LOGINเสียงเจื้อยแจ้วของบุตรชายและมารดาดังลอดออกมาจากห้อง ในขณะที่ผู้เป็นบิดายังคงนั่งทำงานอยู่ภายในห้องตำรา แต่สมาธิของชายหนุ่มกลับจดจ่ออยู่กับนิทานก่อนนอนที่ภรรยาเล่าให้บุตรชายฟัง
นิทานหลายเรื่องเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่เขาเองก็มิเคยได้ยินหรือได้ฟังมาจากที่ใด แม้จะแปลกใจอยู่ไม่น้อยแต่ก็นั่งฟังเงียบ ๆ จนกระทั่งจบเรื่องหลังจากที่นิทานถูกเล่าจนจบไปถึงสามเรื่องและเด็กน้อยก็หลับไปแล้วนั้น เสียงภายในห้องก็เงียบลง ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของใครบางคนที่บริเวณประตูห้อง แล้วฝีเท้าก็เคลื่อนผ่านหน้าห้องตำราของเขาไป ซ่งรุ่ยหยางอยากจะรู้ว่าหญิงสาวคิดจะทำสิ่งใดจึงได้ก้าวเท้าตามหลังลอบมองดูจากที่ไกล ๆ
ก่อนจะพบว่าเซี่ยเป่าเจินหายเข้าไปในเรือนครัวแล้วเทียนหลายเล่มก็ถูกจุดขึ้นจนสว่างไสวไปทั่วทั้งห้อง เสียงกุกกักดังขึ้นต่อเนื่องยิ่งสร้างความสงสัยให้แก่ชายหนุ่มมากยิ่งขึ้นจนกระทั่งต้องเดินเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมเพื่อดูว่า หญิงสาวกำลังทำสิ่งใดอยู่ เพียงชั่วลมหายใจชายหนุ่มก็พาร่างสูงของเขามาหยุดยืนอยู่หน้าเรือนครัว ก่อนจะพบกับร่างบางของเซี่ยเป่าเจินที่กำลังนวดแป้งอยู่
หญิงสาวที่รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติจึงได้เงยหน้าขึ้นจากแป้งที่ตนกำลังลงมือนวดเพื่อเตรียมไว้สำหรับทำเกี๊ยวและซาลาเปาในวันพรุ่งนี้เช้า เมื่อเห็นว่าคนคนนั้นคือซ่งรุ่ยหยาง เซี่ยเป่าเจินก็ถึงกับขมวดคิ้วของนางจนกระทั่งเป็นปม วันนี้นับเป็นครั้งที่สองแล้วที่ชายหนุ่มแอบมายืนลอบมองนางเช่นนี้ ราวกับต้องการจับผิดนางอย่างไรอย่างนั้น ทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยอันใดออกมาบ้าง
"ท่านมีอันใดงั้นหรือเจ้าคะ" ซ่งรุ่ยหยางหันซ้ายหันขวาก่อนจะแก้เก้อด้วยการเดินไพล่หลังเข้ามาภายในห้องครัว ดวงตาของเขาจ้องมองที่แป้งก้อนใหญ่ที่กำลังถูกหญิงสาวบีบเคล้นจนนุ่มนิ่ม
"ข้าเพียงได้ยินเสียงผิดปกติจึงได้เดินออกมาดู เพราะเกรงว่าจะเป็นคนร้าย"
"หึ ไม่มีคนร้ายที่ใดหรอกเจ้าค่ะ"
"เหตุใดเจ้าจึงได้มั่นใจนัก!"
"ก็เพราะที่นี่มีข้าอย่างไรเล่าเจ้าคะ สตรีที่ได้ชื่อว่าร้ายกาจที่สุด คนร้ายที่ใดเลยจะกล้าเข้ามาในจวนของข้ากัน หากมีผู้ใดมันกล้าทำเช่นนั้นคาดว่าคงจะไม่ต้องการมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง"
"..." ซ่งรุ่ยหยางไม่คิดว่าหญิงสาวจะเก็บเอาคำพูดที่เขาเคยว่ากล่าวนาง หยิบยกมาเพื่อต่อปากต่อคำกับเขาเช่นนี้ ทำให้ชายหนุ่มถึงกับกล่าวสิ่งใดไม่ออก ในขณะที่มองเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังมืดครึ้มด้วยความไม่พอใจ
"ข้าก็เพียงเป็นห่วงเพราะที่นี่มีเพียงสตรีและเด็กเท่านั้น" พอได้ยินมาถึงจุดนี้ สำหรับเซี่ยเป่าเจินนางรู้สึกว่าตัวเขานั้นช่างย้อนแย้งยิ่งนัก ก่อนหน้านี้เป็นเขาที่ทิ้งนางและบุตรชายมิยอมกลับมานอนที่จวนยาวนานนับเดือน แต่มาวันนี้กลับมาเอ่ยว่าเป็นห่วง มันมิช้าไปหน่อยหรือ
"เกรงว่าท่านคงจะหลงลืมไป ว่าเมื่อก่อนข้าก็อยู่กับเป่าเกอเพียงลำพังเช่นนี้ โดยที่ข้าเองก็เกือบลืมไปแล้วเช่นกัน ว่าข้ายังมีสามีอยู่! ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ ข้าง่วงมากแล้ว ท่านเองก็ควรพักผ่อนได้แล้ว" ร่างบางยอบกายคารวะสามีก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้น เมื่อเดินห่างออกมาไกลนางก็เผลอกัดที่ริมฝีปากของตนเองอย่างแรงจนกระทั่งได้กลิ่นเลือดจาง ๆ เซี่ยเป่าเจินคิดว่าตนเองนั้นทำใจได้บ้างแล้ว แต่มาวันนี้ในยามที่อยู่ต่อหน้าสามีของนาง อารมณ์เสียใจหรือน้อยใจก็ถาโถมเข้าใส่นางจนกระทั่งปะปนกันไปหมด
ก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยกับตนเองในใจว่านางควรตัดใจเสีย เพราะไม่ว่าอย่างไร ในสายตาของเขา นางก็เป็นได้เพียงสตรีร้ายกาจผู้หนึ่งเท่านั้นเอง!
ในขณะที่ซ่งรุ่ยหยางเองก็มองตามร่างบางโดยไม่ยอมละสายตา ก่อนที่เขาจะนึกไปถึงคำพูดของท่านตาของเซี่ยเป่าเจิน ชายชราเอ่ยถามเขาว่าแท้จริงแล้วเขารังเกียจเซี่ยเป่าเจินหรือไม่ ซ่งรุ่ยหยางจึงได้ตอบชายชรากลับไปว่าเขาเองมิได้รังเกียจหญิงสาวถึงเพียงนั้น เพราะหากรู้สึกเช่นนั้นก็คงมิยินยอมตบแต่งนางเข้ามาเป็นภรรยาของเขา
ซึ่งในตอนแรกเขาเองก็คิดว่าตัวเขานั้นอาจจะสามารถรักหญิงสาวได้ แต่เมื่อพบกับนิสัยที่แท้จริงของนางแล้วทำให้เขารู้สึกว่าคงมิอาจทำใจให้รักนางได้ ต่อแต่นั้นมาเขาและนางจึงเหมือนมีกำแพงกั้นอยู่ระหว่างตรงกลางที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถข้ามผ่านเข้าไปหากันและกันได้
แต่พอมาวันนี้ที่เขาเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของนาง ในความรู้สึกจริง ๆ กลับไม่สามารถให้คำตอบได้เลยว่าเขาเองนั้นรู้สึกเช่นไรกันแน่ ได้แต่คิดว่าหากนางสามารถเปลี่ยนแปลงได้จริงอย่างที่กล่าวมา เขาและนางอาจจะอยู่ร่วมกันเช่นนี้ไปจนแก่เฒ่าได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
แต่ซ่งรุ่ยหยางกลับหลงลืมไปว่า การที่คนเราจะอยู่ร่วมกันไปจนแก่เฒ่าได้นั้น องค์ประกอบสำคัญที่จะขาดมิได้เลยก็คือ "ความรัก"
หลายวันมานี้ซ่งรุ่ยหยางเดินทางไปกลับจวนและสำนักศึกษาในทุกวัน ทำเอาบ่าวรับใช้คนสนิทเช่นเหลียนถังรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ก่อนจะคิดไปเองว่าความสัมพันธ์ของฮูหยินและนายท่านกำลังจะดีขึ้น
เช้านี้ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเพื่อออกไปยังสำนักศึกษาเพราะมีความตั้งใจบางอย่าง ก่อนจะออกมาจากห้องตำราก็พบกับร่างเล็กของบุตรชายและภรรยาที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ ขุดหลุมพรวนดินอยู่บริเวณริมรั้วด้านหน้าประตูทางเข้าจวน โดยมีเหลียนถังเป็นผู้อาสาช่วยจับจอบขุดหลุมหรือใช้แรงงานที่หนักให้
"ท่านแม่ขอรับ ท่านแม่จะปลูกต้นอันใดหรือขอรับ"
"เจ้าชอบต้นอะไรเป็นพิเศษหรือไม่"
"ข้าชอบ ข้าชอบทุกอย่างที่ท่านแม่ปลูกเลยขอรับ" เซี่ยเป่าเจินยกยิ้มจนถึงดวงตาที่บุตรชายของนางรู้จักพูดจาเอาอกเอาใจ
"คุณชายน้อยช่างปากหวานนักเจ้าค่ะ คุณชายกล่าวเช่นนี้ฮูหยินจะต้องหาต้นไม้มาปลูกจนทั่วจวนเป็นแน่!" หงซิ่วพูดพลางหัวเราะ ก่อนที่ทุกคนจะหัวเราะไปตาม ๆ กัน พลันเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
"ทำอันใดกันอยู่งั้นหรือ"
"ท่านพ่อ! ลูกกับท่านแม่กำลังปลูกต้นไม้กันอยู่ขอรับ พวกเราจะทำสวนดอกไม้กัน"
"งั้นหรือ! ช่างดีนัก แล้วจะปลูกต้นอันใดกันเล่า..."
"เอ่อ... ท่านแม่! พวกเรากำลังจะปลูกต้นอันใดกันหรือขอรับ" ซ่งรุ่ยเป่าหันมาถามมารดา หญิงสาวจึงได้เงยหน้าขึ้นก่อนจะเอ่ยตอบบุตรชายไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"พวกเรากำลังจะปลูกต้นทานตะวัน กันจ้ะ"
"ต้นทานตะวัน เจ้ามีเมล็ดพันธุ์แล้วเช่นนั้นหรือ"
"ข้าพึ่งได้มาจากจวนของท่านตาเจ้าค่ะ พอดีมีสหายของท่านตาแวะมาเยี่ยมแล้วนำมาฝาก" ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ ต้นทานตะวันเป็นดอกไม้ต่างถิ่นย่อมไม่มีขายทั่วไป ที่แท้นางก็นำมาจากจวนของท่านอาจารย์นี่เอง
"แล้วเจ้าคิดจะปลูกอันใดอีกหรือไม่" ซ่งรุ่ยหยางเอ่ยถามหญิงสาว ในขณะที่หงซิ่วและเหลียนถังเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะสบตากันราวกับรู้ความหมาย หลายวันมานี้นอกจากนายท่านจะไปกลับจวนกับสำนักศึกษาทุกวันแล้ว ในแต่ละวันก็พยายามสรรหาบทสนทนาเพื่อมาพูดคุยกับฮูหยิน ในขณะเดียวกันฮูหยินเองก็พยายามหลีกเลี่ยงและหลบหน้าไม่อยากจะสนทนากับนายท่าน ซึ่งถ้าหากเป็นเมื่อก่อนฮูหยินคงจะเอาแต่เกาะติดนายท่านไม่เลิกเป็นแน่
ตามจริงเซี่ยเป่าเจินมิอยากจะสนทนากับเขาให้มากความนัก ช่วงหลังมานี้นางรู้สึกว่าชายหนุ่มมักจะพยายามสรรหาบทสนทนาเพื่อมาพูดคุยกับนาง หรือเป็นเพราะเขากำลังจะจับผิดนางอยู่ก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ในตอนนี้เป็นเพราะนางอยู่ต่อหน้าบุตรชายจึงทำให้นางมิอาจที่จะแสดงความรู้สึกไม่พอใจเช่นนั้นออกมา จึงได้แต่ตอบเขาไปอย่างเสียมิได้
"จริง ๆ แล้วข้าเองก็อยากจะปลูกอยู่ด้วยกันหลายอย่าง เพียงแต่ต้องไปลองเลือกดูที่ร้านขายเมล็ดพันธุ์เสียก่อน"
"เช่นนั้น! เจ้าก็ไปวันนี้เลยดีหรือไม่ ถึงอย่างไรข้าเองก็ต้องเข้าเมืองอยู่แล้วก็ไปพร้อมกันเสียเลย"
"เอ่อ... ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านไปทำงาน ข้ากับลูกจะไปกับท่านคงจะไม่เหมาะ" ซ่งรุ่ยหยางขมวดคิ้วที่ได้ยินคำว่าไม่เหมาะจากปากของหญิงสาว พลันให้นึกถึงคำพูดเมื่อก่อนที่เขาเคยว่ากล่าวนาง ในยามที่หญิงสาวจะขอร่วมเดินทางไปด้วย
"มีอันใดไม่เหมาะสมกัน เจ้าเป็นภรรยาข้า เป่าเกอก็เป็นบุตรชาย แล้วอีกอย่างไปสำนักศึกษาก็เพียงเพื่อตรวจงานเท่านั้น มิได้ทำงานสำคัญอันใด ตกลงเอาตามนี้ก็แล้วกัน เจ้าพาเป่าเกอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด เดี๋ยวจะได้ออกไปข้างนอกพร้อมกัน"
"เอ่อ... แต่ว่า"
"ไม่มีแต่"
ในตอนนี้หากมีใครมากล่าวหานางว่าหญิงสาวนั้นดูแปลกไป นางก็จะโต้เถียงสวนกลับไปในทันทีว่ามิใช่แค่นางที่เปลี่ยนไป บุรุษทึ่มทื่อสามีนางผู้นี้ก็ดูแปลกไปเช่นกัน! เหตุใดพักนี้เขาจึงชอบมายุ่งวุ่นวายกับนางนัก
ทางด้านโจวฮุ่ยหลานนั้นรู้สึกรำคาญและขยะแขยงชายหนุ่มตรงหน้ายิ่งนักอีกฝ่ายเป็นคุณชายเสเพลผู้หนึ่งที่ส่งแม่สื่อมาทาบทามนางได้ทุก ๆ เจ็ดวัน หากแต่บิดาและมารดาก็ปฏิเสธไปทุกครั้ง ล่าสุดก็เมื่อเช้านี้ทั้ง ๆ ที่ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังไม่เลิกวุ่นวายกับนางอีก ช่างน่ารำคาญเหลือเกิน ในขณะที่นางกำลังจะเดินหนีก็ยังเดินตามทั้งยังพยายามจะลวนลามนางจังหวะที่มือของอีกฝ่ายกำลังจะเอื้อมมาเพื่อสัมผัสกับร่างกายของหญิงสาวก็ถูกใครคนหนึ่งตีมือของเขาด้วยพัดอย่างแรง ร่างบางของโจวฮุ่ยหลานถูกรั้งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของซ่งรุ่ยเป่า ในขณะที่เจ้าของอ้อมกอดมองไปที่ชายหนุ่มอีกคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะอย่างเห็นได้ชัด
ห้าปีผ่านไปซ่งรุ่ยเป่าที่สอบได้ตำแหน่งจอหงวนเมื่อสามปีก่อน เขาเข้าทำงานในราชสำนักอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะขอตัวย้ายถิ่นฐานเพื่อที่จะได้ใช้ความสามารถพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด ฝ่าบาทหลงรักและเอ็นดูหลานชายผู้นี้ไม่น้อย นอกจากมีความสามารถแล้วยังขยันขันแข็งอย่างมาก เดิมทีอยากจะรั้งตัวเอาไว้ใช้งานหากแต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ยินยอมจึงได้มอบตำแหน่งผู้ตรวจการผู้แทนพระองค์พร้อมกับให้ไปประจำการ ณ มณฑลทางใต้ทั้งหมด ทำให้ซ่งรุ่ยเป่าได้กลับบ้านสมใจหวังเสียทีนอกจากนี้ไท่เฟยที่เริ่มแก่ชรามากแล้ว จึงได้ทูลขอพระราชทานอนุญาตเดินทางไปยังซัวเถาเพื่ออยู่กับหลานชายที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของนาง พร้อมกับอยู่กับเหลน ๆ ในช่วงบั้นปลายชีวิต ก่อนที่ฮ่องเ
แม่ลูกพบหน้าพูดคุยกัน ทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ก่อนที่เซี่ยเป่าเจินและสามีจะขอตัวกลับก่อน ในยามที่มารดามาส่งนางที่รถม้าหญิงสาวก็ยังไม่วายเลิกม่านขึ้นโบกมือลาก่อนจะทำสายตาละห้อยอย่างรู้สึกอาลัย ในยามที่มีบุตรแล้วถึงสองคนจึงได้เข้าใจหัวอกมารดาถึงเพียงนี้ทำให้นางยิ่งรู้สึกรักมารดาของนางมากขึ้นไปอีก"เหตุใดจึงได้ทำหน้าเศร้านักเล่า""ข้าคิดถึงท่านแม่เจ้าค่ะ""เอาไว้วันหลังเจ้าก็มาเยี่ยมท่านแม่ยายได้อีก เรายังคงรั้งอยู่ที่นี่อีกนาน"
ในวันนี้จวนซ่งช่างคึกคักเสียจริง นอกจากจะฉลองเนื่องในวันครบรอบวันเกิดสิบห้าปีให้แก่คุณชายใหญ่ซ่งรุ่ยเป่าแล้ว ยังเป็นการฉลองความสำเร็จที่อีกฝ่ายสอบได้ลำดับที่หนึ่งของมณฑลอีกด้วย ก่อนที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าสองสามีภรรยาจะต้องเดินทางไปส่งบุตรชายยังเมืองหลวงเพื่อเตรียมสอบในฤดูกาลหน้าในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่ โจวฮุ่ยหลานเองที่ต้องการมอบของขวัญให้กับเด็กหนุ่มกลับไม่กล้าเดินเข้าไป ในตอนนี้นางพึ่งจะสิบเอ็ดปีเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ชื่นชอบเขามานานหลายปีหากแต่อีกฝ่ายก็มักเย็นชากับนาง ทำให้โจวฮุ่ยหลานรู้สึกหวาดกลัวเขาอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นว่าบรรดาสาว ๆ ในเมืองซัวเถาและเหล่าศิษย์พี่ในสำนักต่างก็มาร่วมในงานนี้ ผู้คนมากมายต่างมอบของขวัญให้กับเขา นางก็ได้แต่ก้มลงมองของขวัญในมือของนางก่อนจะค่อย ๆ เก็บมันไว้ในแขนเสื้อตามเดิม
งานแต่งงานของโจวหนิงจินมาถึง ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยไร้อุปสรรค เจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกส่งตัวเข้าห้องหอเป็นที่เรียบร้อย จนกระทั่งผ่านไปเจ็ดวัน สุ่ยจินเยว่จึงได้ถูกปล่อยตัวออกจากห้องหอ หญิงสาวไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว อายก็อาย คนใช้จวนตระกูลโจวต่างร่ำลือว่านายท่านโจวคลั่งรักฮูหยินมากเพียงใดในแต่ละวันก็แทบจะตัวติดกันตลอดเวลากระทั่งสุ่ยจินเยว่ออกไปตรวจร้านค้าของนาง อีกฝ่ายก็ยังจะดั้นด้นตามไปแม้ในวันที่ไม่ค่อยสบายก็ตาม สุ่ยจินเยว่ได้แต่คิดในใจว่านางไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มจะเป็นหนักถึงเพียงนี้ ยามเกลียดก็เกลียดยามรักก็คลั่งรักถึงเพียงนี้ เขามีสิ่งใดพอดีบ้างหรือไม่!
หากมีผู้มาพบเห็นเรื่องนี้คงจะกลายเป็นเรื่องราวน่าขบขันไม่น้อย เมื่อชายหนุ่มสามคนมานั่งล้อมวงกันอยู่ภายในศาลากลางสวนดอกไม้ในจวนตระกูลซ่ง โดยมีซ่งรุ่ยหยางที่กำลังอุ้มบุตรสาวอยู่ หูทั้งสองข้างก็คอยรับฟังปัญหาเรื่องราวความรักของสหายและญาติผู้พี่เช่นโจวหนิงจินและหลงเซียวจิ้งอ๋องเดือนหน้าจะเป็นงานแต่งงานของโจวหนิงจินแล้วส่วนเดือนถัดไปก็เป็นงานสมรสของจิ้งอ๋องเละเซ่าเลี่ยงซู เมื่อหลายวันก่อนก็พึ่งผ่านงานเลี้ยงเดือนของเจ้าก้อนแป้งน้อยซ่งฮวาหลันซ่งรุ่ยหยางได้แต่ถอนหายใจเหนื่อยหน่าย พักนี้ชายหนุ่มทั้งสองมาปรึกษาปัญหาความรักกับเขาไม่เว้นแต่ละ







