Share

บทที่6 โรคระบาด

last update Last Updated: 2025-11-12 15:48:47

"ฝนจะตกจริงใช้มั้ยอาอี่"แม่เฒ่าถามด้วยความตื่นเต้น ถ้าฝนตกชาวบ้านก็จะได้คลายร้อนได้บ้างและยังมีน้ำไว้ใช้ แถมแหล่งน้ำธรรมชาติได้มีน้ำไว้ให้สัตว์อีกด้วย

"ข้าไม่แนใจเจ้าค่ะ เจ้านี้มันบอกแค่ว่าอาจมีปริมาณน้ำฝนหนาแน่น"

"ดีๆ อย่างน้อยยังมีความหวัง ถือเป็นข่าวดี"

"ฝนตก"เสี่ยวเปา

"ฝนตก"หลิงหลง

"จ้าฝนจะตกแล้ว"ไห่เม้ยรับคำเด็กทั้งสอง เธอเหมือนมีลูกแฝดเพราะอายุของเด็กใกล้เคียงกัน

"ข้าว่าอย่าเพิ่งบอกใครเผื่อมันอาจไม่ตกคนจะผิดหวังเสียเปล่าๆ "หลีฟูกลัวว่าคนจะคาดหวังว่าฝนจะต้องตก ถ้ามันไม่ตกอาจทำให้ชาวบ้านผิดหวังก็ได้

การเดินทางเป็นไปด้วยความเงียบเพราะทุกคนเริ่มสิ้นหวังว่าเดินหนีภัยแล้งครั้งนี้อาจไม่ใช้ความคิดที่ดีก็ได้

ตอนตั้งกระโจมพักค้างแรมจากที่เคยมีเสียงพูดคุยก็เริ่มเงียบไม่มีการพูดคุยกันแบบในอดีตเพราะทุกคนท้อแท้เกินกว่าจะมีอารมณ์เสวนา

ชิงอี่เป็นห่วงสัตว์เลี้ยงของเธอที่เฝ้าบำรุงมาอย่างดีกลัวจะโดนคนคิดเอาไปเป็นของตัวเองหรือคนใจบาปเอาไปทำอาหารเพราะพวกมันอ้วนดูน่ากินมากเธอเลยอยู่เฝ้าสี่สหายไม่ห่าง เธอถือว่านี้คือของรักของข้าเชียวแหละ

และเช้ามืดของเช้าวันหนึ่งก็มีลมแรงจนกระโจมปลิว

ชิงอี่คิดว่าฝนอาจจะมาเลยให้ทุกคนเก็บของขึ้นเกวียนแล้วขยับเกวียนหาที่กำบังเตรียมหลบฝน

ผ่านไปแค่เพียงจิบชาเมฆฝนก็เริ่มตั้งเค้า ชาวบ้านพากันดีใจเพราะพวกเขาไม่มีน้ำใช้มาหลายวันแล้วเหลือแต่น้ำดื่มที่ต้องดื่มกันอย่างประหยัด

ทุกครอบครัวเตรียมรองน้ำฝน ส่วนบ้านหลีและบ้านหวองไม่เดือดร้อนเรื่องน้ำก็เตรียมทำที่หลบฝน เอาสัตว์ทั้งสี่มาผูกรวมกันแล้วทำที่กันฝนให้พวกมันตามที่ชิงอี่ขอร้อง และฝนก็ตกแถมตกหนักจนไม่ลืมหูลืมตาจนไม่สามารสเดินทางได้ ขบวนลี่ภัยต้องปักหลักสร้างที่หลบฝนในป่าชั่วคราว

"ตอนไม่ตกก็แล้งสะไม่มี พอตกก็ตกแบบไม่ลืมหูลืมตาแล้วแบบนี้เมื่อไรเราจะเดินทางได้"แม่เฒ่าหวองบ่นอย่างอ่อนใจ

ทุกคนตอนนี้อยู่ในเกวียนเพราะข้างนอกเปียกจนไม่สามารถลงไปเดินได้ ชิงอี่กลัวทุกคนจะป่วยเลยให้ทุกคนกินยาบำรุงไม่เว้นแม่แต่สัตว์เลี้ยง พอว่างๆไม่มีอะไรทำก็เข้าไปในห้องวิจัย

ด้วยฝนตกไม่ยอมหยุดเป็นอาทิตย์ทำให้ชาวบ้านเริ่มป่วยแล้วก็ติดต่อกันจนเป็นโรคระบาด แรกๆก็ยังปกติแต่พอผ่านไปเกือบเดือนชาวบ้านบางครอบครัวที่ยังไม่ติดก็เริ่มกลัวจะติดโรคเลยขอแยกจากขบวนไป แม่อู๋ก็คือหนึ่งในนั้น

ส่วนครอบครัวที่มีผู้ติดเชื้อก็เร่งเดินทางไปเมืองเฉียงที่ใกล้ที่สุดเพื่อรักษา ตอนนี้ขบวนอพยพเหลือไม่ถึง5ครัวเรือนร่วมครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านที่เหลือสองคนผัวเมียและลูกสาวคนเล็กตู่อันผิงอายุ15หนาว ส่วนลูกชายเชื่อคำเมียพาครอบครัวหนีไปอยู่บ้านแม่ยายโดยปล่อยทิ้งให้บิดามารดาและน้องสาวไม่พาไปด้วย หัวหน้าหมู่บ้านโกรธถึงกับตัดขาดพ่อลูกและไม่ยอมให้ลูกชายเอาเกวียนวัวไป แล้วมีครอบครัวหลีและครอบครัวแม่เฒ่าหวอง ส่วนอีกสองครอบครัวมีพ่อเฒ่าแม่เฒ่าฉีกับหลานสาวฉีเย่วหงอายุ17หนาว ส่วนอีกครอบครัวคือเฉินเปียวอายุ25กับภรรยาเฉินอิงอิงอายุ24ที่มีบุตรชายเฉินคุณอายุ8หนาวนอนติดเชื้อหวัด ที่ยังอยู่เพราะไม่มีตำลึงจะไปรักษาผัวเมียเฉินพอรู้วิชาแพทย์เลยหาสมุนไพรมาต้มให้ลูกชายพอประคองไม่ให้อาการหนักไปมากกว่านี้

"อาเปียวทำไมไม่พาลูกชายเจ้าไปหาหมอละ อย่าทิ้งไว้นาน"หัวหน้าหมู่บ้านแนะนำ

"ข้าไปสอบถามมาแล้วขอรับ หมอในเมืองเขาคิดค่ารักษาครั้งละ1ตำลึงเงิน ข้าไม่มีขนาดนั้นขอรับ เลยเก็บสมุนไพรมารักษาให้พอบันเทาโรคไปก่อน ข้าเข้าป่าไปหาสมุนไพรทุกวันเพื่อจะมีโชคเจอสมุนไพรหายากได้เอาไปขายมีค้ารักษานะขอรับจะขายลาของที่บ้านลูกชายก็ไม่ยอมเขารักของเขามากยอมไม่รักษาขอแค่ไม่ขายมันไป"

ชิงอี่ที่เห็นครอบครัวเฉินพยามรักษาบุตรชายเท่าที่กำลังมีแถมเธอยังใจบางกับคนรักสัตว์อีกด้วย เลยแวะไปดู และแบ่งยาลดไข้ให้ไป

"ยาเม็ดนี้เป็นยาช่วยลดไข้ เอาให้อาคุณกินนะเจ้าค่ะ มันเป็นยาดีมากสามารสช่วยลดอาการไข้ได้ แล้วนี้ยาบำรุงป้อนให้เขากินให้หมดรับรองพรุ่งนี้เช้าเขาหายแนนอนเจ้าค่ะ ขอแค่อย่าบอกใครว่าได้ยารักษามาจากข้าเท่านั้นพอ"

เช้ามาเฉินคุณก็หายจากอาการป่วยเฉินเปียวถึงขนาดมาก้มหัวขอบคุณ

"ขอแค่พวกท่านไม่บอกใครและดูแลเจ้าลาเพื่อนคู่ยากของลูกชายท่านเท่านั้นพอเจ้าค่ะ"บอกแล้วเธอใจบางกับคนรักสัตว์

ด้วยชิงอี่กลัวสมาชิกในขบวนจะล้มป่วยเพราะมีแต่ผู้ชราและผู้หญิงเลยให้ท่านแม่ต้มน้ำซูปแล้วใส่ยาบำรุงไปหลายขวดเพื่อเอาไปบำรุงคนในขบวนได้กิน

"แยแล้วท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าเอาสมุนไพรไปขายในเมือง ตอนนี้ในเมืองโรคระบาดได้ขยายพื้นที่ทั้วทั่งเมืองแล้วขอรับ"เฉินเปียวที่เก็บสมุนไพรไปขายก็ได้เห็นว่าตอนนี้ทั้วทั้งเมืองเป็นไปด้วยคนป่วยจากโรคระบาด

"แบบนี้เราก็ผ่านเมืองนี้ไม่ได้แล้วสิ แล้วเราจะข้ามไปได้ยังไงละ"ฮวาหลิวตกใจเธอหนีภัยแล้งแล้วยังต้องมาเจอโรคระบาดอีกเหรอ

"มันก็พอมีทางขอรับแต่ต้องอ้อมไปใช้เวลา10วันก็ข้ามไปได้แล้วแต่ทางอาจลำบากหน่อยเพราะมีสัตว์ป่าดุร้าย"เฉินเปียวเดินทางเก็บสมุนไพรบ่อยเลยพอจะรู้เส้นทางอยู่บ้าง

"สัตว์ดุข้าไม่กลัวขอแค่มีทางให้ไป"คนอย่างชิงอี่ฆ่าคนไม่กระพริบตากะอิแค่สัตว์ดุร้ายนับว่าอะไร

เมื่อตกลงกันได้เป็นอันว่าจะเดินทางอ้อมเมือง ทุกครอบครัวมีเกวียนวัวกันทุกคนทำให้การเดินทางไม่มีใครถ่วงใคร และด้วยในขบวนจะมีคนเฒ่าสะเป็นส่วนใหญ่ ครอบครัวหลีเลยเป็นผู้นำขบวนแล้วให้ล่อของเฟยเทียนปิดท้าย พอพักตั้งกระโจมหลีฟูก็จะออกไปล่าสัตว์เอามาแบ่งให้ทุกคนโดยมีเฉินเปียวไปเป็นลูกมือช่วยล่า แล้วอยู่ๆจากที่แยกครัวก็กรายมาเป็นมานั้งกินร่วมกลุ่มกัน ส่วนกลางคืนก็สลับเฝ้ายาม

ในเมืองโรคระบาดหนักเกินกว่าจะคุมสถานการณ์ได้ ชาวบ้านที่แยกขบวนไปแต่แรกก็คิดหนีโรคระบาดกลับมาอยู่ในขบวนแต่กลับไม่เห็นขบวนสะแล้ว ลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านก็เป็นหนึ่งในผู้จะกลับมา

"ท่านพี่ ทำไมไม่เห็นเกวียนท่านพ่อละเจ้าค่ะ"ลูกสะใภ้ร้องอยากตกใจ

"หรือท่านหัวหน้าหมู่บ้านออกจากเมืองไปแล้ว"ชาวบ้านคนหนึ่งตั้งข้อสังเกต

"เป็นไปไม่ได้ถ้าจะออกจากเมืองพวกเราต้องเจอสิแถมเขายังไม่ให้ผ่านด้วยเพราะกลัวโรคระบาด"ตู่คุณเฉียวบุตรชายหัวหน้าหมู่บ้านเฝ้าประตูเมืองอยู่ถ้าบิดาผ่านเขาต้องเห็นแนนอน

"แล้วพวกเขาไปไหนกันหมด..พวกเราต้องตามพวกเขาให้เจอนะคนบ้านหลีต้องอยู่ในขบวนด้วยแนๆ "ชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้นเขาหวังว่าจะกลับมาร่วมขบวนกับครอบครัวหลีเพราะคนบ้านหลีมีฝีมือสามารถคุ้มครองบ้านเขาได้แนนอน

"แล้วพวกเขาไปไหนแล้วพวกเราจะอยู่กันยังไง..ข้าไม่น่าคิดน้อยแยกตัวจากขบวนเลย"แม่เฒ่าฟางได้แต่บ่นอย่างเจ็บใจ ตอนนี้เหมือนพวกเขาโดนลอยแพ จะกลับที่เมืองก็มีแต่โรค

คุณเฉียวคิดอะไรไม่ออกเลยจะไปบ้านภรรยาก่อน

ส่วนครอบครัวอื่นก็กะจัดกะจายแยกกันไป หลายครอบครัวไม่สามารถไปไหนได้ไกลเพราะติดโรคทำให้ล้มป่วย หนึ่งในนั้นคือตู่คุณเฉียวที่ติดเชื้อแล้วจากไปอยู่หน้าประตูเมืองนั้นเอง แต่เรื่องนี้หัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาไม่ได้รับรู้เพราะคิดว่าบุตรชายไปอยู่บ้านลูกสะใภ้

"วันนี้ได้หมูป่ามาด้วย เดี๋ยวเย็นนี้ทำน้ำน้ำแกงกระดูกหมูไว้บำรุงร่างกายกันดีกว่าเจ้าค่ะ"ไห่เม้ยกับสองสาวน้อยเย่วหงกับอันผิงชวนกันไปล้างคำความสะอาดเครื่องในอยู่ข้างลำธารเตรียมทำใส้กรอกเลือดเอาไว้เป็นเสบียงต่อไป สามสาวรีบล้างรีบทำเพราะกลิ่นคาวจะเรียกสัตว์ใหญ่

"พี่ไห่เม้ยเก่งจังเลยเจ้าค่ะทำอาหารได้ตั้งหลายอย่าง พวกเราทั้งสองต้องฝึกกับพี่ให้เยอะแล้ว"

"ข้าก็เรียนมาจากท่านแม่อีกทีละจ้ะ "ตอนเธอมาเป็นสะใภ้ใหม่ๆก็ไม่เก่งเท่าไรก็ได้แม่สามีค่อยบอกค่อยสอน

และสามสาวก็คุยกันไปด้วยความสุขจนทำอาหารเสร็จก็เดินกลับ

มาถึงที่พักอิงอิงก็เตรียม เอาใบสนมาทำที่รมควันใส้กรอกเลือดให้เรียบร้อย

หนุ่มๆเตรียมฟืนเหมือนเป็นการฝึกฝีมือไปในตัวขนาดเฉินเปียวตอนนี้ยังมีพละกำลังเพิ่มขึ้นเขายังหาสมุนไพรมาให้ต้มเป็นยาบำรุงให้ท่านผู้เฒ่าทั้งหลายเขากำพร้าแต่เด็กแม่ป่วยเสียชีวิตส่วนบิดาก็ตกเขาจากการล่าสัตว์เขาเลยอยู่ตัวคนเดียวมาแต่เด็กจนมาเจอภรรยาที่ตอนนั้นนางขายตัวเองเพื่อนำเงินไปทำศพบิดาเขาเลยเข้าช่วยโดยไม่ได้คิดอะไรมากแต่อิงอิงก็ตามมาดูแลเขาจนได้กราบไหว้ฟ้าดินกันแบบง่ายๆจนมาเจอขบวนอพยพแรกๆก็ไม่ได้สนิทอะไรกันแต่พอกลุ่มเหลือเล็กลงทำให้ได้รู้จักกันมากขึ้นเขาถือว่าโชคดีที่เจอคนที่จริงใจ

ทุกคนเหมือนรู้หน้าที่ตัวว่าต้องทำอะไร

ชิงอี่คิดว่ากลุ่มนางขนาดเท่านี้กำลังพอไม่เยอะเกินไป ดูแลพอทั้วถึง

ในขนาดที่เธอกำลังชื่นชมกลุ่มตัวเองก็รู้สึกการเคลื่อนไหวบางอย่างเลยตามไปดู พอชิงอี่ตามไปถึงก็เจอกับสัตว์ตาแดงขนาดเล็กกำลังมองเธอกลับมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง   บทที่35 เมื่อเส้าหยา

    ระหว่างเดินทางไปเมืองเส้าหยา ชิงอี่ต้องวุ่นวายทั้งการเดินทางและเลี้ยงซือหลัวไปด้วย ตอนเดินทางเธอนำซือหลัวไปไว้ในมิติแต่มีห่อผ้าไว้ตรงอกให้เหมือนว่าเด็กน้อยอยู่ตรงอก ส่วนพระชายาตลอดการเดินทางก็เมารถตลอดแต่ชิงอี่ก็รีบเดินทางกลัวว่านักฆ่าที่ตามมาไม่ยอมปล่อยพระชายา แปลว่านางต้องมีอะไรที่ศัตรูต้องการหรืออาจต้องการตัวพระชายาไปเป็นตัวต่อรองกับองค์ชายสามแนๆ ส่วนเธอมีซือหลัวต้องดูแลเดินทางหลายวันก็ห่วงเด็กน้อยเพราะนางอยู่แต่ในมิติสะส่วนใหญ่กับเสี่ยวไป๋ ในการเดินทางใกล้ถึงเมืองเส้าหยาก็มีนักฆ่าอีกกลุ่มตามมาทันชิงอี่อยากถนอมแรงลูกน้องเลยใช้ขุ่ยเปาเรียกฝูงหมีออกมาจัดการ พวกนักฆ่ามีฝีมือจริงแต่มีหรือจะสู้ฝูงหมีตัวใหญ่ที่กระหายเลือด ไม่นานนักฆ่ามีฝีมือก็โดนฝูงหมีตัวใหญ่จัดการเหมียวเหยียถึงกับอึ้งที่บุตรสาวสำนักพยักบินสามารถคุมสัตว์ป่าได้หลังจากนั้นก็ไม่มีมือสังหารตามมาอีกเลยห้าวันผ่านไปคุ้มครองพระชายาถึงเมืองเส้าหยา "ท่านพ่อ"พอเจอหน้าบิดารีบเข้าสวมกอดด้วยความคิดถึง"เกิดอะไรขึ้นทำไมพระชายาถึงแต่งตัวแบบนี้แล้วทำไมมาแบบเงียบๆ""ลูกกับองค์ชายไปพักที่วังฤดูร้อนแล้วอยู่ๆก็มีนักฆ่าเจ้าคะ องค์ชายกับลู

  • ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง   บทที่34 วิถีแม่ลูกอ่อน

    ตอนเช้าชิงอี่ก็อุ้มซือหลัวไปหามารดาแล้วบอกเล่าเรื่องราวให้ฟังและอยากให้เลี้ยงคู่กับน้องชาย แต่ยังไม่ทันที่ชิงอี่จะเดินพ้นห้องเด็กน้อยก็แหกปากร้องใครอุ้มก็ไม่เอาแต่พอชิงอี่กลับมาอุ้มก็เงียบ การให้ซือหลัวเลี้ยงคู่กับหลีหมิงเลยต้องยกเลิกชิงอี่ต้องหอบเด็กน้อยไปที่สำนักด้วยแบบนี้ทุกวัน พอมาถึงก็มีมือปราบเต็มสำนักก็เดินเข้าไปถาม"เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ""เมื่อคืนสำนักมังกรไฟอยู่ๆก็ระเบิดผู้คนในสำนักล้มตายทั้งสำนักไม่มีผู้รอดชีวิต เลยมาสอบถามเพราะเมื่อวานสำนักนี้มีเรื่องกับสำนักมังกรไฟ""ท่านมือปราบใช้คำพูดผิดแล้ว เราไม่ได้มีเรื่องกับกับใคร แต่มีนักเลงมาหาเรื่องเราแค่ปกป้องตัวเองเพราะพวกเขามาสังหารสาวใช้ที่มีร่างกายบอกบางแถมเพิ่งคลอดบุตรเสียชีวิต ทางเรากำลังจัดงานศพและช่วยกันดูแลบุตรสาวของสาวใช้คนนี้ไหนเลยจะมีเวลาไปหาเรื่องใคร"หญิงสาวตอบหน้าตาเฉยทางมือปราบก้มมองทารกตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนหญิงสาวเลยอดสงสารไม่ได้ "ทางการมาสอบถามเฉยๆไม่ได้กล่าวหาแค่มาสอบถาม"ชิงอี่อยากจะเบะปาก เมื่อกี่ยังทำท่าจะมาจับคนของเธออยู่เลย"แล้วมันเกิดขึ้นได้เช่นไรเจ้าคะ ในเมืองหลวงยังกล้ากระทำอุกอาจกล้าทำได้"พร้อมทำหน้าต

  • ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง   บทที่33 ใครกล้ามากระตุกหนวดเสือ

    จือฮวามีอาการดีขึ้นมากจนสามารถออกมาช่วยงานในจวนได้บ้าง นางไม่อยากอยู่เฉยๆ คุณหนูอุสามีเมตตานางแม่ลูกนางเลยอยากทำประโยชน์ ตอนนี้ที่จวนมีพ่อบ้านกงที่ชิงอี่ซื้อมาทั้งครอบครัวมีภรรยาและบุตรชาย1บุตรสาว3ชิงอี่เลยให้ทั้งครอบครัวอยู่ดูแลที่จวนช่วงนี้ชิงอี่ต้องไปสำนักคุ้มภัยทุกวันเพราะสำนักเพิ่งเปิดใหม่บิดาและเฉินเปียวแยกกลุ่มกันออกไปส่งสินค้า สำนักมีพ่อบ้านหวงดูแลกับคนงานใหม่ หญิงสาวเลยหาเรื่องออกนอกจวนไปคุมสำนักเอง และด้วยเธออยากให้จือฮวาออกไปเปิดหูเปิดตานอกจวนเลยพาสองแม่ลูกไปที่สำนักด้วย ซือหลัวเมื่อได้ยินเสียงว่าใครอุ้ม เด็กน้อยก็ยิ้มอารมณ์ดี ชิงอี่เลยอุ้มนางตลอดให้จือฮวาได้นั้งสบายๆ พอไปถึงสำนักคุ้มภัยเด็กน้อยโจวเว่ยก็วิ่งมารับหน้าทันที"อี้.."เรียกแล้วก็วิ่งมากอดหญิงสาว"ว่าไงเจ้าเด็กอ้วน ข้ามีขนมมาฝากเจ้าด้วยนะ"ด้วยหญิงสาวอุ้มซือหลัวอยู่เลยจับตัวเด็กอ้วนไม่ได้ ทางด้านเฉินคุณ ชิงอี่ให้เขาคอยฝึกร่างกายทุกเช้าและส่งไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษา เธอหมายมั่นถ้าโจวเว่ยโตก็จะส่งให้เด็กชายไปเรียนที่สำนักศึกษาเหมือนกัน เด็กปั่นของเธอต้องเก่งทั้งบู๊และบุ๋น หลีอันกลายเป็นแม่ครัวที่สำนักโดยมีสา

  • ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง   บทที่32 สักนักคุ้มภัยพยักบินสาขาสอง

    และคืนนั้นกลางดึกก็มีคนลอบเข้ามาในจวนตระกูลหลีแต่พอผ่านสัญญาณเซนเซอร์ชิงหลีก็ออกมาดูว่าใครมันหาญกล้ามาเยี่ยมจวนนางตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเมืองหลวง เธอเห็นนักเลง2,3คนมองหาห้องพักคนงานและเดินหาแถวห้องพักหญิง "นางนอนห้องไหนเราจะรู้ได้ไง ""ลองดูทุกห้องแล้วกันฮูหยินน้อยสั่งมาคืนนี้ต้องสังหารนางให้ได้"คนในกลุ่มพูดออกมา ชิงอี่เลยรู้ว่าคนพวกนี้จะมาเก็บจือฮวาแนๆ เธอเลยเดินไปดักพวกมันไว้"จวนข้าไม่ใช้โรงน้ำชาที่จะปล่อยให้ใครต่อใครเข้ามานะ ข้าไม่อยากฆ่าคน กลับไปสะ คนที่พวกเจ้าจะมาฆ่าเป็นคนของข้า ใครหน้าไหนจะมารังแกไม่ได้"ถ้าไม่เกรงใจว่าเป็นเมืองหลวงเจ้าสามคนนี้ลงไปนอนคุยกับรางกุหลาบที่จวนเธอแล้ว แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังใจกล้าไปกลัวเพราะคิดว่าเป็นแค่สตรีตัวเล็กๆจะมาสู้ชายร่างใหญ่อย่างพวกเขาได้ยังไง"เจ้าสองเผือกสั่งสอนสิ"นางสั่งลูกสมุนตัวน้อยทั้งสองทันทีเสี่ยวไป๋กับเสี่ยวหงก็กระโดดไปกัดชนิดวัคซีนยังเอาไม่อยู่จนพวกนั้นหนีไปอย่างไว "อ๊ากกกกก"คนตัวใหญ่สามคนวิ่งหลบการโจมตีของลิงกับกระรอกจนบาดเจ็บจนอยู่ไม่ได้"คุณหนูเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ"ซือซือที่นอนเป็นเพื่อนจือฮวาได้ยินเสียงเลยออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น"ไม่ม

  • ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง   บทที่31 เดินทางสู่เมืองหลวง

    เมื่อกลับมาถึงจวนพ่อบ้านหวงก็บอกงานว่าที่พ่อบ้านคนใหม่ต้องทำคืออะไรแล้วฝึกให้พ่อบ้านมีฝีมือต่อสู้บ้างเพื่อให้สมกับเป็นพ่อบ้านสำนักคุ้มภัย ส่วนภรรยาและบุตรสาวก็ให้เป็นแม่ครัวและสาวใช้ดูแลสำนัก เมื่อส่งต่องานแล้วฝึกจนพ่อบ้านคนใหม่กว่าสี่เดือนเพราะพ่อบ้านห่าวเคยเป็นแต่พ่อบ้านไม่เคยต่อสู้กับใครเลยมีร่างกายที่ไม่พร้อมสู้ชิงอี่เลยให้พ่อบ้านห่าวฝึกพิเศษจากเธอเองห่าวจิ๋วหลานเมื่อเห็นบิดาฝึกการต่อสู้นางก็อยากฝึกบ้างชิงอี่เลยฝึกนางด้วยจิ๋วหลานการต่สู้ด้วย เมื่อพ่อบ้านห่าวพร้อมหลีฟูก็พาครอบครัวเดินทางไปเมืองหลวง เธอพาสองพี่น้องเทียนหมิงกับเซียนหมิงไปด้วยแล้วเหลือลูกน้องฝีมือดีอยู่สาขานี้ ส่วนเธอจะไปฝึกเด็กรุ่นใหม่เอง เธอมั่นใจว่าฝีมือระดับเธอฝึกคนได้สบาย สาขาแรกเธออยากให้คงความแข็งแกรงและมาตรฐานของสำนักเธอไว้ใจลูกน้องรุ่นแรกที่นางฝึก ระหว่างการเดินทางเธอให้มารดาอยู่ในมิติสะส่วนใหญ่เพราะไม่อยากให้มารดานั้งรถม้าสะเทือนครรภ์ซูซูก็เข้าไปอยู่ในมิติด้วยเพราะเสี่ยวเหมาชอบอยู่ในนั้นไม่ค่อยยอมออกมาอยู่นอกมมิติชิงอี่ถือว่าการเดินทางไปเมืองหลวงครั้งนี้ไปตั้งรกรากใหม่อีกครั้ง และการไปครั้งนี้คงไม่สงบสุข

  • ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง   บทที่30 แม่ของโจวเว่ยกลับมา

    ชิงอี่กับซือซือกลับมาถึงสำนักคุ้มภัยพยักบินก็เห็นมีคนให้ของไปส่งแต่ปัญหาคือมันคือแจกันที่มีราคาแพง "ข้ากลัวระหว่างเดินทางมันจะแตกเสียหายขอรับ สินค้าบอกบางแบบนี้มันยากจริงๆขอรับ"หลีฟูก็อยากส่งให้แต่สินค้าก็บอกบางเกินไปจนอาจต้องเสียค้าประกันของให้ลูกค้า เขาเลยไม่กล้ารับ "มีอะไรหรือเจ้าคะท่านพ่อ""อี่เอ๋อกลับมาแล้วเหรอลูก คือลูกค้าท่านนี้อยากให้ส่งสินค้าชิ้นนี้ไปเมืองเจื้อเจียงแต่มันมีปัญหาตรงที่นี้มันบางมากทางพ่อกลัวจะทำมันแตกนะ"พอชิงอี่มองแจกันแล้วก็คิดตาม"ท่านรีบส่งไม่เจ้าค่ะ""ก็ไม่ถึงกลับรีบข้าจะส่งแจกันใบนี้ไปฝากคู่หมั้นนะเพราะตัวข้ายังติดธุระเลยจะส่งของไปก่อน""งั้นข้ารับส่งสินค้าชิ้นนี้เจ้าคะแต่อาจส่งพรุ่งนี้บ่ายๆเพราะข้าต้องหาของใส่มันก่อน""ได้ๆเดี๋ยวข้าส่งจดหมายลงไปด้วย"เมื่อทางสำนักรับส่งให้ก็ดีใจแล้วก็ทำสัญญาสินค้าก่อนกลับออกไป "เดี๋ยวข้าไปทำกล่องกันกระแทกก่อนนะเจ้าคะ"แล้วหญิงสาวก็เดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อเข้าไปในมิติสร้างกล่องที่สามารสรองรับแรกกระแทกได้โดยของด้านในไม่ได้รับความเสียหาย ครึ่งวันผ่านไปเธอก็ออกมาพร้อมของเล่นใหม่ในสำนักพยักบิน จากแต่ก่อนสร้างแต่อาวุธตอนนี้ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status