้วนางควรจะลองดูสักครั้ง อย่างน้อยๆมันก็ไม่ได้เสียหายอะไร คิดเสียว่าเป็นเพียงแค่ฝันตื่นหนึ่ง! หากไม่สำเร็จก็แค่ตายตอนจบแล้วจะได้กลับไปยังโลกปัจจุบัน กลับไปเป็นยัยหนิงอันผู้ไร้ตัวตนคนเดิม
สิ้นความคิด ร่างบางก็ตรงออกจากห้องไปก่อนจะมุ่งตรงไปยังตำหนักใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่ของชายหนุ่มในทันที ขาเรียวหยุดนิ่งยืนอยู่หน้าห้องหนังสือ ก่อนจะเอ่ยกับองครักษ์
"ข้าต้องการพบท่านอ๋อง"
"เอ่อ... พระชายาโปรดขอสักครู่ ข้าน้อยจะเข้าไปเรียนท่านอ๋องก่อนขอรับ"
"อื้ม ท่านไปเถิด" หนิงอันลุ้นระทึกอย่างตื่นเต้น เพราะไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะให้นางเข้าพบได้หรือไม่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาคนทั้งคู่พบหน้ากันแทบจะนับครั้งได้ และหนิงอันคนเดิมก็ดูจะเชื่อฟังชายหนุ่ม นางไม่เคยก้าวก่ายหรือย่างกายเข้าใกล้อีกฝ่ายอีกเลยหลังจากมีคำสั่งให้ต่างคนต่างอยู่
รอเพียงไม่นานองครักษ์คนเดิมก็เดินออกมาจากภายในห้องหนังสือของชายหนุ่ม ด้วยสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะเอ่ยกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเห็นใจ
"ขออภัยพระชายาขอรับ ท่านอ๋องมีรับสั่งว่าพระชายาทรงประชวรให้พักผ่อนมากหน่อยขอรับ" หนิงอันเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ขอบคุณท่านองครักษ์ ฝากขอบพระทัยท่านอ๋องด้วยที่ทรงห่วงใย"
"ขอรับ" องครักษ์ทั้งสองต่างหันมามองหน้ากัน ก่อนจะถอนหายใจออกมา พวกเขาเองก็เห็นใจหญิงสาวไม่น้อยหากแต่ไม่อาจขัดรับสั่งของผู้เป็นนายได้ ก่อนที่สายตาจะทอดมองร่างบางค่อยๆเดินจากไปช้าๆ
ภายในห้องหนังสือของฉีอ๋อง ปรากฏร่างของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์สองคน นั่นคือหลิวหยางและเสิ่นหนานสหายคนสนิทของเขา ทั้งคู่ได้แต่ขมวดคิ้วไม่เข้าใจในการกระทำของชายหนุ่มก่อนที่ หลิวหยางเสนาบดีกลาโหมผู้เป็นสหายของฉีอ๋องเอ่ยขึ้น
"เหตุใดท่านจึงไม่บอกกล่าวนางไปตรงๆเล่าว่ากำลังสนทนาเรื่องสำคัญอยู่ นางจะได้ไม่เข้าใจผิดว่าท่านไม่อยากจะพบนาง" เฟยฉีที่ได้ยินสิ่งที่สหายกล่าวก็ได้แต่เลิกคิ้ว ก่อนจะวางพู่กันในมือลง ก่อนจะเอ่ยตอบ
"คำตอบจะเป็นเช่นไร ผลที่ได้คือข้าก็มิได้ให้นางเข้าพบอยู่ดีมิใช่หรือ" หลิวหยางได้แต่ขมวดคิ้ว
"จะเหมือนกันได้อย่างไร ท่านตอบนางไปเช่นนั้นก็แปลว่าท่านไม่ประสงค์ที่จะพบหน้านาง หากท่านอธิบายว่าท่านกำลังติดธุระสำคัญอยู่นางก็จะได้เข้าใจว่าท่านกำลังยุ่งมิใช่ว่าไม่ได้ต้องการพบหน้านาง"
"เปิ่นหวางไม่เห็นว่ามันจะแตกต่างกันอย่างไร ในเมื่อปกติแล้วเปิ่นหวางและนางก็ต่างคนต่างอยู่ นางเองก็ไม่ได้คิดจะมาวุ่นวายอยู่แล้ว"
"เฮ้อ! ก็ท่านเป็นคนสั่งให้นางไม่ต้องมายุ่งกับท่านมิใช่หรือ เฟยฉี ข้าขอถามท่านตามตรง ท่านรังเกียจนางงั้นหรือ" เฟยฉีเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ ก่อนจะเพ่งมองไปที่สหาย ชายหนุ่มและสหายทั้งคู่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเยาว์นับว่ารู้ใจกันอยู่มาก มีแต่เพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่หลิวหยางและเสิ่นหนานไม่เข้าใจในการกระทำของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
"เปิ่นหวาง ไม่ได้รังเกียจนาง"
"แล้วเหตุใดท่านจึงไม่ให้นางเข้าใกล้ท่านเล่า นางแต่งเข้าจวนอ๋องมากว่าหนึ่งปี หากแต่สามีไม่ยอมเข้าใกล้ไม่เคยร่วมหอ เรื่องนี้ต่างเล่าลือกันไปทั่วเมืองเมือง ผู้คนต่างกล่าวว่าท่านนั้นมีคนรักอยู่แล้วทั้งยังไม่ได้เต็มใจแต่งกับพระชายาหนิงอัน"
"ข้าเต็มใจแต่งนางเข้าจวนอ๋อง เพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านอาจารย์"
"เช่นนั้นก็แปลว่าท่านไม่ได้รักนาง" เป็นเสิ่นหนานที่เอ่ยขึ้น
"เป็นเช่นนั้น" เฟยฉีพยักหน้าก่อนจะตอบรับคำถามของสหาย
"แล้วเหตุใดท่านไม่หย่ากับนางแล้วให้นางไปเจอคนที่เขาสามารถรักนางได้เล่า"
"ทำเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด!" เฟยฉีเอ่ยขึ้น เมื่อสหายของเขาต้องการให้เขาหย่าร้างกับหนิงอัน ในขณะที่ชายหนุ่มทั้งสามคนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น ด้านนอกก็ได้ยินเสียงองครักษ์เอ่ยถึงสตรีที่พวกเขากำลังกล่าวถึงอยู่
"เอ่อ... พระชายาจะพบท่านอ๋องหรือไม่ขอรับ ข้าน้อยจะเข้าไปเรียนท่านอ๋องให้อีกครั้งหากว่าท่านมีธุระสำคัญ"
"ไม่ต้องแล้ว ไม่สำคัญแล้วล่ะ" หนิงอันที่ในตอนแรกถูกชายหนุ่มปฏิเสธไม่ให้เข้าพบ หญิงสาวก็เดินคอตกกลับเรือนของตนเอง หากแต่เมื่อเดินไปได้เพียงครึ่งทาง ก็นึกขึ้นได้ว่าควรจะลองสู้ดูสักครั้งต่อให้อีกฝ่ายไล่นางออกมาเองก็ตามที เช่นนั้นก็ถือเสียว่าได้ลองดู หญิงสาวทำใจดีสู้เสือก่อนจะเดินกลับมาที่ห้องหนังสือของสามีอีกครั้ง แล้วก็ได้ยินบทสนทนาของคนที่อยู่ภายในห้องเข้าพอดี
หนิงอันเป็นคนเขียนนิยายเรื่องนี้หญิงสาวรู้ดีว่าเฟยฉีพระเอกของเรื่องนั้น มีรักให้กับตัวของนางเอกเท่านั้น และไม่เคยคิดมีใจให้ตัวประกอบเช่นหนิงอันแม้แต่นิดเดียว ตอนที่เขียนบรรยายในนิยายก็ว่ารู้สึกเจ็บแล้ว แต่ในยามที่ได้ยินคำพูดนี้จากปากของพระเอกของเรื่อง หนิงอันรู้สึกว่ามันเจ็บปวดยิ่งกว่า
หญิงสาวหลงลืมคำพูดทั้งหมดที่คิดว่าจะกล่าวต่อรองกับเขา นางรู้สึกว่าดวงตาทั้งสองข้างของนางมันพร่ามัวไปหมดมองแทบไม่เห็นทางเดินด้วยซ้ำ ก่อนที่หนิงอันจะหอบหัวใจอันบอบช้ำของตนเองเดินจากมา
ขาทั้งสองข้างเดินตรงไปเรื่อย ๆอย่างไม่มีจุดหมาย ก่อนจะออกจากประตูจวนอ๋องมาโดยที่หญิงสาวเองก็ไม่รู้ตัว เมื่อจิตใจของนางในตอนนี้ล่องลอยออกไปพร้อมกับคำที่ดังซ้ำๆอยู่ในหัวของนาง
ว่าเขาไม่ได้รักนาง
แม้จะรู้อยู่ก่อนแล้ว หากแต่ยามที่ได้ยินมันก็เจ็บทุกที หนิงอันเดินไปเรื่อย ๆอย่างไม่มีจุดหมายก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ใต้ต้นดอกเหมย ณ สะพานแห่งหนึ่ง หนิงอันหยุดนิ่งดวงตาของนางเหม่อลอยไปไกล ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้วนางที่รู้สึกว่าขาของตนเองกำลังชาเพราะถูกเหน็บกินจนแทบจะล้ม ก่อนที่จะใช้มือทั้งสองจับที่ราวสะพานเพื่อทรงตัว ในขณะเดียวกันราวสะพานบริเวณที่จับเกิดผุพังเพราะการกัดเซาะของน้ำฝน ทำให้ร่างบางของหนิงอันโอนเอนแล้วกำลังจะทำให้นางตกลงไปในแม่น้ำ
"อ๊ะ ชะ ช่วยด้วย!" หนิงอันรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก นางกำลังจะตกน้ำแล้ว หญิงสาวหวาดกลัวจนเหงื่อชุ่ม ในขณะที่ร่างบางกำลังจะหล่นจากสะพานลงสู่แม่น้ำนั้น อยู่ ๆ ก็มีมือของใครบางคนมาฉุดร่างของนางอย่างพอดิบพอดี ก่อนที่หนิงอันจะเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดของเขาราวกับจับวาง
หนิงอันเดินเข้ามาในห้องก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกับโซฟากลางห้อง ดวงตาของเธอยังคงเหม่อลอยสับสน ไม่รู้ว่าที่แท้แล้วสำหรับเขาเธอเป็นแค่ของเล่นคั่นเวลาสนุกๆชิ้นหนึ่งเพียงเท่านั้นใช่มั้ย? ยิ่งได้มากยากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องลงทุนสูงมากเท่านั้นหลังจากวันนั้นชายหนุ่มก็หายหน้าไป หนิงอันพยายามคิดว่าตัวเองจะยังพอมีความหวังบ้าง ทุกครั้งที่เปิดประตูออกมาก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่าเธอไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มคิดอย่างไรกันแน่ หรือว่าเธอผิดพลาดที่ตรงไหน หรืออาจจะเป็นวันนั้นที่อยู่ ๆเธอก็ออกมาจากห้องโดยที่ไม่บอกเขาเพราะเธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีคนรัก ไม่เคยมีครอบครัว เธอไม่รู้ว่าการเริ่มต้นที่จะอยู่กับใครสักคนต้องทำอย่างไร แต่พอเธอพยายามรวบรวมความกล้าที่จะเปิดใจเขากลับหายไปแล้ว เขาเดินหายไปจากชีวิตเธอแล้วหนิงอันรู้ตัวอีกทีตัวเองก็มาโผล่ที่บาร์แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากคอนโดของเธอมากนัก หญิงสาวสั่งค็อกเทลแล้วยกดื่มราวกับน้ำเปล่า แก้วแล้วแก้วเล่า ใบหน้าของหญิงสาวแดงเรื่อ พูดเสียงอ้อแอ้เป็นสัญญาณว่าเริ่มเมามากแล้ว เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่เธอมักจะมานั่งปลดปล่อยความเศร้า แต่พอเริ่มเมามากขึ้นก
"หัวหน้าค่ะ โลกเสมือนจริงจบลงแล้วค่ะ ทั้งคู่น่าจะกลับมาในอีกสิบนาทีค่ะ""ดีมาก นับว่าสมบูรณ์แบบ""แบบนี้ก็แปลว่า โครงการนี้จะถูกอนุมัติใช่มั้ยคะ""ถูกต้อง สักครึ่งชั่วโมงค่อยติดต่อแจ้งข่าวนี้แก่ท่านประธาน""ได้ค่ะหัวหน้า"รายงานผลการทดลองเป็นผลสำเร็จและสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มเดินออกไปหน้าประตูก่อนจะแง้มเพื่อมองดูห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะยกยิ้มอย่างใจเย็นพลางคิดในใจ(เสี่ยวอันเธอหนีฉันไม่พ้นหรอก)เฟยฉีพยายามนำตัวเองให้เข้าไปอยู่ในสายตาของหญิงสาวมาตลอด เด็กสาวที่สวมแว่นตาหนาเตอะคนนั้นคือคนที่ทำให้เขาตกหลุมรักโดยที่ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ตัวว่าเขาเริ่มรู้สึกเช่นนั้นกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็มักจะเอาตัวเองเข้าไปใกล้กับหญิงสาวอยู่เสมอ แต่เพราะความหล่อเหลาของเฟยฉีทำให้ทุกคนไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีความคิดเช่นนั้นกับหญิงสาว ทำให้การที่เขาไปวอแวกับอีกฝ่ายไม่ได้กลายเป็นเป้าสายตามากนัก อาจเพราะหนิงอันเรียนเก่งเขาเองก็เรียนเก่งจึงทำให้ทั้งคู่ค่อยๆสนิทกัน แต่หลังจากที่เรียนจบหญิงสาวก็ไม่เคยติดต่อเขาอีกเลย ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงติดตามข่าวคราวของเธออยู่เงียบๆจนกระทั่งหนิงอันมีผลงานนิย
หนิงอันและเฟยฉีเดินทางกลับจิงโจวในเช้าวันต่อมา เรื่องราวหลังจากนี้ไม่ได้อยู่ในนิยายที่นางเขียนขึ้นหากแต่มันเป็นเรื่องราวต่อจากนั้นที่แม้แต่คนเขียนนิยายเช่นนางก็ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ หนิงอันคิดว่าตนเองคงจะต้องใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งหมดอายุขัยเลยหรือไม่จึงจะสามารถกลับไปยังโลกปัจจุบันที่นางจากมาได้คงไม่มีใครสามารถตอบได้รถม้าค่อยเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงก่อนจะค่อยๆแล่นไปตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่งจิงโจวเมืองที่เป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใด ในขณะที่มุมหนึ่งบนกำแพงเมือง พบชายหนุ่มที่สวมชุดมังกรที่เหลืองอร่ามกำลังเพ่งมองไปยังรถม้าที่ค่อยๆวิ่งไกลออกไปจนกระทั่งสุดลูกหูลูกตา"ฝ่าบาท จะทรงปล่อยให้นางจากไปเช่นนี้จริงๆหรือพ่ะย่ะค่ะ" กงกงคนสนิทเอ่ยขึ้น แววตาของเขาฉายชัดความห่วงใยในตัวฮ่องเต้พระองค์ใหม่ผู้นี้ไม่น้อย"นางพบคนที่นางรักจริงๆเสียที เช่นนั้นก็หมดหน้าที่ของเราแล้ว""แล้วฝ่าบาทเล่าพ่ะย่ะค่ะ""เรากับนางคงมิได้มีวาสนาต่อกัน เอาละกลับกันเถิด""พ่ะย่ะค่ะ หลายปีต่อมา"อันอัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ! แม่บอกให้หยุด เจ้าเอาหมินหมินไปนอนบนเตียงกับเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่อาบน้ำให้มันก่อน"
หนิงอันลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะพยายามมองไปรอบๆก็ต้องแปลกใจที่หญิงสาวยังคงอยู่ในนิยาย ก่อนจะคิดในใจว่าเหตุใดนางจึงยังไม่ตายกันนะ!(นี่ข้ายังไม่ตายหรอกหรือ)"เจ้าฟื้นแล้วหรือ" หนิงอันหันไปตามเสียงก็พบกับสตรีผู้หนึ่งที่กำลังถือถ้วยชาเข้ามา"เอ่อ... ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ใดหรือเจ้าคะ""สำนักจี๋หลินเจ้าค่ะ" หนิงอันมองไปรอบๆนางพยายามมองหาร่างของสามี"สามีของท่านอีกเดี๋ยวก็คงกลับมา ท่านดื่มยาก่อนเถิด""อืม ขอบคุณแม่นาง" หนิงอันรับถ้วยยามาก่อนจะฝืนใจดื่มมันจนหมดแล้วยื่นถ้วยเปล่าส่งคืนไปให้อีกฝ่าย"ข้าหลับไปนานเท่าใดงั้นหรือ""ท่านหลับไปเจ็ดวันแล้ว สามีของท่านเขานั่งเฝ้าท่านที่ข้างเตียงตลอด หากแต่วันนี้มีธุระด่วนจึงได้ฝากให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนท่านแทน""เช่นนั้นก็ต้องรบกวนแม่นางแล้ว""ท่านอย่าได้เกรงใจเลย ท่านอ๋องมีบุญคุณต่อข้าเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้นับว่าเป็นอันใดได้"เพียงครู่เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หนิงอันมองเห็นใบหน้าคุ้นเคยที่ตอนนี้แลดูซูบผอมลงไปมาก ใต้ตาของเขาดำคล้ำราวกับอดหลับอดนอนมาหลายวัน เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เป็นเช่นนั้นหัวใจของหนิงอันก็รู้สึกเจ็บปวดยิ่งนักทางด้านเ
วันต่อมาอยู่ ๆ จื่อเว่ยก็วีแชทมาบอกเธอว่างานเลี้ยงถูกยกเลิกเพราะที่เมืองข้างๆ เกิดเหตุดินถล่ม มีเพื่อนหลายคนประสบภัยทั้งยังมีปัญหาเดินทางมาไม่สะดวกทำให้ต้องยกเลิกไปก่อนทำให้คนเหงาๆ อย่างหนิงอันถึงกับซึมเพราะต้องติดอยู่ที่คอนโดไม่รู้จะออกไปไหนติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!หนิงอันขมวดคิ้วเป็นปมใครกันมาแต่เช้า ก่อนจะเดินไปเปิดประตูแล้วพบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนบ้านจอมวุ่นวายของเธอเอง“นายมีอะไรงั้นหรือ”“ขอเข้าไปก่อนได้มั้ย ข้างนอกหนาวมากเลย”“ดะ เดี๋ยว” หนิงอันไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธชายหนุ่มก็แทรกตัวเข้ามาในห้องแล้ว ก่อนจะตรงไปที่โซฟาแล้วจับเจ้าโป๊ยก่ายแมวตัวอ้วนสีเทาขึ้นมาทั้งกอดทั้งหอมอย่างมันเขี้ยว“นายมีอะไร”“ฉันมาฟังคำตอบของเธอ”“คำตอบอะไร”“เธอคือเสี่ยวอันคนนั้นใช่มั้ย”“ใช่แล้วยังไง ไม่ใช่แล้วยังไง มันสำคัญกับนายมากหรือไง”“สำคัญมาก” หึ ห
เฟยฉีก้าวเข้ามาภายในห้องเขาถอดรองเท้าออกพร้อมกับสวมรองเท้าแตะที่ใส่เดินในบ้านของแขกแล้วก้าวเข้าไป ร่างสูงสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ทั้งห้องถูกตกแต่งเป็นโทนสีขาวทำให้ดูสบายตา ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ โซฟาสีขาวที่มีแมวตัวอ้วนสีเทาและสีส้มนอนหลับอยู่ เขาจึงไม่กล้ารบกวนมันจึงได้ย้ายตัวเองไปนั่งโซฟาอีกตัวหนิงอันยกน้ำชามาให้ชายหนุ่มแทนน้ำเปล่า เพราะจำได้ว่าเขาชอบมากกว่าการดื่มน้ำเปล่าเฟยฉีมองดูน้ำชาอุ่นๆ ในมือของหนิงอันก็ถึงกับยกยิ้มที่มุมปากทันที“ขอบคุณน







