LOGIN“แม่ทัพเหยียนเฟิงก็ช่างตามใจภรรยาเสียเหลือเกิน”
“ข้าได้ยินว่าฝ่าบาทกับฮอ
“แม่ทัพเหยียนเฟิงก็ช่างตามใจภรรยาเสียเหลือเกิน”“ข้าได้ยินว่าฝ่าบาทกับฮองเฮาทรงโปรดนางมาก นางจึงกล้าถึงเพียงนี้”คำพูดเหล่านั้นลอยเข้าหูหนิงเอ๋อตั้งแต่เช้าสาวใช้กลับมาถึงเรือนรับรองด้วยใบหน้าบึ้งตึงจนซูมี่ที่กำลังจัดตำรายาต้องเงยหน้าขึ้นมอง“ใครทำอะไรเจ้า”“ไม่มีใครทำอะไรบ่าวเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นทำไมหน้าตาเหมือนพร้อมจะไปทะเลาะกับคนทั้งวัง”หนิงเอ๋อวางห่อยาลงบนโต๊ะอย่างแรงกว่าปกติเล็กน้อย“เพราะคนทั้งวังกำลังพูดถึงฮูหยิน!”ซูมี่หยิบสมุนไพรขึ้นมาตรวจโดยไม่สะทกสะท้าน“พูดว่าอย่างไร”“พูดว่าฮูหยินไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเจ้าค่ะ บอกว่าท่านอาศัยความดีความชอบกับความรักของนายท่านทำตัวเสมอพระสนม บางคนยังบอกว่าท่านตั้งใจสร้างเรื่องเมื่อวานเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าไม่มีใครแตะต้องภรรยาแม่ทัพใหญ่ได้”ซูมี่ฟังจบก็เพียงพยักหน้า“อืม”หนิงเอ๋อรออยู่ครู่หนึ่ง“อืม?”“แล้วจะให้ข้า
เหตุผลง่าย ๆ เพียงสองคำทำให้ซูมี่เถียงไม่ออก สุดท้ายนางจึงปล่อยให้เขาพากลับเรือนรับรอง เมื่อกลับถึงที่พัก เหยียนเฟิงสั่งให้นำเตาอุ่นเข้ามาเพิ่ม ก่อนยื่นถ้วยน้ำอุ่นให้นางด้วยตัวเอง ซูมี่รับมาแล้วมองเขา“ท่านทำให้คนทั้งฝ่ายในตกใจกันหมดแล้ว”“ดี”“ดีอย่างไร”“ครั้งหน้าจะได้คิดก่อนทำ”นางหลุดหัวเราะ “เพิ่งเข้าวังวันที่สอง ท่านก็สร้างศัตรูให้ข้าแล้ว”เหยียนเฟิงนั่งลงตรงข้าม“คนที่ตั้งใจรังแกเจ้าตั้งแต่แรกไม่ใช่มิตรอยู่แล้ว”ซูมี่เงียบไปเล็กน้อย คำพูดนั้นฟังดูเรียบง่าย แต่ก็จริง“ข้าเพียงไม่อยากให้ท่านเสียงานเพราะเรื่องของข้า”เหยียนเฟิงมองนางนิ่ง“ซูมี่”“อืม”“ข้ารับราชการเพื่อปกป้องแผ่นดิน ไม่ใช่เพื่อยอมให้คนในวังเหยียบย่ำภรรยาตัวเอง”น้ำเสียงของเขาอ่อนลง“หากข้าปกป้องคนทั้งเมืองได้ แต่ปกป้องเจ้าไม่ได้ ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่จะมีความหมายอะไร”ซูมี่มองเ
“ฮูหยิน กลับกันเถอะเจ้าค่ะ พวกนางจงใจแน่นอน”ซูมี่กลับมองตำหนักตรงหน้าอย่างพิจารณา“ถ้าข้ากลับตอนนี้ พรุ่งนี้ข่าวจะกลายเป็นว่าฮูหยินแห่งแผ่นดินไม่เคารพพระสนมและเดินหนีกลางพิธีเข้าเฝ้า”หนิงเอ๋อกัดริมฝีปาก“เช่นนั้นพวกเราต้องยืนให้คนพวกนี้รังแกหรือเจ้าคะ”“ไม่”ซูมี่ตอบเรียบ ๆ“แต่ก่อนจะตอบโต้ใคร เราต้องรู้ก่อนว่าใครเป็นคนสั่ง”นางกวาดตามองรอบบริเวณ มีนางกำนัลหลายคนเดินผ่าน บางคนแอบมอง บางคนกระซิบกัน ชัดเจนว่าเรื่องนี้กำลังถูกทำให้เป็นการแสดง คนด้านในต้องการให้ทุกคนเห็นว่า ต่อให้ซูมี่ได้รับตำแหน่งฮูหยินแห่งแผ่นดิน เมื่อเข้ามาในฝ่ายในก็ยังต้องยืนรอพระสนมอันฉีเคยอยู่ในโลกที่ผู้คนต่อสู้กันด้วยตำแหน่ง ผลประโยชน์ และอำนาจมาแล้ว แต่นางไม่คิดว่าเมื่อข้ามกาลเวลามา โลกนี้จะใช้วิธีไม่ต่างกันเท่าไร เพียงเปลี่ยนห้องประชุมเป็นตำหนัก เปลี่ยนเอกสารเป็นราชโองการ และเปลี่ยนคำพูดเสียดสีให้กลายเป็นพิธีการนางกำลังจะพูดบางอย่าง จู่ ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากทางเดินด้า
ครั้งนี้ซูมี่ไม่ได้แซวเขาเหมือนทุกครั้ง นางเพียงพยักหน้าเบา ๆ เพราะทันทีที่ก้าวผ่านประตูวังเข้ามา นางก็รู้สึกได้ชัดเจนว่า ความสงบที่เคยมีอยู่ด้านนอกได้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังแล้ว และการเข้าวังครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหม่ที่ใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้มาก.ชีวิตหลังประตูวังชีวิตภายในวังหลวงเริ่มต้นขึ้นเร็วกว่าที่ซูมี่คิดหลังเข้าพักในเรือนรับรองของราชสำนักได้เพียงคืนเดียว เหยียนเฟิงก็ถูกเรียกตัวไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพราะงานที่เขาได้รับมอบหมายครั้งนี้ไม่ใช่เพียงตรวจตราทหารรักษาพระองค์ตามปกติ แต่ต้องตรวจสอบรายชื่อกำลังพลทั้งหมดใหม่ รวมถึงเส้นทางการเปลี่ยนเวร คลังอาวุธ ตราสั่งการ และความเกี่ยวข้องระหว่างนายทหารกับขุนนางในราชสำนักเครือข่ายกบฏครั้งก่อนถูกกำจัดไปมากแล้วก็จริง แต่ฮ่องเต้ไม่เชื่อว่ารากของมันจะถูกถอนออกจนหมดยิ่งเหยียนเฟิงเริ่มตรวจสอบ เขายิ่งพบว่ามีหลายเรื่องผิดปกตินายทหารบางคนได้รับตำแหน่งเร็วเกินสมควร บางคนมีชื่ออยู่ในกองรักษาพระองค์ทั้งที่ประวัติครอบครัวไม่ชัดเจน ขณะที่การเบิกอาวุธบางส่
“ตั้งแต่เป็นภรรยาข้า”ซูมี่หัวเราะทันที“เหตุผลใช้ไม่ได้”แต่ต่อให้ปากจะโต้เถียง นางก็ไม่ได้ปฏิเสธความห่วงใยนั้นบ่ายวันเดียวกัน หนิงเอ๋อเริ่มจัดสัมภาระสำหรับเข้าวังชั่วคราว นางหยิบทั้งเสื้อผ้า ยารักษาโรค ตำรา และเครื่องใช้จำนวนมากจนซูมี่ต้องห้าม“หนิงเอ๋อ เราไม่ได้ย้ายจวน”“แต่ฮูหยินเจ้าคะ อยู่ในวังจะขาดอะไรไม่ได้”“เอาไปเท่าที่จำเป็นก็พอ”หนิงเอ๋อมองหีบยาสามใบที่วางอยู่ตรงมุม“แล้วพวกนี้ล่ะเจ้าคะ”ซูมี่เดินไปเปิดดูด้านในเต็มไปด้วยสมุนไพร อุปกรณ์ทำแผล และยาที่นางปรุงไว้เอง“เอาไปทั้งหมด”หนิงเอ๋อหัวเราะออกมา“เรื่องอื่นไม่จำเป็น แต่เรื่องยาต้องพร้อมใช่ไหมเจ้าคะ”“ในวังมีคนมาก คนป่วยก็ย่อมมาก”นางตอบอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด หลังพูดจบ ซูมี่กลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างค้างอยู่ในใจ ราวกับครั้งนี้ การเข้าไปในวังอาจไม่ได้มีเพียงเรื่องงานของเหยียนเฟิงเท่านั้น เย็นนั้น ฮองเฮาส่งนางกำนัลคนสนิทมาถึงจวน พร้อมของพระราชทานเล็กน้อยและถ้อยคำสั้น ๆ“ฮองเฮาทรงทราบว่าฮูหยินจะเข้าพักในวัง จึงรับสั่งว่าหากขาดเหลือสิ่งใด สามารถไปทูลพระองค์ได้ทุกเมื่อ”ซูมี่รับของมาแล้วพยักหน้า“ฝากขอบพระทัยฮ
ราชโองการฉบับใหม่หลังบ้านเมืองผ่านพ้นความวุ่นวายมาได้ระยะหนึ่ง เมืองหลวงก็ค่อย ๆ กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง เสียงกลองศึกที่เคยดังไม่ขาดสายเงียบลง ถนนสายใหญ่กลับมาคึกคัก ร้านรวงเปิดขายของตามปกติ ขุนนางที่เคยหวาดระแวงกันเองเริ่มทำงานโดยไม่ต้องมองซ้ายมองขวาทุกฝีก้าว ส่วนประชาชนก็ค่อย ๆ ใช้ชีวิตด้วยความหวังว่าความวุ่นวายที่ผ่านมาได้จบลงเสียทีสำหรับซูมี่ นางเองก็คิดเช่นนั้นหลังผ่านเหตุการณ์มากมาย ทั้งการใส่ร้าย การลอบสังหาร ศึกชายแดน และความจริงเกี่ยวกับตัวตนของนาง ชีวิตในจวนแม่ทัพช่วงนี้ถือว่าสงบสุขกว่าที่เคย อันฉีในร่างซูมี่สามารถดูแลโรงหมอของตนได้เต็มที่ ขณะที่เหยียนเฟิงกลับไปจัดการงานในกองทัพตามปกติ แม้เขาจะยังยุ่ง แต่ก็พยายามกลับจวนให้ทันมื้อค่ำแทบทุกวันจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง ราชโองการจากวังหลวงก็มาถึงเสียงขันทีประกาศดังขึ้นกลางโถงรับรองของจวนแม่ทัพ ข้ารับใช้ทั้งหมดคุกเข่าลงพร้อมกัน ขณะที่เหยียนเฟิงกับซูมี่รับราชโองการด้วยสีหน้าสงบนิ่ง“ด้วยพระราชโองการแห่งโอรสสวรรค์ แม่ทัพใหญ่เหยียนเฟิงมีความดีความชอบต่อแผ่นดิน อีกทั้งมีความสามารถทั้งด้านการทหารและการรักษาความมั่นคง บัดนี้ราชสำนัก







