Mag-log inซูมี่ยืนเงียบมาตลอด นางไม่ได้พูดแก้ต่างแม้แต่ประโยคเดียว เพราะตอนนี้ไม่จำเป็น ฮองเฮาทรงรับทุกอย่า
คำพูดนั้นทำให้ซูมี่นึกถึงซินอี๋ทันที สอดคล้องกับวิธีคิดของนางอย่างน่ากลัว ลี่หลินกล่าวต่อ“ข้าถามว่าแล้วอะไรสำคัญ”“ซินอี๋ตอบว่า สถานะ”เหยียนเฟิงแววตาเข้มขึ้น “สถานะของอนุ?”“เพคะ”“นางบอกว่า ถ้าข้ามีชื่ออยู่ในจวนท่าน ข้าก็คือคนของจวนแม่ทัพ และถ้าข้าเป็นญาติของซินอี๋ด้วย…”ซูมี่รับต่อ “คนภายนอกก็จะมองว่าจวนแม่ทัพมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลซิน”ลี่หลินพยักหน้า “ข้าคิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ”เหยียนเฟิงถาม “นางเคยพูดถึงคนของจวนข้าหรือไม่”หญิงสาวนึก “เคยถามว่าท่านมีคนสนิทกี่คน”“ใครบ้าง”“ใครดูแลเอกสาร”“ใครเข้าออกห้องทำงานได้”สีหน้าเหยียนเฟิงเปลี่ยนอย่างชัดเจน ซูมี่เองก็เงียบลง นี่สำคัญ ถ้าซินอี๋สนใจเพียงเรื่องแต่งงาน นางไม่มีเหตุผลต้องถามถึงคนสนิท เอกสาร และการเข้าออกห้องทำงานของแม่ทัพ เหยียนเฟิงถาม“เจ้าได้ตอบหรือไม่”“ไม่ได้เจ้าค่ะ”“เพราะเจ้าไม่รู้?”“ส่วนหนึ่ง” ลี่หลินตอบ “และอีกส่วนเพราะข้าเริ่มกลัวว่าสิ่งที่นางต้องการไม่ใช่แค่ให้ข้าเป็นอนุ”ซูมี่ถาม “แล้ว
ความจริงหลังราชโองการเช้าวันถัดมา ลี่หลินมาถึงห้องรับรองเล็กด้านข้างตำหนักเฟิ่งอี๋ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี นางแทบไม่ได้นอนทั้งคืนเมื่อรู้ว่าจางหยวนยังมีชีวิต และอยู่ภายใต้การคุ้มกันของคนเหยียนเฟิง ความกลัวที่เคยปิดปากนางมานานก็เริ่มคลายลง แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่กลับเป็นความหนักอึ้งอีกแบบเพราะเมื่อไม่มีข้ออ้างเรื่องความปลอดภัยของจางหยวนให้หลบอีกต่อไป นางก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ตนเองปิดบัง ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา นางไม่ได้เป็นเพียงหญิงสาวซึ่งถูกบังคับให้เข้าวัง นางยังเคยยอมเดินตามแผนของซินอี๋ แม้จะไม่เต็มใจ แม้จะหวาดกลัว แต่บางสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะนางก็ไม่อาจลบได้ประตูเปิดออก ฮองเฮาเสด็จเข้ามาพร้อมซูมี่ เหยียนเฟิงเดินตามเข้ามาอีกด้าน ส่วนเฉินหยางยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกเพื่อกันคนไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ ฮองเฮาประทับลง“นั่งเถอะ”ลี่หลินกลับคุกเข่า “หม่อมฉันขอคุกเข่าเพคะ”พระองค์ทอดพระเนตรนาง “เพราะรู้สึกผิด?”หญิงสาวก้มหน้า “เพคะ”ซูมี่เดินเข้าไปใกล้ “ถ้าอยากพูดก็พูดให้ครบ”ลี่หลินพยักหน้า มือที่วางบนตักก
“ดี” ซูมี่หันไปหาลี่หลิน “ตอนนี้เจ้ายังคิดว่าตัวเองต้องเข้าไปเป็นอนุของเหยียนเฟิงอยู่หรือไม่”หญิงสาวชะงัก มองจางหยวน จากนั้นมองเหยียนเฟิง ก่อนส่ายหน้า“ไม่เจ้าค่ะ”เสียงยังสั่น แต่ชัด “ข้าไม่เคยอยากเป็นตั้งแต่แรก”เหยียนเฟิงตอบทันที “ดี”ลี่หลินงง เขากล่าว “เพราะข้าก็ไม่เคยอยากรับเจ้า”บรรยากาศที่ตึงเครียดกลับแปลกไปเล็กน้อย ซูมี่เกือบหัวเราะ ลี่หลินเองก็ชะงัก ก่อนหลุดยิ้มทั้งน้ำตา“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ”เหยียนเฟิงพูดต่อ “ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ต้องเสียเวลามองกันเป็นศัตรูอีก”ลี่หลินก้มหน้า “เจ้าค่ะ”ซูมี่กล่าว “ปัญหาจริงไม่ใช่เจ้ากับข้า”“แต่คือคนที่ใช้เจ้ามาเชื่อมเข้าหาจวนแม่ทัพ”ลี่หลินสีหน้าหม่นลง “ข้ารู้”“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดต้องเป็นเหยียนเฟิง”คำถามนี้ทำให้ลี่หลินเงียบ จางหยวนเองก็หันมองนาง นางกำมือ“ตอนแรกข้าไม่รู้”“ตอนนี้?”ลี่หลินสูดหายใจ “ซินอี๋เคยพูดกับข้าว่า…” เสียงเบาลง “แม่ทัพหลี่มีสิ่งที่คนอื่นไม่มี”เหยียนเฟิงถาม “อะไร”หญิงสาว
เหยียนเฟิงถาม “แล้วเกิดอะไรขึ้น”รอยยิ้มบนใบหน้าจางหยวนหายไปทันที ลี่หลินเองก็ซีดลง ชายหนุ่มตอบ“ซินอี๋ส่งคนมาที่บ้านขอรับ”บรรยากาศเย็นลงในทันที ซูมี่ถาม “เมื่อไร”“ประมาณสองเดือนก่อนลี่หลินเข้าวัง”“เพื่ออะไร”“ตอนแรกคนของนางบอกว่า พระสนมได้ยินว่าลี่หลินมีความรู้เรื่องสมุนไพร จึงอยากพาเข้าวังไปช่วยงาน”ลี่หลินพูดเบา ๆ “ข้าไม่อยากไป”ซูมี่หันมอง “เจ้าปฏิเสธ?”“เจ้าค่ะ”“อย่างไร”“ข้าบอกว่าความรู้ของข้ายังไม่พอ และครอบครัวกำลังเตรียมเรื่องแต่งงาน”จางหยวนพยักหน้า “หลังนางปฏิเสธ คนของซินอี๋ก็กลับไป”“แล้วมาอีกครั้ง?”“สามวันต่อมา” น้ำเสียงเขาเปลี่ยน “คราวนี้ไม่ได้มาพูดดีเหมือนเดิม”เหยียนเฟิงถาม “พูดอะไร”ลี่หลินกัดริมฝีปาก จางหยวนหันมองนาง ก่อนตอบแทน“พวกเขาบอกว่า ครอบครัวลี่หลินมีบิดาเป็นขุนนางท้องถิ่นระดับล่าง หากมีเรื่องร้องเรียนเรื่องทุจริตขึ้นมา ตำแหน่งคงรักษาไม่ยาก”ซูมี่ขมวดคิ้ว “บิดานางทุจริตจริงหรือ”“ไม่ขอรับ” จางหยวนตอบทันที “ท่านลุงเป็นคนซื
ทั้งหมดจึงออกจากสวนร้างทางเส้นทางเงียบ ระหว่างเดิน ลี่หลินไม่ยอมอยู่ห่างจางหยวนเกินสองก้าว แม้มือของเขาถูกควบคุมไว้ นางยังคอยหันมองตลอด ราวกับกลัวว่าถ้าละสายตา ชายหนุ่มจะหายไปอีกครั้ง เมื่อข่าวไปถึงเหยียนเฟิง เขายังอยู่ในเรือนพักกับซูมี่ เฉินหยางเข้ามารายงานสั้น ๆ“ท่านแม่ทัพ คนของเราพบคุณหนูลี่หลินแอบพบชายคนหนึ่งในสวนร้างขอรับ”ซูมี่เงยหน้าทันที “ใคร”เฉินหยางตอบ “เขาบอกว่าชื่อจางหยวน”ซูมี่ลุกขึ้น เหยียนเฟิงเองก็วางเอกสาร “แน่ใจ?”“ลี่หลินยืนยันเองขอรับ”“เขาเข้าวังได้อย่างไร”“ยังไม่ทราบ”“มีอาวุธ?”“มีมีดสั้นหนึ่งเล่ม”สีหน้าเหยียนเฟิงเย็นลงทันที “พาตัวมา”เฉินหยางพยักหน้า “ลี่หลินขอมาด้วยขอรับ”ซูมี่ถาม “นางเป็นอย่างไร”“ตกใจมาก”“พูดอะไรบ้าง”เฉินหยางลังเล ก่อนตอบ “นางขอร้องไม่ให้ฆ่าชายคนนั้น และยืนยันว่าเขาไม่ใช่สายลับ”ซูมี่สบตาเหยียนเฟิง สิ่งที่สงสัยมาตลอดเริ่มชัดขึ้น จางหยวนไม่ใช่แค่คนรู้จัก เขาคือคนที่ลี่หลินยอมเสี่ยงเปิดเผยตัวเองเพื่อปกป้อง ไม่นาน ประตูก็เปิด จ
ลี่หลินตัวแข็ง “แล้วครอบครัวข้า…”“ยังปลอดภัย”“เจ้ารู้ได้อย่างไร”จางหยวนเงียบ ลี่หลินถามทันที “เจ้ากลับไปหา?”“ไม่ได้”“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไร”ชายหนุ่มไม่ตอบ เฉินหยางที่ฟังอยู่เริ่มรู้สึกผิดปกติ จางหยวนหนีออกมาได้ รู้ว่าครอบครัวลี่หลินยังปลอดภัย และกล้ามาพบนางถึงในวัง ถ้าไม่มีคนช่วย เขาทำได้อย่างไร หรือจริง ๆ แล้วเขาถูกปล่อยออกมาเพื่อส่งข่าว เฉินหยางยกมือส่งสัญญาณ ทหารสองคนค่อย ๆ แยกออกจากกันเพื่อปิดทางหนี ในสวนร้าง ลี่หลินยังถาม“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”จางหยวนมองนาง “มีคนช่วย”“ใคร”“ข้าบอกไม่ได้”“จางหยวน!”“ยิ่งเจ้ารู้น้อยยิ่งปลอดภัย”ลี่หลินหน้าเสีย “ทุกคนพูดเหมือนกันหมด”“อะไร”“ซินอี๋บอกว่าข้าไม่ควรรู้ คนของนางก็บอกว่าไม่ควรรู้ ตอนนี้แม้แต่เจ้าก็บอกว่าข้าไม่ควรรู้”นางปาดน้ำตา “แล้วชีวิตข้าเป็นของใครกันแน่”ชายหนุ่มนิ่งไป ลี่หลินพูดต่อ“ข้าถูกบังคับให้เข้าไปช่วยรักษาคนที่เขาเตรียมอาการไว้แล้ว”จางหยวนสีหน้าเปลี่ยน “ลี่หลิน”“ข้าต้องยืนต







