Partager

ง้อภรรยา

last update Date de publication: 2026-01-09 10:07:32

เมื่อหลี่อันหนิงพาลูกชายเดินกลับบ้านเช่า เขาแอบอยู่หลังมุมตึกไม้เก่า มองภาพทั้งสองคนอย่างไม่ละสายตา

ความรู้สึกอ่อนโยนและปกป้องล้นหัวใจ

หลิวเวินเซียนค่อย ๆ เดินตามทิ้งระยะห่าง หัวใจเขาพลันเต้นแรงด้วยความตั้งใจแน่วแน่ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมารวมตัวกันของครอบครัว แต่ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้ความลับ เขาต้องรอเวลาที่เหมาะสม ก่อนจะเผยตัวต่อหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลาน

เช้าวันต่อมา หลี่อันหนิงกำลังเตรียมอาหารเช้าให้เสี่ยวหลาน เด็กชายตัวน้อยกำลังกวาดโต๊ะอย่างตั้งใจ ทุกอย่างยังคงสงบ แต่ความเงียบกลับเต็มไปด้วยความคาดเดา

ทันใดนั้น ประตูไม้เปิดเบา ๆ แต่มั่นคง

หลิวเวินเซียนก้าวเข้ามาในบ้าน หยุดฝีเท้าแล้วยืนมอง

ทั้งสามคนต่างตกตะลึง

เสี่ยวหลานตัวเล็ก ๆ เงยหน้ามองชายร่างสูงด้วยความสงสัย

"ท่านเป็นใครขอรับ"

หลี่อันหนิงนิ่งสงบ ยืนข้างลูก ปล่อยให้เสี่ยวหลานพูดต่อ เด็กชายชี้ไปยังบุรุษตรงหน้าพลางเบิกตาโต

"ท่านเป็นใคร ทำไมเข้ามาในบ้านเรา"

หลิวเวินเซียนใจเต้นแรง เขาก้าวเข้าใกล้เสี่ยวหลาน ค่อย ๆ ก้มลง

สายตาคมจับจ้องดวงตาสดใสของเด็กชาย กล่าวด้วยเสียงอ่อนนุ่ม

"ข้าคือพ่อของเจ้า"

เสี่ยวหลานขมวดคิ้ว หรี่ตามอง

"ท่านพ่อของข้าตายแล้วขอรับ"

"เหตุใดพูดเช่นนั้น"

"ท่านย่าบอกข้ามาตลอดว่าท่านพ่อตายในสนามรบ แล้วท่านย่าไม่ต้องการเรา ท่านย่าโยนห่อผ้าแล้วไล่ข้ากับท่านแม่ออกมาจากบ้าน"

หลิวเวินเซียนเงยหน้าช้า ๆ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที สายตาเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง หัวใจร้อนรุ่มด้วยความโกรธและเสียใจ เด็กชายตัวเล็ก ๆ ผู้บริสุทธิ์ต้องพบเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ และหลี่อันหนิงภรรยาของเขา ต้องอดทนอยู่ท่ามกลางความทุกข์เหล่านั้น

หลิวเวินเซียนกัดฟันแน่น มือกำแน่นด้วยความโกรธ

"ไล่ออกจากบ้านงั้นหรือ"

เขาถามย้ำ ถึงไม่อยากเชื่อว่ามารดาทำเช่นนั้น แต่เด็กอย่างไรก็โกหกไม่เป็น

เขาเดินไปใกล้หลี่อันหนิง ลูบหัวลูกชายช้า ๆ สายตาเต็มไปด้วยความรักและความปกป้อง

หลี่อันหนิงยังคงนิ่งสงบ มีแต่ความเศร้าและความอ่อนล้าเต็มดวงตา

นางไม่พูดอะไร เพียงแค่สบสายตาเขาแล้วมองเมินไปทางอื่น

เสี่ยวหลานมองพ่อด้วยความตื่นเต้นและงุนงง

"ท่านเป็นท่านพ่อของข้าจริง ๆ หรือขอรับ"

คำถามนั้นเสียดแทงหัวใจของหลิวเวินเซียน แม้เขาจะตั้งตัวไม่ทันตั้งแต่ได้ยินข่าวลือว่าหลี่อันหนิงมีลูก แต่เมื่อพบหน้าเด็กคนนี้เขาแน่ใจเสียยิ่งกว่าแน่ว่าไม่ใช่ลูกคนอื่น

เสี่ยวหลานหน้าตาและรูปร่างเหมือนเขาราวกับถอดแบบออกมา ไม่ผิดไปจากเขาแม้แต่น้อย จะให้คิดว่าเป็นลูกคนอื่นได้อย่างไร

"เจ้าชื่ออะไร"

เขานั่งลงให้สายตาอยู่ระดับเดียวกันกับเด็กชาย

"ข้าชื่อเสี่ยวหลาน หลิวเยี่ยหลาน ขอรับ"

เสี่ยวหลานตอบใสซื่อ ความไร้เดียงสาของเขาทำให้หัวใจหลิวเวินเซียนอ่อนยวบลง

"นั่นแหละคือชื่อที่พ่อตั้งให้เจ้าก่อนเจ้าเกิดเสียอีก"

เขาสวมรอยสร้างความเชื่อใจทันที พลางเงยหน้ามองหลี่อันหนิงก่อนยักคิ้วให้นาง

หลี่อันหนิงกัดฟันด้วยความขุ่นเคือง หลิวเวินเซียนมีสิทธิ์อะไรมาสร้างเรื่องหลอกลวงลูกชายนาง

"จริงหรือขอรับ"

เสี่ยวหลานยิ้มตาหยีทั้งดีใจและตื่นเต้น

"จริงสิ พ่อเจ้าอยู่กับเจ้าแล้ว ไม่ได้ตายอย่างที่คนอื่นกล่าวหา"

เขาพูดไปพลางลูบหัวบุตรชายอย่างเบามือ

"หน้าด้าน"

หลี่อันหนิงกัดฟันกรอดสบถลอดไรฟันออกมาฟังแทบไม่ได้ยิน

แต่หลิวเวินเซียนได้ยิน เขายืนขึ้นหันมามองนางแล้วเดินเข้ามาใกล้เล็กน้อย

"เมื่อครู่เจ้าด่าข้าหรือ"

นางเชิดหน้ามองอย่างไม่ยอมแพ้ กิริยาเช่นนี้หลิวเวินเซียนไม่เคยเห็นจากหลี่อันหนิงคนเก่า แต่ท่าทางอย่างนี้ก็ชวนดึงดูดเขาไม่น้อย

"ได้ยินแล้วยังไม่รีบไปอีก"

เสี่ยวหลานมองพ่อกับแม่ เขาเดินเข้ามาหาค่อย ๆ สอดนิ้วมือเล็ก ๆ เข้าไปในอุ้งมือของบิดา หลิวเวินเซียนจึงยึดเอาไว้อย่างมั่นคงทำให้เด็กน้อยยิ่งตื่นเต้นดีใจ

"ท่านพ่อจะมาอยู่กับเราหรือไม่ขอรับ ท่านแม่ ข้าอยากอยู่กับท่านพ่อ"

หลี่อันหนิงจึงเอ็ดบุตรชายเบา ๆ

"ปล่อยมือนะเสี่ยวหลาน"

เสี่ยวหลานหน้ามุ่ย ก้มหน้าลงอย่างน่าสงสาร หลิวเวินเซียนเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งปวดร้าว ที่นางมีท่าทีเช่นนี้ก็เพราะเขาที่เป็นต้นเหตุ

"อันหนิง"

เสียงเขาแผ่วแต่หนักแน่น

"กลับบ้านกับข้าเถิด ข้ายังอยากให้เรากลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีกครั้ง"

หลี่อันหนิงเงยหน้ามองเขา ครานี้สายตาของนางเต็มไปด้วยความว่างเปล่า

ใบหน้าสงบนิ่ง ไม่มีแม้ร่องรอยความหวั่นไหว

"ข้าจะไม่กลับไปที่นั่นอีกแล้ว

ข้าเหนื่อยกับเรื่องในอดีต อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกของข้า"

หลิวเวินเซียนใจหาย แต่เขาพยายามกลั้นเสียงสั่นเอาไว้

"อันหนิง ข้าเคยทำผิดต่อเจ้ามามาก ข้าไม่อยากสูญเสียเจ้ากับลูกไป ข้าสัญญาว่าจะไม่มีใครทำร้ายเจ้ากับลูกของเราได้อีก"

หลี่อันหนิงมองหน้าเขาอย่างเด็ดเดี่ยว

"ท่านเห็นแก่คำว่าครอบครัว ข้าก็เห็นแก่ชีวิตข้าและลูก ข้าไม่ต้องการกลับไปสภาพเก่า ๆ อีก ข้าอยากเริ่มต้นใหม่กับลูก และสร้างชีวิตที่ดีกว่านี้ด้วยตัวข้าเอง"

นางจับจ้องเขาอย่างมั่นคง กลายเป็นเขาเองที่รู้สึกสั่นไหว

"ถ้าท่านอยากให้เรื่องจบ ท่านก็เขียนหนังสือหย่าให้ข้า แล้วเราจะต่างคนต่างไป"

หลิวเวินเซียนสูดลมหายใจลึก สายตาของเขาหันไปมองเสี่ยวหลาน

เด็กชายตัวเล็ก ๆ ยิ้มบาง ๆ เต็มไปด้วยความสงสัย หัวใจเขาพลันร้อนขึ้น ความรู้สึกที่มีต่อสองแม่ลูกทำให้เขาไม่อาจยอมจำนน

"ไม่ ข้าไม่หย่า"

เสียงเขาเข้มและหนักแน่น

"ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าไปอยู่คนเดียว หรือให้ลูกของเราต้องเผชิญความลำบากอีก ข้าจะอยู่กับพวกเจ้าเอง"

หลี่อันหนิงยืนนิ่ง แต่สายตาของหลิวเวินเซียนกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

"ถ้าข้ายังมีชีวิตอยู่ จะไม่มีคนพรากเจ้ากับลูกไปจากข้าได้"

หลี่อันหนิงนิ่งอึ้งเนิ่นนาน หลิวเวินเซียนที่นางเคยรู้จักมิใช่คนเช่นนี้ เขาควรหย่ากับนางแล้วไปมีชีวิตที่ดี แต่เหตุใดถึงหัวรั้นได้ขนาดนี้เล่า

เสี่ยวหลานมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยความสงสัย แต่แววตาเริ่มมีรอยยิ้มเล็ก ๆ

ท่ามกลางความตึงเครียดและความอบอุ่นปะปนกัน

หลิวเวินเซียนยืนอยู่ในบ้านเช่าหลังเล็ก

สายตาของเขายังคงจ้องหลี่อันหนิงที่เย็นชาทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยว

หัวใจเขาเจ็บแปลบอย่างน่าประหลาดที่เห็นสายตานั้น แต่ด้วยความห่วงใยและความรู้สึกประหลาดบางอย่าง เขายินยอมที่จะกลับบ้านไปเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกับนาง

ก่อนกลับ เขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้เล็ก จับมือเสี่ยวหลานอย่างอ่อนโยนสายตาคมเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น

"เจ้าอย่าได้กลัวนะ พ่อจะดูแลเจ้าเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อสัญญา"

เด็กชายมองหน้าบิดา

ความสง่างามและความน่าเชื่อถือของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเกือบคล้อยตาม

"ขะ… ข้าจะเชื่อฟังท่านพ่อขอรับ"

แต่หลี่อันหนิงยืนตัวตรงแน่วแน่

ดึงมือบุตรชายกลับมาอยู่ข้าง ๆ ตน

"พอแล้ว ข้าจะดูแลลูกเอง ท่านไม่ต้องมาอีก"

นางผลักเขาออกไปจนพ้นประตูแล้วปิดลงทันที ใบหน้าของหลิวเวินเซียนหดหู่ เขากำหมัดแน่น แต่ยังคงควบคุมสติ ไม่โกรธเกินเหตุ

"ได้ คราวนี้ข้าจะไป แต่ข้าจะกลับมาอีกแน่"

เขาเดินออกไปจากบ้านหายไปสองวัน

แต่เมื่อกลับมาอีกครั้งพร้อมห่อผ้าและย่ามใส่ตำราและเครื่องเขียน ทว่านางยังไม่ให้เข้าไปในบ้าน

"ท่านมาทำไมอีก ไม่มีบ้านอยู่หรือไร"

หลี่อันหนิงขึ้นเสียงแข็ง หลิวเวินเซียนที่หอบของเต็มสองมือยืนนิ่งไม่ยอมขยับ

"เมื่อเจ้าไม่ไปกับข้า ข้าก็จะมาอยู่กับเจ้า"

เป็นสิ่งที่หลี่อันหนิงคาดไม่ถึงจากหลิวเวินเซียน คนรักศักดิ์ศรีเช่นเขาเหตุใดทำให้ตัวเองดูต่ำต้อยเช่นนี้ได้

"เวินเซียน ท่านกลายเป็นคนอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไร"

หากไม่เห็นกับตานางก็ไม่เชื่อว่าหลิวเวินเซียนจะยอมลดเกียรติอันสูงส่งลงมาคลุกคลีกับคนที่ใคร ๆ ก็ตราหน้าว่าน่ารังเกียจเช่นนาง เมื่อก่อนเขาแทบไม่พูดกับนางด้วยซ้ำ

"ตั้งแต่เป็นสามีเจ้านั่นแหละ"

ไม่ว่าเปล่า เขาวางของลงที่แคร่หน้าบ้านแล้วนั่งลงอย่างถือวิสาสะ

"ลุกขึ้นนะ ท่านทำอะไร"

นางเดินไปใกล้เขาดุเสียงเบาเพราะกลัวคนอื่นผ่านมาได้ยิน นางไม่อยากมีปัญหากับที่อยู่อาศัยละแวกนี้

หลิวเวินเซียนเงยหน้ามองอย่างท้าทาย ยกยิ้มมุมมปาก

"ข้าเมื่อยแล้วก็ต้องนั่งสิ เจ้าไม่เมื่อยบ้างหรือ นั่งคุยกันก็ได้"

หลิวเวินเซียนวางท่าราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนอย่างไม่ใส่ใจนาง ไม่แม้กระทั่งรักษาความสูงส่งของภาพลักษณ์บัณฑิตอีกต่อไป

หลี่อันหนิงไร้คำพูด นางยกมือขึ้นเท้าเอวแล้วพูดห้วน ๆ

"ดี ถ้าอย่างนั้นก็นอนตากยุงก็แล้วกัน"

ก่อนสาวเท้าเดินเข้าบ้านปิดประตูลงกลอนแน่นหนา

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ตอนจบ

    หกเดือนผ่านไปที่จวนตระกูลหยาง ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายหารือกันที่ตระกูลหยางเรื่องของหยางเจียหรงและจ้าวหยางซิน "อีกไม่กี่เดือนเจียหรงก็จะย้ายกลับมาประจำที่เมืองหลวง พร้อมกับเลื่อนตำแหน่ง ข้ากับใต้เท้าหยางหารือกันแล้วว่าหลังจากนั้นก็ถึงเวลาเหมาะสม" หวังเฟิ่งเหยา มารดาหยางเจียหรงกล่าวขึ้นในมื้ออาหารค่ำ ที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาสองครอบครัว "ข้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ลูกเราสองฝ่ายก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว ควรรีบหน่อย" จ้าวฮูหยินไม่ขัดข้องเพราะนางกับสามีเคยหารือเรื่องนี้กันมาแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นหัวข้อสนทนาหลักในครอบครัว เมื่อเห็นพ้องต้องกันจึงเริ่มดำเนินการตามประเพณี การจัดหาสินสอดของหมั้นของฝ่ายชายมีหวังเฟิ่งเหยาเป็นคนจัดการทั้งหมด ด้านฝั่งตระกูลจ้าวมีจ้าวฮูหยินเตรียมงานและเตรียมสินเดิมให้บุตรสาว หลังจากงานก่อสร้างที่เมืองจินหลิงเสร็จสิ้น หยางเจียหรงได้เลื่อนขั้นและประจำที่เมืองหลวง หลังจากนั้นอีกสามเดือนจึงมีพิธีแต่งงานของทั้งสองตระกูล หลิวเวินเซียน หลี่อันหนิงและคนอื่นในตระกูลหลิวได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานนี้ในฐานะแขกผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง บรรยากาศงานมงคลเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นที่หาได้ยากนัก ภาย

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   จ้าวหยางซินกับความรักครั้งใหม่

    ห้าวันต่อมาฮ่องเต้ส่งรองเจ้ากรมโยธาธิการไปที่จินหลิงเพื่อก่อสร้างสำนักศึกษาเพิ่ม เพราะตอนนี้เร่งขยายความเจริญไปสู่เมืองรองและเมืองจินหลิงคือเป้าหมายแรกเพราะมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าเมืองอื่น ๆ แม้จะมีขุนนางร่วมเดินทางหลายคนแต่ยังขาดอีกหนึ่งคน เพราะขุนนางที่รับผิดชอบอีกคนอายุมากและมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะ หยางเจียหรงจึงรับอาสาและได้รับอนุญาต หากสำนักศึกษาสร้างแล้วเสร็จภายในหนึ่งปี หยางเจียหรงที่อาสาไปเมืองรองอย่างจินหลิงจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นการตอบแทนความเสียสละออกไปทำงานแทนขุนนางอีกคนที่อายุมากแล้ว "เจ้าสบายใจได้ งานทางนี้ข้ากับเจ้าหน้าที่อีกสามคนรับมือไหว สามารถทำแทนเจ้าได้" หลิวเวินเซียนกล่าวขึ้นขณะเดินออกมาจากท้องพระโรง "ขอบคุณใต้เท้าหลิวที่แบกรับหน้าที่แทน ข้าจะตั้งใจทำงานให้เสร็จไว ๆ ขอรับ" หลิวเวินเซียนยิ้มให้กำลังใจ เขาพอคาดเดาได้ว่าหยางเจียหรงอาสาไปจินหลิงเพราะเหตุใด เพื่อให้เขาได้สมหวังจึงเปิดทางให้อย่างเต็มใจ เมื่อถึงวันไปจินหลิงขบวนจากเมืองหลวงเดินทางกันแต่เช้า เดินทางราวสองชั่วยามก็ถึงจุดหมาย เมื่อไปถึงคณะขุนนางจากเมืองหลวงเริ่มประชุมวางแผนงานทันที "คืนนี้ที่จินหลิ

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ย้ายเข้าเมืองหลวง

    บ้านตระกูลหลิวที่เคยเต็มไปด้วยความทุกข์ในเมื่อก่อนค่อย ๆ มีเสียงหัวเราะและความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ ความรักและความเอาใจใส่ของครอบครัวเล็ก ๆ ทำให้ทุกวันเต็มไปด้วยความสุขที่เรียบง่าย ถึงวันประกาศผลสอบ ทุกคนต่างตื่นเต้นไม่แพ้หลิวเวินเซียน "ดูประกาศผลสอบแล้ว ข้าจะรีบกลับมาขอรับ" เขาบอกคนในบ้านที่มาส่งขึ้นรถม้า "ข้ารับรองว่าเวินเซียนต้องสอบได้แน่" สหายที่ยืนรออยู่กล่าวกับทุกคน เสี่ยวหลานก็เดินเข้ามาอวยพรบิดาอย่างตื่นเต้น "ท่านพ่อรีบกลับมานะขอรับ เสี่ยวหลานมั่นใจว่าท่านพ่อทำได้" "แน่นอนพ่อจะรีบกลับมา เจ้าอยู่บ้านเชื่อฟังผู้ใหญ่ อย่าซนมากนัก" เขาพูดพลางลูบหัวเสี่ยวหลานเบา ๆ เด็กน้อยผงกศีรษะรับ เชื่อฟังบิดาสุดหัวใจ "ขอรับท่านพ่อ" รถม้าเคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับความหวังของทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวหลิวเวินเซียน เมื่อมาถึง เหล่าบัณฑิตที่มาดูประกาศผลสอบต่างมุ่งหน้าไปที่ป้ายประกาศกันคับคั่ง หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงไม่ต่างจากเมื่อครั้งสอบ เพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ รายชื่ออันดับต้น ๆ ก็ชัดเจนปรากฏแก่สายตา "ลำดับ…สาม…เจ้าสอบได้ลำดับที่สามจริงหรือ" สหายชี้มือไปที่รายชื่อลำดับที่สามพูดขึ้นอย่างยินดี หล

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   เผยความในใจ

    หลิวเวินเซียนนั่งอยู่หน้าห้องโถง ข้างกายมีหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลานนอนหลับอยู่ข้างมารดา หลี่อันหนิงมองไปรอบกายก่อนหยุดสายตาที่หลิวเวินเซียน จู่ ๆ นางก็ถามเรื่องในอดีตขึ้นมา "เมื่อก่อนข้าเคยยอมเสื่อมเสียชื่อเสียงเพื่อจับท่านเป็นสามี แล้วท่านเล่ารู้อยู่แก่ใจเหตุใดไม่ปฏิเสธแล้วเอาความกับข้า" เขาก้มลงมองนาง ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงแต่แฝงความอ่อนโยน "ข้าจะปฏิเสธเจ้าทำไมกัน" ยิ่งเขาพูดอย่างนี้นางก็ยิ่งฉงนใจนัก "ก็ข้าทำเรื่องน่าอาย ท่านก็รู้ว่ามิใช่ความจริงแต่ไม่เห็นด่าข้า หรือต่อว่าข้าแรง ๆ" เขายิ้มมองนางสายตาเจ้าเล่ห์ "จะทำเช่นนั้นทำไมเล่า ในเมื่อข้าก็แอบชอบเจ้าเหมือนกัน" หลี่อันหนิงเบิกตากว้างขึ้น นี่เป็นเรื่องที่นางไม่เคยรู้มาแต่แรก "ท่านว่าอย่างไรนะ" เขามองนางเหมือนเรื่องที่พูดเมื่อครู่มิได้น่าตื่นเต้น เพราะเขารู้สึกเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว "ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า ความจริง ข้าแอบชอบเจ้ามาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเจ้า เรื่องวันนั้น ข้าเองที่จงใจจะเดินผ่านเจ้า จะหาเรื่องคุยกับเจ้าให้ได้ แต่แล้วเจ้าก็เริ่มก่อนข้าเลยไม่ขัดข้อง" หลี่อันหนิงหน้าแดงเห่อร้อนทันที นางหน้าไม่อาย แล้วดูเขาสิกำลังส

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   รับผลกรรม

    หลิวจิ่นหงเดินทางกลับมาจากไปพบคู่ค้า เมื่อถึงบ้านก็พบกับบิดาที่มีสีหน้าเคร่งขรึมรออยู่ "ท่านพ่อ มีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือขอรับ" "หย่ากับเมิ่งฉีซะ นางทำความผิดร้ายแรงที่ไม่อาจให้อภัย" หลิวจิ่นหงมึนงงกับการกระทำของบิดา ผู้เฒ่าหลิวจึงเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมดซึ่งหลิวจิ่นหงคาดไม่ถึงสักเรื่อง "นางร้ายกาจถึงเพียงนั้นหรือขอรับ" "หากข้าไม่ส่งคนคอยสืบก็คงไม่รู้ความจริง เสียนหาวก็คงถูกนางปั่นหัว กลับมาคราวนี้เห็นทีต้องทบทวนกันใหม่" หลิวจิ่นหงจึงเขียนหนังสือหย่ากับเมิ่งฉี ให้เงินนางไปตั้งตัวก้อนหนึ่งตอบแทนที่เคยเลี้ยงดูหลิวเวินเซียนมาตั้งแต่เด็ก ถือว่าเป็นสินน้ำใจครั้งสุดท้ายที่ตระกูลหลิวมอบให้นาง เมิ่งฉีกลับไปบ้านนอกด้วยความอับอาย เสียงล้อเลียนและสายตารังเกียจจากคนรอบข้างทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกกดทับทุกฝีก้าว "คนไร้คุณธรรมเช่นนี้ไม่น่าอยู่ในหมู่บ้านให้เป็นเสนียดเลย" คำพูดเหล่านั้นดังสะท้อนอยู่ในหัวของนาง แม้พยายามดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครอยากรับนางทำงาน เงินที่ได้มาก็ใช้ไปทุกวัน ร่อยหรอลงทุกที ความลำบากซ้ำเติมความอับอายของนางให้มากขึ้นทุกวันที่ชีวิตดำเนินไป ทุกฝีก้าวที่เดินไปเหมื

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   กลับเข้าตระกูลหลิว

    วันต่อมา เมิ่งฉีเดินทางไปยังตระกูลจ้าวเพียงลำพัง คร่ำครวญในใจว่า "คราวนี้ข้าจะทำให้จ้าวหยางซินต้องตกลงแต่งงานกับเวินเซียนให้ได้" นางหมายมัดมือชกทั้งคู่หวังว่าเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้หลี่อันหนิงไปให้พ้นจากตระกูลหลิว เมื่อมาถึงตระกูลจ้าว เมิ่งฉีพยายามพูดจาโน้มน้าวจ้าวหยางซินให้มาอยู่ฝั่งเดียวกับตนเอง "หยางซิน เจ้าทั้งงดงามทั้งเพียบพร้อม หากได้แต่งเข้าตระกูลหลิว ต้องนำพาชื่อเสียงมาสู่ตนกับสองตระกูลได้อย่างดีแน่นอน" จ้าวหยางซินเพียงยิ้มเล็กน้อยตามมารยาท "ท่านป้า มีอะไรหรือไม่เจ้าคะ ถึงพูดเรื่องแต่งงานกับข้าเร็วนัก" เมิ่งฉีเอื้อมมือเรียวกุมมือของจ้าวหยางซินเอาไว้ "ป้าก็พูดมาตลอด เพียงแต่คิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว เจ้าสองคนควรแต่งงานกันได้แล้ว" แต่จ้าวหยางซินหน้าแดงด้วยความละอายใจ "งานแต่งงานตระกูลจ้าวกับตระกูลหลิวจะไม่เกิดขึ้นเจ้าค่ะ" ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างมองหน้ากันที่จ้าวหยางซินตัดสินใจเช่นนั้น คำตอบนั้นทำให้เมิ่งฉีหน้าเสีย นางอ้าปากพูดไม่ทันจบแต่จ้าวหยางซินตั้งใจปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "เพราะเหตุใดกัน เราตกลงกันแต่แรกแล้วมิใช่หรือ ข้าจะเพิ่มสินสอดก็ได้หากเจ้าไม่พอใจ" ใต้เท้าจ้าวที่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status