Share

บทที่5

last update publish date: 2026-06-11 00:36:02

​ค่ำคืนนั้น สายลมหนาวพัดโชยอยู่นอกหน้าต่าง ทว่าภายในห้องนอนของคุณหนูใหญ่จวนราชครูกลับอบอวลไปด้วยไออุ่น

​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวนอนขดตัวอย่างเกียจคร้านอยู่บนตักนุ่มนิ่มของเซิ่นหว่านชิง ปล่อยให้สตรีโฉมงามลูบไล้เส้นขนสีขาวของเขาไปมาอย่างเพลิดเพลิน

​"คุณหนูเจ้าคะ วันนี้มีเทียบเชิญพิเศษจากตำหนักฉือหนิงส่งมาถึงจวนเราโดยตรงเลยนะเจ้าคะ" อิงเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นขณะกำลังสางผมให้ผู้เป็นนาย "งานเลี้ยงชมบุปผาพรุ่งนี้ เห็นทีไทเฮาคงตั้งพระทัยจะเลือกพระชายาให้ชินอ๋องเป็นแน่ คุณหนูจะไปร่วมงานจริงๆ หรือเจ้าคะ?"

​เซิ่นหว่านชิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ปลายนิ้วที่กำลังเกาคางแมวไม่ได้หยุดชะงัก "ไปสิ ไทเฮาเจาะจงส่งเทียบเชิญมาถึงข้า หากข้าปฏิเสธก็เท่ากับไม่ไว้หน้าเบื้องบน... ข้าเดาใจไทเฮาออก พระนางคงเห็นว่าบิดาข้าเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน มีอิทธิพลต่อขุนนางเก่าแก่ หากจับข้าแต่งเข้าจวนชินอ๋องได้ ก็เท่ากับรวบอำนาจฝ่ายค้านมาผูกติดกับผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เป็นการถ่วงดุลอำนาจที่ชาญฉลาดทีเดียว"

​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวถึงกับหูผึ่ง... สตรีผู้นี้ช่างฉลาดปราดเปรื่อง มองเกมการเมืองของไทเฮาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!

​"แต่คุณหนูเจ้าคะ... ชินอ๋องผู้นั้นได้ชื่อว่าเป็นพญายมเดินดิน โหดเหี้ยมไร้ความปรานี หากคุณหนูต้องแต่งให้เขาก็จบสิ้นกันพอดี!" สาวใช้ทำหน้าจะร้องไห้

​"แต่งก็แต่งสิ"

​คำตอบสั้นๆ ทว่าเด็ดเดี่ยวของเซิ่นหว่านชิง ทำเอาทั้งสาวใช้และแมวบนตักเบิกตากว้างพร้อมกัน

​นางขยับยิ้มบางเบา นัยน์ตาดอกท้อฉายแววเด็ดขาด "ข้าอายุสิบแปดปีแล้ว ถือว่าเลยวัยออกเรือนมามาก ทว่าที่ข้ายังเป็นสาวเทื้ออยู่บนหอคอย ก็เพราะข้ามีกฎเหล็กเพียงข้อเดียว... หากบุรุษไม่อาจยึดมั่นหลัก ‘หนึ่งสามีหนึ่งภรรยา’ จวนนั้นต้องไร้ซึ่งอนุและสาวใช้ข้างห้อง ข้าก็ขอเป็นหม้ายจับเจ่าอยู่ในจวนราชครูไปจนตาย!"

​จ้าวหลิงเซียวสูดลมหายใจลึก (ในร่างแมว) เขาถึงกับกระจ่างแจ้งในบัดดล มิน่าเล่า... แม้นางจะงดงามและเพียบพร้อมปานนี้ ทว่าเหล่าคุณชายตระกูลใหญ่ที่เคยมาสู่ขอ กลับต้องถอยทัพกลับไปมือเปล่าทุกคน เพราะในยุคสมัยนี้ บุรุษมีสามภรรยาสี่อนุล้วนเป็นเรื่องปกติ ทว่าเซิ่นหว่านชิงกลับกล้าตั้งกฎเหล็กท้าทายจารีต!

​ช่างเป็นสตรีที่โอหังและใจกล้าเทียมฟ้าเสียนี่กระไร!

​ยามซื่อ (09.00 - 10.59 น.) วันรุ่งขึ้น

​ณ อุทยานหลวงอันกว้างใหญ่ บรรยากาศงานเลี้ยงชมบุปผาคึกคักและตระการตาไปด้วยสีสันของอาภรณ์จากเหล่าคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่

​จ้าวหลิงเซียวในชุดคลุมสีเข้มลายมังกรสี่เล็บ นั่งอยู่บนที่นั่งรองจาก ฮ่องเต้น้อยจ้าวอวี้เฉิน ท่ามกลางเสียงดนตรีขับกล่อมและการแสดงร่ายรำที่เหล่าสตรีตระกูลต่างๆ สลับสับเปลี่ยนกันออกมาแสดงความสามารถ พญายมแห่งราชสำนักกลับเอียงกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าเกียจคร้านและง่วงงุน

​เขาแสร้งยกมุมปากหัวเราะเบาๆ ตามมารยาท ทว่าดวงตาคมกริบกลับกวาดมองไปรอบลานจัดเลี้ยง เห็นเหล่าคุณชายคุณหนูแสร้งทำเป็นหัวเราะต่อกระซิก แต่สายตากลับลอบปรายมองกันไปมาเพื่อประเมินฐานะและเลือกคู่ครองกันอย่างโจ่งแจ้ง ช่างเป็นภาพละครฉากใหญ่ที่น่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก

​จนกระทั่ง... ขันทีหน้างานประกาศนามขึ้น

​"คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่น เซิ่นหว่านชิง ราชครูเซิ่นกั๋วไท่ มาถึงแล้ว!"

​เสียงจอแจในอุทยานพลันเงียบสงัดลง ทุกสายตาหันไปมองยังทางเข้า

​เซิ่นหว่านชิงปรากฏกายในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนปักลายเมฆา ท่วงท่าการเดินสง่างามดุจกิ่งหลิวลู่ลม ใบหน้างดงามหมดจดที่ไม่ได้แต่งแต้มเครื่องทินกรจนหนาเตอะ ดึงดูดสายตาของบุรุษทั้งงานให้จับจ้องจนตาค้าง

​จ้าวหลิงเซียวที่กำลังยกจอกชาขึ้นจิบ ชะงักงันไปชั่วขณะ

​ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเขาพลันเต้นผิดจังหวะ ภาพหัวไหล่ขาวเนียนเมื่อคืนก่อน ภาพความฉลาดเฉลียวยามนางตวัดพู่กันแก้แบบแปลนคลองระบายน้ำ และสัมผัสอันอ่อนโยนที่นางมอบให้เขายามเป็นแมว วนเวียนกลับมาตอกย้ำในโสตประสาท

​ทว่า... ในเสี้ยววินาทีต่อมา ดวงตาคมกริบของเขาก็พลันเย็นเยียบลง

​หยุดเดี๋ยวนี้ จ้าวหลิงเซียว!

​เขาบริภาษตนเองในใจอย่างรุนแรง มือหนากำจอกชาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด

​แมวก็ส่วนแมว คนก็ส่วนคน!

​ฐานะของนางคือบุตรีของราชครูเฒ่า คือศัตรูทางการเมืองที่คอยงัดข้อกับเขา คือตัวแทนของขุนนางฝ่ายค้านที่อาจเป็นภัยต่อราชบัลลังก์ของฮ่องเต้น้อย! เขาจะปล่อยให้ความผูกพันจอมปลอมในยามวิกาล หรือความลุ่มหลงในสติปัญญาและความงามของสตรีผู้นี้ มาบดบังการตัดสินใจในฐานะผู้สำเร็จราชการแผ่นดินไม่ได้เด็ดขาด!

​"เสด็จอา ท่านเป็นอันใดไปหรือ?" ฮ่องเต้น้อยกระซิบถามเมื่อเห็นผู้เป็นอาหน้าตึงเครียดและเหงื่อซึมตามไรผม

​"กระหม่อมรู้สึกไม่ค่อยสบายพ่ะย่ะค่ะ ขอพระราชทานอนุญาตเสียมารยาท ล่วงหน้ากลับจวนก่อน"

​จ้าวหลิงเซียวประสานมือทูลลาฮ่องเต้และไทเฮาอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดชายแขนเสื้อแล้วหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากอุทยานหลวงไปในทันที โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองสตรีโฉมงามตระกูลเซิ่นที่เพิ่งเดินเข้ามาในงาน

​เขาต้องรีบหนีออกจากสถานการณ์นี้... หนีเพื่อไปสงบสติอารมณ์ และเพื่อหยุดยั้งความฟุ้งซ่านในใจ ที่กำลังทรยศต่ออุดมการณ์ของตนเอง!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้า... ‘ไป๋อวี้’ ผู้สูงส่ง เริ่มรู้สึกว่าชีวิตแมวในจวนชินอ๋องนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง!​หลังจากที่เจ้าก้อนแป้งน้อย ‘จ้าวหรง’ ลืมตาดูโลก ชีวิตของข้าก็มีแต่งาน งาน งาน! งานที่ว่าคือการต้องคอยวิ่งหนีฝ่ามืออวบอ้วนของนายน้อยที่ชอบมาดึงหางและขย้ำหูข้าเล่นทุกวี่ทุกวัน​ในขณะที่ข้ากำลังนอนทอดหงายขดตัวอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่มกลางโถงรับรองเพื่อหลบลี้หนีภัย สายตาของข้าก็จับจ้องไปยังภาพที่เห็นจนชินตา... พญายมเดินดินผู้ยิ่งใหญ่กำลังนอนหนุนตักของทาสรัก ‘เซิ่นหว่านชิง’ ของข้าอย่างเคลิบเคลิ้ม ในมือของนางถือชิ้นผลผิงกั่วฝานบางๆ กำลังบรรจงป้อนเข้าปากเขาอย่างอ่อนโยน​ชิ... หวานเลี่ยนเสียจนข้าอยากจะคายปลาแห้งมื้อเช้าทิ้ง! ข้าเบะปากมองบน แมวอย่างข้าต้องมาทนดูบุรุษสตรีพลลอดรักกันทุกวัน!​แต่แล้ว... ในจังหวะที่จ้าวหลิงเซียวขยับตัวเปลี่ยนท่านอน ขาของเขาก็เหยียดออกจนพ้นชายเสื้อคลุมยาวที่เคยปิดบังไว้ เผยให้เห็นรองเท้าผ้าและถุงเท้าสีขาวสะอาดตาที่สวมอยู่...​แต่ทว่า! ตาของข้าพลันเบิกโพลง​จุดสีแดงสด... หยดโลหิต!​มันเป็นหยดเลือดเล็กๆ ที่ซึมอยู่บนขอบถุงเท้าสีขาวของเขาราวกับเพิ่งเกิดเรื่องเมื่อไม่นานนี้ ข้า

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้ามีนามว่า ‘ไป๋อวี้’​ข้าคือแมวเปอร์เซียสายเลือดบริสุทธิ์ ขนสีขาวปลอดดุจหิมะ ดวงตาสีฟ้าอำพันกระจ่างใส ข้าคือสิ่งมีชีวิตที่สง่างามและสูงส่งที่สุดในจวนชินอ๋อง​ทว่า... พวกท่านรู้หรือไม่ ว่าก่อนที่ข้าจะได้มาใช้ชีวิตหรูหราเยี่ยงราชา ข้าเคยผ่านเรื่องราวเฉียดตายอันแสนดำมืดมาแล้ว!​ย้อนกลับไปในอดีต ข้าเป็นเพียงแมวพเนจรผู้หล่อเหลาที่ถูกมนุษย์ใจโฉดกลุ่มหนึ่งลักพาตัวไป พวกมันขังข้าไว้ในกรงแคบๆ อาบน้ำว่านสมุนไพรกลิ่นเหม็นฉุนให้ข้า เพื่อเตรียมใช้ร่างอันบริสุทธิ์ของข้าเป็น ‘ภาชนะ’ ใน ‘พิธีสังหารผลัดวิญญาณ’!​พวกกบฏนั่นร่ายมนต์ดำบัดซบ หวังจะดึงดวงวิญญาณของชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวมาขังไว้ในร่างเดรัจฉานของข้า ข้าจำได้เพียงว่าความเจ็บปวดและพลังงานดำมืดในพิธีกรรมนั้นมันทรมานจนข้าแทบสิ้นใจ ข้าหวาดกลัวจนสติพร่าเลือน และสุดท้าย... ข้าก็สลบเหมือดไปคาแท่นพิธีโดยไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย​ครั้นลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ข้าก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในลานพิธีอันน่ากลัวนั่นแล้ว! แต่ข้ากลับมานอนอยู่บนเบาะนุ่มๆ ในห้องหับที่อบอุ่น และถูกโอบกอดโดยทาสรับใช้ผู้แสนงดงาม นามว่า ‘เซิ่นหว่านชิง’​ข้าไม่รู้หรอกนะว่าตอนที่ข้าสลบไป ร่างขอ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 17 [จบแล้ว]

    ​เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสสะเทือนแผ่นดิน บรรยากาศในเมืองหลวงต้าจ้าวก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ชนิดที่ว่านักเล่านิทานตามโรงเตี๊ยมต้องพากันเปลี่ยนบทประพันธ์แทบไม่ทัน!​ฉายา ‘พญายมเดินดิน’ ของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจ้าวหลิงเซียวที่ผู้คนเคยหวาดผวา บัดนี้ถูกชาวเมืองลอบเปลี่ยนใหม่อย่างลับๆ ว่า... ‘พญายมผู้รัก(และกลัว)เมียยิ่งชีพ!’​วีรกรรมความ ‘เกรงใจฮูหยิน’ ของชินอ๋อง กลายเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าขุนนางทั้งราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็น...​กฎเหล็กสามก้าวห้ามสตรีเข้าใกล้ ยามใดที่มีนางกำนัลลอบส่งสายตาหวานเชื่อม หรือลูกสาวขุนนางคนใดบังเอิญเดินสวนทางมา ชินอ๋องผู้สง่างามจะเบิกตากว้าง แล้วกระโดดถอยหลังกรูดไปไกลถึงสามวา! พลางตวาดลั่นว่า "ถอยออกไปให้พ้นรัศมีข้า! หากฮูหยินข้ารู้เข้า ข้าจะถูก... เอ้ย! ข้าจะสั่งประหารพวกเจ้า!" (แน่นอนว่าขุนนางที่รู้ตื้นลึกหนาบาง ต่างแอบกลั้นขำ เพราะรู้ดีว่าท่านอ๋องกลัวโดนพระชายาเอา ‘กรรไกร’ มาตัดการสืบสกุลต่างหาก!)​เลิกงานตรงเวลายิ่งกว่านาฬิกาทราย ในอดีต จ้าวหลิงเซียวเคยนั่งสะสางฎีกาในท้องพระโรงจนดึกดื่น ทว่าเดี๋ยวนี้ พอถึงยามเซิน (15

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 16

    ​บรรยากาศภายในม่านเตียงสีแดงมงคลร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา ​อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดลอยพ้นกาย ความร้อนระหว่างสองเรือนร่างที่แนบชิดพุ่งสูงขึ้นจนแทบหลอมละลาย จ้าวหลิงเซียวหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและหิวกระหายยามจ้องมองผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยกสลักของสตรีใต้ร่าง ​เขาพรมจูบไปตามลาดไหล่และซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นกุ้ยฮวา มือหนาลูบไล้ประคองเอวคอดกิ่วเอาไว้มั่น ร่างสูงใหญ่ขยับกายเตรียมพร้อมที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระชายาของตนในจังหวะสุดท้าย... ​ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่พญายมเดินดินกำลังจะก้าวล่วงล้ำข้ามเส้นแบ่งแห่งพรหมจรรย์! ​“เดี๋ยวก่อน!” ​มือเรียวเล็กของเซิ่นหว่านชิงพลันยกขึ้นมาทาบยันลงบนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างแรง! นางออกแรงดันตัวเขาไว้สุดหล้า ทำเอาบุรุษที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดแทบจะหน้าทิ่มลงไปบนเตียง! ​จ้าวหลิงเซียวเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์ เขาขบกรามแน่น พยายามข่มความทรมานพลางเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า ​“หว่านชิง... เจ้าเป็นอันใดไป? กลัวเ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่15

    ​ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวอันยิ่งใหญ่ยาวเหยียดเคลื่อนตัวผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวง ท่ามกลางเสียงดนตรีมงคลและดอกไม้ที่โปรยปราย ในที่สุดก็เดินทางมาถึงหน้าประตูจวนชินอ๋องอันโอ่อ่าและกว้างใหญ่ไพศาล​จ้าวหลิงเซียวในชุดมงคลสีแดงเพลิงก้าวลงจากหลังอาชา เขาสืบเท้าเข้าไปประคองมือของเซิ่นหว่านชิงให้ก้าวลงจากเกี้ยว ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางนับร้อยที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน​เนื่องจากบิดามารดาของจ้าวหลิงเซียว (อดีตฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ก่อน) ได้เสด็จสวรรคตไปหมดแล้ว พิธีการกราบไหว้ฟ้าดินตามธรรมเนียมเชื้อพระวงศ์จึงถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมพระเกียรติ ณ โถงใหญ่ของจวนอ๋อง​เบื้องหน้าของบ่าวสาวคือแท่นบูชาที่ประดิษฐาน ‘ป้ายวิญญาณ’ ของอดีตฮ่องเต้และพระบิดาพระมารดา โดยมีฮ่องเต้น้อยจ้าวอวี้เฉินและไทเฮาเสด็จมาประทับเป็นองค์ประธานในพิธีแทนผู้อาวุโสสูงสุด​“ได้เวลาฤกษ์มงคล!” เสียงขันทีประกาศก้องกังวานไปทั่วโถง​จ้าวหลิงเซียวจับจูงมือที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยของเซิ่นหว่านชิงก้าวเดินไปหยุดอยู่กลางลานพิธี แววตาของเขาที่เคยมองทุกสิ่งบนโลกด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความสิริมงคล​“หนึ่ง... กราบไหว้ฟ้าดิน!”ทั้งสองห

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่14

    ​รถม้าของจวนราชครูเพิ่งจะจอดเทียบหน้าประตูจวน เซิ่นหว่านชิงที่กำลังก้าวลงมาด้วยขาสั่นๆ และสภาพวิญญาณหลุดลอย ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นบิดามารดาและบ่าวไพร่ทั้งจวนกำลังคุกเข่าหมอบกราบอยู่ลานหน้าบ้าน โดยมี ขันทีหลี่ กงกงคนสนิทของไทเฮายืนถือม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามรออยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแช่มชื่น ​“คุณหนูเซิ่นกลับมาพอดี! เชิญรับราชโองการ!” ​เซิ่นหว่านชิงรีบถลาลงไปคุกเข่าข้างบิดาด้วยความงุนงง ขันทีหลี่คลี่ราชโองการออก ก่อนจะประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกังวาน ​“สวรรค์เบื้องบนมีมติ องค์ฮ่องเต้และไทเฮามีพระราชเสาวนีย์... คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่น เซิ่นหว่านชิง เพียบพร้อมด้วยเบญจกัลยาณี สติปัญญาเป็นเลิศ กิริยางดงามดุจเทพธิดา สมควรคู่เคียงบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จึงขอพระราชทานสมรสให้แก่ ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียว กำหนดฤกษ์มงคลในอีกสิบห้าวันข้างหน้า ให้ทั้งสองตบแต่งเป็นสามีภรรยา ครองรักกันตราบฟ้าดินสลาย... จบราชโองการ!” ​เปรี้ยง!! ​ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของเซิ่นหว่านชิง! นางเพิ่งจะถูกเขาทรมานให้คัดลายมือทั้งคืนจนมือหงิก แล้วนี่... นางต้องแต่งงานกับพญายมใจแคบผู้นั้นจริงๆ หรือเนี่ย! ​“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status