Share

ตอนที่ 5

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-26 23:39:58

รุ่งอรุณแห่งวันงานเลี้ยงฉลองชัยชนะมาถึงเร็วกว่าที่ใจปรารถนา แสงสีทองจับขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ขับไล่ความมืดมิดให้จางหาย ทว่าในใจของเฉินหลันซินกลับมืดมนยิ่งกว่าค่ำคืนคืนเดือนดับ

ภายในห้องนอนอันโอ่อ่าของจวนตระกูลเฉิน ความวุ่นวายขนาดย่อมกำลังเกิดขึ้นหน้าโต๊ะเครื่องประทินโฉม

อินฉือเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ ในมือของนางถืออาภรณ์ผ้าไหมสีเขียวหม่นราวกับใบไผ่แห้งเหี่ยว ไร้ซึ่งลวดลายปักดิ้นเงินดิ้นทองอันวิจิตรใด ๆ

“คุณหนู ท่านแน่ใจหรือว่าจะสวมชุดนี้จริงๆ”

เฉินหลันซินตอบอย่างหนักแน่น ขณะส่องคันฉ่องสำรวจใบหน้าตนเอง “แน่ใจยิ่งกว่าแน่ใจ วันนี้ข้าต้องเป็นเพียงเงาที่จืดจางที่สุดในงานเลี้ยง ข้าต้องการให้สายตาของทุกคน โดยเฉพาะติ้งกั๋วกง มองข้ามข้าไปราวกับข้าเป็นเพียงเสาต้นหนึ่งในวังหลวง”

ฉิงเหอแย้งขึ้นบ้าง นางมองดูปิ่นปักผมไม้เรียบง่ายในมือด้วยความขัดใจ “แต่ว่า ฮูหยินผู้เฒ่ากำชับมาว่าให้ท่านแต่งกายให้สมเกียรติบุตรีภรรยาเอกนะเจ้าคะ อย่างน้อยปักปิ่นระย้าทองคำสักชิ้นเถิด”

“ไม่” เฉินหลันซินปฏิเสธเสียงแข็ง นางหยิบแป้งขึ้นมาทาหน้าบางเบา เพียงเพื่อให้ดูนวลเนียน แต่จงใจไม่เขียนคิ้วให้โก่งดั่งคันศร และไม่แต้มชาดสีสดบนริมฝีปาก

“วันนี้ดาวเด่นต้องเป็นหลินซูอี่แห่งจวนเจ้ากรมโยธาเท่านั้น ข้าได้วางหมากไว้อย่างดีแล้ว หากข้าแต่งตัวงดงามไปขโมยความโดดเด่นของนาง แผนการทั้งหมดก็จะพัง…”

หลังจากใช้เวลาแต่งตัวอยู่นานเกือบชั่วยาม ในที่สุดเฉินหลันซินในคราบคุณหนูผู้จืดชืดที่สุดในเมืองหลวงก็พร้อมออกเดินทาง ชุดสีเขียวตุ่นของนางทำให้ดูกลมกลืนไปกับต้นไม้ใบหญ้าข้างทางได้อย่างน่าอัศจรรย์ หากไม่สังเกตให้ดี แทบจะมองไม่เห็นตัวตนของนางเลยทีเดียว

นางยิ้มให้กับภาพลักษณ์สตรีไร้ตัวตนของตนเองในคันฉ่อง…

รถม้าตระกูลเฉินเคลื่อนตัวออกจากจวน มุ่งหน้าสู่ประตูวังหลวง บรรยากาศภายนอกคึกคักไปด้วยรถม้าหรูหราของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่หลั่งไหลมาร่วมงาน

เมื่อมาถึงลานหน้าท้องพระโรง กลิ่นอายของความศักดิ์สิทธิ์และอำนาจแผ่ปกคลุมไปทั่ว ทหารราชองครักษ์ยืนเรียงรายถือทวนยาวด้วยท่วงท่าเคร่งขรึม โคมไฟกระดาษสีแดงนับพันดวงถูกประดับประดาไปทั่วทางเดิน ส่องแสงสว่างไสวแข่งกับแสงจันทร์

เฉินหลันซินก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าสงบเสงี่ยม นางกวาดสายตามองไปรอบบริเวณเพื่อหาเป้าหมาย

ที่มุมหนึ่งของลานกว้าง สตรีร่างบอบบางในอาภรณ์สีแดงยืนเด่นเป็นสง่า สีแดงสดตัดกับผิวขาวดุจหิมะของนางทำให้ดูงดงามราวกับเทพธิดาจำแลง ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราถูกแต่งแต้มอย่างประณีต งดงามจนบุรุษหลายคนที่เดินผ่านต้องเหลียวหลังมอง

เฉินหลันซินลอบกำหมัดแน่นในแขนเสื้อด้วยความยินดี สีแดงนำโชค นางเลือกให้ไม่ผิดจริงๆ

ทว่าเมื่อพิจารณาดี ๆ เฉินหลันซินกลับพบความผิดปกติ ร่างกายของหลินซูอี่สั่นเทาเล็กน้อยดั่งลูกนกตกน้ำ ใบหน้าที่งดงามนั้นซีดเผือด และดวงตากลมโตฉายแววหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด

เฉินหลันซินรีบสาวเท้าเข้าไปหา ทำทีเป็นทักทาย “คุณหนูหลิน ไม่เจอกันนาน ท่านสบายดีหรือ”

หลินซูอี่สะดุ้งสุดตัว เมื่อเห็นว่าเป็นเฉินหลันซิน นางก็รีบย่อกายคารวะด้วยท่าทีเกรงกลัว “คารวะพี่หญิงเฉิน ข้า ข้าสบายดีเจ้าค่ะ”

“เหตุใดหน้าซีดเช่นนั้นเล่า หรือว่าชุดสีแดงนี้ไม่ถูกใจเจ้า”

หลินซูอี่ตอบเสียงสั่น “มิใช่เจ้าค่ะ เพียงแต่ บิดาบอกว่าชุดนี้ดูโดดเด่นเกินงาม ข้าไม่เคยใส่สีสดเช่นนี้มาก่อน รู้สึกเหมือนถูกสายตาทุกคนจ้องมอง ข้า ข้าอยากกลับจวนเจ้าค่ะ”

เฉินหลันซินรีบดึงสติอีกฝ่าย “เหลวไหล เจ้าคือสตรีงามล่มเมือง การถูกจ้องมองย่อมเป็นเรื่องธรรมดา จงยืดอกเข้าไว้ วันนี้วาสนาของเจ้ากำลังจะมาเยือน เชื่อข้าเถิด”

ขณะที่กำลังปลอบประโลมคุณหนูตระกูลหลินขี้อายอยู่นั้น จู่ๆ บรรยากาศรอบด้านก็พลันเงียบสงัดลงอย่างฉับพลัน

ความเงียบนี้มิใช่ความเงียบสงบ แต่เป็นความเงียบที่เกิดจากความหวาดเกรง ราวกับมีสัตว์ร้ายก้าวเข้ามาในถิ่น

อุณหภูมิในอากาศลดต่ำลงจนสัมผัสได้ เฉินหลันซินขนลุกชันไปทั่วร่างกายโดยไม่ต้องหันไปมอง นางรู้ได้ทันทีว่าใครมาถึงแล้ว

เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังตึกตัก ประสานกับเสียงเสียดสีของชุดเกราะและอาวุธ

กองทัพฉางเยี่ยน…

ที่ประตูวังชั้นใน บุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดขุนนางฝ่ายบู๊เต็มยศสีดำสนิท ปักลวดลายพยัคฆ์คำรามด้วยด้ายเงิน ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าองอาจดุจราชสีห์ ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชานั้นนิ่งสนิท ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วบริเวณราวกับกำลังมองหาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ฮั่วจื่อเซียน ติ้งกั๋วกงผู้เลื่องชื่อ ข้างกายเขาคือจงอี้และโจวจื่อที่สวมชุดองครักษ์เต็มยศเช่นกัน กลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมาจากพวกเขาทั้งสาม รุนแรงจนเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นต้องพากันหลบสายตา

หลินซูอี่กระซิบเสียงสั่น “น่ากลัวเหลือเกิน”

นางขยับตัวไปหลบอยู่ด้านหลังเฉินหลันซินโดยไม่รู้ตัว มือเล็กกำชายเสื้อสีเขียวหม่นของเฉินหลันซินแน่น

เฉินหลันซินกรีดร้องในใจ เจ้าต้องออกไปยืนเด่นให้เขาเห็นสิ เหตุใดจึงมาหลบหลังข้า

แต่ไม่ทันการ สายตาของฮั่วจื่อเซียนกวาดผ่านมาทางนี้พอดี และหยุดชะงักลงที่นาง

เฉินหลันซินรู้สึกเหมือนถูกลูกธนูที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าปักกลางอก สายตาของฮั่วจื่อเซียนมิได้มองชุดสีแดงของหลินซูอี่แม้แต่น้อย เขากลับจ้องมองสตรีในชุดสีเขียวจืดชืดที่พยายามทำตัวลีบเล็กอยู่ข้างเสา

มุมปากของแม่ทัพหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เฉินหลันซินหนาวไปถึงสันหลัง

นางอุทานในใจ ชุดพรางตัวของข้า ไยใช้ไม่ได้ผลกับสายตาพญาเหยี่ยวผู้นี้

ฮั่วจื่อเซียนมิได้เดินเข้ามาทักทาย แต่เขาพยักหน้าให้นางเล็กน้อย เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ขุนนางและฮูหยินรอบข้างหันมามองเฉินหลันซินเป็นตาเดียวด้วยความฉงน

เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น บ้างก็ว่าแม่ทัพปีศาจทักทายนาง บ้างก็สงสัยเรื่องข่าวลือถุงหอมเมื่อวาน เฉินหลันซินอยากจะเอาศีรษะโขกเสาให้รู้แล้วรู้รอด นางรีบดึงแขนหลินซูอี่เดินหนีเข้าไปในท้องพระโรงทันที

ภายในท้องพระโรงถูกจัดแต่งอย่างหรูหรา ที่ประทับของฮ่องเต้และฮองเฮาอยู่บนพื้นที่ยกสูง ขนาบข้างด้วยที่นั่งของเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูง ฝั่งซ้ายเป็นที่นั่งของขุนนางฝ่ายชาย ฝั่งขวาเป็นที่นั่งของฮูหยินและคุณหนูตระกูลต่างๆ

เฉินหลันซินเลือกที่นั่งแถวหลังสุด แถวที่มืดสลัวและห่างไกลจากสายตาผู้คนมากที่สุด นางลากหลินซูอี่มานั่งข้างกายเพื่อเตรียมผลักดันสตรีผู้นี้เมื่อถึงเวลา

เฉินหลันซินกระซิบกำชับ “จำไว้นะซูอี่ เมื่อถึงเวลาแสดง เจ้าจะต้องออกไปร่ายรำดาบ ข้าได้แอบไปเปลี่ยนรายการแสดงกับกรมพิธีการแล้ว วันนี้เจ้าจะไม่ได้ดีดพิณ แต่จะได้แสดงเพลงดาบบุปผาโปรยปราย รับรองว่าติ้งกั๋วกงต้องตะลึง”

หลินซูอี่เบิกตากว้าง “รำดาบหรือเจ้าคะ พี่หญิงเฉิน ข้า ข้ารำไม่เป็น”

เฉินหลันซินแทบสำลักน้ำชา “เจ้าว่ากระไรนะ ในข่าวลือบอกว่าเจ้าเก่งกล้าสามารถ เป็นธิดาขุนนางที่บู๊บุ๋นพร้อมสรรพมิใช่หรือ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าอุตส่าห์ปูทางให้นางเอก ไยพระเอกถึงเดินเลี้ยวมาหาข้าเล่า!   ตอนที่ 5

    รุ่งอรุณแห่งวันงานเลี้ยงฉลองชัยชนะมาถึงเร็วกว่าที่ใจปรารถนา แสงสีทองจับขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ขับไล่ความมืดมิดให้จางหาย ทว่าในใจของเฉินหลันซินกลับมืดมนยิ่งกว่าค่ำคืนคืนเดือนดับภายในห้องนอนอันโอ่อ่าของจวนตระกูลเฉิน ความวุ่นวายขนาดย่อมกำลังเกิดขึ้นหน้าโต๊ะเครื่องประทินโฉมอินฉือเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ ในมือของนางถืออาภรณ์ผ้าไหมสีเขียวหม่นราวกับใบไผ่แห้งเหี่ยว ไร้ซึ่งลวดลายปักดิ้นเงินดิ้นทองอันวิจิตรใด ๆ“คุณหนู ท่านแน่ใจหรือว่าจะสวมชุดนี้จริงๆ”เฉินหลันซินตอบอย่างหนักแน่น ขณะส่องคันฉ่องสำรวจใบหน้าตนเอง “แน่ใจยิ่งกว่าแน่ใจ วันนี้ข้าต้องเป็นเพียงเงาที่จืดจางที่สุดในงานเลี้ยง ข้าต้องการให้สายตาของทุกคน โดยเฉพาะติ้งกั๋วกง มองข้ามข้าไปราวกับข้าเป็นเพียงเสาต้นหนึ่งในวังหลวง”ฉิงเหอแย้งขึ้นบ้าง นางมองดูปิ่นปักผมไม้เรียบง่ายในมือด้วยความขัดใจ “แต่ว่า ฮูหยินผู้เฒ่ากำชับมาว่าให้ท่านแต่งกายให้สมเกียรติบุตรีภรรยาเอกนะเจ้าคะ อย่างน้อยปักปิ่นระย้าทองคำสักชิ้นเถิด”“ไม่” เฉินหลันซินปฏิเสธเสียงแข็ง นางหยิบแป้งขึ้นมาทาหน้าบางเบา เพียงเพื่อให้ดูนวลเนียน แต่จงใจไม่เขียนคิ้วให้โก่งดั่งคันศร และไม่แต้มช

  • ข้าอุตส่าห์ปูทางให้นางเอก ไยพระเอกถึงเดินเลี้ยวมาหาข้าเล่า!   ตอนที่ 4

    เฉินหลันซินหน้าแดงระเรื่อ คราวนี้ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เพราะความอับอายขายขี้หน้า นางอยากจะขุดดินหนีไปให้พ้นๆฮั่วจื่อเซียนกระตุกบังเหียนม้าเล็กน้อย สั่งให้ม้าก้าวเข้ามาใกล้นางอีกหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่โน้มลงมาจากหลังม้า ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากนางเพียงคืบ กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นอายสนามรบทำให้นางแทบหยุดหายใจ“ข้างในนี้มีจดหมาย...” เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคน “ ‘ภูเขาไม่อาจไร้ไม้พรรณ พฤกษาไม่อาจไร้กิ่งก้าน ใจข้ามีเพียงท่าน ไยท่านไม่รับรู้’ บทกวีนี้ เจ้าก็ตั้งใจส่งให้คุณหนูหลินผู้นั้นด้วยหรือ?”เฉินหลันซินเบิกตากว้าง... ซวยแล้ว! นางลืมไปสนิทว่านางยัดบทกวีสารภาพรักใส่ไว้ข้างใน “เอ่อ คือ...” นางอึกอัก สมองแล่นเร็วรี่เพื่อหาทางออก “บทกวีนี้ ข้าเพียงแค่คัดลอกเล่นๆ เพื่อฝึกลายมือเท่านั้นเจ้าค่ะ มิได้มีเจตนาลึกซึ้งอันใด!”“หึ...” ฮั่วจื่อเซียนหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกแต่แฝงความพึงพอใจเขาค่อยๆ เก็บถุงหอมนั้นใส่เข้าไปในอกเสื้อของตนเอง อย่างทะนุถนอมและเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัล“ไม่ว่าเจ้าจะตั้งใจฝึกลายมือ หรือฝึกฝีมือการขว้างปาอาวุธลับ” ฮั่วจื่อเซียนยืดตัวขึ้นนั่งหล

  • ข้าอุตส่าห์ปูทางให้นางเอก ไยพระเอกถึงเดินเลี้ยวมาหาข้าเล่า!   ตอนที่ 3

    เสียงฝีเท้าที่ก้าวขึ้นบันไดโรงน้ำชาจุ้ยอวิ๋นนั้นหนักแน่นและมั่นคง ทุกย่างก้าวเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางหัวใจของเฉินหลันซิน นางนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ไม้ มือที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์สีฟ้าอ่อนเย็นและชื้นไปด้วยเหงื่ออินฉือและฉิงเหอ สองสาวใช้คนสนิทต่างพากันหน้าซีดเผือด ยืนตัวลีบอยู่มุมห้องราวกับลูกนกที่หวาดกลัวพายุฝน“คุณหนู เราจะหนีทางหน้าต่างดีหรือไม่เจ้าคะ” ฉิงเหอกระซิบเสียงสั่น เสนอความคิดที่ดูสิ้นคิดที่สุดออกมา“ชั้นสองสูงเพียงนี้ หากกระโดดลงไป แข้งขาหักขึ้นมา ข้าคงได้ตายก่อนจะได้แก้ตัวเป็นแน่” เฉินหลันซินกัดฟันตอบ นางพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา “จำไว้ ไม่ว่าใครจะเข้ามา ให้สงบปากสงบคำ ข้าจะเจรจาเอง”ทันใดนั้น บานประตูห้องรับรองก็ถูกผลักออกอย่างแผ่วเบา แต่ความกดดันที่แผ่ซ่านเข้ามากลับหนักอึ้งผู้ที่ก้าวเข้ามาคือชายหนุ่มร่างโปร่งสวมชุดองครักษ์สีเข้ม ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ที่ดูสุภาพทว่าแววตากลับคมประดุจใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก โจวจื่อ องครักษ์ซ้ายคนสนิทของติ้งกั๋วกงนั่นเอง“คารวะคุณหนู” โจวจื่อประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม ท่วงท่าสง่างามสมกับเป็

  • ข้าอุตส่าห์ปูทางให้นางเอก ไยพระเอกถึงเดินเลี้ยวมาหาข้าเล่า!   ตอนที่ 2

    อินฉือเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ปกติคุณหนูของนางโปรดปรานเสื้อผ้าสีสดและเครื่องประดับหรูหรา ยิ่งโดดเด่นยิ่งชอบใจ เหตุใดวันนี้จึงเลือกแต่งกายสมถะผิดวิสัย แต่ด้วยความเป็นบ่าวที่ดี นางจึงรับคำโดยไม่โต้แย้ง “เจ้าค่ะคุณหนู”“ส่วนเจ้า ฉิงเหอ” เฉินหลันซินหันไปหาสาวใช้จอมแก่น “เจ้าจงไปสืบดูว่า วันนี้คุณหนูรองตระกูลหลิน หลินซูอี่ นางจองที่นั่งไว้ที่โรงน้ำชาใด”“คุณหนูหลินหรือเจ้าคะ?” ฉิงเหอทำหน้าฉงน “คุณหนูจะไปหาเรื่องนางหรือเจ้าคะ คุณหนูหลินผู้นั้นเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ รังแกไปก็ไม่สนุกหรอกเจ้าค่ะ”“ใครว่าข้าจะไปรังแก” เฉินหลันซินหัวเราะเสียงใส “ข้าจะไปส่งเสริมวาสนาให้นางต่างหากเล่า รีบไปจัดการเสีย อย่าให้ข้าต้องรอนาน”หนึ่งชั่วยามต่อมา ณ โรงน้ำชาจุ้ยอวิ๋น ซึ่งเป็นโรงน้ำชาที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองหลวง ตั้งอยู่บนทำเลทองที่สามารถมองเห็นถนนสายหลักที่กองทัพจะเคลื่อนผ่านได้อย่างชัดเจนเฉินหลันซินในอาภรณ์สีฟ้าอ่อนดูสะอาดตา ขับเน้นใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และน่าทะนุถนอมยิ่งขึ้น นางนั่งอยู่ริมระเบียงชั้นสอง จิบชาหลงจิ่งชั้นดีพลางทอดสายตามองลงไปยังถนนเบื้องล่างที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน“คุณหนูเจ้าคะ สืบม

  • ข้าอุตส่าห์ปูทางให้นางเอก ไยพระเอกถึงเดินเลี้ยวมาหาข้าเล่า!   ตอนที่ 1

    กลิ่นกำยานหอมกรุ่นลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ผสมผสานกับกลิ่นสมุนไพรจางๆ ที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและวิงเวียนไปพร้อมกัน แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายวิหคถลาลม ทอทาบลงบนพื้นพรมขนสัตว์ราคาแพงที่ปูลาดไปทั่วห้องนอนกว้างบนเตียงไม้แกะสลักสี่เสา มุ้งไหมสีกลีบบัวถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตด้วยตะขอทองคำรูปผีเสื้อ ร่างบอบบางของสตรีผู้หนึ่งค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นนั่ง พิงแผ่นหลังเข้ากับหัวเตียงที่บุด้วยผ้าไหมเนื้อดี นิ้วมือเรียวยาวดุจลำเทียนยกขึ้นนวดคลึงขมับตนเองเบาๆ เพื่อขับไล่ความมึนงงที่ยังคงหลงเหลืออยู่ดวงตาคู่สวยดุจเมล็ดซิ่งกวาดมองไปรอบห้องด้วยแววตาที่สงบนิ่ง ผิดวิสัยสตรีที่เพิ่งฟื้นจากพิษไข้ ภาพสะท้อนในคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง เผยให้เห็นดรุณีวัยแรกแย้มผู้มีผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะแรกฤดู ริมฝีปากแดงระเรื่อราวผลอิงเถา แม้ใบหน้าจะดูซีดเซียวไปบ้าง แต่ก็มิอาจบดบังความงดงามที่ฟ้าประทานมาให้ได้นางคือเฉินหลันซิน บุตรีภรรยาเอกแห่งจวนเสนาบดีกรมพิธีการ สตรีผู้เพียบพร้อมด้วยรูปโฉมและทรัพย์สมบัติทว่า... ภายใต้เปลือกนอกที่งดงามนั้น วิญญาณที่สิงสถิตอยู่ภายในกลับหาใช่คุณหนูเฉินผู้เย่อหยิ่งจอง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status