เข้าสู่ระบบเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ดังสะเทือนทั่วทะเลสาบแสงสีแดงจากด้านบนกวาดผ่านผิวน้ำและตัวบ้านเป็นระยะเหมือนนักล่าที่กำลังค้นหาเหยื่ออย่างใจเย็นลินรีบปิดม่านหน้าต่างทันที“พวกมันเจอเราแล้ว”อาเชอร์เดินไปหยิบปืนไรเฟิลที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะอย่างรวดเร็วสีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบในพริบตา“ไม่ใช่แค่หน่วยล่า…”เขาเงยหน้าฟังเสียงด้านนอก“…ทีมกวาดล้างมาเอง”จันทร์สิตาขมวดคิ้ว“ต่างกันยังไง?”อาเชอร์ใส่แม็กกาซีนเข้าปืนเสียงดังแกร๊กก่อนตอบเรียบ ๆ“หน่วยล่าจับเป็น”เขาดึงลำเลื่อนช้า ๆ“…แต่ทีมกวาดล้างฆ่าทิ้งทั้งหมด”บรรยากาศเย็นวาบทันทีเร็นหน้าเริ่มซีดหมายเลขสามจึงขยับมายืนด้านหน้าเด็กชายอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวอนลลุกขึ้นเต็มตัวทันที แม้แผลจะยังไม่หาย“ทางหนี?”อาเชอร์พยักหน้าไปด้านหลังบ้าน“มีอุโมงค์เก่าเชื่อมไปป่าด้านเหนือ”“แล้วคุณล่ะ” ลินถามอาเชอร์ยิ้มมุมปากนิดเดียว“ฉันจะถ่วงเวลาให้”“ไม่ได้” อนลพูดทันทีทั้งสองสบตากันเงียบ ๆบรรยากาศตึงจนแทบปะทุอาเชอร์ถอนหายใจเบา ๆ“นายยังเจ็บอยู่”“คุณก็ไม่ได้อยู่ในสภาพดีเหมือนกัน” อนลสวนกลับทันทีจันทร์สิตามองทั้งคู่สลับกันก่อนเริ่มเข้าใจว่าแม้จะกัดกันตลอด
ภายในห้องเงียบไปพักใหญ่หลังจันทร์สิตาพูดจบ“…เราไปด้วยกัน”อนลมองเธอนิ่ง ๆสายตาคู่นั้นสั่นไหวชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเหมือนกำแพงทั้งหมดที่เขาสร้างไว้กำลังพังลงทีละชั้นตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาเคยชินกับการแบกทุกอย่างคนเดียวชินกับการหายไปชินกับการถูกทิ้งและชินกับการคิดว่า ถ้าเขาตาย ทุกอย่างคงง่ายกว่าเดิมแต่ตอนนี้มีใครบางคนกำลังจับมือเขาไว้แน่นแล้วบอกว่าจะไปด้วยกันอนลหลับตาลงช้า ๆก่อนปล่อยลมหายใจออกเบา ๆ ราวกับยอมแพ้ให้เธอจริง ๆ แล้ว“…ดื้อ”เขาพูดเสียงต่ำจันทร์สิตารีบตอบทันที“เรียนจากคุณมา”ลินหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ทันทีแม้สถานการณ์จะยังตึงเครียดอยู่ก็ตามอาเชอร์มองทั้งคู่สลับกันก่อนพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง“โลกจะแตกแล้วจริง ๆ…“อนลหันไปมองเขานิ่ง ๆ“มีแผนอะไรก็พูดมา”อาเชอร์ยักไหล่เบา ๆก่อนเดินไปเปิดแผนที่บนจออีกครั้ง“มีที่หนึ่ง”เขาซูมแผนที่เข้าไปยังพื้นที่นอกเมืองบริเวณป่าภูเขาห่างไกล“สถานีวิจัยเก่าของโครงการ”ลินหน้าเปลี่ยนทันที“ยังเหลืออยู่อีกเหรอ?”“เหลือ”อาเชอร์ตอบสั้น ๆ“และที่นั่นมีเครื่องถอดสัญญาณฝังตัวรุ่นเก่า”เขาหันไปมองยูนา“อาจเอาตัวติดตามออกได้”“อาจ?
อากาศภายในบ้านยังเต็มไปด้วยความเงียบหลังยูนาร้องไห้ออกมาเสียงสะอื้นเบา ๆ ดังอยู่เพียงไม่กี่วินาทีก่อนเธอจะพยายามเช็ดน้ำตาเองลวก ๆ เหมือนไม่คุ้นกับการร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นอนลยังคงลูบหัวเธอเบา ๆท่าทางนั้นอ่อนโยนมากจนน่าแปลกใจจันทร์สิตามองภาพนั้นเงียบ ๆในอกยังมีความรู้สึกจาง ๆ ที่อธิบายไม่ถูกทั้งสงสารยูนาทั้งเข้าใจอนลแต่ก็ยังแอบกลัวอยู่ลึก ๆกลัวว่าสุดท้ายแล้วเธออาจเป็นแค่คนที่เดินเข้ามาทีหลัง“โอเค” ลินถอนหายใจยาวพยายามดึงทุกคนกลับสู่ความจริง“เรื่องดราม่าครอบครัวไว้ทีหลัง”เธอเปิดแผนที่บนโต๊ะทันที“ตอนนี้เราต้องคิดว่าจะเอายังไงต่อ”อาเชอร์เดินเข้ามาใกล้สีหน้าเริ่มจริงจังอีกครั้ง“เซเรน่าคงรู้แล้วว่ายูนาอยู่ที่นี่”“เร็วขนาดนั้น?” จันทร์สิตาถามทันทีอาเชอร์พยักหน้า“ยูนามีตัวติดตามฝังอยู่”ทุกคนชะงักทันทียูนาหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัดเหมือนเพิ่งนึกได้“หนูพยายามเอาออกแล้ว…”เธอก้มหน้าพูดเบา ๆ“แต่มันอยู่ลึกเกินไป”ลินสบถเบา ๆ ทันที“งั้นที่นี่ก็ไม่ปลอดภัยแล้ว”อนลปล่อยมือยูนาช้า ๆก่อนถามเสียงเรียบ“มีเวลาอีกเท่าไร”อาเชอร์มองนาฬิกา“ถ้าเร็วสุด…ไม่เกินคืนนี้”บรรยากาศตึงขึ้นท
ภายในบ้านเงียบลงอย่างผิดปกติหลังความจริงถูกเปิดเผยเสียงลมด้านนอกพัดผ่านทะเลสาบเบา ๆแต่บรรยากาศในห้องกลับหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก“ข้อมูลอีกครึ่ง…” ลินพึมพำก่อนหันไปมองยูนาอีกครั้ง“หมายความว่าเซเรน่าสามารถสร้างระบบทั้งหมดขึ้นใหม่ได้ ถ้าได้ตัวพวกนายครบ?”อาเชอร์พยักหน้า“เดิมที Core ถูกแบ่งไว้สองส่วนตั้งแต่แรก”“ส่วนควบคุมอยู่ในหมายเลขเจ็ด”“ส่วนปลดล็อกอยู่ในยูนา”จันทร์สิตาขมวดคิ้วทันที“ทำไมต้องแบ่ง?”อาเชอร์หัวเราะเบา ๆ แบบไร้อารมณ์“เพราะคนสร้างระบบไม่ไว้ใจแม้แต่ตัวเอง”อนลยังเงียบอยู่สายตาเขามองยูนาไม่วางเหมือนยังรับความจริงตรงหน้าไม่หมดยูนากลับหลบสายตาเขาเล็กน้อยนิ้วเรียวกำชายเสื้อแน่นอย่างไม่รู้ตัวจันทร์สิตาสังเกตเห็นทันทีผู้หญิงคนนี้…กลัวคนแม้แต่ตอนอยู่กับพวกเขาเธอก็ยังเหมือนพร้อมจะหนีตลอดเวลา“เซเรน่าทำอะไรเธอบ้าง” ลินถามเสียงเบาลงยูนาชะงักไปทันทีสีหน้าเธอซีดลงนิดหนึ่งก่อนตอบสั้น ๆ“…หลายอย่าง”แค่นั้นก็เพียงพอแล้วไม่มีใครถามต่ออีกอนลกำมือแน่นขึ้นช้า ๆแววตาเย็นลงจนจันทร์สิตารู้ทันทีว่าเขากำลังโกรธมาก“ผมจะฆ่าเธอ”เขาพูดเรียบ ๆแต่ทุกคนในห้องรู้ว่าเขาพูดจริงยู
“…ยูนา?”เสียงของอนลเบามากเบาจนแทบเหมือนหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัวจันทร์สิตาหันไปมองเขาทันทีตั้งแต่รู้จักกันมานี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขาเสียการควบคุมชัดขนาดนี้ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ข้างอาเชอร์เงียบ ๆผมยาวสีดำถูกรวบต่ำใบหน้าขาวซีดดวงตานิ่งจนแทบอ่านอารมณ์ไม่ออกเธอสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนธรรมดาแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนคนที่ไม่ควรอยู่ตรงนี้อาเชอร์เงยหน้ามองเข้ามาในบ้านผ่านกระจกก่อนยกมือขึ้นนิดเดียวเหมือนส่งสัญญาณว่า “ใจเย็น”ลินยังไม่ลดปืนลง“นี่มันอะไรกันแน่”อนลไม่ตอบสายตาเขายังคงจับอยู่ที่ผู้หญิงคนนั้นเหมือนกำลังพยายามยืนยันว่าตัวเองไม่ได้มองผิดยูนาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสายตาเธอสบเข้ากับอนลผ่านกระจกพอดีและในวินาทีนั้นเองดวงตาที่นิ่งสนิทมาตลอดกลับสั่นไหวขึ้นเล็กน้อยเธอเดินเข้ามาช้า ๆอาเชอร์ไม่ได้ห้ามลินขยับตัวมายืนด้านหน้าทันที“หยุดอยู่ตรงนั้น”แต่ยูนากลับไม่ได้มองเธอเลยสายตาเธอมีแค่อนลคนเดียว“…”ริมฝีปากเธอขยับเล็กน้อยเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายกลับเงียบไปจันทร์สิตารู้สึกแปลกขึ้นมาในอกทันทีเพราะสายตาที่ผู้หญิงคนนั้นมองอนลมันไม่ใช่สายตาของคนแปลกหน้าแน่นอนอนลค่อย
แสงเช้าสีอ่อนส่องผ่านม่านบางเข้ามาภายในบ้านพักริมทะเลสาบฝนเมื่อคืนหยุดไปแล้วเหลือเพียงไอหมอกจาง ๆ เหนือน้ำด้านนอกจันทร์สิตาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆสิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความอบอุ่นตรงเอวเธอนิ่งไปทันทีก่อนก้มมองแล้วพบว่าแขนของอนลยังพาดกอดเธออยู่เมื่อคืนเธอเผลอหลับไปบนโซฟาข้างเขาแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเธอนอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขาเต็ม ๆจันทร์สิตาหน้าเริ่มร้อนขึ้นทันทีโดยเฉพาะเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าอนลลืมตาอยู่ก่อนแล้ว“…”“…”ทั้งคู่เงียบใส่กันอยู่หลายวินาทีสุดท้ายจันทร์สิตาเป็นฝ่ายพูดก่อน“…คุณตื่นตั้งแต่เมื่อไร”“สักพักแล้ว”เสียงเขายังแหบเล็กน้อยเพราะบาดแผลแต่สายตากลับดูผ่อนคลายกว่าทุกวัน“แล้วทำไมไม่ปลุกฉัน”อนลมองเธอนิ่ง ๆก่อนตอบเรียบ ๆ“…คุณนอนน้ำลายไหล”จันทร์สิตาเบิกตาทันที“หา?!”เธอรีบยกมือแตะมุมปากตัวเองทันทีอนลหลุดหัวเราะเบา ๆ ออกมาอีกครั้งจันทร์สิตาจึงรู้ทันทีว่าโดนแกล้ง“คุณนี่!”เธอรีบตีแขนเขาเบา ๆแต่ยังไม่ทันโดนจริงอนลก็ทำหน้าเจ็บขึ้นมาทันทีจันทร์สิตาชะงัก“เจ็บเหรอ?!”เขานิ่งไปเสี้ยวหนึ่งก่อนยอมรับหน้าตาเฉย“…นิดหน่อย”“อนล!”เสียงหัวเราะของเขาดังขึ้นอีก







