Share

บทที่ 4

last update publish date: 2025-04-07 10:50:12

แทนที่จะเขียนอักษรหรือวาดภาพ ฮองเฮากลับลากเส้นเชื่อมต่อกันเป็นโครงสร้างประหลาด คล้ายผังของอาคารหลังหนึ่ง ซีฮันหยุดพู่กันแล้วเงยหน้ามองขันทีคนสนิท

"ตงเปียน"

"พ่ะย่ะค่ะ เหนียงเหนียง"

"เจ้าบอกว่ารับใช้ข้ามาตั้งแต่ยังอยู่จวนตระกูลซี"

"พ่ะย่ะค่ะ"

"เช่นนั้นเจ้าคงรู้เรื่องในวังหลังดีกว่าข้าในตอนนี้"

ตงเปียนรีบก้มศีรษะ "กระหม่อมยินดีถวายชีวิตเพื่อรับใช้พระองค์"

ซีฮันยิ้มบาง

"ข้าไม่ได้ต้องการชีวิตของเจ้า"

นางวางพู่กันลงเบา ๆ "ข้าต้องการข้อมูล"

ตงเปียนชะงัก ก่อนจะเข้าใจความหมายทันที ซีฮันผลักกระดาษเปล่ามาตรงหน้าเขา

"เล่าให้ข้าฟังทุกอย่างเกี่ยวกับสนมทั้งเจ็ด อย่าปิดบังแม้แต่เรื่องเดียว"

ตงเปียนสูดหายใจลึก ก่อนเริ่มต้นรายงานอย่างละเอียด

"คนแรก...เข่อชิงหวงกุ้ยเฟย"

เพียงได้ยินชื่อนั้น ดวงตาของซีฮันก็หรี่ลงเล็กน้อย

"พระนางเป็นธิดาของเสนาบดีใหญ่เข่อเจิ้งเหอ ตระกูลเข่อมีอำนาจสูงสุดในหมู่ขุนนางฝ่ายบุ๋น ขุนนางจำนวนมากเป็นคนของตระกูลนี้ แม้แต่หมอหลวงหลายคนก็เกรงใจ"

ซีฮันพยักหน้า ก่อนลากวงกลมวงใหญ่ที่สุดลงบนกระดาษ

"อำนาจของนางไม่ได้มาจากตัวเอง แต่มาจากตระกูล"

ตงเปียนรีบตอบ "ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ นอกจากนี้พระนางยังฉลาดมาก ไม่เคยลงมือเอง ทุกครั้งจะใช้คนอื่นเป็นหมาก"

ซีฮันเขียนคำว่า ศูนย์กลาง ลงในวงกลมนั้น

"เสาหลักของอาคาร" นางพึมพำ "หากจะรื้อทั้งหลัง ไม่จำเป็นต้องทุบเสาหลักก่อน"

ตงเปียนมองอย่างไม่เข้าใจ ซีฮันไม่ได้อธิบาย แต่เอ่ยต่อ

"คนถัดไป"

"เซียนรื่อหงกุ้ยเฟยพ่ะย่ะค่ะ" ตงเปียนถอนหายใจ "พระนางพูดจาอ่อนหวานที่สุดในวัง ยิ้มเก่ง เอาใจทุกคน เก่งเรื่องประจบ ไม่เคยทำให้ผู้ใดโกรธต่อหน้า"

ซีฮันนึกถึงภาพความทรงจำเมื่อคืน หญิงสาวที่จับมือตนแล้วบอกว่าจะภักดีแต่ลับหลังกลับนำทุกคำพูดไปบอกเข่อชิง

"มีความสามารถอะไร"

"ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ" ตงเปียนตอบทันที "แต่พระนางรู้จักเข้าหาคน"

ซีฮันยิ้มมุมปาก "ปรสิต"

ตงเปียนกะพริบตา "พ่ะย่ะค่ะ"

"คนประเภทนี้ไม่มีอำนาจของตัวเอง แต่เติบโตด้วยการเกาะคนที่แข็งแรงกว่า"

นางเขียนวงกลมเล็กอีกวง ลากเส้นเชื่อมไปยังเข่อชิง

"หากเสาหลักพัง ปรสิตก็อยู่ไม่ได้" จากนั้นนางเงยหน้าขึ้น "ต่อไป"

"ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย" ตงเปียนลดเสียงลง "พระนางรักการปรุงยา สนใจสมุนไพร สัตว์มีพิษ และตำราแพทย์"

ซีฮันหัวเราะเบา ๆ "งูที่ซ่อนอยู่ในกองดอกไม้"

ตงเปียนพยักหน้า "หมอหลวงหลายคนยังยอมรับว่าพระนางมีความรู้จริง"

ซีฮันลากเส้นอีกเส้น "คนแบบนี้มั่นใจในความสามารถของตัวเอง"

"ใช่พ่ะย่ะค่ะ"

"คนที่มั่นใจมาก มักคิดว่าตัวเองไม่มีวันผิด"

นางเขียนคำว่า 'โอหัง' ไว้ใต้ชื่อของยู่จินเชียง

"ความโอหังคือรอยร้าว"

ตงเปียนเริ่มเข้าใจ ฮองเฮาไม่ได้ฟังข้อมูลเฉย ๆแต่กำลังหาจุดอ่อนของแต่ละคน

"ต่อไป"

"จินเช่อเฟย"

ตงเปียนขมวดคิ้ว "พระนางชอบอาวุธ ลอบฝึกเพลงดาบกับองครักษ์ลับ และมีนิสัยชอบลงโทษนางกำนัลอย่างรุนแรง"

ซีฮันพยักหน้า "คนที่ใช้ความกลัวปกครอง" นางวาดดาบเล็ก ๆ ไว้ข้างชื่อ "เมื่อไรคนเลิกกลัว เมื่อนั้นอำนาจจะหายไป"

"เซียวจื่อเฟย"

"ชอบคุณไสย เชื่อเรื่องโชคลาง"

"ใช่พ่ะย่ะค่ะ"

ซีฮันยิ้ม "คนที่เชื่อโชคลาง มักหวาดกลัวมากกว่าคนอื่น"

นางเขียนคำว่า 'หวาดระแวง'

"ต่อไป"

"โถวฝ่าเฟย"

ตงเปียนมีสีหน้าครุ่นคิด "พระนางรักการปักผ้า สนใจเพียงงานฝีมือ ไม่ค่อยยุ่งการเมือง"

ซีฮันเงียบไป "แล้วเหตุใดจึงอยู่ฝ่ายเข่อชิง"

"เพราะพระนางหวาดกลัวพ่ะย่ะค่ะ"

ซีฮันพยักหน้า "คนขี้กลัว...ไม่ใช่ศัตรู"

นางเขียนวงกลมด้วยหมึกสีอ่อน ไม่เหมือนคนอื่น "คนสุดท้าย"

"ซินจางเฟย"

ตงเปียนถอนหายใจยาว "พระนางไม่มีความสามารถอะไรเลย"

"ไม่มีหรือ"

"ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ"

"แล้วเหตุใดถึงได้ตำแหน่งเฟย"

ตงเปียนนิ่งไปครู่หนึ่ง "เพราะพระนางซื่อสัตย์"

ซีฮันชะงัก "ซื่อสัตย์"

"พระนางไม่เคยใส่ร้ายผู้ใด ไม่เคยสมคบคิด และเคยช่วยฮองเฮาหลายครั้ง แต่เพราะอ่อนแอเกินไป จึงช่วยอะไรไม่ได้"

ซีฮันนิ่งเงียบ ปลายพู่กันค้างอยู่เหนือกระดาษ ในที่สุดนางเขียนคำหนึ่งลงใต้ชื่อซินจางเฟย

'ใช้ได้' ตงเปียนเบิกตา

"เหนียงเหนียง..."

ซีฮันวางพู่กันลง ก่อนมองแผนผังทั้งหมด วงกลมทั้งเจ็ดเชื่อมต่อกันด้วยเส้นหมึก ตรงกลางคือเข่อชิง รอบนอกคือคนอื่น ภาพนี้เหมือนแบบโครงสร้างของอาคารขนาดใหญ่ ตงเปียนอดถามไม่ได้

"เหตุใดพระองค์จึงวาดเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ"

ซีฮันยิ้มบาง "เมื่อก่อนข้า..." นางหยุดคำพูดทันที เกือบเผลอบอกว่าเคยเป็นสถาปนิก จึงเปลี่ยนเป็น

"ข้าเคยอ่านตำราการก่อสร้าง"

ตงเปียนพยักหน้าโดยไม่สงสัย ซีฮันใช้นิ้วแตะวงกลมของเข่อชิง

"คนส่วนใหญ่คิดว่า หากจะทำลายอาคาร ต้องทุบเสาหลักก่อน" นางส่ายหน้า "แต่นั่นผิด"

ตงเปียนตั้งใจฟัง

"อาคารที่แข็งแรง หากทุบเสาหลักตรง ๆ ผู้ทุบอาจถูกซากอาคารทับตายเสียเอง"

นางเลื่อนนิ้วไปยังวงกลมเล็กด้านข้าง "สิ่งที่ต้องทำ คือรื้อฐานรากทีละชั้น"

นางลากเส้นตัดความเชื่อมโยงของวงกลมเล็กออกจากวงใหญ่ "ตัดคนสนับสนุน"

อีกเส้นหนึ่ง "ตัดข่าวสาร"

อีกเส้นหนึ่ง "ตัดความไว้ใจ"

สุดท้ายจึงแตะวงกลมของเข่อชิง "เมื่อเหลือเพียงตัวคนเดียว" ซีฮันยิ้มเย็น  "ต่อให้เป็นเสาหลัก ก็ล้มเอง"

ตงเปียนมองแผ่นกระดาษตรงหน้าอย่างตกตะลึง ไม่ใช่เพราะเข้าใจทั้งหมดแต่เพราะรู้สึกว่าฮองเฮาตรงหน้าเปลี่ยนไปจนแทบไม่ใช่คนเดิม นางไม่ได้คิดเพียงแก้แค้นแต่วางแผนเหมือนแม่ทัพก่อนออกรบ ซีฮันทอดสายตามองรายชื่อทั้งเจ็ดอีกครั้ง เข่อชิงมีอำนาจที่สุด ยู่จินเชียงอันตรายที่สุด จินเช่อเฟยโหดเหี้ยมที่สุด เซียวจื่อเฟยลึกลับที่สุด

แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่เป้าหมายแรก นางใช้ปลายพู่กันแตะชื่อหนึ่งเบา ๆ เซียนรื่อหงกุ้ยเฟย ตงเปียนมองตาม

"เหนียงเหนียง...พระองค์จะจัดการนางก่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ"

ซีฮันยิ้มอย่างสุขุม "เข่อชิงแข็งแรงเกินไป ยู่จินเชียงระวังตัวเกินไป จินเช่อเฟยดุร้ายเกินไป แต่..."

นางแตะชื่อเซียนรื่อหงอีกครั้ง "คนที่ชอบสวมหน้ากากอ่อนโยน มักเชื่อว่าตัวเองหลอกทุกคนได้"

ดวงตาหงส์ฉายประกายเย็นเยียบ "คนแบบนี้ประมาท"

นางค่อย ๆ ม้วนกระดาษเก็บ ก่อนลุกขึ้นยืนมองสวนด้านนอกที่ดอกเหมยกำลังผลิบานท่ามกลางความหนาว ริมฝีปากบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มงดงาม หากแต่แฝงไว้ด้วยความน่าสะพรึง

"ศึกครั้งนี้..." นางกล่าวช้า ๆ "ข้าจะไม่เริ่มจากคนที่แข็งแรงที่สุด"

ตงเปียนก้มหน้ารอฟัง ซีฮันหันกลับมา ดวงตาเยือกเย็นราวกับคมดาบที่เพิ่งถูกลับจนแหลมคม

"ข้าจะเริ่มจากคนที่ดูอ่อนหวานที่สุดก่อน"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 110

    แววตาของเข่อหมิงซานเย็นลง “รอคำสั่งของนาง”ในเวลาเดียวกัน ภายในตำหนักคุมขัง เข่อชิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองท้องฟ้ายามค่ำซึ่งค่อย ๆ มืดลง เสี่ยวเยี่ยนเดินเข้ามาและแสร้งวางถาดอาหาร ก่อนกระซิบเบา ๆ“ชามถูกส่งออกไปแล้วเพคะ ไม่มีผู้ใดตรวจพบ”เข่อชิงพยักหน้า “อีกสามคืนเป็นคืนไร้จันทร์”“คนภายนอกจะมาจริงหรือเพคะ”“พวกเขาต้องมา”“หากไม่มาเล่า”เข่อชิงหันมามอง“เช่นนั้นข้าก็จะทำให้พวกมันเสียใจก่อนข้าตาย”เสี่ยวเยี่ยนไม่กล้าถามต่อเข่อชิงหยิบเข็มเล็กซึ่งซ่อนไว้ในมวยผมออกมา ใช้ปลายเข็มขีดแผ่นไม้ใต้เตียงเป็นเส้นสั้น ๆ หนึ่งเส้นหมายถึงหนึ่งคืน นางขีดเส้นแรกลงไปอย่างช้า ๆภายนอกตำหนัก ทหารเวรเดินตรวจตามปกติ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าระหว่างกำแพงวังกับคลองด้านเหนือ มีคนเริ่มวัดระดับน้ำ ตรวจตะแกรงเหล็ก และเตรียมเครื่องมือสำหรับตัดโซ่แล้วในครัวของทหาร ถุงยาผงเล็ก ๆ ถูกส่งผ่านมือคนงานคนหนึ่ง ที่โรงเก็บถ่าน ชุดของช่างซ่อมคลองถูกซ่อนไว้ใต้กองฟืน ส่วนในป่าทางเหนือ ม้าสิบกว่าตัวถูกเตรียมพร้อม พร้อมเสื้อผ้าสตรีสามชุดสำหรับหลอกเส้นทางติดตามแผนทุกส่วนเริ่มเคลื่อนไหวอย่างเงียบงัน โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว ชิงตัวนักโ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 109

    “โรงครัวขาดชามเจ้าค่ะ ข้าน้อยจึงคิดว่ายังใช้ได้ เมื่อคืนคนครัวบอกว่าจะส่งไปซ่อมพร้อมภาชนะเก่า”ผู้คุมพลิกชามดูอีกครั้ง แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ“ครั้งหน้าอย่านำของชำรุดเข้ามา หากบาดมือนักโทษขึ้นมา เจ้าจะรับผิดชอบหรือ”“เจ้าค่ะ”เสี่ยวเยี่ยนก้มรับแล้วนำถาดออกไปหัวใจของนางเต้นแรงตลอดทาง แต่ไม่มีผู้ใดเรียกหยุดชามถูกส่งกลับโรงครัว ก่อนถูกรวมกับภาชนะชำรุดในลังไม้ ช่วงบ่าย คนงานจากโรงช่างเข้ามารับของไปซ่อมตามปกติ เมื่อรถเข็นผ่านประตูวังด้านตะวันตก เจ้าหน้าที่ตรวจเพียงจำนวนภาชนะและตราอนุญาต ไม่ได้ทุบชามแต่ละใบ ข่าวของเข่อชิงจึงออกจากกำแพงพระราชวังได้สำเร็จ ค่ำวันนั้น ร้านเครื่องหอมชิงหลันปิดประตูเร็วกว่าปกติ ซูหลัว เจ้าของร้านหญิงวัยสี่สิบกว่า สวมเสื้อเรียบง่ายและมีท่าทางไม่ต่างจากแม่ค้าทั่วไป นางรับชามที่ถูกส่งมาไว้ในห้องหลังร้าน ก่อนใช้มีดบางแซะฐานดินออกอย่างชำนาญเมื่อเห็นเศษผ้าที่ซ่อนอยู่ภายใน สีหน้าของนางเปลี่ยนทันที นางอ่านข้อความเพียงรอบเดียวก็รีบเผาเศษผ้าในเตา จากนั้นจึงเปิดหีบไม้ใต้พื้น หยิบป้ายเหล็กรูปหัวหมาป่าออกมา ป้ายนี้ไม่ได้ถูกใช้มานานกว่าสามปี นับจากวันที่เข่อหยวนฉิงสั่งให้กองก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 108

    เข่อชิงไม่ได้แสดงความโกรธ“หากเส้นทางเดิมใช้ไม่ได้ ก็ต้องใช้เส้นทางที่ไม่มีผู้ใดคิดว่าจะมีข่าวซ่อนอยู่”“ทรงหมายถึงสิ่งใดเพคะ”เข่อชิงมองถาดอาหารบนพื้น“พรุ่งนี้เจ้านำอาหารมาเหมือนเดิมหรือไม่”“เพคะ ผู้คุมอนุญาตให้ข้าน้อยนำอาหารเช้ามา เพราะคนครัวคนเดิมป่วย”“จานชามต้องถูกนำกลับไปล้าง”“เพคะ”เข่อชิงยกชามดินเผาใบหนึ่งขึ้นพลิกดูด้านล่าง“คนตรวจมักเปิดฝาอาหาร ค้นใต้ข้าว และจับขอบภาชนะ แต่ไม่มีผู้ใดทุบชามทุกใบเพื่อตรวจดูเนื้อดินด้านใน”เสี่ยวเยี่ยนเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ“เหนียงเหนียงจะซ่อนจดหมายในชามหรือเพคะ”“อย่าเรียกข้าว่าเหนียงเหนียงต่อหน้าผู้อื่น” เข่อชิงกล่าวเสียงเย็น “ข้าเป็นเพียงนักโทษในสายตาพวกมัน”เสี่ยวเยี่ยนรีบก้มต่ำ “ข้าน้อยผิดไปแล้วเพคะ”เข่อชิงใช้ปลายเล็บเคาะก้นชามเบา ๆ“ชามจากโรงครัวหลวงบางใบมีฐานกลวง ช่างทำไว้เพื่อให้เนื้อดินแห้งเร็ว หากเจ้าใช้มีดบางเปิดรอยต่อแล้วปิดใหม่ด้วยดินสีเดียวกัน ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น”“แต่จดหมายจะต้องเล็กมาก”“ข้าไม่ต้องเขียนเรื่องยาว”เข่อชิงลุกจากเตียง เดินไปยังผนังด้านหนึ่งซึ่งแสงจากหน้าต่างส่องถึง นางหยิบก้านไม้ไหม้จากเตาถ่าน ใช้ปลายดำเขียนตัวอ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 107

    ซีฮันรู้สึกแน่นในอก หากพระองค์ยังคงปฏิบัติเช่นนี้ต่อไป กำแพงที่นางสร้างขึ้นอาจไม่อาจต้านทานได้นาน นางเคยคิดว่าตนไม่ควรรักใครอีก แต่การไม่รักไม่ได้หมายความว่าหัวใจจะหยุดรู้สึก มันยังจดจำความอบอุ่นยังสั่นไหวเมื่อมีคนยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วย ยังอ่อนลงเมื่อคนผู้นั้นยอมรอโดยไม่บังคับซีฮันกำลังพ่ายแพ้ ไม่ใช่ต่ออำนาจของฮ่องเต้ แต่ต่อความอ่อนโยนซึ่งพระองค์ค่อย ๆ มอบให้ทีละเล็กทีละน้อย หลังฮ่องเต้ประทับอยู่จนแน่ใจว่านางหลับพักผ่อน พระองค์จึงเสด็จกลับตำหนักทรงพระอักษรเพื่อเปิดม้วนเอกสารที่ช่วยออกมาจากกองเพลิงข่าวที่ฮ่องเต้ประทับดูแลฮองเฮาด้วยพระองค์เองกลับแพร่ไปทั่ววังเร็วกว่าที่ผู้ใดคาดคิด นางกำนัลพูดถึงการที่พระองค์ทรงถือถ้วยยา ขันทีพูดถึงคำสั่งให้นำเอกสารมาที่ตำหนักหงส์เพื่อมิให้ฮองเฮาต้องเดิน ส่วนหมอหลวงต่างรู้ว่าระหว่างเปลี่ยนยา ฮองเฮายอมจับพระหัตถ์ของพระองค์ไว้ตลอดเวลาแม้ทุกคนถูกสั่งห้ามพูดนอกตำหนัก แต่ความลับในวังหลังไม่เคยถูกเก็บไว้ได้นาน ยามเย็น ข่าวนั้นก็เดินทางไปถึงตำหนักเล็กด้านเหนือ ซึ่งใช้เป็นสถานที่คุมขังเข่อชิง ภายในห้องอับชื้น หญิงสาวผู้เคยสวมฉลองพระองค์หรูหรานั่งอยู่บนพื้นโด

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 106

    นางมองพระหัตถ์ซึ่งอยู่ตรงหน้า ความคิดแรกคือปฏิเสธ การยอมรับการดูแลจากใครสักคนหมายถึงการยอมรับว่าตนเองอ่อนแอ และซีฮันใช้ชีวิตหลังความตายด้วยการไม่ยอมให้อ่อนแอต่อหน้าผู้ใด นางจัดการศัตรู วางแผน เปิดโปงคดี รักษาชีวิตคน แม้ติดอยู่ในหอเอกสารที่กำลังถล่ม นางก็ยังพยายามรักษาหลักฐานมากกว่าร้องขอความช่วยเหลือแต่ตอนนี้ฮ่องเต้ไม่ได้ขอให้นางมอบความลับ ไม่ได้ขอให้สารภาพรัก หรือบังคับให้เชื่อใจทั้งหมด พระองค์เพียงยื่นมือให้จับระหว่างเปลี่ยนยา เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่ยากที่สุด ฮ่องเต้ไม่ได้เร่งรัด พระหัตถ์ยังคงวางอยู่ที่เดิม ซีฮันสูดลมหายใจเข้า ก่อนค่อย ๆ วางมือลงบนพระหัตถ์ของพระองค์สัมผัสอุ่นส่งผ่านมายังปลายนิ้ว ฮ่องเต้ชะงักเล็กน้อย ราวกับไม่คิดว่านางจะยอมจริง ๆ จากนั้นพระองค์จึงกระชับมืออย่างระมัดระวัง ไม่แน่นจนทำให้นางรู้สึกถูกควบคุม และไม่หลวมจนเหมือนพร้อมจะปล่อยไปทุกเมื่อ“ทำต่อ” พระองค์รับสั่งหมอหลวงหมอหลวงก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม ก่อนเริ่มใส่ยาใหม่ เมื่อความแสบแล่นขึ้นมา ซีฮันเผลอบีบพระหัตถ์แน่น ฮ่องเต้ไม่ได้แสดงอาการ แม้ฝ่าพระหัตถ์ของพระองค์เองมีรอยพุพองจากการฝ่าไฟ นางนึกข

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 105

    “ฝ่าบาทไม่เสด็จกลับไปพักหรือเพคะ”ซีฮันเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ พระองค์ทอดพระเนตรนาง“เจ้าต้องการให้เรากลับหรือ”นางชะงัก หากตอบว่าต้องการ พระองค์คงลุกออกไปโดยไม่ฝืน แต่ความคิดที่จะต้องอยู่เพียงลำพังกลับทำให้ความฝันเมื่อคืนย้อนขึ้นมาอีกครั้ง ปืนในมือแจ๊คกี้ เลือดซึ่งไหลจากหน้าอก เสียงร้องขอโทษที่สายเกินไป ซีฮันหลบสายตา“หม่อมฉันเพียงคิดว่าพระองค์ก็บาดเจ็บเช่นกัน”ฮ่องเต้ก้มมองผ้าพันแผลบริเวณพระอังสา“บาดแผลเล็กน้อย”“คานไม้ฟาดลงมาเต็มแรงยังเรียกว่าเล็กน้อยหรือเพคะ”“เมื่อเทียบกับการที่เจ้าถูกขังอยู่ในอาคารซึ่งกำลังถล่ม ย่อมถือว่าเล็กน้อย”พระองค์ตอบเรียบง่ายราวกับเป็นเรื่องธรรมดาซีฮันมองบาดแผลนั้น ภาพตอนฮ่องเต้ใช้พระวรกายปกป้องนางจากคานที่ร่วงลงมากลับมาชัดเจน ความร้อนของเปลวไฟในเวลานั้นยังคงติดอยู่ในความทรงจำ“ฝ่าบาทไม่ควรเสด็จเข้าไปเพคะ”“เรื่องนี้เจ้าพูดไปแล้ว”“แต่พระองค์เป็นฮ่องเต้ พระชนม์ชีพของพระองค์เกี่ยวข้องกับคนทั้งแผ่นดิน”“และเจ้าเป็นฮองเฮาของเรา”ซีฮันเม้มริมฝีปาก “ตำแหน่งฮองเฮาไม่สำคัญเท่าฮ่องเต้”“เราไม่ได้เข้าไปเพราะตำแหน่งของเจ้า”คำตอบของพระองค์ทำให้นางนิ่งไป ฮ่องเต้ทอ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 6 ย้อนมาถึงราชวงศ์ชิง

    “เคไนน์...เคไนน์!”เสียงที่ดังขึ้นจากในห้องบรรทมทำให้การสนทนาระหว่างคนทั้งหมดด้านนอกจ้องชะงัก เหล่านางกำนัลทั้งสามโผเข้ากอดกันแน่นทว่าตงเปียนกลับเงี่ยหูฟังพระสุรเสียงของฮองเฮาที่ดังลอดออกมาก่อนตัดสินใจเข้าไปในห้องบรรทมและปิดประตูลงก็เห็นว่านางนั่งอยู่บนแท่นบรรทม องค์ฮองเฮาหันมายังขันทีหนุ่มที่ต้องร

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 3 สิ้นฮองเฮา

    “ว่ายังไงนะท่านองครักษ์ ฟ้าผ่าที่ตำหนักของฮองเฮาเช่นนั้นรึ”“ใช่...ข้าให้ทหารตามไปดูแล้ว ข้าเห็นกับตา เมื่อครู่นี้สายฟ้าฟาดลงมาที่ตำหนักของฮองเฮาน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”“นี่มันเกิดอาเภทอะไรกัน ฮองเฮาทรงประชวรหนักแล้วยังจะมีเรื่องร้าย ๆ เช่นนี้อีกรึ”“ข้าว่าเรารีบไปที่ตำหนักของฮองเฮากันเถิด”“เดี๋ยวท่า

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 2 เหตุอาเพศ

    “พระนางอาจต้องการกำลังใจ นี่อาจเป็นอาการของผู้กำลังเรียกร้องหากำลังใจก็เป็นได้”พอได้ยินหมอหลวงกล่าวเช่นนั้นขันทีตงเปียนก็ทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนดวงตาฉายประกายนึกได้“เช่นนั้นแล้วข้าต้องรีบไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้”“ด้วยเหตุผลอันใด ในเมื่อท่านก็รู้นี่ว่า...”“พระองค์อาจทรงเบื่อหน่ายและไม่สนพระทัยฮองเฮา แต่ในเ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 5 ฉันไม่ใช่...คนเดิม

    เสียงนั้นลั่นเสียดทะลุเข้าไปในโสตประสาทของเฉียนหลงขณะหมอหลวงรีบเข้าไปนั่งคุกเข่าแทบพระบาท ฮ่องเต้ทรงถามขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันมองหน้าเพราะมัวแต่จ้องภาพเบื้องหลังฮองเฮาที่กรีดร้องลั่นอยู่กับสระน้ำไม่ต่างอะไรจากคราแรกก่อนนางสิ้นชีพจร“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...นางเป็นอะไร...ข้าถามว่าฮองเฮาเป็นอะไร!”“หม่อมฉัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status