LOGIN“พี่สาวมาช้าจังนะเจ้าคะ” ซูฮวาพูดเสียงหวาน
“ข้าไม่ชอบความเร่งรีบ”<
“เพคะ ได้ยินว่าทั้งสองสนทนากันอยู่นาน ฮองเฮาทรงพระสรวลหลายครั้งด้วย”แววตาของซินอี๋เย็นลง “นางเข้าวังมาไม่กี่วัน ก็ทำตัวสนิทสนมกับฮองเฮาเสียแล้ว”สาวใช้ไม่กล้าตอบ ซินอี๋วางปิ่นลง“แล้วพระอาการของฮองเฮาเล่า”“วันนี้ทรงเวียนพระเศียรอีกเพคะ”“ซูมี่ตรวจหรือไม่”“ตรวจเพคะ”คราวนี้มือของซินอี๋หยุดนิ่งจริง ๆ “นางพูดว่าอย่างไร”“ยังไม่ได้บอกว่าเป็นโรคอะไรเพคะ เพียงขอตรวจยาบำรุง”ซินอี๋หรี่ตาลง “ตรวจยา?”ความเงียบเกิดขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนนางจะถามเสียงต่ำ“เสวี่ยฉิงยังทำตามเดิมหรือไม่”“เพคะ ทุกอย่างเป็นไปตามคำสั่ง”ซินอี๋จึงค่อยผ่อนสีหน้า “บอกนางว่าอย่าประมาท”“เพคะ”“และห้ามเพิ่มสิ่งใดลงไปมากกว่าเดิม”นางหันมามองสาวใช้ “ซูมี่อาจเก่งกว่าหมอหลวงพวกนั้น”รอยยิ้มเย็นค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า “แต่คนจะรัก
“ลุกขึ้นเถอะ”ฮองเฮารับสั่งให้นางนั่ง“ช่วงนี้ได้ยินชื่อเจ้าบ่อยเสียจริง”ซูมี่อมยิ้ม“หม่อมฉันเองก็ได้ยินเพคะ”ฮองเฮาหัวเราะเบา ๆ“ไม่คิดจะแก้ตัวหรือ”“หากพระองค์ทรงถาม หม่อมฉันก็จะตอบตามความจริง แต่หากต้องเดินอธิบายให้ทุกคนฟัง หม่อมฉันคงไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้วเพคะ”ฮองเฮาทอดพระเนตรนางอย่างพอพระทัย“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าชอบอะไรในตัวเจ้า”“หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”“เจ้ารู้ว่าเมื่อใดควรพูด และเมื่อใดไม่จำเป็นต้องพูด”ซูมี่นิ่งฟังฮองเฮาทรงถอนพระปัสสาสะ“ในวังแห่งนี้ คนจำนวนมากคิดว่าการชนะคือการพูดให้ดังกว่าอีกฝ่าย แต่บางครั้งคนที่นิ่งที่สุดกลับมองเห็นทุกอย่างชัดที่สุด”พระองค์ทอดพระเนตรออกไปนอกหน้าต่าง“เมื่อข้าเข้าวังใหม่ ๆ ก็เคยถูกคนพูดถึงไม่ต่างจากเจ้า”ซูมี่มองพระพักตร์ฮองเฮา“พระองค์ก็เคยหรือเพคะ”“เหตุใดจะไม่เคย&rdq
“แม่ทัพเหยียนเฟิงก็ช่างตามใจภรรยาเสียเหลือเกิน”“ข้าได้ยินว่าฝ่าบาทกับฮองเฮาทรงโปรดนางมาก นางจึงกล้าถึงเพียงนี้”คำพูดเหล่านั้นลอยเข้าหูหนิงเอ๋อตั้งแต่เช้าสาวใช้กลับมาถึงเรือนรับรองด้วยใบหน้าบึ้งตึงจนซูมี่ที่กำลังจัดตำรายาต้องเงยหน้าขึ้นมอง“ใครทำอะไรเจ้า”“ไม่มีใครทำอะไรบ่าวเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นทำไมหน้าตาเหมือนพร้อมจะไปทะเลาะกับคนทั้งวัง”หนิงเอ๋อวางห่อยาลงบนโต๊ะอย่างแรงกว่าปกติเล็กน้อย“เพราะคนทั้งวังกำลังพูดถึงฮูหยิน!”ซูมี่หยิบสมุนไพรขึ้นมาตรวจโดยไม่สะทกสะท้าน“พูดว่าอย่างไร”“พูดว่าฮูหยินไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเจ้าค่ะ บอกว่าท่านอาศัยความดีความชอบกับความรักของนายท่านทำตัวเสมอพระสนม บางคนยังบอกว่าท่านตั้งใจสร้างเรื่องเมื่อวานเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าไม่มีใครแตะต้องภรรยาแม่ทัพใหญ่ได้”ซูมี่ฟังจบก็เพียงพยักหน้า“อืม”หนิงเอ๋อรออยู่ครู่หนึ่ง“อืม?”“แล้วจะให้ข้า
เหตุผลง่าย ๆ เพียงสองคำทำให้ซูมี่เถียงไม่ออก สุดท้ายนางจึงปล่อยให้เขาพากลับเรือนรับรอง เมื่อกลับถึงที่พัก เหยียนเฟิงสั่งให้นำเตาอุ่นเข้ามาเพิ่ม ก่อนยื่นถ้วยน้ำอุ่นให้นางด้วยตัวเอง ซูมี่รับมาแล้วมองเขา“ท่านทำให้คนทั้งฝ่ายในตกใจกันหมดแล้ว”“ดี”“ดีอย่างไร”“ครั้งหน้าจะได้คิดก่อนทำ”นางหลุดหัวเราะ “เพิ่งเข้าวังวันที่สอง ท่านก็สร้างศัตรูให้ข้าแล้ว”เหยียนเฟิงนั่งลงตรงข้าม“คนที่ตั้งใจรังแกเจ้าตั้งแต่แรกไม่ใช่มิตรอยู่แล้ว”ซูมี่เงียบไปเล็กน้อย คำพูดนั้นฟังดูเรียบง่าย แต่ก็จริง“ข้าเพียงไม่อยากให้ท่านเสียงานเพราะเรื่องของข้า”เหยียนเฟิงมองนางนิ่ง“ซูมี่”“อืม”“ข้ารับราชการเพื่อปกป้องแผ่นดิน ไม่ใช่เพื่อยอมให้คนในวังเหยียบย่ำภรรยาตัวเอง”น้ำเสียงของเขาอ่อนลง“หากข้าปกป้องคนทั้งเมืองได้ แต่ปกป้องเจ้าไม่ได้ ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่จะมีความหมายอะไร”ซูมี่มองเ
“ฮูหยิน กลับกันเถอะเจ้าค่ะ พวกนางจงใจแน่นอน”ซูมี่กลับมองตำหนักตรงหน้าอย่างพิจารณา“ถ้าข้ากลับตอนนี้ พรุ่งนี้ข่าวจะกลายเป็นว่าฮูหยินแห่งแผ่นดินไม่เคารพพระสนมและเดินหนีกลางพิธีเข้าเฝ้า”หนิงเอ๋อกัดริมฝีปาก“เช่นนั้นพวกเราต้องยืนให้คนพวกนี้รังแกหรือเจ้าคะ”“ไม่”ซูมี่ตอบเรียบ ๆ“แต่ก่อนจะตอบโต้ใคร เราต้องรู้ก่อนว่าใครเป็นคนสั่ง”นางกวาดตามองรอบบริเวณ มีนางกำนัลหลายคนเดินผ่าน บางคนแอบมอง บางคนกระซิบกัน ชัดเจนว่าเรื่องนี้กำลังถูกทำให้เป็นการแสดง คนด้านในต้องการให้ทุกคนเห็นว่า ต่อให้ซูมี่ได้รับตำแหน่งฮูหยินแห่งแผ่นดิน เมื่อเข้ามาในฝ่ายในก็ยังต้องยืนรอพระสนมอันฉีเคยอยู่ในโลกที่ผู้คนต่อสู้กันด้วยตำแหน่ง ผลประโยชน์ และอำนาจมาแล้ว แต่นางไม่คิดว่าเมื่อข้ามกาลเวลามา โลกนี้จะใช้วิธีไม่ต่างกันเท่าไร เพียงเปลี่ยนห้องประชุมเป็นตำหนัก เปลี่ยนเอกสารเป็นราชโองการ และเปลี่ยนคำพูดเสียดสีให้กลายเป็นพิธีการนางกำลังจะพูดบางอย่าง จู่ ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากทางเดินด้า
ครั้งนี้ซูมี่ไม่ได้แซวเขาเหมือนทุกครั้ง นางเพียงพยักหน้าเบา ๆ เพราะทันทีที่ก้าวผ่านประตูวังเข้ามา นางก็รู้สึกได้ชัดเจนว่า ความสงบที่เคยมีอยู่ด้านนอกได้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังแล้ว และการเข้าวังครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหม่ที่ใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้มาก.ชีวิตหลังประตูวังชีวิตภายในวังหลวงเริ่มต้นขึ้นเร็วกว่าที่ซูมี่คิดหลังเข้าพักในเรือนรับรองของราชสำนักได้เพียงคืนเดียว เหยียนเฟิงก็ถูกเรียกตัวไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพราะงานที่เขาได้รับมอบหมายครั้งนี้ไม่ใช่เพียงตรวจตราทหารรักษาพระองค์ตามปกติ แต่ต้องตรวจสอบรายชื่อกำลังพลทั้งหมดใหม่ รวมถึงเส้นทางการเปลี่ยนเวร คลังอาวุธ ตราสั่งการ และความเกี่ยวข้องระหว่างนายทหารกับขุนนางในราชสำนักเครือข่ายกบฏครั้งก่อนถูกกำจัดไปมากแล้วก็จริง แต่ฮ่องเต้ไม่เชื่อว่ารากของมันจะถูกถอนออกจนหมดยิ่งเหยียนเฟิงเริ่มตรวจสอบ เขายิ่งพบว่ามีหลายเรื่องผิดปกตินายทหารบางคนได้รับตำแหน่งเร็วเกินสมควร บางคนมีชื่ออยู่ในกองรักษาพระองค์ทั้งที่ประวัติครอบครัวไม่ชัดเจน ขณะที่การเบิกอาวุธบางส่







